*/
  • Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 4722
  • จำนวนผู้ชม : 8235960
  • จำนวนผู้โหวต : 2249
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2249 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 766 , 21:55:00 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ลูกจ้างเสนอ 10 ประเด็นปฏิรูปประเทศ โวยไม่มีส่วนร่วมใน กก. ระบุไม่คาดหวังผล นักวิชาการแนะจัดขบวนแรงงานใหม่ ประสานแนวราบมากขึ้นรวมพลังกับลูกจ้างภาคเกษตร พร้อมหนุนแก้ กม.ให้เลือกตั้งตามพื้นที่โรงงาน กก.ปฏิรูปยุให้เคลื่อนไหว อ้างปฏิรูปไม่สำเร็จถ้าภาคประชาชนไม่ร่วม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดสัมมนาเรื่อง "อนาคตผู้ใช้ แรงงานกับการปฏิรูปประเทศไทย" โดยมีผู้นำแรงงาน นักสหภาพแรงงานและนักวิชาการประมาณ 100 คนเข้าร่วม

ทั้งนี้ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวรายงานว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นเกิดจากความเหลื่อมล้ำทำให้ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบ รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป แต่ยังไม่รู้ว่าผู้ใช้แรงงานจะได้ประโยชน์จากคณะกรรมการเหล่านี้หรือไม่ เพราะแม้แต่การเลือกกรรมการก็ยังไม่มีผู้แทนของผู้ใช้แรงงานเข้าไปร่วมเลย อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนช่วยกันถกเถียงว่ามีประเด็นใดบ้างที่ต้องช่วยกันผลักดัน เพราะผู้ใช้แรงงานไม่เคยได้อะไรโดยไม่มีการเรียกร้องหรือเคลื่อนไหว

"แม้เราไม่อยากคาดหวังอะไรมากนักกับคณะกรรมการเหล่านี้ แต่ก็ถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการผลักดัน" น.ส.วิไลวรรณกล่าว

น.ส.วิไลวรรณกล่าวว่า คสรท.ได้หารือกันและสรุปประเด็นที่เป็นข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานไว้ 10 ประเด็น ประกอบด้วย

1.สิทธิในการเลือกตั้งในพื้นที่สถานประกอบการ

2.การตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง

3.รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับ 87 และ 98 ซึ่งว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และว่าด้วยเรื่องการเจรจาต่อรอง

4.การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

5.รัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

6.การปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม

7.การปรับค่าจ้างที่เป็นธรรม

8.การคุ้มครองแรงงานนอกระบบ

9.การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ และ

10.การจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กในย่านอุตสาหกรรม

ขณะที่นายสุจิต บุญบงการ ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเมือง กล่าวเปิดสัมมนาว่า ในอดีตสังคมไม่ได้คำนึงถึงผู้ใช้แรงงานและยังมองติดลบ เช่น เป็นพวกฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นการมองที่ผิดด้าน แต่ระยะหลังเมื่อประเทศก้าวสู่สังคมอุตสาหกรรมซึ่งมีผู้ใช้แรงงานเป็นบุคคลสำคัญในความสำเร็จหรือความล้มเหลวเพราะเป็นผู้ลงมือลงแรง ดังนั้น หากต้องการพัฒนาประเทศไปสู่สังคมที่มีความก้าวหน้าในเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ แล้วจะให้คนงานเข้ามามีบทบาทอย่างไร

นายสุจิตกล่าวว่า การปรับปรุงการเลือกตั้งในแง่กฎหมายและรัฐธรรมนูญมักมีการลอกเลียนแบบต่างชาติ แทนที่จะคิดรูปแบบไทยๆ คือการทำให้ผู้เลือกตั้งต้องมีความเข้มแข็งและมีสำนึกในความเป็นพลเมือง ซึ่งไม่ใช่ผูกขาดอยู่แต่คนระดับบน สำหรับข้อเสนอที่ต้องการให้คนงานได้เลือกตั้งในเขตที่ตั้งของโรงงานนั้นเป็นข้อเสนอน่าสนใจ เพราะคนงานจำนวนมากไม่มีถิ่นที่อยู่ตายตัวในเมืองและย้ายไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เหมือนประเทศตะวันตกที่มีถิ่นอุตสาหกรรมที่แน่นอน แต่ของประเทศไทยยังสับสนเนื่องจากคนงานต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างเมืองกับชนบท หากต้องการให้ใช้สิทธิอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องอำนวยความสะดวกในส่วนนี้ ขนาดคนไทยในต่างประเทศยังใช้งบประมาณจำนวนมากในการให้สิทธิไปเลือกตั้ง แต่ก็มีคนมาใช้สิทธิไม่มาก

นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการแรงงานอิสระ กล่าวว่า การปฏิรูปแรงงานต้องมองที่โครงสร้างสังคม คือ สังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจและการเมือง ซึ่ง 2 ส่วนหลังอยู่ในระดับบน โดยโครงสร้างทั้ง 3 ส่วนไม่เอื้อกับคนงานส่วนใหญ่ และระบบเศรษฐกิจเป็นแบบทุนนิยมเสรีซึ่งเป็นระบบแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ทำให้คนส่วนน้อยได้ประโยชน์ ส่วนในทางการเมืองนั้น ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือ เน้นที่รูปแบบซึ่งดูคล้ายเป็นประชาธิปไตย แต่เนื้อหากลับเป็นเผด็จการเพราะคนส่วนน้อยเป็นผู้กำหนดแทนคนส่วนใหญ่ และมีการออกกฎเกณฑ์พิทักษ์คนส่วนน้อย

นายศักดินากล่าวว่า ในทางสังคมวัฒนธรรม ประเทศไทยอยู่ในระบบผสมผสานอุดมการณ์ทางการเมืองที่ตกค้างคือระบบอุปถัมภ์ค้ำชู คือมีผู้ที่อุปถัมภ์และผู้รับการอุปถัมภ์ ซึ่งผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ไม่น่าพอใจ เมื่อทั้ง 3 ส่วนไม่น่าพอใจจึงเป็นโจทย์ในการปฏิรูป ดังนั้น ต้องเปลี่ยนโครงสร้างทั้ง 3 ด้าน โดยระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีต้องเปลี่ยนแปลงให้ตลาดเดินหน้าไป แต่รัฐต้องเข้ามากำกับ และควรหาทางให้เกิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของคนในรัฐสภาไม่กี่คน หรือปล่อยให้ใช้อำนาจทางการเงินผ่านระบบพรรคการเมือง ส่วนโจทย์ข้อ

สังคมวัฒนธรรมนั้น ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมให้เกิดอุดมการณ์ที่ไม่ได้คำนึงถึงแต่สิทธิทางการเมือง แต่คำนึงถึงสิทธิทางวัฒนธรรมด้วย

"กระบวนการ 3 ปีถ้ายังกีดกันไม่ให้ผู้ใช้แรงงานเข้าร่วม ก็ไม่ค่อยมีความหวัง แต่คนงานก็อย่าไปหวังกับการปฏิรูปครั้งนี้นัก ต้องพึ่งตัวเองโดยการรวมตัวกัน ทุกวันนี้เรามีคนงานที่เป็นสมาชิกสหภาพเพียงเล็กน้อยคือ 1.3% ต้องคิดถึงการจัดตั้งใหม่ๆ เพื่อให้เป็นกระบวนการแรงงานทางสังคม ดึงเอาคนงานในภาคเกษตรเข้ามาเพื่อให้เข้มแข็ง การจัดขบวนการแรงงานก็ควรเปลี่ยนแปลงจากแนวตั้งมาสู่แนวราบ และอย่าคิดว่าคนอื่นจะมาเปลี่ยนแปลงให้เราได้" นายศักดินากล่าว

น.ส.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานทั้ง 10 ข้อ โดยเฉพาะการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งเป็นโอกาสที่แรงงานจะได้นำเสนอ แต่อย่าลืมว่าการปฏิรูปครั้งนี้เป็นผลผลิตจากความขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งยังไม่รู้ว่าแรงงานอยู่ส่วนไหนในโครงสร้างการแก้ไขปัญหา โดยโครงสร้างอำนาจทางการเมืองนั้น ทำให้คนงานอยู่ด้านนอก เนื่องจากโครงสร้างนี้ตกอยู่ในวังวน 3 เหลี่ยม คือ สถาบันทางประเพณี อำมาตยานุภาพ และอิทธิพลานุภาพ ซึ่งอยู่กันอย่างสมดุลเพราะมีโครงข่ายโยงใยกัน

และอยู่กันอย่างสงบสุขมานาน แต่ทำให้คนจำนวนมากไม่มีส่วนเข้าไป เพราะติดกรอบของทั้ง 3 ด้าน

น.ส.เวียงรัฐกล่าวว่า ขณะนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 3 เหลี่ยมนี้ โดยเริ่มเกิดความไม่มั่นคงของสถาบันทางจารีตที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ขณะที่อิทธิพลานุภาพนั้น แม้ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นได้เข้าสู่ระบบการเลือกตั้งมากขึ้น แต่ก็จะเห็นว่าประชาชนเริ่มเข้าใจและเข้าไปสู่ทางการเมืองมากขึ้น ทั้งนี้ การปฏิรูปคือการสร้างสมดุลใหม่โดยต้องทำให้ภาคพลเมืองเข้าไปอยู่ใน 3 เหลี่ยมนี้ให้ได้ ประชาธิปไตยแบบตัวแทนอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยแบบทางตรงซึ่งจะมาเสริมให้ประชาธิปไตยแบบตัวแทนเข้มแข็งขึ้น

นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข กรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า ลูกจ้างในภาคชนบทส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ และถูกครอบโดยระบบ จำเป็นต้องมีการปลดปล่อยตัวเอง ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและการมีงานทำ สถานการณ์ปัจจุบันมีความรุนแรงขึ้นทุกวัน แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 2 ชุด แต่ไม่เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หากประชาชนไม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อน แม้ในคณะกรรมการปฏิรูปไม่มีคนงานเข้าไปเป็นตัวแทน แต่หากมีการชงลูกเข้าไปและขับเคลื่อนก็จะเป็นประโยชน์ ตนเข้าไปทำงานปฏิรูปเพราะต้องการเป็นข้อต่อกับขบวนการต่างๆ รวมถึงขบวนการแรงงาน ซึ่งขณะนี้ยังมีการขับเคลื่อนเพียงประเด็นย่อยๆ ทำอย่างไรถึงจะเป็นขบวนใหญ่และเป็นรูปธรรม

นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ กรรมการปฏิรูปประเทศและกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า ในคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด มีการพูดถึงการปรับรายได้และให้ชีวิตคนงานดีขึ้นซึ่งในคณะกรรมการเชื่อว่าเป็นเพียงไม้ขีดก้านหนึ่งที่จุดประกายการปฏิรูปโดยเชื้อเพลิงคือการที่ประชาชนทุกภาคส่วนออกมาเคลื่อนไหวและลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตัวเอง

นายณรงค์กล่าวว่า มีเรื่องที่ต้องปรับตัว คือสังคมไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น มีความพยายามให้คนเกษียณที่อายุ 55 ปี ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่รู้จะไปไหนต่อ ภายใน 15 ปีจะมีประชากร 80 ล้านคน แต่กำลังแรงงานจะมีเพียง 40 ล้านคน ทำให้คนหนึ่งต้องเลี้ยงคน 2 คน มีทางออกเดียวคือต้องปรับรายได้ให้สูงขึ้นเพิ่มกำลังซื้อ ขณะที่กองทุนประกันสังคมในไม่ช้าจะมีเงินไหลออกมากกว่าไหลเข้า หากไม่เพิ่มค่าจ้างเงินก็จะหมดเร็วขึ้น และต้องมีการให้แรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยเพื่อเพิ่มเงินกองทุน

นายณรงค์กล่าวว่า ในทางการเมือง ผู้ที่ออกเสียงเลือกตั้งส่วนใหญ่คือลูกจ้าง แต่ไม่เคยมีนักการเมืองสนใจ และพูดแต่เรื่องเกษตรกร จริงๆ แล้วหากเปลี่ยนกฎหมายแค่วรรคเดียวคือไม่จำเป็นต้องให้ผู้ออกเสียงมีภูมิลำเนาในเขตนั้นๆ แต่ ส.ส.ไม่แก้เพราะส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด คนงานต้องสร้างความคิด จิตวิญญาณและการจัดตั้งขึ้นมา แต่น่าเศร้าที่เรามีสภาแรงงานอยู่ 12 สภาแรงงาน แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อขอส่วนแบ่งในงบประมาณหรือไม่ เมื่อสภาหนึ่งเดินหน้าอีกสภาก็ออกมาค้าน ทำให้สังคมไม่สนใจ

0000

ความเห็น...

ขบวนการแรงงานไทยยังไม่มีเอกภาพ...คงต้องรวมตัวกันใหม่ เผื่อจะได้มีแรงขับเคลื่อนนโยบายของตนเองบ้าง

เท่าที่เห็นพอดังเข้าหน่อยก็พลอยกลายเป็นลิ่วล้อนักการเมือง

ผลสุดท้ายผู้ใช้แรงงานโดยรวมก็ไม่มีพลังเพียงพอที่นักการเมือง-พรรคการเมืองจะหันมามอง

จั่งซี่มันต้องถอน...

แคน ไทเมือง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

หาความจริงใจจากนักการเมืองยากครับ
เพื่อนผมจะมาหาตอนเขาจะเลือกตั้งเท่านั้นจริงๆ
มางานชาวบ้านก็มาหาเสียง แรงงานก็เอาตัวเองจะไม่รอดเอาครับ ไหนจะสู้กับนายจ้าง ซึ่งเอาธุรกิจเป็นหลัก นักการเมืองก็เอาการเมือง พึ่งพาราชการก็รอนักการเมือง ยั่งซี่มันต้องถอนจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 04.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ มาจากสายแรงงานน่าจะสนใจเรื่องพวกนี้บ้าง เผื่อจะได้มีสมาชิกเพิ่มขึ้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Phoebus วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 04.13 น.
จะไล่นายกฯถามกูหรือยัง...หืมมม ถามยัง !?!

พรรคการเมืองใหม่ไง

ช่วยไม่ได้หรือไง

เห็นแต่ละคนเขาเก่งกันเหลือเกินนนหนิ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน