*/
  • Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 4722
  • จำนวนผู้ชม : 8221248
  • จำนวนผู้โหวต : 2249
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2249 คน
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม 2555
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 4988 , 02:46:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน goldenriver , Phong013 และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

อย่าให้พ่อกูกลับมาได้ก็แล้วกัน!

ไม่รู้ว่าผ่านตากันไปบ้างหรือยังกับบทความที่ชื่อ "ศาลเจ้า" ไม่ใช่ "ศาลราษฎร" ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่วางตลาดเมื่อสัปดาห์ก่อน
   
เนื้อหาน่าสนใจ ขอยกมาให้อ่านทั้งยวงนะครับ
   
"แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายตุลาการ เป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่ผูก?ไว้กับสถาบันพระมหากษัตริย์?เหมือนกับสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จึงเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่?คลุมเครือในระบอบประชาธิปไต?ย เพราะพระมหากษัตริย์ที่เป็น?ฐานของความศักดิ์สิทธิ์นั้น? คือพระมหากษัตริย์ในระบอบอื่น ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย
   
ศาลมักอ้างเสมอว่า พิจารณาพิพากษาคดี "ในพระปรมาภิไธย" ซึ่งแปลว่าอะไรไม่ชัดนักระห?ว่างผู้พิพากษาเป็นเพียง "ข้าหลวง" ที่โปรดให้มาทำหน้าที่แทน หรือพระปรมาภิไธยในฐานะที่เ?ป็นตัวแทนของอำนาจอธิปไตยขอ?งปวงชน  พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ "The People" ในศาลอเมริกัน หรือ "The Crown" ในศาลอังกฤษ เช่นเดียวกับพระบรมฉายาลักษ?ณ์ที่ติดไว้ในห้องพิจารณาคด?ีของศาลทุกแห่ง หมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ห?รือบุคลาธิษฐานของอำนาจอธิป?ไตยซึ่งเป็นของปวงชนชาวไทย
   
ความคลุมเครือเช่นนี้ลามไปถึงการแต่งกาย, ท่านั่ง, หรือคำพูดของผู้เข้าฟังหรือ?ร่วมในการพิจารณาคดีด้วย เช่น ห้ามแต่งกาย "ไม่เรียบร้อย", ห้ามนั่งไขว่ห้าง, ฯลฯ ทำให้ไม่ชัดนักว่าผู้เข้าฟั?งหรือร่วมในการพิจารณาคดี กำลัง "เข้าเฝ้า" หรือเพียงแต่อยู่ในห้องพิจา?รณาคดีของศาลในประเทศประชาธิปไตยกันแน่
   
"หมิ่นศาล" หมายถึงอะไรกันแน่ ระหว่างการหมิ่น "ข้า-หลวง" ซึ่งกำลังทำหน้าที่แทนพระเจ้าแผ่นดิน หรือ "ศาล" ในความหมายถึงกระบวนการพิจา?รณาคดี ที่หากไปขัดขวางด้วยประการต่างๆ ย่อมถือว่า "หมิ่น" เพราะทำให้กระบวนการดังกล่า?วไม่อาจดำเนินไปอย่างเป็นธร?รมแก่ทุกฝ่ายได้ ความคลุมเครือนั้นเป็นจราจร?สองทางครับ นอกจากทำให้ฝ่ายหนึ่งงงแล้ว? ก็ยังทำให้ตัวเองงงด้วย  อำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรม?นูญ หรือศาลอะไรก็ตามแต่ ในระบอบประชาธิปไตย ย่อมตั้งอยู่บนกฎหมายอย่างเ?คร่งครัด ไม่มากและไม่น้อยไปกว่าที่ก?ฎหมายกำหนด
   
แตกต่างจากรับสั่งของพระเจ้?าแผ่นดิน ซึ่ง "ข้าหลวง" ต้องตีความเอาเองว่า ทรงมุ่งประสงค์สิ่งใดกันแน่? แล้วก็ปฏิบัติให้ต้องตามพระ?ราชประสงค์
   
ความ "ศักดิ์สิทธิ์" ของศาลเพิ่งสร้างขึ้นไม่นานมานี้เอง หาได้เป็นมรดกตกทอดมาจากยุค?โบราณไม่
   
แต่ความศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกส?ร้างขึ้นไม่ใช่เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำหน้าที่ของตนต?ามระบอบประชาธิปไตย
   
แต่สร้างขึ้นเพื่อทำให้พ้นจ?ากการถูกตรวจสอบ จึงเอาไปผูกไว้กับสถาบันพระ?มหากษัตริย์
   
ซึ่งย่อมอยู่พ้นไปจากการถูก?ตรวจสอบเช่นกัน"
   
อ่านบทความชิ้นนี้จบ ผมคิดไปหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะอนาคตของประเทศไทย
   
ถ้าวันหนึ่งรัฐธรรมนูญของประเทศไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล โฉมหน้าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
   
แต่ยืนยันว่าต่างจากปัจจุบันแน่นอน!
   
คำว่า "ในพระปรมาภิไธย" มีการให้คำนิยามกันค่อนข้างหลากหลาย  และถกเถียงในเชิงวิชาการมามาก แต่ความเข้าใจไขว้เขวก็ยังคงดำเนินอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน
   
มีบทความอีกชิ้นที่อยากให้อ่านคือ ข้อเขียนของ นายสถิตย์ ไพเราะ ผู้พิพากษาอาวุโส
   
"เหตุใดกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงบัญญัติว่า  การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีต้องดำเนินการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ บัญญัติไว้เพราะเป็นไปตามแนวโบราณราชนิติประเพณีเดิมและเพื่อให้ศาลนำไปอ้างว่าเป็นผู้แทนองค์พระมหากษัตริย์หรือ นักกฎหมายควรจะต้องรู้ว่า ประเทศไทยปกครองโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เป็นระบอบประชาธิปไตย และพยายามจะเป็นนิติรัฐ ไม่ใช่ปกครองตามแนวโบราณราชนิติประเพณี ซึ่งเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฉะนั้นจึงต้องยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ไม่ใช่ยึดโบราณราชนิติประเพณีเป็นหลัก
   
เมื่อต้นปี  ๒๕๔๙ มีนักการเมืองและคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งทูลเกล้าฯ ขอนายกพระราชทานตามมาตรา ๗ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ โดยอ้างประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสอธิบายผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน  ๒๕๔๙ ว่า “ข้าพเจ้ามีความเดือดร้อนมากที่เอะอะอะไรก็ขอพระราชทาน  นายกฯ พระราชทาน ซึ่งไม่ใช่การปกครองแบบประชาธิปไตย ถ้าไปอ้างมาตรา  ๗ ของรัฐธรรมนูญเป็นการอ้างที่ผิด มันอ้างไม่ได้ มาตรา ๗ มี ๒ บรรทัด ว่า  อะไรที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญก็ให้ปฏิบัติตามประเพณีหรือตามที่เคยทำมา ไม่มี เขาอยากได้นายกฯ พระราชทาน เป็นต้น จะขอนายกพระราชทานไม่ใช่เป็นเรื่องการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นการปกครองแบบขอโทษพูดแบบมั่ว แบบไม่ ไม่ ไม่มีเหตุผล
   
ผมคิดว่าใครก็ตามที่ชอบอ้างโบราณราชนิติประเพณี และอ้างเลยไปถึงว่าเป็นผู้แทนองค์พระมหากษัตริย์ ควรจะอ่านพระราชดำรัสที่ผมอัญเชิญมาข้างบนนี้หลายๆ หน เพื่อจะได้เข้าใจใส่เกล้าฯ ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม เพราะมาตรา ๒๖  แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายตุลาการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นผู้พิพากษาไว้ว่า ต้องเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์ใจ ถ้าไม่รู้ว่าการปกครองแบบประชาธิปไตยคืออะไรก็คงเลื่อมใสไม่ถูกและขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้พิพากษา
   
ควรจะถามเสียก่อนว่า เหตุใดรัฐธรรมนูญจึงไม่บัญญัติว่า รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เหมือนผู้พิพากษา  ตุลาการ ทั้งๆ ที่อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารมีความสำคัญมากกว่า  เพราะเป็นผู้มีอำนาจออกกฎหมายให้คนทั้งประเทศต้องปฏิบัติตามรวมทั้งศาลด้วย ดังกล่าวมาแล้ว หรืออย่างน้อยก็เท่ากับอำนาจตุลาการ ดังจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติถึงอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารไว้ก่อนอำนาจตุลาการตลอดมา และตำแหน่งเฝ้า ประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีก็นั่งหน้าประธานศาลฎีกา
   
คำตอบ ก็คือเมื่อในทางทฤษฎีหรือทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ กำหนดให้  พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา และอำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี หมายความว่าในทางปฏิบัติ รัฐสภาและคณะรัฐมนตรีจะใช้อำนาจแต่เพียงผู้เดียวไม่ได้ ต้องทูลเกล้าฯ ให้องค์พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย  และประธานรัฐสภาหรือนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ จึงจะถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มิฉะนั้นตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ...
   
...และมีความหมายด้วยว่า ผู้รับสนองพระบรมราชโองการต้องเป็นผู้รับผิดรับชอบในการออกกฎหมายนั้นๆ หรือในการปฏิบัติราชการบริหารนั้นๆ หากมีคนใดไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะไปวิพากษ์วิจารณ์องค์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ การปฏิบัติเช่นนี้ในทางปฏิบัติสามารถกระทำได้ เพราะงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารที่ต้องทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่ละปีมีไม่มาก ต่างกับงานของศาล ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการ"
   
ที่จริงแล้วผมเห็นไม่ตรงกับท่าน นายสถิตย์ ไพเราะ ในหลายบทความของท่านที่เผยแพร่ในเว็บไซต์คณะนิติราษฎร์ แต่บทความชิ้นนี้ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์
   
เพราะในความจริงที่ว่าจะมีผู้พิพากษาสักกี่คนที่อ้างว่าตัวเองคือตัวแทนในหลวง และให้ปฏิบัติตัวกับเขาอย่างปฏิบัติกับสถาบัน อย่างที่บทความของอาจารย์นิธิเขียนถึง 
    
ผมไม่เข้าใจว่าอาจารย์นิธิใช้ความคิดในมิติไหน มาเหมารวมว่า การแต่งกาย, ท่านั่ง, หรือคำพูดของผู้เข้าฟังหรือ?ร่วมในการพิจารณาคดีนั้นลามมาจาก ความศักดิ์สิทธิ์ที่ผูก?ไว้กับสถาบันพระมหากษัตริย์สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
   
รวมถึงพระบรมฉายาลักษ?ณ์ที่ติดไว้ในห้องพิจารณาคด?ีของศาลทุกแห่ง ที่อ้างว่าคือที่มาของความคลุมเครือ
   
อย่าว่าแต่ศาลเลยครับ โรงแรมหรูห้าดาวลองลากแตะไปดูซิครับ ยามมันจะถีบกระเด็นกลับออกมา
   
น่าจะมีสักครั้งในชีวิตการเป็นครูของอาจารย์นิธิ ที่มีนักศึกษาแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยเดินเข้าไปพบในห้องทำงาน และนั่งตัวตรงฝั่งตรงข้ามที่โต๊ะทำงานของอาจารย์นิธิ และนักศึกษาคนนั้นใช้วาจาสุภาพเรียบร้อย เพราะเขาระลึกว่ากำลังคุยกับอาจารย์ผู้พร่ำสอนให้ความรู้เขาอยู่
   
ผมว่าต้องมี!
   
และต้องมีนักศึกษาที่ก้าวร้าว ที่ใส่รองเท้าแตะเสื้อผ้ายับยู่ยี่มาพบในห้องทำงาน และใช้วาจาสามหาว ไม่รู้ใครศิษย์ใครอาจารย์
   
ทำนองเดียวกับที่นายโอ๊ค พานทองแท้ เขียนในเฟซบุ๊กว่า “ไม่เป็นไรครับ...ขู่ได้ขู่ไป...อย่าให้พ่อกูกลับมาได้ก็แล้วกัน”
   
ที่จริงผมว่า แค่หัวเรื่อง "ศาลเจ้า" ไม่ใช่ "ศาลราษฎร" ก็บ่งบอกทั้งหมดแล้วว่า อาจารย์นิธิคิดอะไร เพราะ ๒ ศาลนั้นไม่เคยมี เว้นแต่ศาลสถิตยุติธรรม
   
นอกจากเขาคนนั้นไม่พอใจระบอบที่เป็นอยู่ แล้วติไปเสียทั้งหมด หยิบมาแม้กระทั่งการแต่งตัวสุภาพเข้าศาล นั่นแหละครับถึงพูดเรื่องศาลเจ้า ศาลราษฎร  ในความหมายที่ไม่ต่างไปจาก สี่แยกราชประสงค์-ราษฎร์ประสงค์ 
   
ครับ! ศุกร์ 13 นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะไปเป็นแขกรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐในประเทศกัมพูชา ฟังดูแปลกๆ แต่ที่ไม่แปลกคือ บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันมากันตรึม คงอยากแบ่งเค้กในอ่าวไทยให้เสร็จเร็วๆ
   
ผมเห็นข่าวเด็กกัมพูชาเสียชีวิตด้วยโรคลึกลับในเขมรแล้วถึง 64 ราย   ไม่ได้แช่งนะครับ ถ้าให้ผู้ใหญ่ไร้สำนึกตายเพราะโรคนี้แทน น่าจะเป็นการแลกที่คุ้มค่า แม้จะเป็นการแลกระหว่างผู้ใหญ่ไทยกับเขมรก็เถอะ.
                                         ผักกาดหอม



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คมเย็น วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 02.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

ไม่รู้ว่านายนิธิเพี้ยนเพราะแก่
หรือเพี้ยนเพราะเงิน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
9Charlie วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 01.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
นิธิเป็นคนที่ทำให้แน่ใจว่าที่เคยคิดมาตั้งนานแล้วว่าคนๆนี้"ไม่มีค่าควรฟัง" เป็นความจริง
แถมยิ่งแก่ ยิ่งเพี้ยนจัด

น่าดีใจแทนคุณอดีตภรรยาซึ่งถูกทิ้งไปขว้างเมื่อหลายปีก่อนเมื่อนิธิไปพบคนถูกใจคนใหม่
ป่านนี้ คุณพี่คนนั้นคงดีใจที่ไม่ต้องร่วมรับกรรมและเสียงก่นด่าในวันนี้
ขอให้คุณพี่มีความสุขสงบในชีวิต
อย่าไปเสียเวลา หรือเสียความรู้สึกสงสารคนแก่ที่ยิ่งแก่ยิ่งเลอะเทอะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

สังคมชื่นชมของแปลก

พอเห็นยศ ตำแหน่ง ก็ไม่ค่อยกล้าโต้แย้ง

ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วย

ทำให้คนแปลกๆ โด่งดังมีสาวก

สื่อบางกลุ่มก็ชอบของแปลก ขายบทความแปลก บทความอแหวกๆ เหมือนหนังสือแปลก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
frogman วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 17.54 น.

ไม่ต่างอะไรกับแกนนำเสื้อแดงที่มีมากมาย เราปล่อยให้คนอย่างนี้มีบทบาททางสังคมอยู่ได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

คนเก่งกับคนบ้า อยู่ใกล้ๆกัน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
แก้วตาดวงใจ วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faroong

เสียดายที่ที่เคยเสียเวลาอ่านข้อเขียนของคน ๆ นี้
อันตรายที่คนมีปากกา คนอาศัยคำว่าอาจารย์ แพร่ความคิดชั่วๆ ให้กับสังคม

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
supersup วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 13.25 น.

อะไรถูกคือผิด อะไรผิดคือถูก เห็นเขาบอกว่าทุกวันนี้ เรามีอีกโลกอีกใบหนึ่ง ที่โคจรอยู่คนละด้าน ถ้ามีจริง นิธิ ควรจะอยู่ที่นั่น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

เป็นถึงศาสตราจารย์ แต่ผลิตวาทกรรมสั่วๆ ได้ในระนาบ บก.ลายด่าง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
luerat วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผัดกาดหอมสรุปได้ดีมากครับ !!

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ไม่อ่านบทความของนิธิมานานแล้ว ตั้งแต่ได้เผยแนวคิดตรรกะที่ไม่สน ดี-ชั่ว
นิธิฟันธงว่าสีดำคือความชั่วร้ายที่ต้องกำจัด จึงหาเหตุผลต่างๆ นานาที่จะ
สรุปว่าสิ่งที่เห็นเป็นสีดำนั้นมันชั่วร้ายด้วยตรรกะอย่างนี้อย่างนี้
ไม่ได้พินิจให้ถ่องแท้ว่าสิ่งสีดำที่เห็นนั้นมีตัวตนของนิธินั้นบดบังแสงอยู่อย่างหมดสิ้น
ซึ่งเมื่อนิธิเดินออกไปมีแสงส่องมาให้เห็นเต็มๆ สิ่งนั้นแท้จริงสีขาวนวลน่ามองยิ่ง
ไม่ได้ดำสนิทดั่งที่นิธิกล่าวหานั้นเลย...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แสนคำนึง วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Seankumnueng

โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Payont วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

เป็นอาจารย์ไม่ชอบ ชอบเป็นอาจม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hayyana วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 07.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

นิธิก็ตีความออกไปแนวนี้ทั้งปี ของแบบนี้ไม่ใช่ 1+1=2
จะตีความเป็นอื่นก็ได้ ผมก็ไม่เห็นว่าศาลจะเกี่ยวอะไรกับเจ้า จึงเห็นต่างกับนิธิเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
MrTote วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

มันทำกันเป็นกระบวนการ สอดประสานกันทุกเรื่องทั้งที่ไม่เป็นเรื่องครับ!

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปวิภา วันที่ : 10/07/2012 เวลา : 04.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ให้รู้กัน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน