*/
  • Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 4722
  • จำนวนผู้ชม : 8367672
  • จำนวนผู้โหวต : 2251
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2251 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน 2555
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 4310 , 19:02:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Posted Image

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ในการปราศรัยเวทีประชาชน “เดินหน้า ผ่าความจริง หยุดล้มรัฐธรรมนูญ – ออกฎหมายล้างผิดคนโกง”
โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี
วันที่ 22 กันยายน 2555

กราบสวัสดีพี่น้องชาวลพบุรีที่เคารพทุกท่านครับ และกราบสวัสดีพี่น้องอีกหลาย ๆ ท่านที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่น ๆ
ทั้งที่ใกล้เคียงแล้วก็ทราบว่าหลายคนก็มากันไกลพอสมควร วันนี้ใจครับที่ได้มีโอกาสกลับมาที่ลพบุรีอีกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ซึ่งวันนี้พอดีเมื่อบ่ายผมไปหาคุณพ่อ คุณพ่อเลยฝากให้มาบอกว่า
คุณพ่อผมเคยเรียนหนังสืออยู่ที่นี่หลายเดือนนะครับ ฝากความระลึกถึงมาถึงพี่น้องชาวลพบุรีทุกท่านด้วย
ก็อยากจะขอเรียนกับพี่น้องครับว่า เวทีวันนี้และเวทีที่เราจัดทุกวันเสาร์ ก็เพื่อเอาความจริงมาบอกกับพี่น้องประชาชน
ในยุคที่บ้านเมืองเรา ยังมีแต่ความสับสน มีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือการนำเอาความจริงมา
เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านเมืองของเราต้องเสียหายไปมากกว่านี้

วันนี้ความจริงท่านอดีตเลขาธิการพรรค สุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นก็อยากจะมายืนอยู่ตรงนี้เหมือนกันครับ
แต่ว่าติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะกราบเรียนพี่น้องก็คือว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
หลังจากที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากก็เป็นห่วงเป็นใยว่าคุณสุเทพนั้นจะถูกวุฒิสภาถอดถอนหรือไม่
ก็ปรากฎพี่น้องคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วุฒิสภาได้ลงมติไม่ถอดถอนคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ

คุณสุเทพนั้นอยากจะฝากมาขอบพระคุณพี่น้องจำนวนมากที่เป็นกำลังใจให้ตลอดระยะเวลาที่จะต้องต่อสู้กับคดีนี้
ข้อกล่าวหานี้ รวมทั้งต้องไปชี้แจงแถลงไขต่อวุฒิสภา ถึง 2 ครั้ง ผมกราบเรียนพี่น้องครับว่า คุณสุเทพ และผม
ในการทำงานทางการเมือง เราก็ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรค เป็นเรื่องปกติธรรมดา แล้วก็ช่วงที่ผ่านมา
เมื่อเข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐบาล ความจริงแล้วก็มีการยื่นเรื่องเพื่อที่จะถอดถอน หรือเพื่อที่จะให้มีการลงโทษผม
และคุณสุเทพ หลายต่อหลายเรื่อง รวมไปถึงบางกรณีก็เป็นการกล่าวหา เพื่อให้นำไปสู่การยุบพรรคประชาธิปัตย์

สิ่งหนึ่งที่พี่น้องจะเห็นก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นผม ไม่ว่าจะเป็นคุณสุเทพ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์
เราไม่เคยใช้วิธีในการที่จะไปข่มขู่ ในการที่จะไปคุกคามใครก็ตามที่มาตรวจสอบผม ตรวจสอบคุณสุเทพ
หรือตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ เราถือว่า ถ้าใครเห็นว่าเรากระทำความผิด ทำไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ของเขา
ตรวจสอบทางกฎหมาย จะยื่น ปปช. จะยื่น กกต. จะไปแจ้งความ จะไปฟ้องศาล เราก็จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม
เพราะบ้านเมืองจะอยู่ได้ก็ด้วยการมีกฎ กติกา และจะอยู่ได้ก็ด้วยการที่ทุกคนยอมรับกฎ กติกา

แต่ที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ก็เพราะบางคน บางกลุ่ม ไม่ยอมรับกติกา ผมเห็นป้ายเมื่อสักครู่เขียนบอกว่า
ผมไม่ใช่จำเลย แต่ทักษิณ คือจำเลยตัวจริง นี่ไม่ได้มานะครับ แต่เป็นประเด็นที่ผมกำลังอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนว่า
บ้านเมืองจะต้องอยู่กันด้วยกฎ กติกา กฎหมายและการยอมรับการตรวจสอบ เป็นมั้ยล่ะครับว่า การกระทำ พฤติกรรม
ของ 2 ฝ่ายขณะนี้มันต่างกัน ผมเพิ่งบอกไป คุณสุเทพ ถูกกล่าวหา ปปช. ชี้มูลถึงขั้นเข้าไปวุฒิสภา
คุณสุเทพก็ทำเอกสาร ทำหนังสือ เข้าไปชี้แจงต่อวุฒิสภาด้วยความเรียบร้อย ด้วยความสุภาพ
ไม่ต้องมีใครไปก่อม็อบ ไปกดดัน ไปข่มขู่ ไปคุกคาม เพื่อที่จะบอกว่า ห้ามเอาผิดคุณสุเทพ

แต่ปรากฎการณ์ในช่วงที่ผ่านมา เวลาฝ่ายอีกฝ่ายหนึ่งถูกกล่าวหา ถูกตรวจสอบ เกิดอะไรขึ้น

ประเดี๋ยวคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็คงจะต้องมาพูดในบางเรื่อง แต่อย่างเมื่อวันอังคารนี้
ในขณะที่กำลังมีการพิจารณาถอดถอน คุณสุเทพ อยู่ในวุฒิสภา ปรากฎว่ามีนายตำรวจคนหนึ่ง
ซึ่งถูกคนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายกฎหมายไปยื่นให้มีการตรวจสอบ ตรวจสอบว่าที่ไปให้คุณทักษิณติดยศ
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นตำรวจ และคุณทักษิณเป็นนักโทษหนีคดี มันถูกต้อง มันเหมาะสมหรือไม่ กับใช้วิธีออกข่าวว่า
จะมาบุกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มาคนเดียวด้วย คืนก่อนนั้นมีคนโทรศัพท์มาฟ้องผมมากมาย บอก สน.นั้น สน.นี้
เขาเกณฑ์กันไป สน.ละ 20 คน 50 คน และวันนั้นผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขึ้นรถตู้กันมาตามคำสั่ง
ตามการกะเกณฑ์ของผู้บังคับบัญชา ที่จริงก็แปลกละครับ ตำรวจเขาบอกว่าจะต้องมากันเป็นร้อยเป็นพัน

ผมก็แปลกใจว่า ภารกิจของตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อย ความเป็นอยู่ของประชาชนไม่มีแล้วหรือ

แต่ปรากฎว่า ...
เมื่อมีสมาชิกของพรรค ทราบข่าวก็เป็นห่วงเป็นใย ก็มารวมตัวอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ทำไปทำมา เขาก็เลยไม่มาครับ
มอบหมายลูกน้องให้มายื่นหนังสือ กับคุณวิทยา แก้วภารดัย แต่ไม่วายนะครับ วันนั้นหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไป
ก็ยังไปกล่าวหาอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปเกณฑ์คนมาหัวละ 300 ที่พูดนี่เลยเป็นห่วงอาจารย์ผ่องศรีว่าวันนี้หมดไปเท่าไหร่
ถ้าไม่จ้างมา ส่งเสียงดัง ๆ ให้ทุกคนได้ยินหน่อย

แล้วผมจะบอกเพื่อยืนยันด้วยครับว่า วันนั้นที่เขาหาว่าจ้างมาหัวละ 300 นั้น ผมรู้แต่ว่าตอนใกล้ ๆ เที่ยง
รองผู้อำนวยการพรรค ต้องเอาเอกสารมาให้ผมเซ็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นี่แหละครับ เขาบอกว่าคนที่มานั้น
เห็นว่ามาแล้ว เห็นว่าน้ำจะท่วม ขอบริจาคเงินให้ มรว. เสนีย์ ปราโมช หมื่นบาทครับ ผมก็เลยอยากจะบอกว่า
ถ้าอย่างนั้นวันหลังใครจะบุกประชาธิปัตย์ประกาศอย่างนี้ล่วงหน้าอีก เผื่อผมจะได้อีกหลายหมื่นไปช่วยพี่น้อง
ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม

ผมจึงอยากจะบอกกับพี่น้อง แล้ววันนี้ก็จะต้องลำดับให้เห็นถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายปรองดอง
ทั้งปรองดองของจริง ปรองดองของปลอม เพราะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีหลายเรื่องหลายราวที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนก็สอบถาม เพราะเมื่อวันจันทร์ มีทั้งคำสั่งศาลในการไต่สวนกรณีการเสียชีวิต
ในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองกรณีหนึ่ง กับรายงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อความปรองดองอีกกรณีหนึ่ง

ผมจึงจะต้องเอาเรื่องเหล่านี้มาพูด แล้วพี่น้องจะได้เห็นชัดเจน

วันนี้บังเอิญว่าในช่วงสาย ๆ ผมนั่งประชุมอยู่ที่พรรคฯ ก็มีข่าวขึ้นมาบอกว่า คุณทักษิณ ซึ่งผมสันนิษฐานว่าอยู่ที่สิงคโปร์
เห็นว่าจะไปดูรถแข่ง ความจริงเขาเชิญผมมาด้วย โชคดีผมไม่ค่อยชอบดูรถแข่งเท่าไหร่ ผมตัดสินใจไม่ไป
เพราะผมไม่รู้ ไม่งั้นป่านนี้คนเชิญอาจจะให้ผมนั่งดูรถแข่งกับคุณทักษิณ กับ ร.ต.อ.เฉลิม ไปแล้ว
เดี๋ยวจะเกิดกรณีปรองดองปลอมขึ้นที่สิงคโปร์ แต่ข่าวบอกอย่างงี้ครับ ข่าวบอกคุณทักษิณบอกว่า 98 คนที่เสียชีวิต
ในเหตุการณ์การชุมนุม ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายเป็นผู้เสียสละ แล้วก็บอกว่า ต้องการที่จะให้เอาคนที่สั่งการฆ่าคนเหล่านี้มาลงโทษ
ผมก็เลยบอกอย่างนี้ครับว่า 98 คนที่เสียชีวิตจะเป็นใครก็ตาม เป็นความสูญเสียที่ผมบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า...
ไม่ว่าผม ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ ทหาร ตำรวจในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล
ไม่มีใครต้องการให้เกิดความสูญเสียนี้เลยแม้แต่รายเดียว และหลายคน ผมก็ถือว่าเป็นคนที่แสดงออกถึงความเสียสละ
ผมไม่สามารถไปเอ่ยชื่อหลาย ๆ คนได้ แต่หลายคนที่อยู่ในใจของพวกเรา ก็คือ คุณร่มเกล้า ใช่มั้ยครับ พี่น้องครับ
ที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องการรักษาความสงบ แต่ถูกฆ่าโดยอาวุธสงคราม และกรณีของคุณกมนเกด ซึ่งเสียชีวิตจะใน
หรือหน้าวัดปทุมฯ สุดแล้วแต่ ผมก็ทราบว่าเขาเป็นอาสา เป็นพยาบาล เขาก็ไม่ควรจะเสียชีวิต

แต่สิ่งที่คุณทักษิณพูด คุณทักษิณไม่พูดให้หมดว่าการเสียชีวิตมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ใครเป็นคนวางแผนแนวทาง
การทำงานทางการเมืองที่ทำให้ไม่ว่าประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมาเสียชีวิต สังเวยความต้องการของคนบางคน
ที่จะเอาเหตุการณ์อย่างนี้มาใช้ประโยชน์ทางการเมือง คน ๆ นั้นแหละครับ จะต้องรับผิดชอบ เพราะผมยืนยัน
เพราะผมยืนยันว่า พวกผมทุกคนยอมรับกระบวนการยุติธรรม ศาลไต่สวน พนักงานสอบสวนไปพิจารณาได้
ใครถูก ใครผิด ผม คุณสุเทพ พร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ผมถามหาคนที่ไม่ยอมกลับมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมในคดีเหตุการณ์นี้
ซึ่งเป็นข้อหาเรื่องการก่อการร้าย คน ๆ นั้นชื่อ ทักษิณ ชินวัตร กลับมาด้วยสิครับ กลับมาด้วยสิครับ
กลัวอะไรถึงไม่กลับมา ติดคุกก็สู้คดีได้ ติดคุกก็ใช้สิทธิ์ทางกฎหมายได้ หายไปไหน หนีไปทำไม หรือกลัวความจริง

เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องพูดกันให้ชัด ต้องพูดกันให้ชัดว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งพี่น้องที่ติดตามข่าวสารจำได้ดีอยู่แล้ว
ว่าอะไรเป็นอะไร แต่วันนี้มีขบวนการที่จะสร้างความสับสน กรณีคำสั่งศาล ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์
มีประชาชนรายหนึ่งเสียชีวิตบริเวณถนนราชปรารภ ในช่วงการชุมนุมเดือนพฤษภาคม ศาลไต่สวนมีคำสั่งว่า
ศาลเชื่อว่า เสียชีวิตจากฝีมือของเจ้าหน้าที่ซึ่งไปปฏิบัติงานตามคำสั่ง ศอฉ. ตรงนี้แหละครับ ก็เลยมีคนบางกลุ่ม
หนังสือพิมพ์บางค่าย ไม่ต้องเอ่ยนาม แต่คือเจ้าเก่า มติชน ข่าวสด หรือเราห้ามพูดชื่อจริง จะได้เรียก มติชิน กับ ข่าวปด

เขาบอกว่านี่ไง ตกลงไม่มีชุดดำ เป็นเรื่องการสั่งการไปฆ่าประชาชน ผมบอกว่า คุณกลับไปอ่านคำสั่งศาลใหม่
ในคำสั่งของศาลในการสืบพยานซึ่งเป็นการไต่สวนฝ่ายเดียว ศาลบรรยายอย่างนี้ครับ ...
บอกศอฉ.ขณะนั้นกำลังปิดล้อมพื้นที่ไปตั้งด่าน ช่วงค่ำของวันที่เกิดเหตุ มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ไป
ในทิศทางของด่านด้านนั้น คือประมาณดินแดง ต่อเนื่องมาทางราชปรารภ ประตูน้ำ
เพราะฉะนั้นข้อแรก ไม่มีใครอื่นยิงหรอกครับ เอ็ม 79 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่เคยใช้เอ็ม 79
แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า คนชุดดำใช้ เอ็ม 79 ตลอดเวลา แล้วถามว่า เอ็ม 79 นั้นฝ่ายไหนใช้
ผมก็เคยชี้ให้เห็นแล้ว จำได้มั้ยครับ วันที่พันธมิตรชุมนุม เอ็ม 79 จะถูกยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม
แต่วันที่เสื้อแดงชุมนุม เอ็ม 79 มันจะยิงออกมาจากฝ่ายผู้ชุมนุม พอเกิดการยิงขึ้น มีการข่าวรายงานว่าจะมีรถตู้ขนคนมีอาวุธ
เข้ามาสู่พื้นที่บริเวณการชุมนุม ปรากฎว่าหลังจากนั้นไม่นานมีรถตู้คันหนึ่งปรากฎ แล้วก็มุ่งหน้าเข้ามา
ตอนแรกไปจอดพักอยู่อาจจะประมาณ 10 กว่านาที แล้วก็ถูกเตือนว่า พื้นที่ตรงนี้กำลังถูกปิดล้อมป้องกัน
ไม่ให้มีการเข้าไปสมทบในการชุมนุม อย่าได้เข้ามาในพื้นที่นี้ แต่ในที่สุด รถตู้ไม่ฟัง หรืออ้างว่าไม่ได้ยินคำเตือน
ทั้ง ๆ ที่มีพยานบอกว่ามีการกระจายเสียง สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะวิ่ง พูดง่าย ๆ คือจะฝ่าด่านทหารเข้ามา
ก็เกิดการยิงขึ้น ไม่ได้มีใครยืนยันบอกได้ว่าใครคนไหนเป็นคนยิง แต่บุคคลที่เสียชีวิต
เขาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขามาจอดแท็กซี่ไว้ เขาไปอยู่ในสำนักงานของคอนโดหนึ่ง
พอมีเสียงยิงกัน เขาวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ แล้วก็จึงเสียชีวิต นี่คือสิ่งที่ศาลบอกว่า
ศาลเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และศาลก็บอกว่าที่เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพราะฟังจากพยานโดยเฉพาะตำรวจ
ที่ไปบอกว่าบริเวณนั้นมีแต่เจ้าหน้าที่ทหาร

ข้อเท็จจริงตรงนี้ ขั้นตอนตรงนี้เมื่อศาลสั่งอย่างนี้ โดยปกติ พนักงานสอบสวนจะเป็นดีเอสไอ หรือจะเป็นตำรวจ
ก็จะต้องไปทำงานกับอัยการต่อ ถ้าเป็นวิธีการ กระบวนการทุกคดีตามปกติ ก็ต้องทำอะไรครับ เขาก็ต้องไปหาว่า
เจ้าหน้าที่คนไหนยิง มีความผิดหรือไม่ ที่ยิงไปนั้นมีความผิดหรือไม่ เพราะเขาต้องไปดูเหตุการณ์สถานการณ์ทั้งหมดว่า
ขณะนั้นเกิดอะไรขึ้น มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน มีการประกาศเตือนเป็นการยิงเพราะอะไรอย่างไร ถ้าผิด เขาก็จะดูต่อไปว่า
ผิดนั้นเป็นเพราะคำสั่งหรืออะไรหรือไม่

วันนี้หนังสือพิมพ์ 2 ฉบับนั้นพยายามที่จะให้คนเข้าใจว่า ศาลบอกว่า ศอฉ. สั่งเจ้าหน้าที่ให้ไปยิงแท็กซี่ ไม่ใช่แล้วครับ
ไม่มีตรงไหนเลยครับ ถ้าอ่านจากคำสั่งของศาลที่บอกว่า ศอฉ. หรือใคร สั่งให้ไปยิงแท็กซี่ มีแต่คำสั่ง ศอฉ.
ในเชิงนโยบายว่า กำลังปิดล้อมพื้นที่ ตั้งด่าน ไม่ให้คนเข้าไป และในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุก็ต้องไต่สวนว่ากันไป
สอบสวนกันไปว่าอะไรเกิดขึ้น ผมถามว่าพี่น้องนั่งอยู่ตรงนี้ใช้สามัญสำนึก ผมถามว่าจากเหตุการณ์ที่เล่ามา
ตรงไหนครับที่บอกว่ามีการเจตนาฆ่า ตรงไหนครับ ไม่มี เพราะฉะนั้นเวลานี้ที่พูดกันไปเรื่อยนี่
ผมก็ฟัง ดีเอสไอ พูดบ้าง รองฯ เฉลิม พูดบ้าง ก็พยายามจะชี้นำไปให้สังคมไขว้เขว

โดยเฉพาะ ดีเอสไอ นั้น ผมก็เป็นห่วง เป็นห่วงอธิบดีธาริต ทำไมถึงห่วง ทำไมถึงห่วง เพราะถ้าอธิบดีธาริตบอก ศอฉ.
สั่งให้คนไปยิงแท็กซี่ ผมจะบอกให้พี่น้องทราบว่า ผมไม่ได้เป็นกรรมการ ศอฉ.
แต่นายธาริต เป็นกรรมการ ศอฉ. ประชุมอยู่ด้วย ก็เลยเป็นห่วงครับ ก็อยากจะบอกว่า...
นี่แหละครับ ที่เราต้องเอาความจริงมาพูด แต่ถ้าอยากถามว่า ไอ้กรณีประเภทสั่งไปฆ่านั้น กรณีไหนอย่างไรบ้าง
บังเอิญก็วันอังคารที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปที่ทำเนียบ นายกฯ ยิ่งลักษณ์เชิญไปเพื่อไปให้ข้อมูลเรื่องภาคใต้
ผมก็ไปให้ข้อมูลชัดเจน เสนอแนะเยอะแยะ แล้วก็พูดตรงไปตรงมาครับ ไม่ต้องมีอะไรปิดบัง
ผมพูดตั้งแต่ต้นว่า ภาคใต้นั้นเมื่อปี 43 ตอนท่านนายกฯ ชวนเป็นนายกฯ นั้นเกือบจะสงบอยู่แล้ว
มีเหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 10 กว่าครั้งต่อปี ไม่มีคนเสียชีวิต แต่ที่ภาคใต้ ไฟใต้ลุกขึ้นมาใหม่
เป็นเพราะนโยบายกำปั้นเหล็กของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งทักษิณ ชินวัตร ก็สารภาพแล้วว่า ผิดพลาดกับนโยบายกำปั้นเหล็ก

แล้วผมจะบอกว่า ไอ้ช่วยนโยบายกำปั้นเหล็กนั้น หลายเหตุการณ์เกิดขึ้น อยากเห็นตัวอย่างการสั่งฆ่าประชาชน
ไปอ่านประวัติศาสตร์กรณีกรือเซะ และตากใบครับ ผมยังบอกด้วยว่า ความจริงเรื่องกรือเซะ ตากใบนั้น
ถ้าไม่อยากให้เป็นเงื่อนไขในการถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตีอีก ผมก็แนะไปเหมือนกันบอก
ถ้าอย่างนั้นรองนายกฯ เฉลิม ลองไปเอาคนสั่งการกรณี กรือเซะ ตากใบ มาขึ้นศาลลงโทษบ้างจะดีไหม
เพราะกรณีนั้นมีหลักฐานว่ามีคนพูดว่าฝ่ายนโยบายเห็นด้วยกับการที่เข้าไปยิงในมัสยิด
นี่แหละครับคือความจริงที่ต้องพูดกัน ไม่ให้พี่น้องประชาชนเกิดความไขว้เขว แล้วก็อยากให้พี่น้องสบายใจครับ
เพราะว่าผมกับคุณสุเทพ แม้เรารู้ว่าขณะนี้บางหน่วยงาน อาจจะมีธงที่ถูกมอบมาจากทางฝ่ายการเมือง
อาจจะมีความตั้งใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง แต่เราจะต่อสู้ไปตามสิทธิ ตามกฎหมายของเรา ตามกระบวนการยุติธรรม

เขาตั้งเป้าที่จะเล่นงานผมกับคุณสุเทพ ผมพูดมาหลายครั้งในหลายเวที แต่เราพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริง
แล้ววันนี้ความจริงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นครับ เพราะเวลาเราพูดถึงการปรองดอง
ความปรองดองที่แท้จริงต้องเริ่มจากความจริง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมตอนผมเป็นนายกฯ เหตุการณ์จบลง
ผมจึงบอกว่า ต้องตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลางมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง
ผมก็ตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า คอป. ขึ้นมา มีอ.คณิต ณ นคร เป็นประธาน ท่านเป็นคนเลือกกรรมการเอง
ตั้งอนุกรรมการเอง ผมยอมรับช่วงแรก เสื้อแดงแกนนำบางคนบอกไม่ยอมรับกรรมการชุดนี้ รัฐบาลประชาธิปัตย์ตั้ง

แต่หลังจากทำงานไปพักหนึ่ง มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ปรากฎว่ารัฐบาลของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แถลงนโยบายต่อสภา
เรื่องการปรองดองว่า จะสนับสนุนการทำงานของ คอป. เพื่อนำไปสู่การปรองดอง

ทำไมถึงทำอย่างนั้นล่ะครับ เพราะหลังจากที่ คอป. ทำงานไประยะหนึ่ง ปรากฎว่าฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน
และคนเสื้อแดงบางส่วนไปสัมผัสกับกรรมการ ไปให้ข้อเท็จจริง ก็คิดว่าคณะกรรมการชุดนี้ก็คงจะเสนออะไรหลายสิ่ง
หลายอย่างที่ตัวเองพึงพอใจ บางเรื่องเขาเสนอเช่นเรื่องเยียวยา พอเขาเสนอปั๊บ ว่าไงครับ สนับสนุน
เอาไปให้รองนายกฯ ยงยุทธ กรรมการรัฐบาลตั้งเองไปดูรายละเอียด ปรากฎว่าทำไม่ได้ตรงกับที่ คอป. เขาบอกหรอกครับ
แต่เวลาถูกถามว่าทำไมไปเยียวยาเสื้อแดง มีคนนั้นคนนี้ไปท้วง เขาบอกว่าไง เขาบอกว่า ทำตาม คอป. เสนอ
คอป.ไปเสนอว่า ผู้ถูกคุมขังบางส่วน ควรจะได้รับสิทธิในเรื่องการประกันตัว ก็มีการปล่อยเสื้อแดง
พอปล่อยก็บอกว่ายอมรับข้อเสนอของ คอป.

คอป.บอกว่า นักโทษบางส่วนที่ไม่ถูกปล่อยตัว ทำความผิด น่าจะมีเหตุมูลเหตุจูงใจทางการเมือง อาจจะมีการแยกขัง
รัฐบาลก็ไปดำเนินการแยกขัง แล้วก็อ้างว่า ทำตามข้อเสนอของ คอป.

แต่พอมาวันนี้เมื่อรายงานสมบูรณ์ของ คอป. เสร็จสิ้น ซึ่งเขาต้องสรุปข้อเท็จจริงออกมา เมื่อสักครู่เข้าใจว่าคุณองอาจ
(คล้ามไพบูลย์) อ่านไปแล้วบางหน้า ปรากฎว่า คอป.รายงานผลเมื่อวันจันทร์
วันอังคารเสื้อแดงพรรคเพื่อไทยออกแถลงข่าวด่า คอป. เสีย ๆ หาย ๆ ไปด่าเขาว่าเขียนด้วยเท้าบ้าง
ถึงขั้นฉีกรายงานของ คอป. ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์ ออกทีวี

จากเดิมตอนที่เขาบอกเยียวยาเสื้อแดงได้บอก คอป. ดี ให้ประกันเสื้อแดงได้บอก คอป.ดี
แยกขังผู้ต้องหาเสื้อแดงได้ บอก คอป. ดี แต่ทำไมพอมาถึงวันอังคารบอก คอป. เลว
เพราะ คอป. ชี้ชัด 1 เรื่องที่เป็นการผ่าความจริง จับโกหกคนหลายคนคือ คอป. พูดชัดเจนว่า ชุดดำมีจริงครับ
เท่านั้นแหละครับ ออกอาการกันยกใหญ่ แกนนำเสื้อแดงบางคนตอนนี้ถึงขั้นไปยื่นหนังสือถึงรัฐบาล
บอกห้ามแปล รายงาน คอป. เดี๋ยวชาวโลกจะรู้ว่ามีชุดดำ

ที่จริงไม่รู้จะกลัวอะไรครับ ชาวโลก เขารู้มาตั้งนานแล้วว่ามีชุดดำ ถ้าเขาเล่นคอมพิวเตอร์เป็น เปิดเน็ตเป็น ดูยูทูป
เขาเห็นแล้วหล่ะครับ เสื้อดำ วิ่งอยู่ถือปืน มียิง มีอยู่กับผู้ชุมนุม และผมว่าเขาไม่เชื่อหรอกที่มาอ้างว่าพวกนั้นถือปืนวิ่งเล่นอยู่
ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ นี่คือความจริงที่ผมบอกว่า ถ้าเราคิดจะปรองดอง เรายอมรับกันเสียก่อน เพราะที่เขาสรุปว่าเสื้อดำมีจริง
ไม่ได้เป็นอย่างที่หนังสือพิมพ์ 2 ฉบับพยายามเขียนไปเรื่อย เลื่อนลอย วาทกรรม คือหาว่า คำว่าชายชุดดำเป็นคำพูดเลื่อนลอย
พอเราเอารูปไปให้ดู ก็ไม่รู้ตาบอดสีหรือเปล่า ยังไม่รู้อีกว่า ใส่เสื้อสีอะไร หรือไม่ใส่เสื้อสีอะไร
พอมีอาวุธอยู่ ก็อ้างข้าง ๆ คู ๆ บอกว่า มีอาวุธแต่ก็ไม่ได้บอกว่าไปทำความเสียหาย ไปเกี่ยวกับเหตุการณ์
ไปฆ่าคน พอเวลาไปอยู่ในสำนวน ส่งฟ้องไปที่ศาล ก็บอกว่าในสำนวนไม่ได้เขียนนี่ว่าใส่ชุดดำ

สรุปก็คือว่า คนเหล่านี้จะไม่ยอมรับความจริง รายงานคอป. ไม่ได้บอกว่ามีเฉย ๆ นะครับ อธิบายด้วยว่า 10 เมษา อยู่ที่ไหน
เช่น อยู่ข้างโรงเรียนสตรีวิทย์ แล้วโยนระเบิดออกมา ช่วงปิดล้อมอยู่ที่ไหน อธิบายด้วย แถวบ่อนไก่ แถวดินแดง
มีการใช้อาวุธสงครามจากกลุ่มชายชุดดำ 19 พฤษภา เขาก็เขียนด้วยว่ามีการยิงต่อสู้กันบริเวณหน้าวัดปทุมฯ
รอยกระสุนบนตอหม้อ สถานีรถไฟฟ้า ยังมีอยู่ เพื่อเป็นการพิสูจน์

แต่เมื่อเช้าผมเห็นหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับนั่นก็ยังบอกว่า เลื่อนลอย เลื่อนลอย เลื่อนลอย วาทกรรม
นี่ถ้าวันหนึ่งนะ วันหนึ่งเกิดมีคนใส่ชุดดำไปยิงหนังสือพิมพ์มติชนเข้านี่ มติชนคงไปดูรอยกระสุนแล้วก็บอกว่า
เราถามว่านี่อะไร คนส่วนใหญ่จะบอกว่ารอยกระสุน แต่มติชนจะบอกว่านี่คือ วาทกรรม

มันหมดเวลาโกหก มันถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยความจริง เป็นความจริงที่ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันดูว่า
แล้วเราจะหาคำตอบอย่างไร ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์เมื่อเช้า หรือเมื่อวาน บอกว่าควรจะยอมรับการตรวจสอบข้อเท็จจริง
แล้วก็ว่ากันไป ถามว่าฝ่ายผม หรือแม้กระทั่งผมไม่สามารถไปเดาใจท่านได้ จะเป็นผบ.ทบ. หรือเจ้าหน้าที่หลายคนที่เคย
ทำงานตอนนั้น หลายคนผมว่ามีหลายเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับ คอป. แต่เราก็ไม่ไปใช้วิธีบอกว่าเมื่อไม่ถูกใจเรา
ก็แปลว่าเขาเลว ห้ามไปดู ห้ามไปสนใจ ความจริงแล้ว งาน คอป. นั้น ที่เสื้อแดงบอกห้ามเผยแพร่ไปยังชาวโลกนั้น
ปรากฎว่า องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรของสหประชาชน องค์กรของสิทธิมนุษยชนระดับโลก เขาได้เห็นบทสรุปรายงานแล้ว
และเขายังบอกด้วยว่า ควรที่จะผลักดันตามข้อเสนอแนะของ คอป. เพราะในช่วงที่ คอป. ทำงาน
เขาเชิญบุคคลระดับโลกอย่างอดีตเลขาฯ สหประชาชาติ นายโคฟี่ อันนัน เขาเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศมาเป็นที่ปรึกษา
มาช่วยทำงานด้วย ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับ คอป. ทั้งหมดหรอกครับ แต่ผมบอกว่า ถ้ารัฐบาลจริงใจในการปรองดอง ต้องยอมรับเอารายงานฉบับนี้เป็นตัวตั้งแล้วมาคุยกันว่า จะเดินหน้าสู่ความปรองดองในประเทศนี้ได้อย่างไร

แต่ว่ารัฐบาลไม่ถูกใจหรอกครับ เพราะนอกจากจะบอกว่ามีชายชุดดำแล้ว ยังบอกด้วยว่าไอ้ที่จะดำเนินการ 2 เรื่อง
คือเร่งแก้รัฐธรรมนูญ กับเรื่องของการไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น คอป. เขาบอกเลยครับว่า
ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเร่งรัดเลย ไม่ใช่เรื่องที่จะนำไปสู่ความปรองดองในขณะนี้เลย และเตือนด้วยว่าจะเป็นชนวนของ
ความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น

เพราะฉะนั้นวันนี้มันฉีกหน้ากากออกมาแล้ว เวลามีข้อเสนอซึ่งเป็นโอกาสของประเทศที่จะเดินไปสู่ความปรองดองที่แท้จริง
รัฐบาลกลับบอกว่าไม่ทำ ไม่ยอมรับ ปฏิเสธ แต่ยังเดินหน้ามุ่งมั่นปรองดองของปลอมอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเช้าเห็นข่าวว่าท่านรองนายกฯ ยงยุทธ สงสัยว่าจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปเสียแล้ว เพราะถูก ปปช. ชี้มูลคดี อัลไพน์
ปปช. บอกว่า อกพ. (คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน) บอกว่าปลดออกจากราชการ ผมเล่าเฉย ๆ ไม่ได้ให้ตบมือ

ผมเลยไม่รู้ว่าถ้ารองฯ ยงยุทธ ไม่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยเปลี่ยนไปนี่ ยังจะยืนยันอยู่หรือเปล่าว่าภายใน 90 วันนี้
เขาจะไปทำสานเสวนาหาข้อสรุป ซึ่งผมบอกได้เลยว่า กำลังเป็นกระบวนการที่จะอ้างว่าประชาชนสนับสนุนปรองดองจอมปลอม
สูตรเขา 30 วันนี้เขากำลังมีการประชุมทางไกล อบรมวิทยากร เดือนหน้าเขาบอกว่าจะไปจัดเวทีเสวนา 23 แห่ง ภายใน 30 วัน
ผมไม่รู้ว่ามาที่นี่ด้วยหรือเปล่า แล้วหลังจากนั้นอีก 30 วัน จะสรุปผล ซึ่งผมบอกล่วงหน้าได้เลยว่าเขาตั้งธงไว้แล้ว
ธงก็คล้าย ๆ ที่คุณวิทยา (แก้วภารดัย) พูดบนเวทีไปเมื่อสักครู่ว่าต้องการจะไปลดอำนาจศาล อาจจะพ่วงไปด้วยว่า
ต้องนิรโทษกรรมคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติรัฐประหาร อะไรก็ตามที่อ.แก้วสรร (อติโพธิ) ทำนั้นเขาไม่เอาทั้งนั้น
แล้วก็สุดท้ายปลายทางก็จะไปจบลงที่หาทางนิรโทษกรรมให้ทักษิณ

ผมไม่รู้ เปลี่ยนรองนายกฯ เปลี่ยนรัฐมนตรีมหาดไทย เขาจะเดินต่อหรือไม่ แต่ผมบอกครับ มีการส่งสัญญาณมาว่า
เขาจะต้องทำให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ยอมมั้ยครับ (ไม่ยอม) เสียงค่อยอย่างนี้มันเอาแน่เลย (ไม่ยอม ไม่ยอม)
ยอมมั้ยครับ (ไม่ยอม) ถ้าไม่ยอมพี่น้องต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ
สิ่งที่เขาพยายามทำที่เร่งอยู่ขณะนี้นี่ คุณสุเทพก่อนไปอังกฤษก็คุยกับผม บอกเขากำลังจะมาต่อรองกับผม กับคุณสุเทพ
ด้วยการพยายามตั้งข้อหาอย่างที่ว่านี่ครับ เขาจะตั้งข้อหาฆาตกรรมให้ได้ โทษประหารชีวิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
กับนายสุเทพ เทพเทือกสุบรรณ แล้วเขาก็พยายามจะบอกว่า นี่ไง บ้านเมืองมันจะแตกแยกกันไปใหญ่
ออกกฎหมายนิรโทษกรรมทุกฝ่าย กฎหมายของเขาที่อยู่ในสภาก็เขียนอย่างนั้นแหละครับว่า
ในขณะที่เขาไปปลุกระดมว่าผม กับนายสุเทพ เป็นฆาตกร แต่กฎหมายที่เขาเสนอต่อสภาก็คือว่า
ใครเป็นฆาตกรก็ไม่ต้องรับผิด แต่มีเงื่อนไขว่า ทักษิณต้องไม่ผิดด้วย ในเรื่องทุจริต และเรื่องอื่น ๆ ที่ทำผิดไว้
เพราะฉะนั้นนี่คือการต่อรอง นี่คือการกดดัน นี่คือการสร้างเกมการเมืองขึ้น

ผมกับคุณสุเทพ ยืนยันกับพี่น้องอีกครั้งครับ จะโทษติดคุก หรือโทษประหาร ถ้าพวกผมผิดจริง ผมยอมรับที่จะรับโทษนั้น
ถ้าพวกผมผิดจริง เอาพวกผมไปลงโทษ จะอย่างไรก็ไม่ต้องมาต่อรองเรื่องนิรโทษกรรม เพราะคนผิดต้องรับผิด
บ้านเมืองถึงจะอยู่ได้ เราถึงจะเดินไปข้างหน้ากันได้ และความปรองดอง จึงจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นพวกผมไม่หวั่นไหว
พวกผมเดินหน้าต่อในการทำงาน

ทุกวันเสาร์ก็ยังจะต้องไปอย่างนี้แหละครับ ไม่มาร้องขอให้มานิรโทษกรรมอะไรทั้งสิ้น เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด
แล้วก็จะต่อสู้ว่าคนที่ทำผิดอย่าใช้วิธี ข่มขู่ คุกคาม ต่อรอง กลั่นแกล้ง จะมีอำนาจเงิน จะมีอำนาจรัฐ
พวกผมไม่ยอมตราบใดที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ยอมเด็ดขาด

เพราะฉะนั้นเมื่อผม เมื่อคุณสุเทพ มั่นคงอย่างนี้ พี่น้องก็ต้องมั่นคง อย่าเสียสมาธิ เพราะมันมีเรื่องเยอะครับ เดี๋ยวน้ำมาอีกแล้ว
จะบอกว่าเอาอยู่ ก็ไม่กล้าพูด แต่ว่าผมก็เห็นมาแล้วตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา แล้วก็บางระกำ
เพียงแต่ว่าเดี๋ยวนี้ เขาก็มีวิธีการในการอธิบาย คุณสาทิตย์จะรู้ดี เพราะว่าตั้งกระทู้ถาม สุโขทัยไม่ใช่น้ำท่วม เป็นอุบัติเหตุ
ปลอดประสพบอกว่า อย่างนี้ที่พูดที่เกิดขึ้นขณะนี้นะครับ ผมฟังในสภาเต็มหูเลย ปลอดประสพบอก อย่างนี้เขาไม่เรียกน้ำท่วม
เขาเรียกน้ำนอง ถ้ามาถึงนี่ถึงลพบุรีเกิดน้ำท่วม อย่าเพิ่งแน่ใจนะครับว่าน้ำท่วม เวลาลุยน้ำไปถึงเข่า ถึงเอว อย่าไปเรียกน้ำท่วม
ฟังปลอดประสพก่อน ปลอดประสพอาจจะบอก ลพบุรีน้ำไม่ท่วม น้ำแฉะ แล้วถ้าเดินไปแล้วปรากฎน้ำมิดหัว
ปลอดประสพอาจจะบอกว่าไม่ใช่น้ำท่วม ถนนเปียก 2 เมตร ผมไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น
เพราะว่าเราไม่ทราบดินฟ้าอากาศจะเป็นอย่างไร แต่เห็นการบริหารจัดการที่เป็นอยู่ขณะนี้ด้วยความเป็นห่วง
น้ำอาจจะท่วม เศรษฐกิจยุโรปอาจจะเกิดปัญหาอะไรวุ่นวายมากมาย เวลาชุลมุนอย่างนี้แหละครับ ดูให้ดี เดี๋ยวเผลอเข้า
เอาแล้วครับ เอาเรื่องปรองดองขึ้นมา บ้านเมืองขัดแย้ง ไม่ได้ กำลังเกิดวิกฤติ ต้องปรองดอง เอากฎหมายเข้า
จริง ๆ กฎหมายมันอยู่อยู่แล้ว ทุกวันนี้ต้องคอยเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมาแซง เลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมาแซง แต่เมื่อไหร่ไม่เลื่อนขึ้นมา
เมื่อนั้นสภา ก็ต้องพิจารณากฎหมายตรงนี้

และสัญญาณ และข่าวที่เราติดตามอยู่ในขณะนี้ เป้าหมายเขาก็ยังเป็นว่า อยากจะทำให้เสร็จก่อนสิ้นปี
โดยการกดดันอย่างที่ว่า เอาเรื่องคดี เอาเรื่องอะไรต่าง ๆ มากดดันพวกผม แล้วก็จะทำอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่เขาจะทำสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่พี่น้อง เพราะฉะนั้นก่อนที่ผมจะลงจากเวทีไป ก็ต้องฟังเสียงกันให้ดังชัด ๆ ว่า สู้ไม่สู้ (สู้)
คิดว่าเขาได้ยินแล้วกลัวมั้ย เอาใหม่ดีกว่า สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้) สู้ไม่สู้ (สู้)

ผมกราบขอบพระคุณพี่น้องและยืนยันครับว่า ประชาธิปัตย์เคียงข้างพี่น้องต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป และตลอดไป

กราบพระคุณครับ

***********************************************


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กิรัญ วันที่ : 24/09/2012 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/popprose

ขอบคุณลุงแคน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
9Charlie วันที่ : 23/09/2012 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

สู้ สู้ สู้ สู้ สู้ สู้


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน