*/
  • misterjack
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-01
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 78137
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 มีนาคม 2554
Posted by misterjack , ผู้อ่าน : 16393 , 00:22:37 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Surakant , ชมพูพวงร้อย โหวตเรื่องนี้

หายไปหลายวัน.....

วันนี้มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับลูก ๆ ของพระองค์ท่านมาเล่าสู่กันฟัง

พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีพระธิดาที่ประสูตินอกเศวตฉัตร ครั้งยังทรงดำรงพระยศสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (ก่อนบรมราชภิเษก) อยู่ ๒ พระองค์ มีเรื่องที่น่ารู้ “ยากเล่าให้ฟัง บันทึกไว้กันลืม”

.......

เริ่มจาก พระองค์เจ้าหญิงผ่อง พระราชธิดาพระองค์แรก (ที่ถูกลืม)

พระองค์เป็นพระธิดาพระองค์แรก ทรงประสูตินอกเศวตฉัตร (ก่อนบรมราชภิเษก)  เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าหลวงยังทรงดำรงพระยศเจ้าฟ้า มีพระชนมายุประมาณ ๑๕-๑๖ พรรษา ทรงมีพระพี่เลี้ยงท่านหนึ่งคือ “คุณแข” ซึ่งมีอายุแก่กว่าพระพุทธเจ้าหลวงหลายปี (บางตำรา ๓ ปี บางตำราว่า ๑๐ ปี) ต่อมา “คุณแข” ได้เป็นนางห้าม หรือ “ข้างใน” ของสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ และได้ประสูติพระธิดา ซึ่งนับว่าเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์แรกของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

       ในครั้งนั้นกล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา ทรงกริ้วคุณแขนัก ด้วยทรงว่าคุณแขทำให้เจ้าฟ้าซึ่งยังทรงพระเยาว์ประพฤติเกินวัย แต่ด้วยพระเมตตามิได้ทรงลงทัณฑ์แต่อย่างใด

       เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ คุณแขจึงได้เป็น “เจ้าจอมมารดาแข” และหม่อมเจ้าหญิงผ่อง พระธิดา ได้พระราชทานยศตามกฎมณเฑียรบาลเป็น “พระราชธิดา”  ปรากฏพระนามว่า “พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงผ่อง”  เป็นที่รู้กันว่าพระองค์เจ้าหญิงผ่องมิได้เป็นที่สนิทเสน่หาของพระราชบิดานัก มีความเล่ากันว่า เป็นเพราะพระองค์เจ้าหญิงฯ ทรงดื้อดึง ไม่ทรงเฉลียวฉลาด และพระโฉมก็มิงาม พระราชบิดาจึงมิทรงโปรด คราวหนึ่งเมื่อพระองค์เจ้าหญิงฯ ทรงมีพระชันษา ๖ ขวบ พระพุทธเจ้าหลวงทรงลาผนวช โดยมิได้มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทรงรับพระราชกิจตรวจข้อราชการงานเมืองด้วยพระองค์เอง ในวันทรงเสด็จ ผู้ที่เข้าเฝ้าทุกคนต่างหมอบคลานเข้าเฝ้าฯ ตามราชประเพณี พระองค์ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกธรรมเนียมหมอบคลานเข้าเฝ้า บรรดาเจ้านายลูกเธอ และน้องยาเธอ ทุกพระองค์ รวมทั้งเจ้านายผู้ใหญ่ทุกท่านต่างปฏิบัติตามพระบรมราชโองการ ทรงยืนขึ้นโดยพร้อมเพรียง แต่พระองค์เจ้าหญิงผ่องเพียงองค์เดียวมิยอมยืนขึ้น พระพุทธเจ้าหลวงทรงกริ้วถึงกับเสด็จพระดำเนินไปดึงพระเมาลี (จุก) ให้พระราชธิดาลุกขึ้นยืน

        ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ สายทางเจ้าจอมมารดาแข ของพระองค์เจ้าหญิงผ่องได้รับพระราชทานนามสกุลเป็น “พึ่งบุญ ณ อยุธยา”

พระองค์เจ้าหญิงผ่องทรงเป็นเจ้านายพระองค์เดียวที่ทรงประทับอยู่แต่ในวังหลวง มิเคยเสด็จไปประทับแห่งหนใดนอกวังเลยตั้งแต่วันแรกประสูติจนถึงสิ้นพระชนม์ พระองค์เจ้าหญิงผ่องทรงมีพระชันษายืนยาวถึง ๗๕ ปี ทรงสิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ ๘ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ นับเป็นพระราชประวัติอันน่าเศร้าของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นี้ซึ่งมิค่อยมีผู้ใดกล่าวถึง

                       .......

พระองค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี กรมขุนสุพรรณภาควดี 

พระธิดาพระองค์ที่ ๒ ที่ประสูติก่อนบรมราชภิเษก พระมารดาคือ  “คุณแพ” หรือ “เจ้าจอมมารดาแพ” พระนัดดาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เจ้านายผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจในเวลานั้น สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ทรงมีพระทัยชอบพอในตัว “คุณแพ” ซึ่งถือเป็น “รักแรก” ของพระองค์  พระราชบิดาทรงดีพระทัย จึงทรงสู่ขอและพระราชทานให้เป็น “สะใภ้หลวง” เพื่อให้เกิดผลดีทางการเมืองอีกประการหนึ่งด้วย

พระธิดาฯ  แรกประสูติดำรงพระยศชั้น “หม่อมเจ้า” เนื่องด้วยตามกฎมณเฑียรบาล พระโอรสและพระธิดาที่ประสูติแต่พระมารดาผู้เป็นสามัญชน ให้ดำรงพระยศเป็น ”หม่อมเจ้า”  และยังมิได้เรียกขานเป็น “พระราชธิดา” แต่ให้เรียกเป็น “พระธิดา” เหมือน หม่อมเจ้าหญิงผ่อง

 

พระธิดาพระองค์นี้เป็นที่โปรดปรานในพระราชบิดานัก ทรงเรียกพระธิดาว่า “เจ้าหนู” และเมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ได้เลื่อนพระยศเป็น “พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์”

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ ทรงเป็นที่เคารพนับถือของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและลูกยาเธอเจ้าฟ้าฯ ทุกพระองค์ คนในวังจึงออกพระนามว่า “เสด็จพระองค์ใหญ่” ทั้ง ๆ ที่เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๒ ของพระเจ้าอยู่หัว บรรดา เจ้าน้องที่เป็น “เจ้าฟ้า” ทุกพระองค์ทรงเรียกพระองค์ว่า “พี่หนู” ตามที่พระราชบิดาทรงเรียกพระองค์เจ้าหญิงฯ ว่า “เจ้าหนู”มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์

 

“เสด็จพระองค์ใหญ่” ทรงได้รับพระมหากรุณาเป็นพิเศษกว่าพระเจ้าลูกเธอที่เป็นพระองค์เจ้าด้วยกัน ดังจะเห็นได้ว่า “เสด็จพระองค์ใหญ่” เป็นพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิง พระองค์เดียวที่ได้ทรงกรมระดับเจ้าฟ้า โดยเป็น “กรมขุน” ที่ “กรมขุนสุพรรณภาควดี”

เป็นที่น่าสะเทือนใจนักที่ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ ทรงมีพระชันษาสั้นนัก ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อทรงมีพระชันษาเพียง ๓๗ ปี เป็นที่อาลัยอาวรณ์แก่พระราชชนก และข้าหลวงชาววังทั่งไป ด้วยอาลัยยิ่งนัก ในการพระราชทานเพลิงศพพระราชธิดาพระองค์ใหญ่นี้ ถือเป็นครั้งแรกในรัชสมัยที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงพระภูษา “ขาว” และทรงมีรับสั่งว่า “ลูกคนนี้รักมาก เป็นลูกคู่ทุกข์คู่ยาก ต้องนุ่งขาวให้”

(ตามธรรมเนียมโบราณของงานศพ ผู้ที่อ่อนวัยกว่าผู้ตายเท่านั้นถึงจะต้องแต่งขาวมาในงานศพ ส่วนผู้ที่แก่อาวุโสกว่าผู้ตาย ต้องแต่งดำ)

จะกล่าวถึง “คุณแพ” หรือ “เจ้าจอมมารดาแพ”  พระราชมาดาของพระองค์หญิงฯ เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงได้เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้เลื่อนให้เป็นได้เพียง “เจ้าคุณพระสนมเอก” มิอาจสถาปนาให้เป็นพระมเหสีเทวี หรือพระอัครชายาได้ เพราะ “คุณแพ” เป็นเพียงสามัญชน มิต้องตามธรรมเนียมราชประเพณี กรณีตั้งวงศ์แต่แรกนั้นถึงจะสถาปนาได้  แต่พระพุทธเจ้าหลวงก็ทรงยกย่องนัก ทรงเรียก “คุณแพ” ตลอดไป ซึ่งโดยปกติพระองค์จะทรงเรียกพระอัครชายาหรือเจ้าจอมแต่ละท่านว่า “นาง...” เช่น “นางสดับ” เป็นต้น  และที่ทรงเรียก เจ้าจอมมารดาแพ และ พระองค์หญิงฯ ว่าเป็น “ลูกเมียคู่ทุกข์คู่ยาก” เนื่องด้วยในคราวที่ทรงตามเสด็จพระราชชนก ไปที่ตำบลหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคา ขณะที่ยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ หลังกลับจากทอดพระเนตรได้ทรงประชวรด้วยไข้ป่า “คุณแพ” ได้เฝ้าดูแลพยาบาลมิห่างหายทั้งที่ยังมีลูกอ่อน จนหายประชวร ทรงตรัสเสมอว่า คุณแพและพระราชธิดาพระองค์นี้เป็น “ลูกเมียคู่ทุกข์คู่ยาก” และทรงเมตตาเป็นพิเศษ ทรงโปรดให้ประทับอยู่กับพระองค์ดุจเป็น “ครอบครัว” มิต้องแยกพระตำหนักกันดังเช่นพระองค์อื่นอีกด้วย

 วันนี้ ขอแค่ ๒ พระองค์ก่อน เดียววันหน้าจะเขียนให้อ่านกันอีก อย่างพึ่งเบื่อซะก่อนละ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วิศวกลอน วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wisawaklon

สำหรับพระองค์เจ้าหญิงผ่องประไพ ท่านก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงครับในฐานะพระราชธิดาพระองค์หนึ่งแต่อาจเป็นด้วย เชื้อสายทางฝ่ายพระมารดาคือเจ้าจอมมารดาแข ซึ่งเป็นธิดาหม่อมเจ้านก และหม่อมเจ้านกเป็น
พระโอรส ของกรมหลวงรักษณ์รณเรศ ผู้ซึ่งต้องพระราชอาญาประหารชีวิต สมัยรัชกาลที่ 3 ทำให้สายสกุลนี้ ไม่โดดเด่นในสมัย รัชกาลที่ 4 ด้วย แต่กระนั้น ด้วยความเป็นราชสกุล ก็มีทายาทเข้ารับราชการมาโดยลำดับ รุ่งเรืองที่สุดคือในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเพราะทายาทสายหม่อมเจ้าอำพล รับราชกาลได้เป็นถึงเจ้าพระยารามราฆพ (มรว. เฟื้อ พึ่งบุญฯ) ขณะที่มีอายุเพียง 31 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นยุครุ่งเรืองแห่งราชสกุล พึ่งบุญและในขณะนั้น เสด็จพระองค์หญิงผ่องฯยังทรงพระชนม์ คาดว่าจะได้พออุปถัมภ์ค้ำจุนกันอยู่ด้วยเป็นเหลนทวด พระองคืเจ้าไกรสรฯเช่นเดียวกันครับ
ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีดีมาฝากนะครับ.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
misterjack วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/capjack
ปิดทองหลังพระ

ขอบคุณ
คุณ joeymen
คุณชมพูพวงร้อย
คุณ mona
ที่แวะมาเยี่ยม อย่างลืมติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ

ขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคุณสนิมกฤช

แก้ไขแล้ว ด้วยความเคารพเช่นกันครับ


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

พระพุทธเจ้าทรงมีพระธิดาที่ประสูตินอกเศวตฉัตร ...


ตรงที่ "พระพุทธเจ้า..ตกคำว่่า "หลวง" ไปคำเดียวครับ นอกนั้นไม่ีมีอะไรผิดพลาดมากนัก.."

ด้วยความเคารพครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
mona วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 06.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mona

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชมพูพวงร้อย วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 06.37 น.
 

ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
joeyman วันที่ : 10/03/2011 เวลา : 00.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน