• mata
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : apiratcbd@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-28
  • จำนวนเรื่อง : 393
  • จำนวนผู้ชม : 714665
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
CBD.CRIME
การให้กับทุกคนในสิ่งที่เขาควรได้รับ มิใช่ประโยชน์ของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/cbd
วันเสาร์ ที่ 8 มกราคม 2554
Posted by mata , ผู้อ่าน : 1626 , 22:21:09 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข่าวสด

จับแล้วโช เฟอร์แท็กซี่นกต่อลวงฆ่าพระทั้งผ้าเหลืองริมถนนมอเตอร์เวย์ ปทุมธานี แฉไปรับมาจากกุฏิวัดพาออกมาให้มือปืนดักซุ่มยิง พระอีกรูปวิ่งหนีรอดตายมาได้เป็นพยานปากสำคัญ ตร.สงสัยโยงธุรกิจบางอย่าง เพราะเห็นคนร้ายแวะมาหาพระเป็นประจำ ก่อนนัดพามาเจรจาแต่ตกลงไม่ได้ เลยให้เพื่อนที่ซุ่มอยู่ซัลโวไม่เลี้ยง หลังได้เบาะแสออกหมายจับและตามล็อกตัวได้ พาเค้นสอบหาเพื่อนร่วมแก๊งและสาเหตุการสังหาร

จากเหตุการณ์คนร้ายลวงพระมหามนัส แย้มมี อายุ 35 ปี และพระสุพจน์ วงศ์จำปา อายุ 20 ปี พระลูกวัดตะวันเรือง หมู่ 11 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยชวนขึ้นรถแท็ก ซี่ขับออกจากวัดก่อนไปให้มือปืนที่ซุ่มรออยู่ ริมถนนคู่ขนานทางด่วนสายมอเตอร์เวย์ (ถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบตะวันออก) ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ยิงถล่มทำให้พระ มนัสเสียชีวิต ส่วนพระสุพจน์หนีรอดได้หวุด หวิด เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 ม.ค. พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวพระสุพจน์ มาให้การเพิ่มเติมอย่างละเอียดว่าคนขับรถยนต์แท็กซี่ที่เข้ามารับพระมหามนัสคือนายสมาน เขียวแตง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 12 ต.คลองสี่ อ.คลอง หลวง จ.ปทุมธานี มีประวัติถูกจับในคดีมียาเสพติด และมีอาวุธปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง 2548-2549 เพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน

"พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับนายสมานจากศาลจังหวัดธัญบุรีแล้วในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามไล่ล่าตัวนายสมาน ที่หลบหนีตามบ้านญาติ บ้านเพื่อน และอู่รถแท็กซี่ คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้"

พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติกล่าว และว่า นายสมานขับรถมารับพระมหามนัส ออกไปเจรจาเรื่องธุรกิจไม่เปิดเผย โดยพระมนัสชักชวนพระสุพจน์ไปด้วยผกก.สภ.คลองหลวงกล่าวอีกว่า เมื่อถึงจุดเกิดเหตุระหว่างที่พระมหามนัสยืนเจรจาอยู่กับนายสมาน เกิดมีปากเสียงกันรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ จังหวะนั้นพระสุพจน์เห็นว่าได้มีคนร้ายที่มายืนซุ่มรออยู่ในป่าหญ้าโดยแต่งกายสวมชุดลายพราง สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกไอ้โม่งไหมพรมปิดหน้า กระทั่งพระมหามนัสได้เดินออกมาจากนายสมาน คนร้ายใช้ปืนยิงกระหน่ำใส่พระมหามนัสเสียชีวิตคาที่ ส่วนพระสุพจน์วิ่งหนีรอดมาได้

ด้านพ.ต.ท.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ สว.สส.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า พระสุพจน์ ยืนยันว่าพระมหามนัส ผู้ตายเป็นผู้ชักชวนให้ไปที่เกิดเหตุจริงโดยได้มีการพูดคุยเกริ่นกันไว้ล่วงหน้าเมื่อหลายวันที่ผ่านมาและไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังแต่อย่างใด

ส่วนประเด็นที่มีข่าวว่าพระสุพจน์ เป็นน้องเมียของนายจิ๊บ ไผ่เขียว แม้จะยังไม่ยอมรับ แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียด เพราะโดยความเป็นจริงเมียของนายจิ๊บ อาจจะมีหลายคน ส่วนจะเข้าไปพัวพันกับแก๊งของนายจิ๊บหรือไม่อย่างไร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งลงไปหาข่าวหาพยานหลักฐานต่างๆ

"สาเหตุจะคลี่คลายปรากฏชัดขึ้นได้นั้นต้องควานหาตัวนายสมาน โชเฟอร์แท็กซี่พร้อมรถแท็กซี่ที่มารับตัวพระทั้ง 2 รูปให้ได้เสียก่อน ส่วนสาเหตุในการถูกสังหารนั้นต้องตั้งไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องส่วนตัว ยาเสพติด ธุรกิจอื่นๆ หากจะให้ชี้ชัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งนั้นอาจจะเป็นการสรุปที่เร็วเกินไป อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นที่สนใจของสาธารณชนและผู้บังคับบัญชา ฝ่ายสืบสวนสภ.คลองหลวงจะต้องระดมกำลังเข้าคลี่คลายอย่างกระชั้นชิด" พ.ต.ท.ธีรพรรดิ์ กล่าว

นายประยุทธ แย้มมี อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ที่ 5 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บิดาของพระมหามนัส ที่เสียชีวิตเปิดเผยว่า พระมนัสบวชมานานกว่า 11 พรรษาแล้ว โดยจำพรรษาอยู่ที่วัดตะวันเรืองมาตลอด ขณะที่บวชอยู่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยถึงชั้นเปรียญธรรม 3 ประโยค อุปนิสัยทั่วไปไม่ใช่คนก้าวร้าว ไม่มีศัตรูกับใครและไม่ทราบว่าทำธุรกิจอะไรกับใครตามที่เป็นข่าว

นางอนงค์ แย้มมี มารดาของพระมหามนัส กล่าวว่า พระมหามนัสนั้นมีอุปนิสัยไม่ชอบพูดเท่าไร เป็นคนเฉยๆ เมื่อจบชั้น ม.3 บวชพระเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 11 ปี ล่าสุดที่ได้พบ พระมหามนัสเป็นตอนบ่ายวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมาหาเพื่อขอเงินและกาแฟ ในช่วงหลังๆ พระลูกชายสูบบุหรี่จัดชนิดมวนต่อมวน และมีเพื่อนแปลกหน้าขับรถไปส่งที่บ้าน แต่เพื่อนไม่ยอมเข้าในบ้านจอดรถรออยู่นอกบ้านและมักขอเงินบ่อยขึ้น ซึ่งก็ให้ทุกครั้งแต่เป็นจำนวนเงินไม่มาก เพียง 200-300 บาทเท่านั้น

ขณะที่ชาวบ้านที่เป็นเจ้าหน้าที่อปพร. ประจำตู้ยามหน้าวัดกล่าวว่า พระมหามนัสเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว แต่มักมีคนแปลกหน้าขับรถปิกอัพมาหา และพากันขึ้นไปขลุกอยู่บนกุฏิ ต้องยอมรับว่าพระลูกวัดมีจำนวนหลายรูปหลายวัย โดยเฉพาะพระหนุ่มๆ มักจะมีคนแปลกหน้าเข้ามาหาบ่อยๆ ซึ่งจะคอยเข้ามาสอดส่อง เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตรวจตราพระและคนที่มาหาก็จะพากันแตกตื่น ถือเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย สำหรับพระสุพจน์ ที่รอดชีวิตมานั้นแม้จะบวชเพียงไม่กี่วันก็ถือว่ามีความสนิทสนมกับพระมหามนัสมาก

รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดียวกันชุดสืบสวนสภ.คลองหลวง เข้าล็อกตัวนายสมาน ผู้ต้องหาตามหมายจับและพาไปเค้นสอบหาเพื่อนร่วมแก๊งรวมทั้งหาสาเหตุที่ลวงฆ่าพระมหามนัส

สำหรับคดีฆ่าโหดพระครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมบูรณ์ ขอบโคกกรวด ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุพระสงฆ์ถูกฆ่าริมถนนคู่ขนานทาง ด่วนสายมอเตอร์เวย์ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จึงรุดไปตรวจสอบพบศพพระมหามนัส อยู่ในชุดพระสงฆ์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าที่ศีรษะ 2 นัด ใบหน้า 1 นัดหน้าท้อง 1 นัด ขาซ้าย 2 นัด จากการตรวจสอบ รอบๆ ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 4 ปลอก หัวกระสุนที่ยิงออกไปแล้ว 1 หัวจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

พระสุพจน์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุและรอดตายมาได้ให้การว่า พระมหานมัสชักชวนให้ออกมาธุระข้างนอก ซึ่งพระมหามนัสอ้างว่าจะมาหาโยมพ่อถึงเวลานัดมีชายขับรถแท็กซี่สีชมพูมารับที่กุฏิ ขับมายังจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากวัดประมาณ 1 ก.ม. พบรถแท็กซี่สีชมพูอีกคันที่จอดอยู่ มีชายวัยรุ่นและวัยกลางคนจำนวนหลายคนยืนรอริมถนน จากนั้นพระมหามนัส เดินแยกไปคุยกับคนขับรถแท็กซี่ที่พามา ก่อนเกิดโต้เถียงกัน และมีคนร้ายสวมหมวกไอ้โม่งที่รออยู่ในป่า ออกมาไล่ยิง ตนวิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เมื่อย้อนกลับไปพบว่าพระมหามนัสเสียชีวิตแล้ว ส่วนคนร้ายหลบหนีไปจนหมด

...........................................
ไอเอ็นเอ็น
นายสมาน เขียวแตง อายุ 38 ปี พร้อมด้วยนางสุรีรัตน์ สุขอร่าม อายุ 30 ปี สามีภรรยาเข้าชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีที่ตำรวจ ได้ออกหมายจับระบุว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุไปรับ พระมหามนัส แย้มมี อายุ 35 ปี เป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่ง ม.11 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ออกไปให้คนร้ายยิงตายริมถนนคู่ขนานทางด่วนสายมอเตอร์เวย์ (ถ.กาญจนาภิเษก-วงแหวนรอบตะวันออก) ม.11 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งหลังเกิดเหตุ พระสุพจน์ วงศ์จำปา อายุ 21 ปี ได้ให้การกับ ร.ต.อ.สมบูรณ์ ขอบโคกกรวด ร้อยเวรสอบสวน เจ้าของคดีว่า เป็นตนเอง กระทั่ง เมื่อเที่ยงวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบว่า ชุดใดได้มาจับกุมตนเอง ที่หอพักชาลี หมู่ที่ 10 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร จากนั้นตำรวจได้พาตนไปยังเซฟเฮ้าส์ไม่ทราบว่าที่ใด กระทั่งนำตัวตนเองมาส่งพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง เมื่อเวลาประมาณ 22.00.น.ของเมื่อคืนวันเดียวกัน ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงกับพนักงานสอบสวนว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยวันเกิดเหตุตนได้กลับเข้ามาบ้าน หลังจากขับรถแท็กซี่ เมื่อเวลา 19.30 น.และได้นั่งเล่นเกมส์เพลย์อยู่ในห้องพัก จากนั้น นางสุรีรัตน์ ภรรยาได้ขับรถแท็กซี่ออกไปกับหลานสาว เพื่อไปหาซื้อชุดใส่เที่ยวงานวันเด็กข้างนอก และกลับเข้ามาบ้านตอน 4 ทุ่ม

ซึ่งเมื่อเช้าที่ผ่านมา พระสุพจน์ ได้เดินทางมาชี้ตัวตนเอง และก็ยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่ผู้ที่ขับรถไปรับพระมหามนัสเพียงแต่ว่าวันแรกที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเห็นว่า ตนเองมีหน้าผากคล้าย ซึ่งตนก็อยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย เพราะตนไม่ได้กระทำตามที่เป็นข่าวออกมา ซึ่งจะปรึกษาทนายเพื่อฟ้องกลับ พระสุพจน์ ที่กล่าวหาว่า ตนฆ่าพระมหามนัส
.................................................

จากข่าวข้างต้น จริงเท็จยังยืนยันไม่ได้เต็มปาก
เพราะ.............................. 
นี่คือกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นในระบบกล่าวหา
ที่จะต้องมีพยานหลักฐานยืนยันตัวบุคคล ยืนยันพฤติการณ์
และจะต้องมีพยานพฤติการณ์แวดล้อมกรณีอื่น ๆ ประกอบด้วย
ในวงการคดี หากมีพยานบุคคลยืนยันแน่ชัด
ตำรวจก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเสนอขอหมายจับต่อศาล
หากผู้ต้องหากระทำความผิดจริง สมควรลงโทษตามกฎหมาย
หากเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริงตามข้อกล่าวหาอ้าง และถูกจับกุมดำเนินคดี
นอกจากคนร้ายตัวจริงจะโล่งอก มีคนมารับเคราะห์แทนแล้ว
ยังเป็นบาปกรรมในการที่ดำเนินคดีกับผู้บริสุทธิ์อย่างมหันต์
ตอนนี้ จึงยังเชื่อไม่ได้ ทั้งฝ่ายพยานและฝ่ายผู้ต้องหา
จะต้องมีหลักฐานอื่น ๆ ประกอบ จนพอใจ
โดยเฉพาะหากเหตุเกิดในเวลากลางคืน
ความน่าเชื่อถือในพยานบุคคล ด้อยว่า หรือ
ไม่เท่ากับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
เพราะเรื่องการจับผิดตัว พยานจำผิดตัว ไม่ใช่ไม่เคยเกิด
จึงเป็นที่มาของคำว่า จับแพะ จับแกะ จับมั่ว จับผิดตัว
เคยมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ ผู้ต้องหารับสารภาพ
ถึงขั้นนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพได้ถูกต้อง
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่ามีการจับตัวจริงได้อีก รับสารภาพเช่นกัน
ตำรวจ ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นแรกเริ่มต้น
ที่จะต้องถึงอัยการ และศาลสถิตย์ยุติธรรมต่อไป
จะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นที่สุด...................
เพราะปัจจุบัน แนวทางการสืบสวนสอบสวนชั้นพนักงานสอบสวน
เร่งรัด............จนเกินไป.................
เนื่องจากเมื่อมีคดีสำคัญเกิดขึ้น ปรากฎเป็นข่าว
เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ
ผู้เป็นนายกำชับให้คลี่คลายคดีโดยเร็ว................
ตำรวจ ต้องรีบหาหลักฐาน เสนออย่างน้อยก็ต้องรู้ตัวผู้กระทำผิด
ถึงขั้นออกหมายจับได้แล้ว การกำชับ เร่งรัดก็เพลาลง
ยิ่งจับได้ ยิ่งดี ถือว่าครบถ้วน สมบูรณ์ในหน้าที่แล้ว
กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น จะต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป
รัดกุม รอบคอบ ถูกต้อง เป็นธรรม
" บริการดุจญาติ  -  พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว "
เพราะหากดำเนินการไม่ถูกต้อง
จะเกิดความเสียหายต่อองค์กรตำรวจ
ที่จะต้องเสียหน้า เสียเงิน ดังเป็นข่าวบ่อยครั้ง
หากกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ความรู้สึกของประชาชน-ศาล ต่อตำรวจ คงไม่ดีขึ้นแน่ ๆ
ต้องติดตามผลแห่งคดีกันต่อไป ครับ
..................................

ด้าน ร.ต.อ.สมบูรณ์  ขอบโคกกรวด ร้อยเวรสอบสวน เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้สอบปากคำพระสุพจน์ในครั้งแรก พระสุพจน์ยืนยันว่าเป็นนายสมานที่เข้าไปรับพระจริง แต่พอให้พระสุพจน์มาชี้ตัวจริงอีกครั้งในวันนี้ พระสุพจน์กับบอกว่าไม่ใช่ นายสมาน เพราะในวันเกิดเหตุคนร้ายที่ไปรับเป็นชายมีร่างกายบึกบึน แต่มีหน้าผากใบหน้าคล้ายกัน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจึงปล่อยตัวนายสมานชั่วคราวไปก่อน
อีกทั้ง จากการตรวจสอบรถแท็กซี่ที่นายสมานใช้ประจำตามคำให้การพระสุพจน์บอกว่าไม่ใช่รถคันนี้โดยเบาะนั่งและคอนโซลไม่เหมือนกับคันที่นั่งไป ซึ่งเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนจะได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะพระสุพจน์ได้ให้การวกวน (ข่าวสด) ?????

 

ข่าวสด จับแล้ว คนร้ายตัวจริง
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต. วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ปทุมธานี พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ และ พ.ต.ต.วิศิษฎ์ มะอักษร สว.สส.สภ.คลองหลวง ร่วมแถลงจับกุมนายวธร หรือชุ่ย สุขสนตรี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ 6 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ร้อยเวร สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุพบศพพระสงฆ์ถูกยิงมรณภาพ ริมถนนคู่ขนานทางด่วนสายมอเตอร์เวย์ หมู่ 11 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง รุดไปตรวจสอบพบศพ พระมหามนัส แย้มมี อายุ 35 ปี พระลูกวัด อยู่วัดตะวันเรือง หมู่ 11 ต.คลองสี่ จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายวธร คนขับรถเก็บขยะของ อบต.คลองสี่ อ.คลองหลวง และขับรถแท็กซี่เป็นอาชีพเสริม

จากการสอบสวนนายวธรให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงพระมหามนัส จริง เนื่องจากไม่พอใจพระมหามนัส มีพฤติการณ์ข้องเกี่ยวยาเสพติด และเสพยา มักไถเงินพ่อแม่ ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับตนเป็นอย่างดี โดยพ่อของพระมหามนัสมักจะนำเรื่องมาระบายให้ฟัง จึงปรึกษากับนายสมชาย หรือหนู ไม่ทราบนามสกุล เพื่อนที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ว่าจะจัดการกับพระมหามนัสอย่างไรดี จึงตัดสินใจขับรถไปรับพระมหามนัสออกมาเจรจาให้หยุดพฤติกรรม โดยมีพระสุพจน์ วงศ์จำปา อายุ 20 ปี นั่งมาด้วย ระหว่างทางโต้เถียงกันขึ้น บันดาลโทสะชักอาวุธปืนยิงพระมหามนัส มรณภาพคาที่ และหลบหนีไปประเทศลาว ก่อนวกกลับมาคิดว่าเรื่องเงียบ กระทั่งถูกจับกุม ส่วนพ่อแม่ของพระมหามนัส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]