• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 502
  • จำนวนผู้ชม : 889663
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันพุธ ที่ 30 พฤษภาคม 2561
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 706 , 15:49:20 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ขยะอวกาศ,ดาวเทียม,เทียนกง

 

          จบแล้ว “วินาทีลุ้นระทึก!” การตกสู่โลกมนุษย์ของวังสวรรค์ หรือ สถานีอวกาศเทียนกง-1 ที่สูญเสียการควบคุม หลังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะตกที่ไหนกันแน่ เพียงแต่ยืนยันว่าไม่น่าตกใส่หัวมนุษย์หรือบ้านเรือนของพวกเรา...

          เมื่อเวลาเช้าตรู่ประมาณ 7 โมงของไทย เศษชิ้นส่วนเผาไหม้ของ เทียนกง-1 ตกลงบริเวณใกล้เกาะตาฮิตีแถวมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่จากสถานีอวกาศทั่วโลกได้แยกย้ายกันกลับบ้านนอนหลับพักผ่อนหลังจากเฝ้านั่งจ้องจอเรดาร์ 24 ชั่วโมงมาตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา

 

          แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไปแล้วยังมี 10 คำถามที่ยังค้างคาใจเกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ว่า
  
          จะมีขยะอวกาศเสี่ยงตกโดนหัวพวกเราอีกไม่ และควรทำอย่างไร?
           1.“ขยะอวกาศ” คืออะไร
          ขยะอวกาศ หรือ“วัตถุอวกาศ” หมายถึงวัตถุที่ออกแบบหรือผลิตขึ้นมาเพื่อส่งขึ้นไปหรือสู่ไปสู่อวกาศนอกโลก รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยเช่น ดาวเทียม ยานอวกาศ หรือสถานีอวกาศ และยานพาหนะที่ใช้ส่งด้วย

          สำนักกิจการอวกาศส่วนนอกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for Outer Space Affiairs - UNOOSA) รายงานปี 2016 มีดาวเทียมโคจรรอบโลกมากถึง 4,256 ดวง เพิ่มจากปีที่แล้ว 4.39 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะปี 2015 มีดาวเทียมส่งขึ้นไปใหม่ 221 ดวง สำหรับปีนี้ 2016 คาดว่าจะมีอีกประมาณ 120 ดวง

          นักวิทยาศาสตร์เกรงกันว่ายิ่งส่งออกไปมากเท่าไรโอกาสของดาวเทียมที่จะเกิด "อุบัติเหตุโคจรชนกัน” กลายเป็นขยะอวกาศมรณะตกมาทำความเสียหายโลกมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ

 

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?

 

          2.“ความเสียหาย” จากขยะอวกาศหมายถึงอะไรบ้าง ?
          ความเสียหายไม่ได้หมายความเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของคนเท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยทั้งบนบก ในน้ำและในอากาศ

          ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอวกาศบางกลุ่มมองว่าขยะอวกาศกำลังจะสร้างหายนะให้สิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้

          3.ในอวกาศมี “ชิ้นส่วนขยะ” อยู่มากน้อยเพียงไร?
           รูปภาพเปรียบเทียบโลกมนุษย์ที่ถ่ายมุมสูงจากนอกโลกเมื่อปี 1957 1992 และ 2015 จะเห็นจุดแสงสว่างสีขาวล้อมรอบ นั่นคือการเปรียบเทียบให้เห็นถึงดาวเทียมและชิ้นส่วนของวัตถุอวกาศรวมถึงขยะอวกาศที่ล้อมรอบอยู่อย่างหนาแน่น เชื่อกันว่าดาวเทียม 4 พันกว่าดวงนั้น มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่หมดอายุการใช้งานหรือเสียหายไปแล้ว

          ถ้าใช้กล้องกล้องโทรทรรศน์มายืนส่องดูขยะอวกาศ สามารถมองเห็นเฉพาะขยะชิ้นใหญ่จากการติดตามด้วยกล้องโทรทรรศน์มองเห็นเพียงแค่ 23,000 ชิ้นเท่านั้น แต่ชิ้นที่มีขนาดเล็กกว่า 10 เซนติเมตรไม่สามารถติดตามได้เลย

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?

 

 

          ยิ่งขยะอวกาศชิ้นเล็กๆ ไม่กี่เซนติเมตรยิ่งอันตราย เพราะอาจสอดแทรกเข้าไปในยานอวกาศหรือดาวเทียมระหว่างหมุนโคจรรอบโลก ชิ้นส่วนขนาดเล็กจะล่องลอยด้วยความเร็วสูงบางชิ้นหมุนเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเรดาร์จับไม่ได้จึงเกิดการปะทะได้ง่าย

          ข้อมูลจากองค์การนาซาแบ่งขยะอวกาศเป็น 4 ประเภท 
          1.เศษย่อยของชิ้นส่วนที่หมดอายุการใช้งานประมาณร้อยละ 42 เช่น เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ แผ่นสีเคลือบโลหะ ฯลฯ
          ประเภทที่ 2 ชิ้นส่วนยานอวกาศที่ไม่ใช้แล้วร้อยละ 22
          ประเภทที่ 3 ชิ้นส่วนจรวดร้อยละ 17
          ประเภทที่ 4 เศษชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เศษยานพาหนะที่ใช้ส่งจรวดหรือดาวเทียมออกไปนอกโลก

           “นาซา” ประเมินว่ามีขยะอวกาศหลายชิ้นรอวันตกลงมาบนโลกมนุษย์ประมาณ 1.1 แสนชิ้น แบ่งเป็นขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตร 11,000 ชิ้น และขนาด 1-10 เซนติเมตรอีกไม่ต่ำกว่า 1 แสนชิ้น
 
          4.อัตราความเสี่ยงตกใส่มนุษย์
          องค์การอวกาศยุโรป (ESA) วิเคราะห์จากสถานีอวกาศเทียนกง-1 และอัตราเสี่ยงของเศษขยะอวกาศอื่นๆ ว่าส่วนใหญ่น่าจะตกลงสู่มหาสมุทรมากกว่าพื้นดินเพราะโลกใบนี้มีพื้นที่ดินเพียง 1 ส่วนแต่เป็นน้ำ 3 ส่วน 

          ดังนั้น “ความน่าจะเป็นที่จะตกใส่หัวผู้คนไม่น่าจะเกิน 0.0001”
 
          หมายความว่าหากมีการร่วงหล่นของชิ้นส่วนขยะอวกาศ 1 หมื่นครั้ง มีเพียงครั้งเดียวที่จะโดนหัวชาวบ้านพอดี หรือทำให้บาดเจ็บเสียชีวิต ถ้าเทียบอัตราเสี่ยงโดนฟ้าผ่าแล้ว มนุษย์มีโอกาสโดนฟ้าผ่ามากกว่า
 

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?

 

          5.นอกจาก “เทียนกง-1” แล้ว ขยะชิ้นใหญ่ต่อไปคืออะไร?
          หลังจากพ้นภัยขยะอวกาศขนาดเท่ารถบรรทุกอย่าง “เทียงกง-1” แล้ว ตอนนี้นักวิศวกรอวกาศกำลังลุ้นระทึกว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหรือปี 2028 จะมีเศษขยะชิ้นสำคัญและขนาดใหญ่คือ “สถานีอวกาศนานาชาติไอเอสเอส” (International Space Station) ของอเมริกา น้ำหนักเกือบ 500 ตัน เทียบเท่าสนามฟุตบอล กำลังถึงเวลาปลดระวางปล่อยให้ร่วงลงมาเช่นกัน หลายฝ่ายกำลังจับจ้องว่าเมื่อไรจะตกสู่โลก
 
          6.ข่าวดัง “สกายแล็บ” ตกทับ “วัว” ตายในออสเตรเลียจริงหรือ ?
          ที่เป็นข่าวใหญ่สุดๆ และตกลงสู่พื้นดินไม่ใช่พื้นผิวมหาสมุทรคือ สถานีอวกาศ “สกายแล็บ” ขนาด 70 กว่าตัน เกือบเท่าสนามฟุตบอลถูกส่งขึ้นจากโลกเมื่อปี 1973 จากศูนย์อวกาศเคนเนดีของอเมริกา และเกิดความขัดข้องบางประการต้องส่งยานพิเศษไปช่วยเอามนุษย์อวกาศออกมา จากนั้นปลดระวางให้ร่วงลงมาโดยไม่สามารถบังคับได้ ทำให้ตกกระจายสู่พื้นโลกกว่า 3 พันชิ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม 1979 ใกล้เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และบางส่วนหลุดร่วงลงไปในมหาสมุทรอินเดีย ชุมชนหลายแห่งในออสเตรเลียเก็บชิ้นส่วนสกายแล็บเอามารวมกันทำเป็นพิพิธภัณฑ์หารายได้

 

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?

 


 
          ใครที่อายุเกิน 45 ปีขึ้นไปน่าจะจำได้เพราะเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก มีบางคนซื้อหมวกกันน็อกมาสวมใส่เพราะกลัวตกใส่หัว สื่อมวลชนประโคมข่าวว่ามีวัวตายเพราะโดนเศษชิ้นส่วน แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีใครหาหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นวัวแถวไหน หากเป็นยุคสาวกโซเชียลมีเดียแบบปัจจุบันคงมีข่าวลือข่าวปล่อยและข่าวติดตามสกายแล็บแบบดุเดือดมากกว่าในอดีต หรือยุคที่มีแค่สื่อทีวี วิทยุและหนังสือพิมพ์
 
          7.ชิ้นส่วนอวกาศที่เก็บได้เป็นของใคร?
          ตามสามัญสำนึกแล้วเศษชิ้นส่วนอวกาศที่ตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ใครเก็บได้ก็ควรเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันองค์การสหประชาชาติทำ “ข้อตกลง” ให้ประเทศต่างๆ มาเซ็นชื่อและบอกว่าใครเก็บได้ต้องคืนเจ้าของประเทศผลิตหรือประเทศที่ยิงขึ้นไปในอวกาศ 

          ชื่อว่า “ข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือนักบินอวกาศ การส่งกลับนักบินอวกาศและวัตถุอวกาศที่ถูกส่งเข้าสู่อวกาศ ในปี 1968”
ประเทศไทยตกลงเป็นภาคีและให้สัตยาบันข้อตกลงนี้ไปเมื่อวันที่
3 ธันวาคม 1968 เพราะฉะนั้นใครเก็บได้ต้องแจ้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ จากนั้นติดต่อไปที่ประเทศเจ้าของเพื่อให้มาดูและยืนยันว่าเป็นขยะอวกาศของตัวเองจริงหรือไม่ ก่อนจ่ายเงินค่าเก็บและค่าส่งกลับประเทศต้นทาง

 

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?

 

          8.อันตรายจากชิ้นส่วนอวกาศ
          หากคนไทยเจอชิ้นส่วนขยะอวกาศไม่ควรรีบเข้าไปเก็บหรือสัมผัส ต้องรีบแจ้งตำรวจ เพราะอาจโดนสารเคมีอันตรายที่ชื่อว่า “สารไฮดราซีน” (Hydrazine) นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของเชื้อเพลิงที่ช่วยยิงดันจรวดขึ้นไปเหนือวงโคจรของโลก

          9.เมื่อไร “ดาวเทียมของไทย” จะกลายเป็นขยะอวกาศ
          ตั้งแต่ปี 2536 ไทยส่งดาวเทียมสื่อสารดวงแรกขึ้นไปในอวกาศชื่อไทยคม-1 อายุการใช้งานประมาณ 15 ปี ตอนนี้หมดอายุแล้วกำลังค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้นโลก จากนั้นไทยทยอยส่งดาวเทียมไทยคมขึ้นไปอีกเรื่อยๆ จนถึง 9 ดวง แต่ปลดระวางไป 3 เหลือใช้งานจริงในปัจจุบันเหลือเพียง 6 ดวง และยังมีดาวเทียมไทยโชต (THEOS) ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรที่ยิงขึ้นไปปี 2551

          ดาวเทียมไทยโชตถูกออกแบบให้เป็นดาวเทียมขนาดเล็กมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี ทำงานโดยอาศัยแหล่งพลังงานจากดวงอาทิตย์ สามารถบันทึกภาพได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก
   

 

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?


          ปัจจุบันมีดาวเทียมทั่วโลกล่องลอยอยู่ในท้องฟ้ากว่า 3 หมื่นดวง โดนปล่อยให้ตกลงมาเป็นระยะๆ บางดวงใช้เวลากว่า 100 ปี กว่าจะตกลงถึงพื้นโลก ดาวเทียมที่ผลิตรุ่นใหม่จะมีระบบติดตามเมื่อปลดระวางจะมีคำสั่งให้ลอยไปร่วงตกลงบริเวณ “สุสานดาวเทียม”
 
          10.สุสานขยะอวกาศ
          มีความหมายคล้ายเป็นสุสานชิ้นส่วนอวกาศ ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนดาวเทียม ทำให้บางครั้งเรียกว่า “สุสานดาวเทียม” ตั้งอยู่บริเวณห่างจากชายฝั่งนิวซีแลนด์เกือบ 5 พันกิโลเมตร มีความลึก 4 กิโลเมตร หรือ “Oceanic Pole of Inaccessibility” เชื่อกันว่าเป็นสถานที่อ้างว้าง มืดมิดและหนาวเหน็บสุดของโลก นักวิทยาศาสตร์จึงพร้อมใจกันเลือกตั้งเป็นพิกัดสำหรับสั่งให้เศษยานอวกาศและวัตถุปลดระวางร่วงลงมาทิ้งรวมกันที่นี่

 

10คำถาม.... อนาคต"ขยะอวกาศมรณะ"เสี่ยงตกใส่หัวแค่ไหน?


  
          คาดว่ามีชิ้นส่วนยานอวกาศถูกตั้งวงโคจรให้หล่นลงมาในสุสานแล้วเกือบ 300 ชิ้น และในอนาคตจะมีอีกหลายหมื่นชิ้น

          แต่การบังคับชิ้นส่วนที่ร่วงลงมาจากนอกโลกด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรมิใช่เรื่องง่าย ดังนั้นหลายฝ่ายจึงพยายามค้นหาวิธีที่ดีกว่านั้น เช่นใช้วัสดุที่ย่อยสลายตัวเองได้หลังปลดระวาง หรือ เทคโนโลยีที่บังคับให้ตกมาสู่บริเวณสุสานได้อย่างแม่นยำ
  
          เพื่อลดอัตราความเสี่ยงไม่ให้เศษชิ้นส่วนอวกาศกว่าแสนชิ้นกลายเป็นขยะมรณะสร้างความเสียหายให้ชาวบ้าน
 

 

 

 ทีมข่าวรายงานพิเศษ

คมชัดลึก

27 เม.ย. 2561
 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน