• คนเมืองจันท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kang2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-05
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 102555
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
การพนัน..อันตราย
ต้องการบอกกล่าวถึงแหล่งการพนัน รอบบ้านเรา กลวิธีดึงลูกค้า โทษของการพนัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/casino
วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2552
Posted by คนเมืองจันท์ , ผู้อ่าน : 2002 , 01:26:00 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ย้อนกลับไปสมัยเรียนประถม หรือสมัยนี้ เชื่อได้เลยว่าหลายคนต้องเคยเล่นเกมกินเงินกับเพื่อนไม่บาท ก็สองบาทมาบ้างแล้ว เช่น เป่ากบ ปั่นแปะ ทอยเส้น หัวก้อย น้ำเต้าปูปลา ไพ่ตบแปะ ดีดลูกแก้ว หรือการเดิมพันด้วยเงินกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเปิดหนังสือนับแต้มจากเลขหน้า ใครเลขมาก ถือว่าชนะ เพื่อเอาเงินพนันที่ได้ ไปซื้อขนม หรือซื้อของเล่นตามที่ต้องการ
       

       แต่จะมีสักกี่คน ที่จะฉุกคิดว่า กิจกรรมดังกล่าว ทำให้เด็กติดนิสัยการเดิมพันด้วยเงิน กลายไปเป็นการพนันที่แฝงอยู่ในเด็กโดยไม่รู้ตัว ลุกลามใหญ่โตสู่การพนันในวงกว้าง เช่น เล่นไพ่ พนันฟุตบอล หรือการเข้าบ่อน
       

       คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า "การพนัน" อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ได้เขียนถึงเรื่องนี้ว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) รายได้จากแหล่งอบายมุขมีบทบาทสำคัญมากต่อรายได้ของแผ่นดิน เหตุดังกล่าวเกิดจากรัฐบาลสมัยนั้น ไม่มีทางเลือกที่จะเพิ่มรายได้จากทางอื่นมาทดแทนได้ เนื่องจากประเทศไทยติดเงื่อนไขสนธิสัญญากับต่างชาติไว้หลายฉบับ
       
       กระทั่งมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แม้ว่าการลดหรือจำกัดรายได้จากฝิ่น และการพนันลง จะทำให้รายได้ของแผ่นดินลดลงอย่างมาก แต่พระองค์ก็ได้ตัดสินพระทัย ลดรายได้ของแผ่นดิน ที่มาจากอบายมุขเหล่านี้ลง เพื่อลดการมอมเมาในพสกนิกรของพระองค์
       
       ดังปรากฏในบทพระราชนิพนธ์หลายเรื่อง เช่น พระราชนิพนธ์โครง ๔ ที่ลงพิมพ์ในดุสิตสมิตว่า
"สิ้นอายเพราะฝิ่นไซร้ ฆ่าธรรม สุจริตประจำ จิตสิ้น ริเริ่มการระยำ ยับย่อย ฝิ่นประหารทุกชิ้น ทุกก้อนธรรมา ริหาสินทรัพย์ด้วย อาธรรม์ ริเริ่มการพนัน โลภมาก ยิ่งเสียยิ่งเข้มข้น เล่นหนักขึ้นแฮ เสียทรัพย์กลับลำบาก สุดพ้นคณนา"
       

       นอกจากนี้ ยังกล่าวกันด้วยว่า การลดรายได้จากแหล่งอบายมุขต่าง ๆ ลง เป็นสิ่งหนึ่งที่ฝ่ายไทยได้ใช้เป็นประเด็นต่อรองเพื่อขอแก้ไขสนธิสัญญาที่ถูกจำกัดอยู่ เพื่อจะได้สามารถเพิ่มรายได้จากทางอื่นมาทดแทนได้ด้วย


ตัดภาพมาสู่ยุคปัจจุบัน การพนันยังคงอยู่ และรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป สิ่งสำคัญอยู่ที่หลายคนพอให้นึกถึงคำว่า "การพนัน" กลับลืมมองย้อนไปว่า จริงหรือไม่? ที่กิจกรรมเล็กๆ ของเด็กส่วนใหญ่นั้น จะพัฒนาไปเป็นการพนันได้ และอาจจะเป็นก้าวแรกของเด็กหรือเปล่า ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้เด็กซึมซับ จนติดนิสัย และหันมาเล่นการพนันในตอนโต
       

       ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ให้มุมมองว่า ครอบครัวที่มีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องติดพนัน ล้วนส่งผลให้เด็กมีแนวโน้มติดพนันสูงขึ้น รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในชุมชน และโรงเรียน ที่มีเกม หรือกิจกรรมการพนันต่างๆ เช่น น้ำเต้าปูปลา เกมเสี่ยงโชค เป็นต้น ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ ล้วนมีอิทธิพล และเป็นจุดเปลี่ยนให้เด็กซึมซับ และหันมาเล่นการพนันในตอนโตได้ โดยเฉพาะเด็กในช่วงประถมปลาย
       
       อย่างไรก็ดี ได้เคยมีการสำรวจพบว่า สาเหตุของคนที่ติดพนัน มักมีประสบการณ์ในวัยเด็ก ซึ่งจากกรณีศึกษาของนักเซียนพนันส่วนใหญ่ เคยมีประสบการณ์ในวัยเด็กเช่นเดียวกัน โดยเริ่มต้นจากการเล่นเล็กผสมน้อย ไม่พึ่งพาตัวเอง เพ้อฝัน และหวังพึ่งโชคชะตา
       
       เห็นได้จากผลการสำรวจพฤติกรรมการเล่นพนันเป็นครั้งคราว-ประจำของเด็กประถมศึกษา อ้างอิงจากโครงการ Child watch สถาบันรามจิตติ พบว่า
เด็กเล่นพนันบอลร้อยละ 6.64 หวยบนดินร้อยละ 6.25 และส่ง SMS ชิงโชคร้อยละ 32.01 ส่วนเด็กมัธยมศึกษาพบพฤติกรรมการเล่นพนันบอลร้อยละ 18 หวยบนดินร้อยละ 20 และส่ง SMS ชิงโชคร้อยละ 33
       

       "ผลสำรวจแสดงตัวเลขให้เห็นว่า การพนันได้เข้ามาผัวพันในชีวิตของเด็กมากขึ้น ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะแต่ละปีมีสติติลดลงเพียงนิดเดียว สาเหตุส่วนใหญ่มาจากสภาพแวดล้อม ชุมชน กลุ่มเพื่อน รวมไปถึงครอบครัว เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐ และทุกฝ่ายต้องเข้ามาช่วยกันรณรงค์ และกำจัดต้นตอกิจกรรมเล็กๆ ของเด็กออกไปให้หมด เช่น แผงขายเกมพนันตามหน้าโรงเรียน ชุมชน หรือร้านขายของชำ" ดร.อมรวิทย์กล่าว

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ท
       สำหรับการตื่นตัวของประเทศไทย อาจเรียกได้ว่า เป็นการตื่นตัวตามกระแส ไม่จริงจังกับความจริงเท่าที่ควร ต่างกับบางประเทศพัฒนาอย่างอังกฤษ เมื่อหลายๆ เดือนก่อน โอซีอาร์คณะกรรมการการสอบของอังกฤษ ได้มีการเสนอให้สอนเรื่องความยั่วยวนใจให้ติดการพนัน และวิธีการเลิกเป็นทาสของพนัน ในวิชาจิตวิทยาการพนันสำหรับสอนเด็กมัธยมปลายในช่วง 2 ปีสุดท้าย โดยจะให้เด็กเรียนวิชาเกี่ยวกับการติดการพนัน
       
       ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษเอง กำลังทบทวนแผนสร้างซูเปอร์กาสิโนแห่งแรกในสหราชอาณาจักร อันตรายของการติดพนัน เป็นเรื่องน่าสนใจมาก ที่จะให้นักเรียนศึกษาในวิชาจิตวิทยาระดับชั้น A-level เพราะการให้ความรู้นักเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมการติดพนันจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการสร้างความเข้าใจ และตระหนักถึงโทษของการพนันก่อนก้าวลงหลุมแห่งความหายนะ
       
       
ถึงแม้ว่าการพนันจะลุกลาม และขยายวงกว้างจนควบคุมไม่อยู่ แต่ถ้าพื้นฐานของครอบครัวดี สั่งสอนอบรมให้สมาชิกรู้จักโทษ และลดบรรยากาศการเล่นพนันในบ้าน ปลูกฝังวิธีคิดที่ถูกต้อง จะช่วยเป็นเกาะรั้ว ปกป้องผองภัยที่แข็งแรง ทำให้เด็กเติบโตเป็นอนาคตของชาติที่สดใส ไม่ลุ่มหลงอบายมุข และที่สำคัญไม่จบชีวิตตัวเองเพราะผลของหนี้ของการพนันอย่างที่เป็นข่าวอีกต่อไป
       

       ด้านสถานศึกษา ต้องมีบทบาทที่ชัดเจน โดยเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง และเข้มแข็ง ปลูกฝังค่านิยมในทางที่ถูกให้กับเด็ก ลดค่านิยมรวยแล้ววัดดวง แต่หันมาสร้างความเข้าใจ และใช้กิจกรรมให้เด็กตระหนักถึงโทษของการพนัน ส่วนภาครัฐเอง ก่อนจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ ทำแล้วเกิดผลต่อเด็กหรือไม่ รวมถึงต้องสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กได้แสดงออกในสิ่งที่ดี และต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย
       
       อย่างไรก็ตาม ครอบครับใดที่ติดพนันแล้ว ใช่ว่าจะเลิกไม่ได้ เพราะยังไม่สายที่จะสลัดความสุขเพียงชั่วคราว มาประกอบอาชีพ พึ่งพาตัวเอง เลี้ยงครอบครัวจะดีกว่า เพราะนั่นจะเป็นความสุขระยะยาวที่หาไม่ได้จากวงจรผีพนัน
       
       
"กิจกรรมกินเงินของเด็กไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป เพราะเด็กจะติด หรือไม่นั้น พ่อแม่ ครูอาจารย์ต้องใส่ใจ และอย่าละเลย ไม่เช่นนั้น อาจจะสายเกินแก้ เหมือนไฟไหม้ฟางที่พอจะดับก็สายไปแล้ว"
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์24 เมษายน 2552 14:40 น.





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]