• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 978864
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันอังคาร ที่ 10 มกราคม 2560
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 1059 , 16:03:33 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาค 2 ยุทธการป้องกัน ! “ข้อมูลส่วนบุคคล

                จากนโยบายจัดระเบียบ สังคมดิจิทัลทำให้ประเทศไทยเตรียมออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อป้องกันไม่ให้โลกดิจิทัลของไทยในอนาคตเผชิญกับปัญหาในการทำธุรกิจ ทำธุรกรรมหรือการพัฒนาไอทีด้านต่าง ๆ 

 

          โดยยุทธการที่ 1 ผ่านพ้นไปแล้วนั่นคือ การเปลี่ยนโฉม “กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” เป็นกระทรวงใหม่ชื่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ยุทธการที่ 2ได้เสร็จสิ้นไปแล้วเช่นกันคือ การผ่านร่างพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ” หรือชาวบ้านเรียกว่า  “ก.ม.ปราบอาชญกรรมคอมพิวเตอร์” ลงมติโหวตผ่านจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ( สนช.) ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่16 ธ.ค. 2559  

 

          ส่วน ยุทธการที่  3 คือร่างกฎหมายที่เตรียมประกาศใช้เพื่อให้ประเทศไทยมีความทัดเทียมในการทำธุรกรรมอย่างมั่นคงปลอดภัยในโลกออกไลน์เทียบเท่ากับประเทศอื่น ๆ ได้แก่  “ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  เพื่อให้คนไทยมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว และเป็นการรับรองว่า เจ้าของข้อมูลคือประชาชน ไม่ใช่ผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจหรือหน่วยงานรัฐ เมื่อต้องการนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้ต้องแจ้งลูกค้าและให้ได้คำยินยอมอย่างชัดเจน

 

             เนื้อหาสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล ได้แก่ ฐานะการเงิน ประวัติด้านสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม เลขหมายรหัส หรือสิ่งที่บอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวบุคคล เช่น ลายนิ้วมือ บันทึกเสียง รูปถ่าย และไม่ใช่เฉพาะผู้ที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย โดยให้ทายาทหรือคู่สมรสมีสิทธิเสมือนเจ้าของข้อมูล

          สรุปคือกฎหมายฉบับนี้ มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงตัวบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางออนไลน์ เช่น การขออีเมล์ บัญชีเฟซบุ๊ค อินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นการปกป้องคุ้มครองไม่ให้ใครมาเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้โดยผิดจากจุดมุ่งหมายโดยเจ้าของข้อมูลไม่อนุญาตหรือไม่รู้ตัว

 

          สำหรับผู้ที่มีอำนาจคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของคนไทยเกือบ 70 ล้านคน คือ   คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกแต่งตั้งขึ้นมาใหม่จำนวนอย่างน้อย 12 คน เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

 

 

                ในร่างกฎหมายระบุไว้ว่า  คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 7 คนได้แก่ ปลัดสำนักนายกฯ ปลัดกระทรวงดิจิทัล เลขาคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผอ.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย

 

         และ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน” ได้แก่ ผู้ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภค ด้านเทคโนโลยีฯ ด้านสังคมศาสตร์ ด้านกฎหมาย ด้านสุขภาพ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

        ประธานกรรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี

 

          หน้าที่หลักของคณะกรรมการข้างต้น คือ เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี และกำหนดมาตรการหรือแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้คำแนะนำหน่วยงานรัฐ และส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  

 

          ที่สำคัญคือ มีการกำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน หากใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลแล้วฝ่าฝืนไม่ยอมทำตามกฎหมายหรือหลอกลวงทำให้เจ้าของข้อมูลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ โทษปรับ 3 แสนบาท และถ้าทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโทษปรับเพิ่มเป็น  5 แสนบาทพร้อมจำคุก 6 เดือน และโทษสูงขึ้นอีกหากพบว่า มีความผิดฐานรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นการหาประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโอนส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศมีโทษจำคุก 2 ปีหรือปรับ 2 ล้านบาท

 

              “อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล”  ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ต กลุ่มเกาะติดชุดกฎหมายดิจิทัล วิเคราะห์ถึงกฎหมายฉบับนี้ว่า เป็นกฎหมายที่ประเทศไทยควรมีมานานแล้ว เพราะคนไทยถูกผู้ประกอบการธุรกิจแอบเอาข้อมูลส่วนตัวไปหาผลประโยชน์หรือซื้อขายแลกเปลี่ยนโดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว และไม่มีกฎหมายคุ้มครองอย่างเป็นระบบ

 

          อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาร่างกฎหมายที่กำลังอยู่ในขั้นตอนปรับปรุงแก้ไขก่อนส่งให้ สนช.พิจารณาเป็นวาระที่ 1 นั้น ยังคงมีความน่ากังวลในเรื่องของหน่วยงานที่จะมาเป็นเจ้าภาพดูแลกฎหมายฉบับนี้ นั่นคือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถือเป็นหน่วยงานใต้รัฐบาล อาจทำให้เกิดความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ได้ เพราะกระทรวงดิจิทัลฯ รับผิดชอบดูแลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนอาจไม่ได้รับการคุ้มครองหากมีการอ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ หรือหากมีการร้องเรียนต่าง ๆ ก็ต้องผ่านขั้นตอนตามระบบราชการที่มีเรื่องคั่งค้างจำนวนมาก อาจทำให้เกิดความล่าช้าได้

 

          “ในต่างประเทศส่วนใหญ่ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกแยกเป็นหน่วยงานอิสระ เหมือนคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของไทย มีสำนักเลขาและสำนักงานต่าง ๆ ของตัวเอง ไม่ขึ้นตรงกับกระทรวงใด เพื่อความเป็นอิสระในการทำงานปกป้องสิทธิของประชาชน และเพื่อให้งานลื่นไหลมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้ทำงานแบบเต็มเวลา แต่มาแค่ช่วงที่ประชุม จะยิ่งทำให้งานล่าช้า ถ้ามีคดีร้องเรียนมากมากแล้วภาระงานมีมาก กลายเป็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเป้าไว้ การละเมิดสิทธิ การแอบเอาข้อมูลลูกค้าไปขาทำต่อไปได้เรื่อย ๆ “

 

          นอกจากเรื่องกลไกการทำงานและความเป็นอิสระของคณะกรรมการฯแล้ว สิ่งที่หลายฝ่ายเป็นห่วงคือ

 

        สัดส่วนจำนวนคณะกรรมการฯ ที่กำหนดให้ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและ ผู้แทนสมาคมธนาคารไทยเข้ามามีบทบาทในการควบคุมดูแลข้อมูลส่วนบุคคล

 

         ทำให้เกิดคำถามว่า กรรมการจากภาคธุรกิจจะทำหน้าที่คุ้มครองข้อมูลลูกค้าหรือประชาชนได้ดีหรือไม่ จะมีมาตรการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ผลประโยชน์ทับซ้อน” ?

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

8/01/2560




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน