*/
  • Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 4722
  • จำนวนผู้ชม : 8433703
  • จำนวนผู้โหวต : 2253
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2253 คน
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม 2551
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 1497 , 17:14:38 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ตั้งแต่วันที่ 25 เดือนที่แล้ว อันเริ่มมาจากการคัดค้านยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยเริ่มจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาปักหลักที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ จนกระทั่ง วันที่ 20 ที่ผ่านมา จึงได้ยกขบวนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล

เดิมนั้นรัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้รัฐสภาทำงานทั้งการอภิปรายทั่วไปของ สว. และการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน

จนในที่สุดคอการเมืองเรียกว่า "รัฐบาลจนตรอก" หรือ "ยุทธการไล่สุนักเข้ากรง" ทำให้รัฐบาลจำต้องเปิดสภาเพื่อให้วุฒิสภาและฝ่ายค้าน อภิปรายทั่วไป และอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะแรงกดดันจากกระแสสังคมมีมากจนอั้นไม่อยู่

ส่วนจะเป็นการแค่นเขียนกระทู้หรือกระเหี้ยนกระหือรืออภิปรายหรือไม่ ประชาชนชาวไทยก็ได้รับรู้กันแล้วว่า ฝ่ายค้าน สว. และพันธมิตรคิดยังไง

รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลคิดยังไง จะปรับครม.หรือไม่ นั่นก็แล้วแต่ว่า ตัวนายกรัฐมนตรียังเขินอายต่อคำแนะนำของสื่อมวลชนหรือไม่ ....

หากจะพูดถึงชัยชนะจากการกดดันรัฐบาล ตั้งแต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ การดำเนินคดีรัฐมนตรีข้อหาหมิ่นฯเบื้องสูง หรือแม้กระทั่งกรณีการลงนามรับรองในแถลงการณ์ร่วมการขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารของรัฐมนตรีต่างประเทศ

จากการฟ้องร้องศาลปกครองของฝ่ายพันธมืตร ทำให้รัฐบาลจำต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ยับยั้งการลงนามนั้นไว้เป็นการชั่วคราว

นั่นถือเป็นชัยชนะของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ซึ่งในวานนี้นี้ครม.ก็ลงมติให้ รมว.ต่างประเทศไปชี้แจงในที่ประชุมมรดกโลกด้วยตนเอง แต่จะได้ผลในทางกฎหมายหรือไม่ ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของรัฐบาลเขมร เพราะเมื่อลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว มันมีผลตามกฎหมายทันที การคัดค้านการขึ้นทะเบียนมาดกโลกฝ่ายเดียวจะมีผลหรือไม่ยังเป็นปัญหา

ส่วนการดำเนินการด้านอื่นๆ ทั้งฝ่าย สว. และพรรคฝ่ายค้าน ก็ดำเนินการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อมาตรา 190 หรือไม่ ล่าสุด ประธานรัฐสภาก็ได้รับเรื่องไปดำเนินการต่อเรียบร้อยแล้ว

ฟังเสียงนักวิชาการทางกฎหมายมหาชนแนวโน้มน่าจะออกมาทางบวกต่อฝ่ายต่อต้านค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาลก็ยังยืนยันว่า ...ครม. ไม่ผิด...แต่ก็นั่นแหละหลักการทางกฎหมายย่อมเป็นหลักการที่ยืนยงมาตั้งแต่อดีต

ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นักกฎหมายมหาชนเขียนบทความเรื่องนี้ความยาว  2 ตอนบ่งบอกว่า การลงนามในแถลงการณ์ร่วม คือการทำสนธิสัญญาและส่อว่าขัดต่อมาตรา 190 อย่างชัดเจนเพราะเรื่องนี้ รัฐบาลต้องนำเข้าปรึกษาหารือในรัฐสภาและต้องนำข้อมูลทั้งหมดให้ประชาชนได้ร่วมรับรู้

เรื่องนี้ฝ่ายค้านได้ดำเนินการตาม มาตรา154(1) และประธานรัฐสภาได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตั้งแต่ 16.00 น. วันที่1 กรกฎาคมแล้ว คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะพิจารณาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อมาตรา 190 ครม.ทั้งคณะมีโอกาสถูกถอดถอนได้ไม่ยาก เพราะเป็นการกระทำตามมติครม.

ตราบใดที่อำนาจตุลาการทำหน้าที่ได้ และได้รับการยอมรับ
ตราบนั้นระบอบประชาธิปไตยก็ยังสามารถดำเนินไปได้ ไม่ติดขัด

เพราะการใช้อำนาจตุลาการเป็นผู้ตัดสินข้อขัดแย้ง คือการทำตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

และนี่คือการคานอำนาจ การถ่วงดุลของอำนาจอธิปไตยทั้งสาม ตามรัฐธรรมนูญ ( มาตรา 3 ได้เพิ่มเติมข้อความให้ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการและองค์กรอื่นๆ ทำตามหลักนิติธรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มี )

วกมาเรื่องการชุมนุมหน้าทำเนียบนั้น ถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิ์ ของฝ่ายผู้ชุมนุมและฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ

ต่างฝ่ายก็อ้างความชอบธรรมในการต่อสู้ไม่ลดละ  แม้ฝ่ายรัฐบาลเองก็ใช้ทุกวิถีทางที่จะจำกัดการชุมนุม การเผยแพร่การถ่ายทอดสดของ ASTV แต่ก็ไม่มีผลใดๆ

ฝ่ายกองกำลังของ สส.ฝ่ายรัฐบาล จัดหน่วย นปก. และกลุ่มมหาประชาชน ดำเนินการต่อต้านการชุมนุมของพันธมิตรมาโดยตลอด

แต่หาได้ทำให้กลุ่มพันธมิตรที่ชุมนุมกันอยู่นานนับเดือนลดน้อยถอยลงไม่

เมื่อนักเรียน ครูอาจารย์จำนวน 10 คน ได้ไปยื่นร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว กรณีนี้ ศาลแพ่งโดยนายวรวิทย์ ฤทธิทิศ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งในคดีดังกล่าว ซึ่งระบุว่า

หลังจากที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวแล้ว เห็นว่าคดีนี้โจทก์ทั้งสิบ ฟ้องขอให้จำเลยทั้งหกรื้อถอนเวทีปราศรัย รวมทั้งขนย้ายสิ่งกีดขวางอื่นๆ ทั้งหมดที่ปิดกั้นบนถนน พระราม 5 และถนนพิษณุโลก ออกไปโดยอ้างว่า จำเลยทั้งหกกับพวกร่วมชุมนุม ปิดถนนดังกล่าวและตั้งเวทีปราศรัยประท้วงขับไล่รัฐบาลเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ทั้งสิบ และนักเรียน เพราะทำให้โจทก์ทั้งสิบ และเด็กนักเรียนไม่สามารถใช้ถนนได้ตามปกติ และเป็นการรบกวนการเรียนการสอนของ ร.ร.ราชวินิตมัธยม เพราะจำเลยทั้งหกกับพวกเปิดเพลง ปราศรัยถ่ายทอดเสียงผ่านเครื่องขยายเสียงที่ส่งเสียงดัง

 จึงขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยทั้งหกใช้เครื่องขยายเสียง ระหว่างเวลา 07.30 น.-14.30 น. กรณีนี้ จึงมีเหตุอันสมควรที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวมาใช้ในกรณีนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน หรือความเสียหายที่โจทก์ทั้งสิบและเด็กนักเรียน

อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 (2) จึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหกกับพวก เปิดพื้นที่จราจรบนถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก ให้โจทก์ทั้งสิบ รถยนต์โดยสารสาธารณะและประชาชนสามารถผ่านไปมาได้โดยสะดวก

และห้ามจำเลยทั้งหกกับพวกใช้เครื่องขยายเสียงในลักษณะที่เป็นการรบกวนการเรียนการสอนของโรงเรียนราชวินิตมัธยม ในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 07.30 น.-16.30 น. ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คำขอนอกจากนี้ให้ยก ให้คำสั่งศาลนี้มีผลทันที

*************************

แม้ทางหนึ่งเมื่อวานนี้ ทนายความฝ่ายพันธมิตรจะไปยื่นร้องคัดค้านที่ศาลแพ่งตามแนวทางการต่อสู้

แต่อีกทางหนึงฝ่ายพันธมิตรก็ได้รื้อถอนเต้นท์ จากเดิมที่กางเรียงราย ได้รื้อออกไปหมดแล้ว ส่วนเวทีก็มีการปรับเปลี่ยนเวทีให้มีขนาดเล็กลง และเปิดเวทีชุมนุมเมื่อเวลา 16.30 น. ตามคำสั่งศาล

ดูเหมือนว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตร จะรู้สึกดีใจ สะใจ ที่พันธมิตรต้องแพ้คดีนี้ แต่หากมองการต่อสู้ในภาพรวมก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ในทางการเมืองนั้น ฝ่ายรัฐบาลและบริวาร หาได้กระทำการใดๆ ที่ระคายเคืองพันธมิตรได้แต่อย่างใด เว้นแต่นำกลุ่มอันธพาล มาไล่ตีคนแก่และเด็ก ผู้หญิง จนฝ่ายพันธมิตรต้องจัดตั้งกองกำลังรักษาชีวิตและทรัพย์สินของกลุ่มพันธมิตรเอง

ส่วนการดำเนินการทางศาล ฝ่ายพันธมิตรดูเหมือนจะสะสมชัยชนะมาโดยตลอด

การปฏิบัติตามคำสั่งศาลของพันธมิตรครั้งนี้ น่าจะถือว่าระบบนิติรัฐยังใช้ได้ในสังคมไทย

สิทธิและเสรีภาพของบุคคลจะใช้ได้ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น

และเด็กนักเรียนก็ได้ใช้สิทธิ์นั้นและได้รับการตอบรับจากศาลดังกล่าว

ถึงที่สุด การใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ก็ยังคงใช้ได้เพราะศาลมิได้มีคำสั่งห้ามการชุมนุมแต่อย่างใด

การร้องค้านของฝ่ายพันธมิตรได้แถลงต่อศาลไปแล้วในวันนี้ ศาลสั่งให้มาฟังคำวินิจฉัยในวันนี้ เวลา 13.00 น.

การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด...การชุมนุมก็ยังจะมีต่อไป แต่อาจปรับเปลี่ยนยุทธวิธี เพื่อทำตามยุทธศาสตร์ใหญ่ นั่นคือ "ขับไล่รัฐบาล"

แต่ก็นั่นแหละครับการถอยกรูดๆของรัฐบาลยังมองไม่เห็นหนทางที่จะดึงดันอยู่ในอำนาจต่อไปได้ แม้จะผ่านคะแนนไว้วางใจจากเสียงในสภา แต่เสียงนอกสภานั้นรัฐบาลแพ้หลุดลุ่ย

และ...สุภาษิตของรัฐบาลไทยวันนี้ต้องขอบอกว่า

..".เดินตามเด็ก...หมาไม่กัด"...

แคน ไทเมือง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
vincentoldbook วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...


มอบแด่พันธมิตร ..

คำสั่งศาลออกมาเช่นนี้ก็ปฏิบัติตามเช่นนี้ ศาลท่านคงเห็นว่าช่วงกลางวันคนร่วมชุมนุมก็ไม่เยอะเท่าไหร่นักเพราะไฮไลท์ของการไฮปาร์คไปอยู่เสียหัวค่ำและช่วงดึก ท่านก็เลยอยากให้พันธมิตรออมแรงไว้มั่งล่ะมั้ง ฮา ...

จริงๆแล้วศาลแพ่งนี่เป็นศาลเพื่อการไกล่เกลี่ยโดยเฉพาะ ฉะนั้นการวินิจฉัยของศาลจะเป็นการตัดสินบนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันได้ในแต่ละฝ่าย ทั้งพันธมิตรและคุณครูโรงเรียนราชวินิต .. เราเปิดทาง งดใช้เสียง แต่ศาลก็ไม่ได้สั่งให้เรารื้อถอน หรือเลิกการชุมนุม นี่นา ..เพราะศาลแพ่งจะตัดสินขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้

สำหรับพันธมิตรการต่อสู้แบบ NON STOP อาจจะสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ !..ฉะนั้นช่วงกลางวันก็พักซะหน่อยก็ดี งดใช้เสียงหันไปจัดกิจกรรมเสริมความรู้ริมถนนแทน การถ่ายทอดสดก็หันไปเสนอรายการสนทนาวิพากษ์วิจารณ์ สนทนาปัญหาการเมือง หรือ สนทนาให้องค์ความรู้ด้านปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยโดยทั่วไปอยากทราบ .. ปัญหาแนวร่วมป่วนเมืองมาก่อกวนเป็นเรื่องที่ตำรวจต้องรับผิดชอบ หากตำรวจไม่สามารถคุ้มครองเราได้ และเกิดมีอันธพาลมาก่อกวนตอนนั้นเราก็สามารถที่ยื่นร้องต่อศาลเพื่อของให้ศาลคุ้มครองได้..

พันธมิตรไม่ต้องไปวิตกกังวลอะไรมาก เพราะยังไงซะตกเย็น หัวค่ำ ของทุกวันคนก็มาเยอะมากมายแน่นขนัดทุกคืนอยู่แล้ว โดยเฉพาะศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ อันนั้นต้องกระหน่ำไม่ยั้งเพราะคนเยอะมากๆ ..

ส่วนคนทางบ้านก็นั่งดูถ่ายทอดไปอย่างสนุกสนานเหมือนเดิมอย่าซีเรียส เรียนรู้ เอาความรู้ที่ได้รับไปขยายความต่อ ..ตอนนี้ความรู้เหล่านี้มันถูกถ่ายทอดออกไปอย่างต่อเนื่องจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จากบ้านหนึ่งไปสู่อีกบ้านหนึ่ง .. แนวร่วมพันธมิตรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คำค้าน คำแย้ง ตะแบงยัน ใดๆ ของกลุ่มคนที่ไม่ชื่นชอบแนวทางของพันธมิตร มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของอุปสรรคการต่อสู้ของภาคประชาชน ที่ยิ่งเมื่อรุกเขาหนักเขาก็ย่อมตอบโต้กลับมาหนัก ..

ยิ่งเราผลักให้เขาล้ม เขายิ่งยื้อฉุดรั้งพัลวันเพื่อไม่ให้ตนเองล้ม .. !! ฉะนั้น..กลยุทธตอบโต้เพื่อหวังโค่นล้มขบวนการประชาชนของฝ่ายพันธมิตรจากซีกรัฐ เราจะเห็นว่าช่วงนี้มีการนำเสนอผ่านกระแสสังคมด้านอื่นๆอีกหลายด้านหลากหลายรูปแบบ ตรงนี้พันธมิตรก็ต้องมาปรับกระบวนทัพและปรับหมากปรับเกมแก้ไขกันไป..แต่อย่าหยุดการเคลื่อนไหวการต่อสู้โดยเด็ดขาด หนำซ้ำเราต้องเพิ่มดีกรีความเข้มข้นของประเด็นการรุกไล่ให้มากยิ่งขึ้น .. ช่วงนี้กลางวันหากกลัวคนเหงาก็จัดดาวกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ ไปกระทรวงกลาโหม ไปกระทรวงการต่างประเทศ ไปกระทรวงมหาดไทย ไปสถานทูตกัมพูชา ไปอัยการสูงสุด ไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปกองทัพบก บ้างก็ดี ..

ช่วงกลางวันทางพันธมิตรควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการชุมนุมใหม่ การปิดล้อมทำเนียบเป็นสิ่งที่ควรยึดให้มั่นไว้ต่อไป แต่ควรจะแสดงมิติแนวคิดทางการเมืองใหม่ผ่านเต็นท์กิจกรรมให้ความรู้ต่างๆ

พันธมิตรควรเพิ่มกิจกรรมเสริมความรู้เรื่องปัญหาคอรัปชั่นของรัฐบาลชุดนี้ผ่านเต็นท์ต่างๆ จัดทำข้อมูลรวบรวมเป็นเอกสารแจก นำหนังสือคดีความที่ คตส.ยื่นฟ้อง แจกประชาชน ..เพราะช่วงกลางวันยังเหมาะที่จะเป็นตลาดความรู้สำหรับกลุ่มคนที่สัญจรไปมา หรือ แม้แต่กลุ่มคนที่ต้องการความรู้มาทำความเข้าใจเพิ่มเติม ..ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การต่อสู้ใหม่ในช่วงกลางวัน รุกคืบไปทางด้านวิชาการความรู้ น่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น ..

ส่วนกลางคืน ขอบอก..อย่าหยุดความมัน อย่าหยุดความดุดัน ได้โปรด !! ด่าให้หนักๆ !!


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ความเห็นคุณคำนูณนั้น ในความเห็นผม เป็นแค่ 1 ความเห็นไม่น่าจะถือว่าเป็นมติพันธมิตรฯ

แม่แต่เรื่องประชาธิปไตยใหม่ 70/30 ของคุณสุริยะใส ผมก็มองว่าเป็นแค่แนวคิดของคนๆ เดียว หรือเป็นการโยนก้อนหินถามทาง คงมิใช่แนวทางที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ เพราะต้องนำเรื่องพัฒนาการเมืองมาพูดคุยในวงกว้าง

สิ่งที่ควรฟังคือท่าทีพลตรีจำลอง ศรีเมืองมากกว่า หรือไม่ก็รอฟังแถลงการณ์ที่เป็นทางการครับ

อย่าลืมว่าการต่อสู้รอบนี้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุลและกลุ่ม ASTV ถอยไปอยู่แถวหลัง ปล่อยให้พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นผู้สรุปทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

เรื่องราวการเมืองห้วงนี้ดูสับสน มีการดำเนินการทางกฎหมายอยู่หลายเรื่องต้องค่อยๆ ลำดับความ

การชุมนุมจะมีต่อไปหรือไม่ ก็รอฟังคำคัดค้านของพันธมิตร ( น่าจะเป็นประเด็นเปิด/ปิดถนน มากกว่าประเด็นการใช้เครื่องเสียง )

การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 154 ( 1 ) กรณ๊รัฐบาลกระทำผิดมาตรา 190 ฝ่ายค้านจัดการแล้ว ผ่านประธานสภาถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว น่าจะมีผลในอีกไม่กี่วัน

การแก้ไขปัญหาเขมรยื่นจดทะเบียนมรดกโลก หากฝ่ายไทยยืนยันไม่ให้ความร่วมมือ ผลออกมาน่าจะเป็นการถอนเรื่องออกมาก่อน หรือต้องรอให้เจรจาการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนภายใน 2 ปี ( ยืดเวลาออกไป ) หากเจรจารอบหลังไม่สำเร็จ การขึ้นทะเบียนมรดกโลกคงไม่สำเร็จตามไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

นี่แหล่ะพธม ต้องปรับหมาก บทความของคุณ คำนูณนั่นแหล่ะ ที่น่ากลัว

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witphoto
APICHART AMMUAY Photographer Journalist

มืดมิดครับ...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

โปรดติดตามตอนต่อไป

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สุดเดช วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 11.26 น.

คห. ที่ 1 และ คห.ที่ 3
คุณลูกเสือหมายเลข 9
แสดงความคิดเห็นได้ดีมาก ๆๆ ครับ
น่าชื่นชมท่าน จริง ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สุดเดช วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 11.13 น.

สู้ต่อไปให้ชนะ เพื่องล้างบางคนโกงบ้าน กินเมือง
และทำการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็ง
อุปสรรคเป็นเรื่องปกติ ในเส้นทางของนักต่อสู้
สุดเดช ขอสนับสนุน วิถีทางของพันธมิตร ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ตาเรน วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net



เลือดเนื้อ...เป็นพิษ....

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ว.แหวนลงยา วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wachira89

อ่านบทความ คุณคำนูน สิทธิสมาน แล้ว น้ำตาซึม

เกิดความรู้สึก ที่บอกไม่ถูก สับสน แล วังเวง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวคำร้องของครูโรงเรียนราชวินิตมัธยม ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดถนนบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 กรกรฎาคม แกนนำพันธมิตร นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายพิภพ ธงไชย เดินทางมายื่นคำร้องเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองของศาลแพ่ง โดยเนื้อหามีดังนี้ ...

หลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้ง 6 เปิดการจราจรบนถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก เพื่อให้ประชาชนสามารถผ่านไปมาได้อย่างสะดวก และห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องขยายเสียงในช่วงวันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 07.30 -16.30 น. ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้คำสั่งมีผลทันที จำเลยทั้ง 6 รับทราบคำสั่งศาลแล้วเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ในมาตรา 63 บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ มาตรา 27 บัญญัติว่า สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดเจนโดยปริยายหรือโดยคำวินิจฉัยของศาล+รัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงและตรากฎหมาย การใช้บังคับและกฎหมาย และการตีความกฎหมายทั้งปวง และมาตรา 29 การจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ จำเลยทั้ง 6 จึงมีความประสงค์ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว

การใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้น มิได้เป็นการกระทำที่มิได้เป็นการกระทำที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้ความเสียหาย ถึงแก่ชีวิต แก่ร่ายกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด จึงไม่ใช่เป็นการละเมิดแต่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายมหาชน ซึ่งเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 11/2549 เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2551 วางบรรทัดฐานไว้แล้ว โดยโจทก์ทั้ง 10 ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต คดีนี้เป็นการกระทำของพรรคพลังประชาชนที่ต้องการสลายการชุมนุมของจำเลยกับพวก จึงได้มอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร อดีตผู้สมัคร ส.ส. และปัจจุบันเป็นรองโฆษกพรรคพลังประชาชน ทั้งนี้พรรคพลังประชาชนได้เชิดให้โจทก์ทั้ง 10 มาเป็นผู้เสียหายในการฟ้องคดี โดยให้นายเมธี ใจสมุทร น้องชายนายศุภชัย เป็นทนายความฟ้องคดี ซึ่งการสลายการชุมนุม เป็นวัตถุประสงค์ของพรรคพลังประชาชนการฟ้องคดีนี้ถือว่า พวกโจทก์มาศาลโดยมือที่ไม่สะอาด มิได้เสียหายจริงตามที่ฟ้อง

คำร้องระบุด้วยว่า พวกจำเลยเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีวัตถุประสงค์ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 70 บัญญัติว่า บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นการรวมตัวครั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชนชาวไทย ธำรงไว้ซึ่งเอกราชและความมั่นคงของชาติ การทำนุบำรุงรักษาศาสนา เทิดทูนพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และเป็นมิ่งขวัญของชาติ ทั้งนี้การที่พวกจำเลยออกมาชุมนุมเป็นเพราะพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรคเสียงข้างมากมีความประสงค์จะแก้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 มาตรา 309 และบทเฉพาะกาล ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวนำไปสู่การถกเถียงของประชาชนทั่วไป ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องด้วยวิธีการนำเสนอแก้ไข ไม่ต้องการให้ผ่านการลงประชามติ ทั้งยังเป็นการแก้ไขเพื่อให้มีผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานหรือองค์การตรวจสอบที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ และยังเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยังให้เกิดประโยชน์แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหนีการถูกยุบพรรคพลังประชาชน พรรคมัฌชิมาธิปไตย พรรคชาติไทย จึงเป็นการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของพวกตนโดยเฉพาะ ผิดจากหลักเกณฑ์ในการตรากฎหมาย เพราะการออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้ ซึ่งจำเลยได้แถลงเตือนไปยังรัฐบาลว่าไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ยังคงดึงดันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุผลที่จำเลยต้องระดมมวลชนเข้าคัดค้าน อันเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ การชุมนุมของจำเลยทั้ง 6 จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 70 และ 71

โดยการชุมนุมได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นมาโดยครั้งแรกชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเคลื่อนขบวนมาปักหลักพักค้างที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกความคิดที่จะแก้รัฐธรรมนูญแต่รัฐบาลก็ไม่ยอม กลับกระทำการต่างๆ ยั่วยุ อาทิ เข้าแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรม โยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) การปลด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำลังสอบสวนในคดีที่เกี่ยวพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในส่วนของต่างประเทศ ได้ย้ายอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และได้แต่งตั้ง นายกฤต ไกรจิติ ขึ้นเป็นอธิบดีแทน เพื่อให้มีการทำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำให้ไทยเสียดินแดนประสาทพระวิหาร จนต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง และทำการไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีรการคุ้มครองชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 984/2551

ท้ายคำร้องระบุด้วยว่า การชุมนุมครั้งนี้ได้สร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติหลายประการ อาทิ ประวิงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยสามารถประหยัดงบประมาณในการทำประชาพิจารณ์ ได้ถึง 2,400 ล้านบาท เรื่องการที่รัฐบาลยอมให้เปิดสภาให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องปราสาทพระวิหาร เรื่องการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ ซึ่งการชุมนุม รวมระยะเวลา 37 วัน กระทำโดยสงบไม่มีการเสียเลือด เสียเนื้อของประชาชนแต่อย่างใด ระหว่างการชุมนุมของจำเลย มีกลุ่มของประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล โดยกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) พยายามเข้ามาทำร้ายร่างกายของประชาชนที่ชุมนุมเรื่อยมา จึงมีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องปิดกั้นถนนบางส่วน เพื่อไม่ให้คนร้ายแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุมได้

แต่การปิดถนและการใช้เครื่องขยายเสียงก็ทำตามความจำเป็นเฉพาะในตอนกลางวัน ที่มีผู้ชุมนุมน้อย เครื่องเสียงบริเวณ โรงเรียนราชวินิต มัธยม และโรงเรียนอื่นๆ ก็ปิดหมด ผู้ฟ้องคดีอาจขาดความสะดวกสบายไปบ้าง แต่สามารถใช้เส้นทางอื่นมาที่โรงเรียนได้ ผู้ฟ้องคดีจึงมิได้มีความเสียหายตามฟ้อง ในทางกลับกัน จำเลยทั้ง 6 ตกปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแล้ว การชุมนุมของจำเลยทั้ง 6 จะกระทำไม่ได้เลย หากปล่อยให้รถเมล์ วิ่งผ่านที่ชุมนุม ก็อาจเป็นการเปิดช่องให้กลุ่ม นปก. แฝงตัวเข้ามาทำร้ายก็ผู้ชุมนุมได้ อันเป็นการยากที่จะรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของผู้ชุมนุม ส่วนการใช้เครื่องเสียงนั้น ปัจจุบัน พวกจำเลยไม่ได้เปิดเครื่องเสียงที่โรงเรียนราชวินิตฯ ในเวลา กลางวันแล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าว จำเลยขอให้ศาลได้โปรดยกเลิกคำสั่ง ตามคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ทั้ง 10 หรือกำหนดมาตรการอื่น เพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หมาเดือด วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oldhome

มีคนถามมาหลายคนว่า "ครูราชวินิตรู้จักการเสียสละหรือปล่าว"

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ในโรงเรียนราชวินิต ก็มีความเห็นหลากหลายครับ

เด็กราชวินิตบางคนก็ขึ้นเวที อดีตครูราชวินิตก็ขึ้นเวทีพันธมิตรครับ

ส่วนที่ไปเป็นพยานในศาลวันนี้ รู้สึกจะมีทั้งฝ่ายราชวินิต และ พาณิชย์พระนคร ไปเป็นพยานให้ฝ่ายพันธมิตร

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่น่าเชื่อว่าคุณคำนูณ"คิดได้แค่นี้"...
(เมนต์หลังอ่านที่ลุงแคนนำมาแปะ)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ฝากข้อเขียนคุณคำนูณ สิทธิสมานไว้ด้วยครับ
...........................................................
เมื่อ‘โรงเรียนของพระราชา’หยุดยั้งการชุมนุมของประชาชน ที่ยืนหยัดพิทักษ์ปกป้องราชบัลลังก์!

โดย คำนูณ สิทธิสมาน 1 กรกฎาคม 2551 13:36 น.
..................................................................

ช่างเป็น Irony of life กระไรเช่นนี้ที่ครูและนักเรียนของโรงเรียน “ราชวินิต” มัธยมจำนวนหนึ่งใช้สิทธิทางศาลเพื่อหยุดยั้งการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถ้าเป็นโรงเรียนอื่นผมคงไม่เห็นเป็นเรื่องผิดแปลกอะไรจนต้องขอแหกคิวเขียนถึงในวันนี้ แต่นี่ช่างบังเอิญอย่างร้ายกาจที่เป็น “ราชวินิต” ผมทนปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่บอกเล่าความเป็นมาคงไม่ได้

วินิต : ก. ฝึกหัดหรืออบรม, ทำให้ละพยศหรือละทิฐิมานะ, ปกครอง. (ป., ส. วินีต).

ราช, ราช-- : น. พระเจ้าแผ่นดิน, .... ฯลฯ

(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน)

แปลไทยเป็นไทยอย่างเอาความ “ราชวินิต” ก็อาจแปลได้ว่า สถานอบรมสั่งสอนของพระเจ้าแผ่นดิน หรือโรงเรียนของพระเจ้าแผ่นดิน หรือนัยหนึ่งโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์

ชื่อนี้ไม่ใช่ตั้งกันเองโก้ ๆ หากแต่มีความเป็นมา

“ราชวินิต” น่าจะเป็นนามพระราชทานตั้งแต่ประมาณปี 2506 !

แม้จะเป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้มีลักษณะพิเศษอย่างวชิราวุธวิทยาลัยหรือ ภปร.ราชวิทยาลัย แต่ก็เป็นโรงเรียนที่มาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการให้กันที่นั่งจำนวนหนึ่งในโรงเรียนนี้ไว้ให้บุตรหลานข้าราชการสำนักพระราชวัง

โรงเรียนราชวินิตเปิดทำการสอนครั้งแรกในระดับชั้นประถมศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2509 โดยอาศัยใช้สถานที่ของโรงเรียนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ขณะรอการก่อสร้างอาคารถาวรบนที่ดินสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณสวนเพาะปลูกของวังสวนกุหลาบ ถนนอู่ทองนอก ตรงที่วันนี้เป็นโรงเรียนราชวินิตประถม

ที่ดินบริเวณสวนเพาะปลูกดังกล่าว พื้นที่ใกล้เคียงกันส่วนหนึ่งพระราชทานแก่ข้าราชการสำนักพระราชวังที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัย โดยจัดสรรให้คนละ 60 – 62 ตารางวา ขณะนี้ก็ยังคงดำรงอยู่

บุตรหลานข้าราชการสำนักพระราชวังยังคงได้รับสิทธิพิเศษให้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนได้จนถึงทุกวันนี้

โรงเรียนราชวินิตย้ายมายังสวนเพาะปลูกวังสวนกุหลาบเมื่อปีการศึกษา 2510 !

นักเรียนรุ่นต่อ ๆ มามีความภูมิใจในโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ และมีความใกล้ชิดพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะเสด็จฯ มาร่วมงานประจำปีแทบทุกปี โดยส่วนใหญ่จะจัดที่สโมสรทหารบก สี่เสาเทเวศร์

ผู้อำนวยการของโรงเรียนคนแรกที่อยู่ยาวนานถึงประมาณ 20 ปีนอกจากจะเป็นข้าราชการสตรีสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังเป็นผู้ที่ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท แม้วันนี้จะชราภาพแล้ว ก็ยังรับใช้ถวายงานอยู่ในมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่มีท่านขวัญแก้ว วัชโรทัยเป็นประธาน ท่านผู้นี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้าให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล เมื่อ 2 เดือนก่อนผมยังไปกราบท่านที่บ้านแถวถนนงามวงศ์วาน ท่านยังแสดงความห่วงใยในบ้านเมืองและราชบัลลังก์

น่าเสียดายจริง ๆ ที่วันนี้ “ราชวินิต” ไม่มี “คุณหญิงพวงรัตน์ วิเวกานนท์” เป็นผู้อำนวยการ !

คุณหญิงท่านเป็นต้นแบบของนักการศึกษาที่ไม่เคยทิ้งปัจจัยความเป็นไปของสถานการณ์บ้านเมือง ไม่เคยเห็นว่าหน้าที่ของนักเรียนและครูมีเพียงเรียนหนังสือและสอนหนังสือตามตำรา หากแต่เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองและสภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่มนุษย์จะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และครูเองก็ต้องเป็นนักเรียนไปพร้อมกันด้วย

ที่สำคัญที่สุด มนุษย์จะต้องมีราก และไม่ลืมรากของตัวเอง !

ผมไม่แน่ใจว่าครูโรงเรียนราชวินิตมัธยมสามสี่คนกับนักเรียนจำนวนหนึ่งที่มาฟ้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์และความเป็นมาของ “ราชวินิต” แค่ไหนอย่างไรหรือไม่ ?

ไม่แน่ใจว่าท่านทั้งหลายมีทัศนคติอย่างไรต่อ “การเรียน” และ “การสอน” ?

รวมทั้งไม่แน่ใจว่าท่านติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน หรือคิดจะเสาะแสวงหาความจริงเกี่ยวกับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบ้างหรือไม่ ?

แต่อนุมานเอาว่า “ไม่” !

เพราะถ้าครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตมัธยมเหล่านี้มี “ความเป็นครู” และ “ความเป็นนักเรียน” ได้เพียงแค่หนึ่งในสิบของท่านผู้อำนวยการคนแรก – คุณหญิงพวงรัตน์ วิเวกานนท์ – พวกท่านก็ควรจะรู้ทั้ง “ราก” และรากฐานของความเป็น “ราชวินิต” และรู้ว่าการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่มีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ปลายปี 2548 นั้นเริ่มต้นมาจากประเด็นพิทักษ์ปกป้องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามนิติราชประเพณีและตามรัฐธรรมนูญ พัฒนามาเป็นการพิทักษ์ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่กำลังถูกท้าทายและรุกคืบจากระบอบประชาธิปไตยของปวงมหาประชาชนที่มีกลุ่มทุนสามานย์ยืนเป็นแบ็กอัป

ถึงครูและนักเรียนราชวินิตมัธยมไม่กี่คนนี้จะไม่แน่ใจในข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ก็ควรที่จะเดินมาแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยตนเอง หารือกันฉันมิตร เหมือนกับที่ผู้ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมวัดมกุฎกษัตริย์เคยปฏิบัติกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ไม่ใช่ติดอยู่กับกรอบ “รถติด”, “หนวกหู”, “สกปรก” และ “ไม่มีสมาธิในการเรียนการสอนตามตำรา” จนละเลย “ราก” ของความเป็น “ราชวินิต” !

แล้วแปรสภาพตัวเอง – ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ – ไปเป็นเครื่องมือทางยุทธวิธีตื้น ๆ ของกลุ่มทุนสามานย์

ในฐานะศิษย์เก่ารุ่นแรกของ “โรงเรียนของพระราชา” นาม “ราชวินิต” แห่งนี้ และในฐานะลูกชายคนเดียวของข้าราชการสำนักพระราชวังคนหนึ่งที่ยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานที่บริเวณสวนเพาะปลูก วังสวนกุหลาบ ให้เป็นที่ปลูกสร้างบ้านเรือนตั้งแต่ปี 2506 และได้ใช้สิทธิเรียนในโรงเรียนของพระองค์อยู่ 1 ปีเมื่อปีการศึกษา 2510 เขียนเรื่องนี้ไปด้วยน้ำตาคลอ

เกิดความรู้สึกเกือบอยากจะบอกแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่าเลิกเถอะครับ พี่น้องประชาชนเหนื่อยมามากแล้ว เมื่อคนมีหน้าที่และคนมีรากทั้งหลายเขาไม่ใส่ใจ ไม่ใยดี กระทั่งมาริเริ่มทำลายเสียเอง เราเดินมาสุดทางแล้ว เราทำหน้าที่ของประชาชนอย่างดีที่สุดแล้ว เราใช้หนี้แผ่นดินหมดแล้ว เราทำบุญหมดตัวแล้ว

ชาวราชวินิตหลายคนบอกว่าครูสามสี่คนและนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ว่ามานี้ไม่ได้ทำในนาม “ราชวินิต” โดยองค์รวม ก็...เข้าใจ แต่อยากจะถามกลับว่า....จะแสดงออกกันเพียงแค่นี้หรือ ?

ถ้าทำได้แค่นี้ ปล่อยให้คนไม่กี่คนมาใช้ชื่อ “โรงเรียนของพระราชา” มาหยุดยั้งการกระทำของพี่น้องประชาชนที่จงรักภักดียืนหยัดพิทักษ์ปกป้องราชบัลลังก์และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วหากการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีอันต้องสะดุดหยุดลงและไม่กลับมาอีก....

ประวัติศาสตร์หน้านี้จะบันทึก “ความเป็นราชวินิต” ไว้อย่างไร ???

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

แวะมาอ่านเฉยๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน