• A.punnee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-06-15
  • จำนวนเรื่อง : 505
  • จำนวนผู้ชม : 900118
  • ส่ง msg :
  • โหวต 61 คน
by A.Punnee
ทางลัดสู่ความรู้จริงไม่มี เพราะความรู้จริงคือ...ทางลัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bypunnee
วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม 2563
Posted by A.punnee , ผู้อ่าน : 415 , 16:53:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

            ยอดตัวเลขผู้ป่วย “โรคปอดอักเสบรุนแรง”จากเชื้อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” (19-nCoV) ยังพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลวันที่ 26 มกราคม 2563 จีนพบผู้ป่วย 2,029 ราย เสียชีวิต 56 ราย ส่วนไทยแลนด์ตามมาเป็นอันดับ 2 พบแล้ว 8 ราย อันดับ 3 ฮ่องกงพบ 6 ราย 

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบผู้ป่วยในประเทศอื่น ๆ รวมเป็น 15 ดินแดนและประเทศ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อเมริกา เวียดนาม ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส ฯลฯ  

 


                                        

 

              แม้แต่รัฐบาล “เกาหลีเหนือ” ยังรีบประกาศสั่งปิดพรมแดนห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.   ส่วน "ไต้หวัน” ล่าสุด ระงับออกวีซ่านักท่องเที่ยวจากแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดแล้ว  เพราะจีนไม่ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเชื้อโรคนี้ และ“ฟิลิปปินส์” มีคำสั่งให้ส่งตัวผู้โดยสาร 135 คนที่เดินทางมากจากเมืองอู่ฮั่นกลับจีน พร้อมประกาศห้ามนักเดินทางจากบางพื้นที่ของจีนชั่วคราว

 

 

 

             ส่วนประเทศไทยนั้นยังไม่จำกัดการเดินทางจากจีน จากสถิติวันที่ 3 - 23 ม.ค.2563 มีนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นเข้าไทยผ่านทาง 5 สนามบินทั่วประเทศ ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ รวม 136 เที่ยวบินประมาณ 2.1 หมื่นคน ถือเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย และหากรวมตัวเลขคนจีนทั้งหมดที่เข้าในไทยประมาณเฉลี่ยเดือนละ 8-9 แสนคน ทำให้เกิด ประเด็นถกเถียงกันสื่อสังคมออนไลน์ ว่ารัฐบาลไทยควรมีมาตรการ “ปิดกั้นคนจากเมืองจีนชั่วคราว” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ หลายคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้

 

              ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา สังกัดฝ่ายควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ให้ “คมชัดลึก” ฟังว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ “ไวรัสโคโรนา 2019” เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขใน “จีน” แต่ยังไม่ได้ประกาศเป็น “ระดับนานาชาติ”  เนื่องจากยังไม่ครบองค์ประกอบการระบาด 6 ขั้น “Pandemic Phases”  ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

              ระยะแรก “Interpandemic period”  แบ่งเป็น ขั้นที่ 1 พบเชื้อโรคจาก “สัตว์สู่คน” แต่ยังเป็นระดับที่มีความเสี่ยงต่ำ พบจำกัดในบางพื้นที่เท่านั้น ขั้นที่ 2 เป็นระดับที่เชื้อโรคมีความเสี่ยงสูง ที่จะแพร่มายังมนุษย์ทั่วไป

 

             จากนั้นก็เข้าสู่ ระยะเริ่มระบาด “Pandemic alert period” เป็น ขั้นที่ 3 พบเชื้อโรคในลักษณะแพร่จาก “คนสู่คน” แต่ยังอยู่ในวงจำกัด ขั้นที่ 4  เป็นระยะที่พบเชื้อโรคเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวทางพันธุกรรมทำให้แพร่กระจายจาก “คนสู่คน” ได้ง่ายขึ้น ขั้นที่ 5 เป็นระยะเชื้อโรคกำลังขยายวงแพร่ระบาดจากคนสู่คนในวงกว้าง มีการแจ้งเตือนและควบคุมไม่ให้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ

 

             และระยะสุดท้ายคือ ระยะระบาดหนัก “Pandemic period”  ซึ่งเป็นขั้นที่ 6 สูงสุด หมายถึง ระยะที่เชื้อไวรัสมีการปรับตัวทางพันธุกรรมมากขึ้นและแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในหลายประเทศและหลายทวีป

 

              “สถานการณ์ตอนนี้ เป็นเพียงขั้นตอนที่ 5 เพราะการระบาดอยู่ที่จีนเท่านั้น ผู้ป่วยที่พบในประเทศอื่นก็เดินทางมาจากจีน แม้จะพบในทวีปอื่นก็ตาม แต่หากวันไหนที่พบการติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในประชากรจากทวีปอื่นที่ไม่ใช่เอเชีย และไม่ได้เดินทางเข้าออกจากจีน แสดงว่าอยู่ในขั้นตอนที่ 6 ถือว่าระบาดทั่วโลกแท้จริง”

 

            ส่วนคำถามว่าไทยควรปิดกั้นห้ามคนจีนเดินทางเข้ามาหรือไม่นั้น ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นอธิบายว่า ตอนนี้เชื้อไวรัสระบาดที่จีนเท่านั้น ยังไม่ระบาดในประเทศอื่น และรัฐบาลจีนค่อนข้างมีมาตรการขั้นเด็ดขาดมาก เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีประเทศไหนสั่งปิดเมืองหรือสั่งปิดจังหวัด ห้ามไม่ให้คนเดินทางเข้าออกมาก่อน ไม่ว่าเป็นกรณี เชื้อไวรัสเมอร์สที่ระบาดจากตะวันออกกลาง หรือ เชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกา  

 

            “อยากให้เข้าใจว่า ถึงรัฐบาลจะสั่งปิดประเทศห้ามคนจีน เข้า- ออกทุกด่านของไทยอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันนั้น แต่คำถามคือหากนักท่องเที่ยวหรือคนทำงานจากเมืองไทย คนเวียดนาม คนเกาหลี คนญี่ปุ่น อเมริกาหรือคนจากยุโรปที่เดินทางไปจีนแล้วเข้าแวะผ่านเข้ามาในไทย เราจะห้ามคนกลุ่มนี้ด้วยหรือไม่ แสดงว่าไทยปิดประเทศห้ามคนทั่วโลกเดินทางเข้า เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าพวกเขาเคยเดินทางไปจีนก่อนมาไทยหรือ หากเคยไปก็มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เช่นกัน สำหรับด้านระบาดวิทยาแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะห้ามคนจีนมาไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างประเทศไทยกับจีนด้วย โดยเฉพาะเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสาธารณสุข สิ่งที่ควรทำคือการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ต้องสงสัยอย่างเข้มงวด”  

 

           นักระบาดวิทยาข้างต้นวิเคราะห์ต่อว่า ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ยังประเมินไม่ได้ว่า ไวรัสร้ายตัวนี้จะหยุดระบาดเมื่อไร เพียงแต่มีเอกสารวิชาการตีพิมพ์เผยแพร่ “ข้อมูลลำดับยีนของไวรัสโคโรนา 2019” ต้องใช้เวลาศึกษาและเฝ้าดูลักษณะการแพรระบาดสักพัก เช่น ตัวเลขผู้ติดเชื้อแล้วมีอาการป่วยรุนแรง หรือผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ผู้ที่ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการป่วยแต่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรค ฯลฯ

 

โดยปกติเมื่อเกิดเหตุการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี กว่าร่างกายของประชากรผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจะค่อย ๆ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้เองตามธรรมชาติ เช่น กรณีของ ไวรัสซาร์ส  ไวรัสเมอร์ส ไวรัสอีโบล่า ฯลฯ        

    

           เนื่องจากสำหรับอัตราส่วนความสามารถในการระบาดของ “ไวรัสโคโรนา 2019”  นั้นประมาณ 1 ต่อ 3 หมายถึงผู้ติดเชื้อ 1 คน สามารถแพร่ติดต่อไปให้  2- 3 คน ต้องมีคนติดเชื้อนี้หลายล้านคนในเมืองอู่หั่น ถึงจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ในระดับหนึ่ง

 

           ส่วนการสร้างวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตัวใหม่นั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 ปี กว่าจะผ่านขั้นตอนยอมรับจากองค์การสาธารณสุขระดับนานาชาติ แต่ไม่แน่ใจว่ากรณีของไวรัสโคโรนา 2019 นั้น รัฐบาลจีนจะสร้างวัคซีนหรือไม่และจะสร้างแบบฉุกเฉินได้รวดเร็วแค่ไหน

 

           สรุปคือนักระบาดวิทยายืนยันว่า “ปิดกั้นคนจีน” ไม่ได้ช่วยป้องกันประเทศไทยจากเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ แต่ยิ่งกลับทำให้เกิด “อคติด้านลบ” และอาจเกิดความบาดหมางกลายเป็นความความสัมพันธ์ไม่ดีระหว่างกันในอนาคต ..

 

ทีมรายงานพิเศษ คมชัดลึก

27/01/2563

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน