*/
  • Cat@
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-04-28
  • จำนวนเรื่อง : 306
  • จำนวนผู้ชม : 942234
  • จำนวนผู้โหวต : 769
  • ส่ง msg :
  • โหวต 769 คน
ขนนอกนานาชาติ

รวมการสะสมขนนกนานาชนิด

View All
<< เมษายน 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 22 เมษายน 2559
Posted by Cat@ , ผู้อ่าน : 3407 , 21:51:31 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน หวานหวาน , ทางแก้ว และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

ตอน เมือฉัน เป็นตาปลา ทีเยอรมัน

ความจริง พึงเป็น ไม่ถึงครึ่งปี จะว่า รำคาญ ก็ไม่ใช่ แต่กลัวมัน ลาม มากกว่า

เมือ ฉันรู้ว่า เป็น จึงไปหาหมอ บ้าน หรือหมอประจำตัว ที รักษาเรามา ตั่งแต่เราอยู่เมืองเยอรมัน

แต่ก่อน ตอนอยู่เมืองไทย ไม่มีหรอก หมอประจำตัว  พอมาอยู่เยอรมัน มีหมอประจำตัว จนทุกวันนี้

หมอประจำตัว ส่งตัวต่อไปแผนก เฉพาะทาง

เมือได้คิว ก็ไปหา หมอ ตอนแรก ไม่ยอมทำให้

เค้า บอกว่า ให้ ไปซื้อยา ทีร้านหมอตี๋ ซ์้อน้ำยามาแช่ มาทา

ดิฉัน มองหน้าหมอ  ดิฉันเสียเวลามาหา คุณ เพราะต้องการ รับการรักษา

ทีถูกทาง ถูกวิธี ดิฉันไม่ใช่ หนูตะเภา หรือกระต่าย ทีจะมา ทดลอง รักษาเอง

พูดจบ หมอ มองหน้า ดิฉัน มองหน้ากลับ

สรุป เค้าเลย รับ รักษา แต่เค้าบอกว่า หลังจาก รักษา จะทิ้ง รอยแผลเป็นนะ

ปาด ไอ้ รอยแผลที ทีส้นตีน เอ๊ย ทีใต้ฝ่าเท้า นิ มัน ไม่ได้ร้ายกาจ อะไรไม่ใช่หรือ

วันนี้ ถึงเวลา นัด หมอ นัดให้ ใส่รองเท้าแตะ และต้องมีรถมา รับกลับ และห้าม โดนน้ำ

หลังทำการรักษา สามวันให้ไปหา หมอบ้านอีกครั่งเพือ ตรวจหมอ

...........

เวลาทำการรักษา หมอ ตรวจเช้คแผล ทำความสะอาด

ฉีดยาชา ทีเจ็บ สุดๆ ก็ ไอ้ตอน เอาเข็ม ทิ่มเข้าไปทีฝ่าเท้า นี่แหระ

ดิฉัน ผ่อน ลมปราณ ค่อย ลดกล้ามเนื้อ ผ่อนคลาย ก็ พอจะช่วยได้

ทีนี้ หมอ ทิ้งช่วง ให้ยาชา

แม่ ประคุณเอย ทิ้งเป็นชั่วโมง หมอไป รักษา คนอืนต่อ

จน ดิฉัน เริ่มกลัว จะชา จะหมด ฤิทธิ์ นี่กู จะ ต้องโดน ฉีด อีกเข้ม ป่าวเนี้ย

หนึ่งชั่วโมง ผ่านไป

ลืม เล่าไป หมอ ให้ นอนคล้ำหน้า หันหลังให้หมอ

เท้า ยกสูง เท้าด้าน ที เจ้บ ใกล้หมอ

ถึงเวลา รักษา หมอ ยัง พูดตลก อีก ผม ไม่ได้ลืม คุณนะ

เออ ดี ไม่ลืม ก็ลงมือ สักที สิ ....

พอลงมือ ได้กลิ่น ไหม้ พอถามว่าเจ็บป่าว

ไม่เจ้บ แต่ได้กลิ่น เนื้อไหม้ ตีน เราไหม้นิเอง

หมอ พัน แผล ทีเท้าสั่ง ห้ามเดินลงน้ำหนัก ตรงแผล

ห้าม อาบน้ำ

พอสิ้น หมอ ส่งตาหวานให้ เออ ไม่ยอมทำตั่งแต่แรก

พอทำให้ ก็ทำให้ ดี ขอบคุณนะค่ะ

............................................

ทีนี้

 

ตาปลาเกิดจากอะไร วิธีรักษาตาปลาให้หาย

124,186อ่าน


ตาปลา



          ตาปลาเกิดจากอะไร รักษาตาปลาแบบไหนได้ผล ไม่เจ็บตาปลาที่เท้าอีก ข้อมูลต่อไปนี้ช่วยคุณได้จ้า

          อูยยย..เจ็บตาปลาที่เท้าจังเลย ใส่รองเท้าก็เดินลำบาก ถ้าใครไม่เคยเป็นคงไม่รู้หรอกว่าทรมานแค่ไหน แบบนี้ต้องรีบหาวิธีรักษาตาปลาเสียแล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นตาปลา ก็น่าจะรู้ข้อมูลไว้บ้าง จะได้ช่วยป้องกันไม่ให้ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดตาปลาไงเนอะ

ตาปลาคืออะไร

          พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า "ตาปลา" ก็คือก้อนของหนังขี้ไคลซึ่งเกิดจากการเสียดสีของผิวหนังเรื้อรังเป็นเวลานาน นั่นเอง เราจึงพบตาปลาเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ที่บริเวณฝ่าเท้า เพราะเป็นส่วนที่แบกรับน้ำหนักตัวของเราตลอดเวลา

          ทั้งนี้ ตาปลามีด้วยกัน 2 ชนิด คือ "ตาปลาชนิดขอบแข็ง" มักขึ้นตามข้อพับ ส้นเท้า ฝ่าเท้า บริเวณที่ถูกกระแทก หรือเสียดสีบ่อย ๆ กับ "ตาปลาชนิดอ่อน" มักขึ้นตามง่ามนิ้วเท้า

ตาปลาเกิดจากอะไร

          แล้วทำไมการที่ผิวหนังเสียดสีกันนาน ๆ ถึงทำให้เกิดตุ่มตาปลาได้ล่ะ ? เรื่อง นี้อธิบายได้ง่าย ๆ ว่า ผิวหนังของคนเรานั้นมีทั้งส่วนที่เป็นหนังกำพร้าและหนังแท้ ซึ่งมีสารเชื่อมให้ทั้งสองชั้นเกาะติดกัน แต่ถ้าผิวหนังถูกเสียดสีอย่างรุนแรง จะทำให้ผิวหนังกำพร้าแยกออกมาเป็นตุ่มพอง ๆ และถ้ายิ่งเสียดสีไปนาน ๆ เข้า จะยิ่งไปกระตุ้นให้ผิวหนังกำพร้าสร้างหนังขี้ไคลหนาขึ้นจนมีลักษณะแข็ง ๆ เป็นก้อนแหลม ๆ คล้ายลิ่ม พอกดเข้าไปตรงบริเวณตุ่มน้ำใส ๆ ก็จะรู้สึกเจ็บ

          แล้วรู้ไหมว่าตาปลาไม่ได้เกิดเฉพาะที่ฝ่าเท้าอย่างที่พบกันบ่อย ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดได้ระหว่างซอกนิ้วเท้า ที่กระดูกนิ้วเสียดสีกัน หรือด้านบนของหลังเท้า ที่เกิดจากการสวมรองเท้าหัวแบนบ่อย ๆ ทำให้ผิวหนังส่วนนั้นเสียดสีกับรองเท้า สรุปได้ว่า ตาปลาเกิดจากแรงเสียดสีของผิวหนังนั่นเอง ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อใด ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน

อาการของตาปลา

          ถ้าเป็นตาปลาขึ้นมาล่ะก็สิ่งแรกที่เราจะรู้สึกได้ก็คือความเจ็บปวดนี่แหละ เห็นตุ่มแข็ง ๆ เม็ดเล็กนิดเดียว ก็ทำให้เจ็บจี๊ดได้เลยนะ โดยเฉพาะถ้าตาปลามีขนาดใหญ่ แล้วเราต้องไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้ฝ่าเท้ารับน้ำหนักมาก เช่น วิ่ง เดินนาน ๆ ยืนนาน ๆ หรือคนที่เป็นตาปลามีน้ำหนักมาก ก็ยิ่งทำให้เจ็บมากขึ้น เพราะก้อนแข็ง ๆ นี้จะยิ่งถูกกดให้ลึกเข้าไปในผิวหนัง บางทีไปกดทับกระดูกหรือเส้นประสาทเข้าอีก แบบนี้ต้องรีบหาวิธีรักษาเลย


ตาปลา

ตาปลา


ตาปลากับหูดต่างกันตรงไหน

          หลายคนเห็นก้อนไตแข็ง ๆ ขึ้นมาที่เท้า ไม่แน่ใจว่าเป็นหูดหรือตาปลา ให้ตรวจดูแบบนี้ว่า ถ้าเป็นหูด ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสฮิวแมน เพ็ปพิลโลมาไวรัส (Human papillomavirus) หรือเชื้อ HPV ไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้แบ่งตัวเพิ่มขึ้นเป็นก้อนในชั้นหนังกำพร้า มักจะเกิดขึ้นกับเท้าเดียว และจะรู้สึกเจ็บมากถ้าบีบก้อนด้านข้างเข้าหากัน เมื่อปาดผิวตุ่มนั้นออกดูจะเป็นเส้นสีขาวอัดแน่น ถ้าตัดลึกลงไปอีกจะมีเลือดออก เพราะมีเลือดมาเลี้ยงเซลล์ผิวหนังตรงส่วนนี้ด้วย

          แต่ ถ้าเป็นตาปลาบีบด้านข้างจะไม่เจ็บ จะเจ็บก็ต่อเมื่อกดลงไปในตุ่ม และในตุ่มนั้นจะไม่มีเลือดออก เพราะเป็นเพียงผิวหนังที่ขี้ไคลหนาขึ้นจากการกดทับและเสียดสีเป็นเวลานาน เท่านั้น

 

 



หูด


วิธีรักษาตาปลาที่เท้า 

          การรักษาตาปลาให้ได้ผลนั้นมีอยู่หลายวิธีที่ขอนำเสนอก็คือ

          1. ใช้พลาสเตอร์ที่มีกรดซาลิไซลิก 40% ปิดส่วนที่เป็นตาปลาทิ้งไว้ 2-3 วัน จากนั้นค่อยแกะพลาสเตอร์ออก แล้วแช่เท้าในน้ำอุ่นเพื่อให้ผิวหนังตรงฝ่าเท้านิ่มลง จะช่วยทำให้ตาปลาหลุดลอกออกไปได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าตาปลาหลุดลอกออกไปยังไม่หมด ก็ให้แปะพลาสเตอร์ซ้ำ แล้วกลับมาแช่น้ำอุ่นอีกครั้ง

          2. ใช้ยาแอสไพริน (แต่ไม่ได้ให้ทานนะ) โดยในแอสไพรินก็มีกรดซาลิไซลิกเช่นกัน ก็ช่วยกัดตาปลาได้ (แต่คุณต้องมั่นใจด้วยว่าตัวเองไม่แพ้ยาแอสไพริน) วิธีใช้ก็คือ นำแอสไพริน 5 เม็ดมาบดเป็นผง แล้วผสมกับน้ำมะนาว 12 ช้อนชา และน้ำเปล่าอีก 12 ช้อนชา จากนั้นนำมาป้ายตรงตาปลา แล้วใช้พลาสติกมาห่อไว้ ตบท้ายด้วยการพันผ้าขนหนูอุ่น ๆ ทับอีกชั้นหนึ่ง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วถอดออก แล้วใช้หินมาขัดเบา ๆ จะช่วยให้ตาปลาลอกออกมา

          3. ทายากัดตาปลาหรือหูด วันละ 1-2 ครั้ง หรือจนกว่าตาปลาจะหลุดออกไปหมด โดยมีคำแนะนำคือ ก่อนทายาให้แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนสัก 15-20 นาที เพื่อให้ผิวหนังนิ่มขึ้น แล้วใช้ผ้าขนหนูมาถูตรงตาปลาเพื่อลอกขุยออก จากนั้นอาจใช้วาสลินหรือน้ำมันมะกอกมาทาผิวรอบ ๆ ตาปลา เพื่อที่ผิวบริเวณนั้นจะได้ไม่ถูกตัวยาไปกัดผิวหนัง แล้วค่อยแต้มยาลงบนตาปลา

          4. ผ่าตัดหรือใช้เลเซอร์จี้ตาปลาออก เป็นอีกวิธีที่สะดวกรวดเร็ว แต่ก็อาจทิ้งแผลเป็นไว้ และที่สำคัญคือค่ารักษาแพงกว่าวิธีอื่น ๆ แต่วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่เป็นตาปลาเพราะเกิดจากความผิดปกติของกระดูกที่ทำ ให้กระดูกเสียดสีกัน
      
          ส่วนใครที่เคยได้ยินคนแนะนำให้เอาธูปจี้ตาปลา หรือใช้ของมีคมเฉือนตาปลาออก ข้อเตือนไว้ตรงนี้เลยค่ะว่าเป็นวิธีที่อันตรายมาก เพราะนอกจากอาจไม่ได้ช่วยให้ตาปลาหายแล้ว ยังทำให้เกิดแผลอักเสบติดเชื้อตามมาเป็นของแถม แบบนี้ไม่ไหวแน่

 

ป้องกันตาปลาที่เท้าง่าย ๆ แค่เลือกรองเท้าให้เหมาะ


          ก่อนจะเป็นตาปลาที่เท้า หรือรักษาตาปลาหายไปแล้วไม่อยากกลับมาเป็นซ้ำอีกรอบ ก็ต้องรู้จักเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับตัวเอง ตามนี้เลย

          1. เลือกใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ไม่คับเกินไป หรือหลวมเกินไป เพราะไม่ว่ารองเท้าจะคับหรือหลวมก็ทำให้นิ้วเท้าเสียดสีกัน

          2. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง รองเท้าหัวแหลม รองเท้าแฟชั่นซึ่งไม่สอดคล้องกับโครงสร้างกระดูกเท้า รองเท้าพวกนี้จะไปบีบรัดทำให้การเรียงตัวของกระดูกผิดทิศทาง และทำให้เกิดการเสียดสีมากขึ้น แต่สำหรับสาว ๆ ที่จำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็เลือกรองเท้าส้นสูงที่มีแผ่นหนุนด้านหน้า เพื่อลดแรงกดที่นิ้วเท้า และไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงยืนเดินนานจนเกินไป ควรหารองเท้าสบาย ๆ ไปเปลี่ยนระหว่างวันด้วย

          3. หาฟองน้ำหรือแผ่นรองเท้ามาใส่เพิ่มในรองเท้า เพื่อลดการเสียดสีระหว่างรองเท้ากับผิวหนัง

          4. เลือกใส่รองเท้าที่เหมาะกับกิจกรรมที่ทำ เช่น รองเท้าเทนนิสไม่ควรใส่มาวิ่ง

          5. ถ้าชอบมีตาปลาเกิดขึ้นระหว่างง่ามนิ้วเท้า อาจใช้สำลีหรือฟองน้ำบุระหว่างง่ามนิ้วเท้าไว้ เพื่อป้องกันการเสียดสี

          6. หากตาปลาเกิดจากมีเท้าผิดรูป หรือการลงน้ำหนักของเท้ามีความผิดปกติ อาจเลือกใช้รองเท้าที่ออกแบบเป็นพิเศษที่เหมาะสมกับความผิดปกติแต่ละชนิด

          ถ้า ใครที่มีตาปลาขึ้นที่มือ ก็ควรใส่ถุงมือหนา ๆ เวลาต้องทำงานที่รับแรงเสียดสี หรือถ้าใครมีน้ำหนักตัวเกิน ก็ต้องลดน้ำหนักลงบ้าง เพื่อลดการเสียดสีเช่นเดียวกัน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, readersdigestthailand.co.th

ขอขอบคุณ ข้อมูล จาก .kapook.com

...........................................................................................

นี่คือ สภาพ หลังรักษา ไม่เจ้บ เลย

แต่หมอให้ยกเท้าขึ้น จะมารายงานตัวอีกครั่งนะค่ะ

ว่าหลังรักษา แล้ว จะเป็นเช่นไร

ขอบคุณเพือน ๆ ทุกคนทีให้กำลังใจนะค่ะ

เป็นนิดเดียว โวย ไว้ก่อน ฮ่าา

ป่าวหรอก คนเราหากไม่รัก ตัวเอง แล้วเรา จะไปใคร ได้ล่ะ

รักตัวเอง แล้ว แบ่งปั่นรักให้ คน ทั่งโลก

ขอให้เพือน มีความสุข นะค่ะ

จาก

แม่แคท


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หวานหวาน วันที่ : 26/04/2016 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

ขอบคุณที่เล่าเรื่องตาปลา ให้อ่านนะคะคุณแม่แคท

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
february26 วันที่ : 26/04/2016 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ผมเคยเป็ฯ เวลาเดินละเจ็บมาก
แปลก อยู่ๆ มันหายไปเอง ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

แม่แคท สู้ๆ
ตาปลา จิ๊บๆ นะแม่นะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
dionอมยิ้ม วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongmonth

เห็นแล้วเจ็บแทน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แม่หมี วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ได้ความรู้เรื่อง "ตาปลา" เยอะเลย

ขอบคุณที่เล่าประสบการณ์ให้ฟัง หายเร็วๆนะคะ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

หายไวไวครับ ผมเอามีดเฉือนเอง แล้วใส่เมอไทโอเลทครับ

ความคิดเห็นที่ 4 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Cat@ วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 03.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ความคิดเห็นที่ 2 [ถูกใจความคิดเห็นนี้] (0)
rattiya

บ้านเราไม่มี Fußpflege
แต่บ้านเรามีช่างทำ เล็บมือ เล็บเท้า สะใจ
เวลาไปไทยทีไร ตรงดิ่งไปหา ร้านเสริมสวยก่อนเลย
ทั่ง ตัด ทั่งขูด ชอบมากๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Cat@ วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 03.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ความคิดเห็นที่ 1 [ถูกใจความคิดเห็นนี้] (0)
นายยั้งคิด
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rattiya วันที่ : 23/04/2016 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

อาชีพ Fußpflege ที่เมืองไทยยังไม่มีการเรียนเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/04/2016 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน