• Canไทเมือง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-26
  • จำนวนเรื่อง : 4722
  • จำนวนผู้ชม : 7935130
  • จำนวนผู้โหวต : 2211
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2211 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม 2556
Posted by Canไทเมือง , ผู้อ่าน : 1710 , 06:09:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมายเหตุ : เป็นบทความเล่าเรื่องราวการคุกคามสื่อโดยเฉพาะไทยรัฐ ฟังจากผู้เสียหายเล่าเองจะดีกว่่า...

0000

ย้อนรอย 51ปี กับ การคุกคาม ‘ไทยรัฐ’

ถึงวันนี้หากจะตั้งคำถามกันว่าทำไม “ไทยรัฐ” จึงมักถูกเชื่อมโยง ดึงดูด เข้าหาความเคลื่อนไหวต่างๆ ในบ้านเมืองที่กำลังเป็นไป โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นในมุมการเมือง ก็คงตอบได้ว่าการเกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้นกับสื่อ นสพ. อย่าง “ไทยรัฐ” จะส่งผลกระทบต่อหลายวงการเป็นลูกโซ่…

ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ หรือเพราะความทรงอิทธิพลอะไรอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่หากเป็นเพราะ “ไทยรัฐ” เติบโตและทำหน้าที่สื่อมวลชนในสังคมไทย ควบคู่มากับคนไทยทั้งประเทศเป็นเวลานานนับครึ่งศตวรรษ จนทุกวันนี้มีอายุอานามพอกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายต่อหลายคน หรืออาจจะมากกว่าบางคนเสียด้วยซ้ำไป ความที่เราอยู่คู่กันมานานนี่เองทำให้เมื่อเกิดอะไรขึ้นก็ต้องติดตาม เฝ้าดู เป็นห่วงเป็นใยกันเป็นธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อเราคือ “สื่อมวลชน”

แต่ในอีกความหมายหนึ่งการเกิดสถานการณ์ขึ้นกับ “ไทยรัฐ” ก็เหมือนการเปิดพื้นที่ข่าวให้หลายต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวโยงได้เป็นเดือน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เช่น ถูกข่มขู่ ถูกโจมตี ถูกปองร้าย เหล่านี้พาให้เกิดคลื่นกระทบเป็นวงกว้างตั้งแต่วงการตำรวจ วงการการเมือง วงการสื่อสารมวลชน แม้กระทั่งเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็อาจถูกพ่วงโยงเข้าไปด้วยได้ มันเป็นเช่นนี้มานานนับสิบๆ ปี

หากจะย้อนดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับ “ไทยรัฐ” ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ในรายละเอียดนั้นมีหลายครั้งมากที่เราได้รับการเยี่ยมเยียนทักทาย แล้วแต่จะใช้กันตามความหมาย แต่เอาที่มาถึงที่จริงๆ นั้นมี 4 ครั้ง ที่ต้องบันทึกไว้ในความทรงจำ…

ครั้งแรก เมื่อดึกวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2519 ก่อนประเทศไทยจะเกิดเหตุการณ์นองเลือด 6 ต.ค.19 เพียง 3 วัน ตีสามครึ่งในซอยเฉยพ่วง หรือ วิภาวดี ซอย 7 ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ด้านข้าง นสพ.ไทยรัฐ ชาวบ้านในซอยต้องตื่นขึ้นกลางดึก หลังได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถไม่ทราบประเภทครางกระหึ่มเข้ามาในซอย ก่อนจะจอดสงบนิ่งริมรั้ว ไม่นานจากนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินลงจากรถพร้อมถืออาวุธสงคราม เครื่องยิงลูกระเบิด M79 ติดมือลงมาด้วย ก่อนจะประทับท่ายิงพร้อมเล็งทิศทางเข้ามาภายใน ที่ทำการ สำนักพิมพ์ไทยรัฐ ลั่นไกมา 1 นัด ลูก M79 ลอยละลิ่วมาตกใส่กันสาดชั้น 3 อาคารกองบรรณาธิการ เสียงดังสนั่น!…แรงระเบิดส่งให้เกิดแรงอัดใส่กระจกที่ตัวอาคารจนแตกร่วงกราว โดยมีบางส่วนของตัวอาคารได้รับความเสียหาย แถมพ่วงด้วยรถโฟล์คตู้ส่งหนังสือพิมพ์อีก 2 คัน ก่อนกลับขึ้นรถขับหลบหนีหายไปในความมืด

11.00 น. วันเดียวกัน กองบรรณาธิการโดย นายสมบูรณ์ วรพงษ์ บรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ ในขณะนั้นแถลงข่าวเหตุดังกล่าวว่าได้ร้องเรียนต่อสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยแล้วถึงความคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ขณะที่ก็ยืนยันด้วยว่าการเสนอข่าวของ นสพ.ไทยรัฐในทุกข่าวเสนอตามข้อเท็จจริง จึงไม่อาจบอกได้ว่าสาเหตุของการถูกลอบยิงครั้งนี้ มาจากการเสนอข่าวหรือไม่

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น “ไทยรัฐ” ก็ทำหน้าที่ของตนเองต่อ ควบคู่ไปกับการเติบโตของสังคมประเทศไทย อีกนับสิบปี กระทั่งถึงวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2537 การมาเยี่ยมมาเยียนของกลุ่มคนลึกลับก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเวลา 03.30 น. คนร้าย 4 คน ขับรถมาจอดริมถนนวิภาวดี ด้านเดียวกับรั้วที่ทำการ สำนักพิมพ์ นสพ.ไทยรัฐ ก่อนจะใช้อาวุธสงครามเป็นเครื่องยิงลูกระเบิด M79 ยิงใส่เข้ามาที่ตัวตึกกองบรรณาธิการ ครั้งนั้น ลูกระเบิดพุ่งเข้าชนต้นอินทผลัม ที่ปลูกอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารขาดกระจุย รถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายกระจกแตก สะเก็ดระเบิดบางส่วนเจาะทะลุบานประตูรถยนต์ เสียหาย 2 คัน

โดยการกระทำครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในยุคนั้น เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการเสนอข่าวบางเรื่องของ นสพ.ไทยรัฐ เช่น เรื่องการพบหัวรถจักรไอน้ำโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไปโผล่ในป่าสงวนฯ จ.ชลบุรี กลางไร่ของนายทหารแกนนำ รสช. และการเสนอข่าวรัฐบาลออกเอกสารสิทธิบนที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ให้แก่นายทุนใน จ.ภูเก็ต รวมไปถึงมือที่ 3 ที่หวังสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากนั้นมา แนวทางการสืบสวนก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคนที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายทหาร และฝ่ายการเมืองต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็น ให้ข่าวความคืบหน้ากันรายวันแต่…ยังไม่มีการจับกุมใครสักคน แม้จนทุกวันนี้…

นี่นับเป็นครั้งที่สองที่ “ไทยรัฐ” ถูกคุกคามภายใต้การทำหน้าที่เสนอข่าว …เวลาผ่านไปอีกเกือบ 20 ปี กระทั่งมาถึงในค่ำคืนวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2556 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ จอดริมถนนวิภาวดีก่อนโยนประทัดยักษ์ลงคูน้ำริมรั้ว “ไทยรัฐ” 2 ลูก เสียงดังสนั่นก่อนขับหนีหายไป ให้หลังจากนั้น 2 วัน ในคืนวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 03.30 น.คนร้าย 4 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะขับขี่มาจอดบริเวณใกล้ป้อมยาม “ไทยรัฐ” ก่อนขว้างลูกเปตองและประทัดยักษ์ 2 ลูกเข้าใส่ป้อมยามจนพังเสียหาย ครั้งนี้เหมือนจะมาดูลาดเลาก่อนลงมือเสียด้วย

จะกี่ครั้งก็ตามแต่ ที่ “ไทยรัฐ” ถูกคุกคามไม่ปรากฏว่ามีครั้งไหนที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี หรือสอบถามต้นสายปลายเหตุของการกระทำได้ชัดๆ เลยสักครั้ง ได้แต่ร้องเรียน เรียกร้อง ในฐานะสื่อมวลชนกันต่อไป ซึ่งที่หยิบยกมาเล่าเท้าความกันในครานี้ ก็เป็นเพียง 3 เหตุการณ์ ที่ได้รับการคุกคามกันถึงถิ่นที่ทำกินอย่างรุนแรง แต่ยังมีอีกนับไม่ถ้วนที่ส่งมาในรูปแบบพัสดุ จดหมาย ฯลฯ มันเป็นเช่นนี้มาตลอด

ซึ่งกว่า 51 ปี ของความเป็น “ไทยรัฐ” ที่แม้จะมีการข่มขู่ คุกคามกันเป็นรายปี รายหลายปี แรงบ้าง เบาบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยเปลี่ยนไปตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาคือ

“ไทยรัฐ” ยังทำหน้าที่สื่อมวลชน เสนอความจริงให้สังคมอยู่อย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด…แม้เพียงสักวันเดียว

ไทยรัฐออนไลน์
14 พ.ค. 2556



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 16/05/2013 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

สื่อโดนข่มขู่ยังจับมือใครดมไม่ได้


มีที่ประเทศสารขันธ์ นี่แหละค่ะ















..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน