• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 891803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันศุกร์ ที่ 3 มีนาคม 2560
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 289 , 16:33:12 น.  
หมวด : สัตว์เลี้ยง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Done 1102 ข่าวpigfarm ตอน8กรมปศุสัตว์ สั่งคุมเข้ม “ยีนดื้อยา”

 

กรมปศุสัตว์เอาจริงร่อนคำสั่งถึงสัตวแพทย์ทั่วไทย ห้ามใช้โคลิสตินผสมอาหารให้หมูกิน ขู่ส่งจนท.สุ่มตรวจเจอ โดนลงโทษ !

          หลังทีมข่าว “คม ชัด ลึก” รายงานการพบฟาร์มหมูหลายพื้นที่ใช้ยาอันตราย “โคลิสติน” ผสมในอาหารให้หมูกินเป็นประจำ เพื่อป้องกันหมูจากอาการท้องร่วง ทั้งที่เป็นยาปฏิชีวนะชนิดรุนแรงทั่วโลกกำลังเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นตัวการแพร่กระจายยีนดื้อยาสายพันธุ์ใหม่ “เอ็มซีอาร์-วัน” (MCR-1) ยิ่งไปกว่านั้นฟาร์มหมูหลายแห่งได้ใช้ยาโคลิสตินเถื่อนหรือยาไม่มีทะเบียนด้วย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนพิษอันตรายที่ตกค้างในเนื้อหมู อาจทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอาการไตวายได้

 ปศุสัตว์, ฟาร์มหมู, กรมปศุสัตว์, สั่ง, คุม, เข้ม, ยีน, ดื้อยา, สั่งคุมเข้ม, ยีนดื้อยา, คม ชัด ลึก, โคลิสติน, นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย, ยาโคลิสติน, อีโคไล

 

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ลงนามคำสั่ง “เรื่อง การควบคุมการใช้ยา Colistin ในฟาร์ม” ส่งตรงถึง “นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย” ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 800 คน โดยมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้

 

          จากรายงานการตรวจพบยีนดื้อยาโคลิสติน เอ็มซีอาร์–วัน (Colistin MCR-1) ในผู้ป่วยของประเทศจีน เนื่องจากยาโคลิสติน เป็นยาปฏิชีวนะที่แพทย์เก็บไว้ใช้ในกรณีจำเป็น โดยใช้เป็นยาชนิดสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยวิกฤติ ที่ยาชนิดอื่นใช้ไม่ได้ผล สำหรับในสัตว์มีหลายประเทศทั่วโลกลดการใช้ยาโคลิสติน และบางประเทศไม่ให้ขึ้นทะเบียนยานี้ เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาแพร่ระบาดในมนุษย์

 

          ส่วนในประเทศไทย ยาโคลิสตินยังอนุญาตให้ใช้ผสมอาหารสัตว์ เพื่อป้องกันหรือรักษาโรคท้องร่วง ดังนั้น เพื่อป้องกันการดื้อยาโคลิสติน กรมปศุสัตว์จึงขอให้สัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มดำเนินการดังต่อไปนี้ 5 ข้อได้แก่

 

          1.ห้ามสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มสั่งหรือใช้ยาโคลิสตินผสมอาหารหรือละลายน้ำให้สัตว์กินเพื่อเป็นการป้องกันโรคอย่างเด็ดขาด

          2.หากสัตว์มีอาการป่วยให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มใช้หลักวิชาการทางสัตวแพทย์ในการรักษา หากจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะให้ใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่ใช่โคลิสตินเป็นลำดับแรก ส่วนยาโคลิสตินจะใช้ได้ต่อเมื่อไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใดใช้แล้วได้ผล

          3.ให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มรายงานการใช้ยาโคลิสตินแก่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่เมื่อมีการใช้ยาดังกล่าว

          4.ให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มคัดกรองและตรวจสอบอาหารสัตว์สำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงสัตว์จะต้องไม่มียาโคลิสตินผสมอยู่ โดยให้มีการเก็บตัวอย่างอาหารสัตว์ส่งตรวจเพื่อพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเป็นระยะ

          5.กรมปศุสัตว์จะจัดเจ้าหน้าที่สุ่มเข้าฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อตรวจสอบการใช้ยาโคลิสตินหากพบว่ามีการใช้ที่นอกเหนือจากข้อสองจะพิจารณาสถานะของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มนั้น

 

          นสพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจีนพบยีนดื้อยาโคลิสตินสายพันธุ์ใหม่ กรมปศุสัตว์ออกหนังสือด่วนมาก 9 ฉบับ ถึงสมาคมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเสนอให้เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องใช้ใบสั่งสัตวแพทย์เท่านั้น รวมถึงจำกัดจำนวนขายให้ลดลงร้อยละ 70

 

          “วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อธิบดีออกหนังสือเป็นคำสั่งให้สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรต้องควบคุมการใช้ยาโคลิสตินอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมาอาจเป็นหนังสือขอความร่วมมือ แต่ครั้งนี้เอาจริง ถ้ามีหลักฐานว่าคนไหนไม่ทำตามจะโดนลงโทษด้วย อาจใช้วิธีพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และถ้าเป็นกรณีร้ายแรงว่าพบว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหรือใช้ยาเถื่อนหรือยาปลอม อาจถึงขั้นถอนเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ คำสั่งนี้จะช่วยควบคุมการใช้ยาโคลิสตินได้มาก เพราะจำนวนหมูที่เลี้ยงประมาณร้อยละ 70 ของประเทศไทยอยู่ภายใต้ฟาร์มมาตรฐานมีสัตวแพทย์ประจำดูแล”

 

          รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวย้ำว่า ยาโคลิสตินที่ใช้ผสมในอาหารถ้าใช้อย่างถูกวิธี จะไม่เหลือพิษหรือสารตกค้างถึงผู้บริโภคแน่นอน ยาตัวนี้ยังมีประโยชน์เพียงแต่ต้องคุมการใช้ทั้งในคนและสัตว์ให้ถูกวิธี หากทุกฝ่ายช่วยกันก็สามารถควบคุมเชื้อดื้อยาโคลิสตินในประเทศไทยได้

 

          ด้าน นสพ.ปราโมทย์ ตาฬวัฒน์ นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย กล่าวว่า ได้รับเอกสารข้างต้นจากกรมปศุสัตว์แล้ว กำลังพิจารณาเพื่อส่งต่อให้สมาชิกของสมาคมรับทราบ สำหรับนโยบายควบคุมการใช้ยาโคลิสตินเพื่อป้องกันยีนดื้อยาแพร่กระจายนั้น กระทรวงสาธารณสุขควรออกคำสั่งเป็นยาควบคุมพิเศษ ห้ามซื้อขายทั่วไป เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าของฟาร์มหรือเกษตรกรก็สามารถซื้อยาโคลิสตินมาใช้ได้เอง สัตวแพทย์ไม่สามารถไปควบคุมดูแลได้ทั้งหมด

 

          สาเหตุที่วงการแพทย์ทั่วโลกเฝ้าระวัง “ยาโคลิสติน” ที่นิยมใช้รักษาหมูท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรีย “อี.โคไล” นั้น เนื่องจากปลายปี 2558 จีนพบหมูและคนดื้อยาโคลิสตินจากฟาร์มหมูชนิดข้ามสายพันธุ์ได้ หรือ “ยีนเอ็มซีอาร์-วัน” ที่สามารถส่งสายพันธุกรรมหรือเชื้อดื้อยาข้ามจากสัตว์มาสู่คน และจากคนไปสัตว์รวมถึงสัตว์เลี้ยง และยังถ่ายทอดไปยังเชื้อโรคตัวอื่นๆ ในร่างกายมนุษย์ได้อีกด้วย ขณะนี้มีรายงานการพบยีนดื้อยาตัวนี้ในมนุษย์ หมู และไก่ ช่วงปี 2010–2015 จำนวนทั้งสิ้น 16 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย จากสถิติที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 3–4 หมื่นคน

            ทั้งนี้ ข้อมูลจากทีมวิจัยสัตวแพทย์ จุฬาฯ ที่นำตัวอย่างเชื้อจากฟาร์มหมูขนาดกลางประมาณ 100-1,000 ตัว ที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี 2004–2014 มาวิเคราะห์ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัด นครปฐม ราชบุรี และชลบุรี จำนวนตัวอย่าง 17 ฟาร์ม พบเชื้อดื้อยาโคลิสตินร้อยละ 40-100 และพบยีนดื้อยาเอ็มซีอาร์-วัน จำนวนร้อยละ 20–66 รวมถึงรายงานยืนยันการพบยีนกลายพันธุ์ชนิดนี้ในคนไทยเบื้องต้นแล้ว 3 คน

ข่าวคมชัดลึก

11 ก.พ. 2560

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน