• คนเมืองจันท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kang2001@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-05
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 98159
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
การพนัน..อันตราย
ต้องการบอกกล่าวถึงแหล่งการพนัน รอบบ้านเรา กลวิธีดึงลูกค้า โทษของการพนัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/casino
วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม 2552
Posted by คนเมืองจันท์ , ผู้อ่าน : 1887 , 09:40:14 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขึ้นชื่อว่า "การพนัน" เปรียบเสมือน NPL (หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) ตัวหนึ่งของครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวใดอ้าแขนรับ NPL ตัวนี้ไว้ในอ้อมใจแล้ว การจะหนีให้พ้นจากความเสื่อมทั้งหลาย ย่อมเป็นไปได้ยาก
       
       ทีมงาน Life & Family ได้รับอีกหนึ่งโอกาสดี ๆ ในการพูดคุยกับครอบครัวที่ยอมรับว่า มีสมาชิกในบ้านติดการพนัน และกำลังกัดกร่อนความศรัทธาของสมาชิกคนอื่น ๆ ไปอย่างช้า ๆ โดยที่พวกเขายังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายทางของปัญหานี้แต่อย่างใด
       
       กิจวัตรประจำวันของครอบครัว ๆ หนึ่ง ก่อนหน้าที่พายุแห่งความเลวร้ายที่มีชื่อว่า "การพนัน" จะพัดผ่าน มีร่องรอยของความอบอุ่นตามอัตภาพ สมาชิกในครอบครัวที่ประกอบด้วยพ่อแม่ และลูก 2 คนมีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ย่านวงเวียนใหญ่ ทุกวัน พ่อมีหน้าที่รับส่งลูก ๆ ทั้งสองไปโรงเรียนในละแวกบ้าน ขณะที่แม่จะรับหน้าที่เปิดร้านขายผักในตลาดเช้า ซึ่งยอดขายที่ได้รับตลอดมานั้น ต่อให้เป็นช่วงที่ใคร ๆ บอกว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ความเป็นจริงที่ครอบครัว ๆ นี้ ได้ประจักษ์ก็คือ หากไม่มีอบายมุขเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาก็มีรายได้เพียงพอที่จะอยู่อย่างสุขสบายเลยทีเดียว
การพนัน อบายมุขที่ศาสนาพุทธบัญญัติเอาไว้ว่าเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในศีลข้อที่ 5 เข้ามาทำลายความสุขที่ครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งพึงมีลงได้อย่างไร ค้นหาคำตอบได้จากมุมมองของน้องสุรพล (ขอสงวนนามสกุล) วัย 18 ปีลูกชายคนโตของครอบครัวนี้ที่จะมาบอกเล่าถึงความเลวร้ายที่เขาได้พบเจอ
       
       "เมื่อก่อน พ่อแม่ขยันทำงาน ตื่นไปซื้อของแต่เช้ามืด ผมเองก็ต้องตื่นมาช่วยเปิดร้าน จัดผัก แล้วค่อยทานข้าวไปโรงเรียน เลิกเรียนกลับบ้านมา ก็ทำการบ้านกับน้อง แล้วค่อยไปช่วยแม่ดูแลบ้าน แม่จะได้พักผ่อน เก็บแรงไว้สำหรับวันต่อไป"
       
       แต่เดี๋ยวนี้ หัวเรือใหญ่ของครอบครัวกลับพร้อมใจปิดร้านบ่อยขึ้น เวลาที่เคยต้องตื่นนอนตอนตี 1 - 2 เพื่อไปซื้อผักมาขาย กลับกลายเป็นเวลาที่พ่อแม่ของพวกเขาลุกขึ้นมาแต่งตัวเพื่อเตรียมไปเล่นการพนันแถบประเทศเพื่อนบ้าน
       
       "มีเพื่อน ๆ ของพ่อแม่มาชวน เขาเคยไปเล่นการพนันมาก่อน พอไปแล้วติดใจ ก็เลยชวนพ่อกับแม่ไปด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้ไปกันหลายคน บางครั้งก็ชวนเพื่อน ๆ ในละแวกเดียวกันไปด้วย ปิดร้านไปกันหมด"
       
       สุรพลเล่าต่อว่า จุดนัดพบของกลุ่มนักพนันอยู่ในย่านสะพานพุทธ โดยจะมีรถบัสคันใหญ่จอดเรียงราย รอรับอยู่ เพื่อออกเดินทางไปยังอรัญประเทศ ก่อนจะข้ามเข้าสู่ประเทศกัมพูชา เพื่อนำเงินไปถลุงยังบ่อนที่ตั้งเรียงราย
       
       "เคยติดรถไปกับพ่อแม่หนหนึ่ง อยากไปดูว่าที่นั่นมันเป็นอย่างไร ทำให้เข้าใจว่า เพราะเหตุใดผู้ใหญ่หลายคนจึงติดอกติดใจ เราได้เห็นว่าเจ้าของรถขนส่งนักท่องเที่ยวไปเสียเงินที่บ่อนพวกนี้บริการผู้โดยสารอย่างดี แจกบัตรฟรีให้รับประทานอาหารในคาสิโน จะเดินทางไปไหน ๆ ก็มีรถรับส่ง ถ้าไปแลกเงินเยอะ ๆ ก็ยังให้สิทธิพิเศษมากมาย"
       
       สิทธิพิเศษ ตลอดจนบริการดี ๆ เหล่านั้น เป็นอีกจุดหนึ่งที่น้องสุรพลบอกว่าทำให้พ่อแม่ของเขาติดใจ เหตุเพราะอาชีพค้าขายนั้น ปกติแล้วต้องเอาใจลูกค้าเป็นหลัก ส่วนตัวเองต้องแบกรับความเครียดเอาไว้เพื่อรักษายอดขาย เมื่อเปลี่ยนสถานภาพเป็นลูกค้า และได้รับบริการอย่างดีบ้าง จึงไม่แปลกที่จะพอใจอยากใช้บริการอีก
       
       แต่นั่นไม่ได้ทำให้น้องสุรพลเปลี่ยนใจมองอบายมุขที่ชื่อ "การพนัน" นี้ในแง่ดี เพราะเขาได้ค้นพบสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัว นั่นคือ พฤติกรรมของพ่อแม่ที่เปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่เห็นว่าการพนันเป็นสิ่งเร้าใจ สนุกสนาน ที่หาไม่ได้จากงานค้าขาย และยังอารมณ์เสียง่ายกว่าเดิมด้วย
  "เหมือนกับว่าความอดทนที่เขาเคยมีมันหายไป จากที่เคยหาเงินได้อย่างยากลำบาก ต้องต่อสู้ ฯลฯ พอไปบ่อนแล้วได้เงินมาง่าย ๆ ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดว่า การหาเงินมันไม่ยาก แถมไม่ต้องเหนื่อยตื่นแต่เช้า เจออากาศร้อน ๆ - เจอลูกค้าในตลาด"
       
       เป็นที่ทราบกันดีว่า การพนันไม่ได้มาในมิติเดียว คือเล่น "ได้" ตลอดไป หลายครั้งที่ไปแล้วต้องทิ้งเงินทองไว้ที่บ่อนให้เจ้าของบ่อนนอนกอดกองเงินกองทองผิดกฎหมายเหล่านี้ ส่วนตัวนักพนันเองก็พกอารมณ์หงุดหงิดกลับมาระบายใส่คนที่บ้านแทน
       
       "ทุกวันนี้เหมือนเรากับน้องคุยกับพ่อแม่ไม่ค่อยเข้าใจ ส่วนหนึ่งเพราะเรามีอคติต่อต้านเขา เราไม่ชอบที่เขาไปเล่น ขอร้องแล้วก็ไม่ค่อยฟัง พอเขากลับมา เราก็รู้ว่าเขาเดินทางมาเหนื่อย แต่มันรู้สึกเจ็บใจมากกว่า"
       
       "ส่วนตัวไม่ชอบการพนัน ต่อให้เป็นการพนันถูกกฎหมายอย่างเช่น สลากกินแบ่งก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ชอบบอกว่าเล่นสนุก ๆ เคยขอพ่อแม่แล้วว่าไม่อยากให้ไป เพราะมันอันตราย ต้องออกเดินทางแต่เช้ามืด นั่งรถไปก็ตั้งไกล แถมรถยังขับเร็วมาก ฉวัดเฉวียน ป่ายซ้ายเบียดขวา คนบนรถก็มีแต่นักพนัน ที่เรารู้สึกไม่อยากคบ บวกกับรู้สึกเสียดายเงิน อยากเก็บไว้ทำอย่างอื่นมากกว่า แต่เขาก็ไม่ฟัง เขาบอกว่า เรายังไม่เข้าใจว่ามันสนุกอย่างไร เพราะเรายังไม่ถึงวัยที่จะสนใจ" น้องสุรพลเล่า
       
       "ถ้าการพนันมันดีจริง ผมคงได้เห็นย่านตลาดโรงเกลือที่เต็มไปด้วยอบายมุขเหล่านี้เจริญรุ่งเรือง เต็มไปด้วยคนดี ๆ แต่นี่มันไม่ใช่ มันมีแต่นักพนัน ผมเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ วิ่งขอทานกับนักพนันไปทั่ว เห็นการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย เห็นการวางขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เห็นคนฉกชิงวิ่งราว เศษขยะถูกทิ้งเกลื่อนกลาด ราวกับเป็นเขตนอกกฎหมาย"
       
       "ถ้าฝากได้ อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้กวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้หมด หรืออย่างน้อยก็ช่วยทำให้การเดินทางไปเล่นการพนันมันยากขึ้น ถึงยากที่สุด ผมเชื่อว่าถ้าปราบอย่างจริงจัง ต้องปราบได้แน่ เพราะรถบัสเหล่านี้จอดอยู่ริมถนน และมีลักษณะผิดสังเกตอย่างเห็นได้ชัด"
       
       ส่วนตัวของสุรพลเอง แม้วันนี้เขาจะยอมรับว่ารู้สึกท้ออยู่บ้างที่ไม่สามารถชวนให้พ่อแม่เลิกจากการเล่นพนันได้ แต่เขาก็มีอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่บอกว่าเขาจะทำให้ครอบครัวได้เห็น
       
       "ผมเชื่อว่า ความรักจากท่าน และความห่วงใยที่ท่านมีให้ผมกับน้องนั้นยังมีอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งในอนาคต ผมจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า หากเราเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง พัฒนาตัวเองให้รู้จักหา และบริหารเงินได้ เราก็จะอยู่ได้สบาย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับการพนันครับ" น้องสุรพลกล่าวทิ้งท้าย
       
       ถึงแม้วันนี้ครอบครัวที่เราได้นำมาถ่ายทอดจะยังไม่ล่มสลายด้วยพิษของการพนัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นก็คือ เขายังไม่สามารถหาทางออกจากวงจรแห่งอบายมุขนี้ได้ และยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขนัก อย่างไรก็ดี หากเสียงสะท้อนเล็ก ๆ นี้ดังไปถึงอดีตผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่เคยกุมอำนาจเต็มเปี่ยมในการกำหนดนโยบายสร้างศูนย์กาสิโนครบวงจรให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เชื่อว่าคงมีหลายคนได้รู้สึกละอายใจกันบ้าง ไม่มากก็น้อยกับความล่มสลายของสังคมไทยที่ครั้งหนึ่งวิสัยทัศน์ของคนเหล่านั้น "มองไม่ถึง"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์30 พฤษภาคม 2552 22:33 น.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 01/07/2009 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

ผมโหวตให้ 1 โทษฐานพูด ถึงการพนันซึ่งทำให้หลายคนตายอย่างเขียดมาแล้ว

เรื่องจะทำให้หายไปจากสังคมคงยาก หากคนในสังคมไม่ช่วยกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]