• วิฬารี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jujube_my@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-04
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 138498
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
แมวมองน้องเหมียว
เรื่องราวของมะเหมียวสี่ขา ในมุมมองเกี่ยวกับตำนาน คติความเชื่อต่างๆ ของแต่ละวัฒนธรรมบนโลกใบนี้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/cat-a-blog
วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม 2550
Posted by วิฬารี , ผู้อ่าน : 10030 , 17:26:29 น.  
หมวด : สัตว์เลี้ยง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     จากที่เคยกล่าวมาแล้วในบทความที่โพสต์ก่อนหน้านี้ว่า แมวเป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กับค่านิยม คติ ตำนานความเชื่อ และประเพณีต่างๆที่อยู่ในวัฒนธรรมของคนในแต่ละชนชาติ ซึ่งในบางชนชาติก็จะมีความเชื่อที่ว่า แมวเป็นสัตว์มงคล และบ้างก็เชื่อว่า แมวเป็นสัตว์อัปมงคล

     วันนี้ วิฬารีจึงขอนำเสนอบทความชุดใหม่ที่เกี่ยวกับแมวในแง่มุมที่มองว่า แมวเป็นสัตว์มงคล แง่มุมด้านบวกที่เกี่ยวกับแมว ซึ่งต่อไปนี้จะขอเรียกว่า มุมสว่างในความเชื่อที่เกี่ยวกับแมว โดยขอประเดิมที่ชนชาติอียิปต์ซึ่งถือว่าเป็นชนชาติแรกที่เลี้ยงแมวมาแต่ยุคโบราณ ชาวอียิปต์เชื่อว่า แมวเป็นเทพเจ้าของพวกเขา

     เหตุผลหลักๆ ที่ชนชาติอียิปต์เคารพนับถือแมวเป็นเทพเจ้านั้น มาจากการที่แมวมีบุญคุณกับชาวอียิปต์ เพราะเมื่อชาวอียิปต์นำแมวมาเลี้ยงไว้ในบ้านและถูกฝึกเลี้ยงจนเชื่อง แมวช่วยจับหนูภายในบ้าน และเมื่อเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม ผู้คนได้เก็บรักษา ผลิตผลทางการเกษตร เช่น ข้าว ธัญพืชต่าง ๆไว้ในยุ้งฉาง ผลิตผลเหล่านี้ป็นสิ่งดึงดูดสำหรับหนู ซึ่งได้แพร่กระจายเป็นจำนวนมาก ชาวอียิปต์จึงเกิดความคิดที่จะฝึกแมว ซึ่งมีสัญชาตญาณในความเป็นสัตว์ป่ามาปราบหนู ซึ่งแมวก็สามารถทำหน้าที่ในการกำจัดหนูได้เป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับ นอกจากจะทำให้ผลิตผลและพืชพันธุ์ได้รับความเสียหายน้อยลงแล้ว แมวยังช่วยควบคุมหนูซึ่งเป็นศัตรูพืชและเป็นพาหะนำกาฬโรค(เป็นโรคระบาดที่น่ากลัวในสมัยโบราณ

      เมื่อชาวอียิปต์โบราณเลี้ยงแมว ก็ช่วยให้พวกเขามีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์และมีพลเมืองมากพอ เพราะไม่เจ็บป่วยด้วยกาฬโรคเหมือนประเทศอื่นๆ อียิปต์จึงมีความเจริญ สามารถแผ่ขยายอาณาจักรออกไปได้กว้างใหญ่ไพศาลเป็นเวลาหลายพันปี กลายเป็นแหล่งอารยธรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จากมูลเหตุดังกล่าว ทำให้แมวได้รับการเคารพนับถือว่า เป็นสัตว์แห่งเทพเจ้า(เทพีบาสเต็ต)  เพราะชาวอียิปต์มีความเชื่อว่า แมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นเทพเจ้า หรือเรียกว่า Bastet (เทพีบาสเต็ต/เทพธิดาแมว) อันมีความหมายว่า นางแห่งบาสต์(Bast) ทั้งนี้ Bast เป็นชื่อนครอันเป็นที่ประดิษฐานของเทวาลัยของแมวทั้งหลาย

      เทพีบาสเต็ตเป็นเทพเจ้าผู้ประทานความรักและความสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าของแมวทั้งหลาย ซึ่งมักจะปรากฏรูปร่างดังนี้ คือ เป็นเทพที่มีศรีษะเป็นแมว ส่วนรูปร่างหน้าตานั้นจะแตกตางกันออกไป บ้างปรากฏร่างเป็นสตรี แต่มี    ศรีษะเป็นแมว หรือบางครั้งก็เป็นแมวทั้งตัว  เทพีบาสเต็ตเป็นหนึ่งในลูกสาวของเทพเจ้ารา(Ra) นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง ความร้อนและพลังแสงอาทิตย์

                           

                  

นี่คือ โฉมหน้าของเทพีบาสเต็ต  ซึ่งมีลักษณะส่วนศรีษะเป็นแมว ในร่างของสตรี

      

ส่วนสองรูปนี้ เป็นเทพีบาสเต็ตที่มีรูปร่างเป็นแมวทั้งตัว   

     ในสมัยอียิปต์โบราณนั้น หากบ้านหนึ่งๆมีแมวตาย สมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น จะต้องไว้ทุกข์ด้วยการโกนคิ้วของตัวเองออก และนำซากของแมวไปทำมัมมี่เพื่อเก็บรักษาไว้ กล่าวคือ ซากแมวจะถูกพันห่อด้วยวัสดุหลากสี และจะมีหน้ากากที่แกะจากไม้ครอบหน้าของแมวเอาไว้ แต่บางทีก็ถูกห่อหุ้มด้วยเส้นฟางสาน แล้วนำไปฝังในสุสานใกล้โบสถ์ Bast ณ เมืองบูบาสติส ซึ่งสุสานแห่งนี้ นักโบราณคดีเคยค้นพบมัมมี่แมวมากกว่า 300,000 ตัว

     ในทุก ๆ ฤดูใบไม้ผลิ จะมีผู้คนนับครึ่งล้านต่างมุ่งหน้าไปชุมนุมเพื่อร่วมพิธีบูชาแมว หรือที่เรียกว่า พิธี Bastet ซึ่งในแต่ละครั้งจะมีมัมมี่แมวนับ 100,000 ตัว ถูกฝังเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพีบาสเต็ต ผู้เป็นเทพแห่งแมว โดยชาวเมืองจะนำเนื้อสัตว์ น้ำผึ้งและผลไม้ มีสาวงามที่ประดับดอกไม้บนศรีษะ ออกมาร้องเพลงร่ายรำถวายเทพเจ้า     พิธีดังกล่าวเป็นที่นิยมอยู่นับเป็นเวลานานถึง 2,000 ปีจนกระทั่งถูกห้ามอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 390ซึ่งเป็นช่วงที่พิธีเสื่อมความนิยมลงไปมากแล้ว

ส่วนรูปนี้เป็นรูปมัมมี่แมว (เอามาฝากสำหรับแฟนๆแมวทั้งหลาย)

     จะเห็นได้ว่า ความเชื่อที่ชาวอียิปต์มีต่อแมวนั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงเกียรติภูมิที่มนุษย์มีให้กับแมวในอารยธรรมโบราณอย่างอียิปต์  ทำให้แมวได้กลายเป็นหนึ่งในเทพเจ้าทั้งหลายของชนชาติอียิปต์ 

      

ป.ล. เป็นยังไงบ้างคะ ท่านผู้อ่านที่มีผองเพื่อนเป็นแมวทั้งหลาย แมวซึ่งสัตว์เลี้ยงของเราเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ธรรมดาจริงๆเลยนะคะ       ครั้งหน้ามาตามอ่านแมวเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่นกันค่ะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หนูแครอท วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 06.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mommam

น่าสนใจมากคึ่ะ
มัมมี่แมวของจริงหรอคะ
สงสารน้องเหมียวจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ป้ารุ วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

มัมมี่แมว น่าสนใจมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เป็ดน้อยลอยน้ำ วันที่ : 22/10/2007 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesexiestrubberduckling

มาอ่านเรื่องแมวเทพเจ้าแห่งอียิปต์ค่ะ

มัมมี่แมวดูน่ากลัวนิดหน่อย แต่ว่าเค้าก็ทำเพราะรักและบูชานี่นะ
ทำให้รู้สึกหยองน้อยลงหน่อย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 22/10/2007 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

เคยไปดูมัมมี่แมวของจริงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Bon วันที่ : 22/10/2007 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impel

ขอบคุณครับ ผมชอบแมวนะ แค่ไม่ค่อยรู้เรื่องแมวเท่าไหร่เลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
HalfMoon วันที่ : 21/10/2007 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...

ตัวหนังสือเล็กมาก แต่ก็พยายามอ่านและขอบคุณมาก
โอกาสหน้าขอเรื่องเกี่ยวกับ การดูแลรักษาแมว ให้พ้นจากโรค ถ้าเป็นไปได้นะคะ

ขอบคุณค่า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ที่บ้านรักแมวกันทุกคนครับ โดยเฉพาะลูกชายคนเล็ก...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nupANg วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nupANg


อากาศปลี่ยนแปลงอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tuty วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuty

ที่บ้านก็มีแมวค่ะ 1 ตัวเฉียดตายมาแล้ว
เพราะความไม่รู้ของเรา
. . .
อะไรก็ตามเท่าที่ลองสังเกตุดู
ถ้ามีเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศอียิปต์
มักจะได้รับความสนใจอยู่เสมอ
คงเป็นเพราะปริศนาหลายๆอย่าง
แม้ว่าอียิปต์ในปัจจุบันจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีต

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วิฬารี วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cat-a-blog

เข้ามาอ่านกันเยอะๆนะคะ วิฬารีคิดว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นประโยชน์แก่คนที่รักและไม่รักแมวทั้งหลาย รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน