• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 479
  • จำนวนผู้ชม : 771024
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม 2560
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 506 , 17:28:42 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน feng_shui โหวตเรื่องนี้

 

มื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา “ศาลยุติธรรมยุโรป” (The European Court of Justice) มีคำพิพากษาที่ส่งผลกระทบต่อ “หญิงมุสลิม” ทั่วยุโรป ทำให้เกิดความรู้สึกหวั่นไหวจากการถูกกีดกันออกจากสัญลักษณ์ที่ตนศรัทธา...

 

คำตัดสิน คือ ให้สิทธินายจ้างห้ามพนักงานสวมสัญลักษณ์ทางศาสนาหรือการเมือง ระหว่างทำงานได้

 

ความเป็นมาของเรื่องนี้ เกิดจากพนักงานหญิงชื่อ “ซามิรา อัชบิตา” ชาวเบลเยียม ทำงานแผนกต้อนรับประจำบริษัท จีโฟร์เอส ซีคิว โซลูชันส์ ถูกนายจ้างขอร้องให้ถอดผ้าคลุมศีรษะ หรือ ฮิญาบ แต่เธอไม่ยอมถอด บริษัทจึงตัดสินใจ “ไล่ออก” โดยอ้างกฎว่า "ห้ามพนักงานบริษัทสวมเครื่องหมายสัญลักษณ์ทางศาสนาหรือทางการเมือง”

 

 

เช่นเดียวกับคดีที่สองเกิด ขึ้นเมื่อปี 2009 “แอสมา” วิศวกรซอฟต์แวร์หญิงชาวฝรั่งเศส ปกติในที่ทำงานก็ใส่ผ้าคลุมศีรษะมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งต้องไปร่วมทีมทำงานกับลูกค้า ซึ่งภายหลังลูกค้าแจ้งเธอและหัวหน้าว่าหากจะมาทำงานกับทีมของเขาขอให้ไม่ใส่ผ้าคลุมศีรษะ เพราะสร้างความอับอายและแปลกแยกในทีมลูกค้าเป็นอย่างมาก

 

เจ้านายขอร้องให้ “แอสมา” ทำตามความต้องการของลูกค้า แต่เธอไม่ยอมและเลือกที่จะยื่นฟ้องบริษัทไปยังศาลสูงของฝรั่งเศส ต่อมาศาลฝรั่งเศสส่งต่อคดีไปให้ “ศาลยุติธรรมยุโรป” จนในที่สุดคำตอบคือ นายจ้างมีสิทธิไล่ออกได้กรณี สวมสัญลักษณ์ทางศาสนา

 

ประเด็นนี้จึงร้อนแรงขึ้นมา กลายเป็นการถกเถียงอย่างดุเดือดในกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนว่า ผ้าคลุมนี้ ทำให้เกิดความรู้สึก “ปกป้องหรือแปลกแยก” ? ควร “ห้าม–ไม่ห้าม” ?

 

หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนดินแดนหรือชุมชนของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะสังเกตการแต่งตัวของผู้หญิงมุสลิมว่ามี 2 แบบแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว อย่างในดินแดนตะวันออกกลางบางประเทศดำสนิทไม่เห็นแม้ดวงตา เช่น ประเทศบาห์เรน แต่ในเอเชียสาวมุสลิมจะใส่สีสันสดใสลวดลายแพรวพราวเต็มอัตราศึก เช่น มาเลเซีย ไทย โดยเฉพาะผ้าคลุมศีรษะที่พัฒนาด้านดีไซน์จนกลายเป็นแฟชั่นระดับโลก

 

“ผ้าคลุมศีรษะ”  หรือ “ฮิญาบ” เป็นเครื่องแต่งกายที่ถูกบัญญัติไว้ในคำสอนของศาสนาอิสลามว่า

 

“โอ้ นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้าและบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน และอัลเลาะห์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัล-กุรอาน 33:59)

 

“ฮิญาบ” แปลว่า “การปิดกั้น” เสมือนการป้องกันตัวเองไม่ให้ความไม่ดีไม่งามเข้ามาทำร้าย หรือทำให้เสื่อมเสีย

 

ดังนั้น “ฮิญาบ” ไม่ใช่แค่ผ้าคลุมศีรษะ แต่คือสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ที่สื่อสารความหมายบางอย่าง จนกลายเป็นประเด็นการเมืองระดับโลกมาตลอด หลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ “ฮิญาบ” ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นแค่ผ้าปิดกันความไม่ดีงาม

 

ผู้หญิงมุสลิมอยากใส่หรือไม่อยากใส่ ?

 

“บางคนอยากใส่แต่ไม่ได้ใส่”  เพราะบางประเทศถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เช่น ฝรั่งเศส หรือนอร์เวย์ ที่ห้ามแต่งกายแบบปิดหน้าในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เนื่องจากมองว่าเป็นการปิดหน้าในที่สาธารณะเป็นการเอาเปรียบผู้อื่น และมีพฤติกรรมน่าสงสัย มีการปิดบังใบหน้าและจมูก

 

"บางคนไม่อยากใส่แต่ต้องใส่” เช่น ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง หากผู้หญิงไม่ใส่อาจโดนก้อนหินขว้างและถูกแจ้งให้ตำรวจจับ หรือผู้หญิงมุสลิมในไทยที่ไม่อยากใส่ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไม่สะดวกในการทำงาน หรือ ไม่อยากสร้างความรู้สึกแตกต่างหรือแปลกแยกเวลาอยู่กับผู้หญิงอื่น เช่นเมื่ออยู่ในบ้านเกิดที่ภาคใต้ก็ใส่ แต่พอขึ้นรถมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ถอดออก

 

สำหรับประเทศไทยนั้น พื้นที่ชายแดนภาคใต้ก็มีประเด็นปัญหาการใส่ฮิญาบของหญิงมุสลิมเช่นกัน ช่วงเดือนมกราคม 2559 ตัวแทนชมรมทหารหญิงอิสลามชายแดนใต้ได้ร่างหนังสือยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติให้ทหารหญิงที่ปฏิบัติภารกิจสามารถสวมใส่ผ้าคลุมได้ตามหลักศาสนาอิสลาม และป้องกันฝ่ายขบวนการก่อความไม่สงบกล่าวหารัฐบาลว่าไม่เคารพหลักศาสนาอิสลาม

 

แต่ “พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์” โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การแต่งกายของทหารหญิงต้องเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม และหากทางทหารหญิงมุสลิมร้องขออย่างเป็นทางการก็อาจให้ผู้ที่มีอำนาจรับพิจารณาดำเนินการเป็นกรณีไป

 

แม้คำตอบจากฝ่ายกองทัพยังไม่ชัดเจน แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการหลายแห่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใส่ฮิญาบได้ เช่น กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหญิงที่นับถือศาสนาอิสลามคลุมผ้าคลุมศีรษะขณะปฏิบัติงานในหน่วยบริการได้ ถือว่าเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา

 

 

จากวันนี้ไปหน่วยงานรัฐของไทยอาจต้องเรียนรู้คำสั่ง “ศาลสหภาพยุโรป” ที่ระบุว่า หากหน่วยงานหรือบริษัทใดต้องการแสดงเจตนาว่ามีจุดยืนเป็นกลาง “ห้ามสวมใส่สัญลักษณ์ทางศาสนา” ก็ต้องห้ามสัญลักษณ์ของศาสนาอื่นด้วย เช่น พระพุทธรูป ไม้กางเขน หมวกคิปปาห์ของชาวยิว หรือผ้าโพกศีรษะของชาวซิกข์ หมายความว่า ถ้ายึดตามเจตนานี้ ควรห้ามพนักงานห้อยพระพุทธรูป หรือใส่ไม้กางเขนในลักษณะที่ผู้อื่นสามารถมองเห็นได้ด้วย

 

 

Infographic: How people in Muslim countries prefer women to dress in public | Statista

 

 

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559 สถาบันวิจัยพิว (Pew) สำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างชาวมุสลิมในหลายประเทศด้วยคำถามว่า อยากให้ผู้หญิงแต่งกายอย่างไรในที่สาธารณะ? ปรากฏว่าเกือบครึ่งหนึ่งเห็นว่า “ผู้หญิงควรมีเสรีภาพในการเลือกด้วยตัวเอง” ชาวตูนิเซียเห็นด้วย 56% ตุรกี 52% เลบานอน 49% ส่วนในอิรัก 27% ปากีสถาน 22% และอียิปต์ผู้เห็นด้วยน้อยสุด 14%

 

คำตอบง่ายๆ คือ ให้ผู้หญิงตัดสินใจเองว่า “อยากสวมหรือไม่” ไม่เช่นนั้นผู้ชายจะไว้หนวดไว้เคราก็ควรขออนุญาตก่อนเช่นกัน เพราะทำให้หน้าตาดูคล้ายโจรผู้ร้าย ไม่น่าไว้วางใจ....

 

ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 21/03/2017 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ประเทศไทยจะถึงกับต้องแก้พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการ พนักงานรัฐ ทหาร และตำรวจหรือเปล่าครับ

สตรีมุสลิมไทยจะยอมรับระเบียบการแต่งเครื่องแบบ หรือจะให้ราชการไทยยอมรับฮิญาบ หากหยิบมาพูดกันเมื่อไรก็คงจะต้องยึดระเบียบเอาไว้ก่อนล่ะครับ เพราะการจะเข้ารับราชการก็ต้องปฏิญาณว่าจะปฏิบัติตนตามระเบียบ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 21/03/2017 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สำหรับเรา มีความเห็นว่า ผู้หญิงควรมีเสรีภาพในการเลือกด้วยตัวเองก่อน อันเป็นสิทธิเสรีภาพของความเป็นตนเอง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 20/03/2017 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

อียูแบน “ฮิญาบ”
พาดหัว mislead ไปหน่อยไหมคะ
ความจริงคือ คำตัดสิน คือ ให้สิทธินายจ้างห้ามพนักงานสวมสัญลักษณ์ทางศาสนาหรือการเมืองระหว่างทำงานได้
เขาไม่ได้เพ่งเล็งเฉพาะฮิญาบนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 20/03/2017 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ที่ผ่านมาฝรั่งเศสเคยแบนเบอร์กินี่บริเวณชายหาด...เมื่อไม่กี่เดือนนายกออสเตรเลียก็เคยประกาศกร้าวข้อจำกัดชาวมุสลิม....Respect เป็นสิ่งสำคัญที่แต่ละประเทศจะต้องเคารพกฎหมายนอกบ้านตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 20/03/2017 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

เมืองไทยไม่สะเทือนครับ...เทียบกันไม่ได้กับยุโรป เราเคารพซึ่งกันและกัน อย่าเพิ่งมองไปยังศาสนาอื่น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน