• Ae^
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : walai_ae22@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-01-08
  • จำนวนเรื่อง : 112
  • จำนวนผู้ชม : 311863
  • จำนวนผู้โหวต : 113
  • ส่ง msg :
  • โหวต 113 คน
วันพุธ ที่ 13 มกราคม 2553
Posted by Ae^ , ผู้อ่าน : 2314 , 11:09:00 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อีโก้ง

                ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ราวๆ พ.ศ.2527 สมัยนั้นบริเวณบ้านที่ฉันอยู่อาศัย
ในตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ดยังไม่เจริญนัก พื้นที่ส่วนใหญ่ยังมีสภาพเป็นทุ่งนาเก่า

บางพื้นที่ก็เป็นทั้งสวนกล้วย สวนมะม่วง และมะพร้าว รายล้อมไปด้วยบ่อน้ำมากมาย
เรียกได้ว่าเหมือนชนบท ผิดกับปัจจุบันที่กลายสภาพเป็นเมืองไปเรียบร้อยแล้ว
 

                ตอนนั้นอาหารการกินของฉันส่วนใหญ่มักหาได้มาจากบ่อน้ำบริเวณหลังบ้านตน
ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควรเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ อาหารส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภทปลา
เช่น ปลานิล ปลาหมอ ปลาสวาย ปลาไหล ปลาช่อน ปลาบู่ (ปลาบู่นั้นนานๆ ครั้ง
จะจับได้สักที เนื้อของมันอร่อยมากๆ) โอ้ยสารพัดปลารวมทั้งหอยขมด้วย  

                ยิ่งเวลาน่าฝนด้วยแล้วเรียกว่าไม่ต้องลงทุนจับ เวี่ยงแหติดตาข่ายดักปลาให้เสียเวลา
ปลามันมักจะโดดขึ้นมาเกยตามริมขอบบ่อให้จับกันตัวเป็นๆ บางทีปลาช่อนที่แอบหลบอยู่ในดินมันก็จะโผล่ตัวออกมาให้เห็น หลังจากนั้นพวกมันก็กลายเป็นอาหารจานหลักของบ้านฉัน สัตว์ที่เป็นอาหารรองลงมาก็คือหนูนากับกบ ฮืม...นึกแล้วน้ำลายไหล อร่อยมากๆ หนูสมัยก่อนนั้นสะอาดเป็นหนูนาจริงๆ แต่ปัจจุบันนี้ฉันเลิกกินหนูนาไปแล้ว เพราะกลัวเป็นหนูบ้านที่มันสกปรกเต็มไปด้วยเชื้อโรค เรียกว่าฉันเป็นเด็กบ้านนอกก็ว่าได้
 

                ด้วยความที่สภาพแวดล้อมรอบบ้านนั้นอุดมไปด้วยความสมบูรณ์ มันจึงเต็มไปด้วยสารพัดสัตว์ที่อาศัยอยู่ทั้งนก หนูและงู เป็นต้น นอกจากนี้ฉันยังมีรายได้จากการเก็บดอกบัวและฝักบัวในบ่อไปขายอีก มัดละ 5 บาท มีมัดละประมาณ 6 ฝักเล็กบ้างใหญ่บ้างคละๆ กันไป สมัยก่อนฉันโง่เวลากินเม็ดบัวฉันมักจะแกะเอาไส้อ่อนสีเขียวข้างในทิ้งเพราะมันมีรสขม
แต่ปัจจุบันนี้ฉันรู้ว่ามันมีสรรพคุณเป็นยาพื้นบ้าน มารู้ตอนนี้ก็สายเสียแล้ว 
 

                จากการที่บ่อหลังบ้านฉันมีขนาดใหญ่มากสำหรับฉัน ในตอนนั้นมันจึงมีนกน้ำอาศัยอยู่บ้างประปราย และในฤดูหนาวจะมีนกเป็ดน้ำบินมาอาศัยอยู่เป็นฝูง เพราะในบ่อมีอาหารให้เหล่าบรรดานกได้จับกินอย่างมากมาย มันสามารถหลบภัยตัวแฝงอาศัยอยู่ในกอกกที่อยู่ใจกลางบ่อได้อย่างสบายมากฉันคิดอย่างนั้น เพราะฉันเห็นมันบินอพยพมาทุกปีและหนึ่งในนกที่ฉันอยากแนะนำให้รู้จักคือนกอีโก้ง มันมักจะส่งเสียงร้องกว๊าก...กัก..กัก เวลามันหาคู่และหาอาหาร มันอยู่กันเป็นฝูงเล็กๆ เรียกว่าฉันเห็นมันจนเบื่อก็ว่าได้ 

                อีโก้งมันเป็นนกน้ำขนาดปานกลางมีขนาดน้องๆ ไก่ตัวเมียเพียงแต่หางไม่ยาวและ
มีขาเล็กกว่า แต่ที่สะดุดตาก็คือตาของมันจะเป็นสีแดงรวมทั้งปากและหน้าผากหัวของมันด้วย
พอความเจริญเริ่มเข้ามาบรรดาคนท้องถิ่นดั้งเดิมก็พากันขายที่ดินให้กับนายหน้า เพื่อนำมาทำหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งยายของฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น
 

                จากการขายที่ดินนี่เองบ่อ ทุ่ง สวน ไร่นาจึงกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรสมัยใหม่ทำให้ที่ดินที่เหล่าบรรดาสัตว์น้ำและนกน้ำทั้งหลายอาศัยอยู่มันลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 3 ปี รอบๆบ้านฉันกลายเป็นทาวน์เฮ้าส์และบ้านจัดสรรหลังขนาดย่อมๆ จะเหลือแต่ที่ยังคงสภาพเดิมอยู่แค่เพียงที่ฉันอาศัยอยู่รวมกับบรรดาญาติพี่น้องเท่านั้น  เป็นเนื้อที่ประมาณ 5 - 6 ไร่ และด้วยเหตุนี้เอง บ่อน้ำหลังบ้านฉันมันจึงมีขนาดเล็กลงๆ เรื่อยๆ เนื่องจากต้องทำการถมพื้นที่เพื่อขยายปลูกทำบ้านที่อยู่อาศัยของตนรวมทั้งบ้านของฉันด้วย 

                บ่อน้ำที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 4 ไร่ก็ลดขนาดลงเหลือเพียง 2 งานเท่านั้นในระยะเวลา 5 ปีหลังจากเกิดการสร้างหมู่บ้านจัดสรร ฝูงนกเป็ดน้ำที่ฉันเคยเห็นทุกปีตอนนี้มันก็ไม่มาอยู่อีกแล้วเหลือแต่เพียงนกอีโก้งเท่านั้นที่ยังคงอาศัยอยู่ในกอต้นกก  จากที่แต่ก่อนฉันเคยเห็นนับได้ประมาณ 10 กว่าตัว มาตอนหลังเหลือเพียง 6 ตัวเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่ามันพากันย้ายไปอยู่ไหนกัน
แต่แม่ฉันบอกว่าที่ดินฝั่งข้างนู้น (ฝั่งบางพูด) ยังพอมีป่ากกให้นกอีโก้งอาศัยอยู่ได้มันคงบินข้ามฝั่งไปอยู่ทางโน้นบ้างแล้ว
 

                จากความเจริญที่เข้ามา แม่ของฉันก็เกิดความคิดสร้างห้องเช่าชั้นเดียวขึ้นมาเพื่อรองรับความเจริญที่กลายเป็นเมืองมากขึ้น คนอื่นที่มาทำงานระแวกนี้จะได้มาเช่าอาศัยอยู่แม่จึงลงทุนสร้างจำนวน5 ห้อง ตอนนี้บ่อน้ำหลังบ้านมีที่เหลืออยู่เพียงประมาณ 1 งานเท่านั้น เนื่องจากบ้านน้าของฉันก็ถมที่เพื่อปลูกบ้านทำห้องเช่าตามมาเช่นกัน แต่น้าของฉันมีเงินถมที่และสร้างห้องเช่าได้มากกว่าเป็นจำนวน 10 ห้อง อีโก้งตอนนี้จาก 6 ตัวที่นับได้มันลดลงเหลือเพียง 4 ตัวเท่านั้น 

                แม่ว่า “น่าสงสารมันเพราะพวกมันจะอยู่เป็นคู่ๆ และมันจะไม่เปลี่ยนคู่ของมัน” ตอน

นั้นฉันยังไม่เข้าใจในความหมายที่แม่พูด จนกระทั่งคนเช่าบ้านฉันห้องหนึ่งซึ่งชื่อน้าวัตรแกพิเรนบอกว่าจะออกไปยิงนกอีโก้งหลังบ้านมากิน แม่และฉันต่างพากันบอกว่าอย่าทำมันเลย น่าสงสารพวกมัน แต่น้าวัตรไม่เชื่อก็ยังคงแอบไปยิงนกอีโก้งเสมอเวลาแม่กับฉันไม่อยู่ที่บ้าน หลังจากที่น้าวัตรแอบก่อเหตุ ฉันนับนกอีโก้งได้แค่เพียง 2 ตัวเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าอีก 2 ตัวหายไปไหนมันอาจจะบินหนีไปอยู่ฝั่งข้างนู้นก็ได้หรือไม่! ฮืม...ก็เสร็จน้าวัตรไปแล้ว ฉันขอภาวนาให้เป็นอย่างแรกที่ฉันคิดมากกว่า 

                เวลาผ่านมาอีก 1 ปีแม่ของฉันเริ่มมีเงินเก็บมากขึ้นเลยคิดที่จะถมที่ทั้งหมดที่เป็นบ่อเหลืออยู่  เพื่อให้มันสะดวกสบายมากขึ้นในแง่ของอนาคตเพราะแม่มองแล้วว่าอนาคตรุ่นลูกอย่างฉันคงไม่มีปัญญาหาเงินมาถมที่ให้เต็มได้อย่างแน่นอน  เพราะราคาที่ซื้อดินมาถมคันรถหนึ่งก็ราคาอยู่ที่คันละ 1,200 บาท ซึ่งราคามันสูงกว่าเมื่อปีก่อนหน้านี้ถึง 300 บาท แม่ว่าถ้าปล่อยเอาไว้ต้องไม่มีทางถมได้อย่างแน่นอน ฉันก็เลยถามแม่ว่า “เจ้าอีโก้ง 2 ตัวหลังบ้านจะทำอย่างไรกับมัน” แม่ฉันก็บอกเพียงแต่ว่า “ถ้าเราถมที่ดินจนมันไม่เหลือบ่ออีกต่อไปแล้ว มันคงจะบินย้ายหนีไปอยู้ฝั่งข้างนู้นเอง” “แล้วถ้ามันไม่บินหนีไปละแม่จะทำยังไง” แม่ว่า “เราก็จับตัวมันไปปล่อยที่ฝั่งข้างนู้นยังไงล่ะ”  วันนั้นฉันรู้สึกไม่สบายใจ หลายอย่างมันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากที่ตอนฉันยังเด็กๆ อยู่เคยนั่งเรือเก็บดอกบัวเก็บฝักบัวไปขาย ได้ยินเสียงนกอีโก้งร้อง กว๊าก...กัก..กัก  ตอนนี้มันไม่ค่อยร้องแล้ว 

 

                แล้ววันนั้นก็มาถึงวันที่แม่พร้อมจะทำการถมที่  แม่นัดตกลงกับคนรถเรียบร้อยแล้วให้เอาดินมาลงได้เลย ปัญหาก็คือเจ้านกอีโก้ง 2 ตัวนี้มันยังไม่ยอมบินหนีไป แม่ของฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แม่จึงหันไปหยิบไม้ไผ่มาท่อนหนึ่งขนาดกำลังพอมือที่ฉันจะถือได้ แม่บอกว่าให้ฉันถือไม้ไผ่ไปยืนที่ขอบบ่อและตีฟาดลงไปที่น้ำเพื่อให้อีโก้งทั้งสองตัวมันตกใจ มันจะได้บินหนีไปอยู่ที่อื่น ฉันจำใจต้องทำตามที่แม่บอกเพราะว่ามันไม่มีทางเลือกอื่น มันทำให้ฉันนึกย้อนกลับไปเมื่อตอนก่อนที่ญาติพี่น้องของฉันจะพากันถมที่ก็ต้องทำการกั้นบ่อเป็นแนวฝั่งหนึ่งเพื่อวิดสูบน้ำออกแล้วจะได้ดักจับปลาที่อยู่ในบ่อไปขาย คราวนั้นฉันก็รู้สึกสงสารปลาไปทีหนึ่งแล้ว มันยังไม่ควรจะถึงคราวตายแต่มันก็ต้องมาตาย แถมต้องตายเป็นจำนวนเยอะมากด้วย ช่วงนั้นฉันทำใจลำบากเพราะฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องหิวถังปลาที่จับได้ไปเดินขายให้กับแม่ค้าและชาวบ้านละแวกนั้น 

                ระหว่างที่ฉันเอาไม้ไผ่ฟาดลงไปที่น้ำเพื่อให้เกิดเสียงดังจนนกตกใจ ใช่มันได้ผลในแง่ที่นกมันตกใจแต่ว่ามันไม่ยอมบินหนีจากไป ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จึงวิ่งไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ฉันจึงว่า “หรือว่านกคู่นี้มันจะวางไข่มีลูกอยู่ในกอกกนั้นแล้วเราไม่เห็น มันเลยไม่หนีไปเพราะมันห่วงลูกของมัน แต่ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะรถถมดินกำลังจะมาถึงแล้ว เดี๋ยวรถดั๊มมาถึงเสียงรถมันดังมันอาจเปลี่ยนใจบินหนีไปก็ได้มั้ง”  

          แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นนกอีโก้งคู่นี้มันยังอยู่ในกอกกต่อไป แม้เสียงรถและเสียงคนที่เอ่ะอ่ะโวยวายจะดังขนาดไหนมันก็ยังคงอยู่ในกอกกเหมือนเดิม มีเพียงแต่มันจะเดินออกมานอกกอกกเพื่อมายืนดูข้างนอกอยู่บ้าง ฉันและแม่กับคนอื่นๆ ที่เช่าบ้านต่างยืนดูกอกกค่อยๆ ล่มจมหายเข้าไปข้างใต้ผืนดินทีละเล็กทีละน้อย แต่คนที่ดูมีความสุขมากที่สุดคือน้าวัตร แกบอกว่า “คราวนี้ถ้าถมจนหมดแล้วมันจะหนีไปไหนได้ ผมจะจับมันมากิน” แม่ฉันว่า “อย่าทำมันเลยมันบาป” น้าวัตรว่า “ก็มันไม่ยอมไปเองช่วยไม่ได้” ไม่ว่าฉันกับแม่จะพูดอย่างไรน้าวัตรก็ไม่เปลี่ยนใจ  

                ฉันได้แต่นั่งมองกอกกมันหดหายจมไปในดินเรื่อยๆ โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ระหว่างนั้น ตาปรีชาเพื่อนของพ่อและแม่ฉันเขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาดู เพื่อสอบถามราคา
ค่าถมดินกับแม่ของฉัน เพราะว่าที่ฝั่งนู้นหลังบ้านตาปรีชา ยังคงมีแอ่งบ่อน้ำเหลืออยู่เหมือนกันเผื่อวันข้างหน้าเขาจะได้ถมที่บ้างจะได้ขอเบอร์ติดต่อคนขับรถดั๊มไว้  และระหว่างที่ยืนคุยกันนั้นฉันกับแม่ก็มองเห็นสิ่งไม่คาดฝัน เป็นดั่งที่แม่พูดจริงๆ มีไข่นกอีโก้งอยู่ในกอกกจริงๆ เมื่อกอกกมีขนาดเล็กลงเหลือพื้นที่ประมาณเพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น มันทำให้แม่กับฉันและคนอื่นๆ ได้มองเห็นครอบครัวของนกอีโก้งคู่นี้ แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดก็เกิดขึ้น 
 

                พอกอกกเหลือขนาดเล็กลงจนมองเห็นนกอีโก้งและไข่ของมันได้อย่างชัดเจน น้าวัตรรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องแล้ววิ่งกลับมาพร้อมมีหนังสติ๊กติดมือออกมาด้วย ในขณะที่แม่ฉันตะโกนว่า “อย่า” ก็ไม่ทันเสียแล้ว  น้าวัตรก็จัดการยิงหนังสติ๊กกระหน่ำใส่ลงไปที่กอกกตรงรังที่วางไข่ จนพ่อนกตกใจรีบวิ่งออกมาแล้วบินหนีขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วบินลับข้ามไปยังฝั่งข้างนู้น แม่จึงบอกว่า “อย่ายิง...ฉันขอล่ะ ฉันจะไปเก็บเอาไข่กับแม่มันมาเลี้ยง” หลังจากนั้นแม่ฉันก็ไต่ลงไปยังบริเวณขอบกอกกที่เหลืออยู่เพื่อเก็บเอาไข่ขึ้นมา  

                ขณะนั้นแม่นกอีโก้งตัวนั้นมันก็เดินซุกเข้าไปซ่อนตัวในกอกกที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน โดยทิ้งรังไข่เอาไว้ แม่ฉันสามารถเก็บไข่มาได้ 3 ฟอง ขณะที่แม่ถือไข่ไว้ในอุ้งมือ ตาปรีชาแกก็บอกว่า “เฟี้ยม...ข้าขอไข่เถอะ...ข้าจะเอาไข่มันไปฟักเลี้ยงดูเผื่อมันจะเกิด มันจะได้ไม่ตายข้าเห็นแล้วสงสารมัน...มันบาปจะเอามันกลับไปเลี้ยงน่ะเฟี้ยม”  

                แม่ฉันจึงส่งไข่ในมือให้ตาปรีชา ระหว่างนั้นเองน้าวัตรตัวแสบ ก็วิ่งลงไปไล่จับนกอีโก้งตัวแม่ที่เหลือพร้อมกับจับมันหักคออย่างรวดเร็ว จนฉันกับแม่ไม่ทันได้พูดอะไร แม่ว่า “ตาวัตร...เราพรากลูกพรากแม่มันก็บาปแล้ว...แกยังจะกินมันอีกหรือ บาปมันมีจริงนะ”
“
ผมไม่สนบาปหรอก...ผมอยากกินมัน คราวที่แล้วก็พลาดไปทีนึงแล้ว” แล้วน้าวัตรก็เดินจากไปพร้อมกับถืออีโก้งตัวสุดท้ายไปด้วย หลังจากหมดเรื่องปัญหานกอีโก้งไปเรียบร้อยแล้วการถมดินก็ดำเนินต่อไปจนแล้วเสร็จ 

                คืนวันนั้นแม่บ่นกับฉันว่า “รู้สึกไม่ดีเลย สงสารนกจัง ไม่รู้ว่าตาปรีชาเอาไข่ไปฟักมันจะรอดไหม” ฉันว่า “คงรอดมั้ง...เพราะตาปรีชาแกธัมมะธัมโมแกชอบทำบุญอยู่แล้ว” หลังจากนั้นไม่นานเวรหรือกรรมไม่แน่ใจ น้าวัตรที่จับแม่นกอีโก้งไปก็มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับเมียถึงขั้นแตกหัก จนน้าวัตรต้องขนย้ายของออกจากห้องเช่าไป ฉันมารู้ทีหลังว่าที่น้าวัตรต้องออกจากห้องเช่าไปเพราะเขามีเมียน้อย แต่ฉันก็ยังคงคิดว่าที่น้าวัตรพรากแม่พรากลูกนกนั้นมันคงเป็นบาปติดตัวด้วยส่วนหนึ่งมันคงส่งผลถึงลูกของน้าวัดอย่างแน่นอน เพราะน้าวัตรเองก็มีลูกสาวแถมพ่อแม่มาทะเลาะกันถึงขั้นแตกหัก คนที่มีปัญหาหรือรับกรรมไปคงเป็นลูกน้าวัตรนั่นแหละ 

                หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนตาปรีชาก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาคุยกับแม่เล่าเรื่องเจ้าไข่ 3 ฟองที่ตาปรีชาเอาไปเลี้ยงฟักไข่เองนั้น ปรากฏว่าไข่มันฟ่อไป 2 ฟองและอีก 1 ฟองมันเกิดกลายเป็นลูกนกอีโก้ง ตอนนี้ตัวเล็กเท่าลูกเจี๊ยบตาปรีชาบอกว่าแกตั้งชื่อให้ว่า “อีเดียว”  ฉันคิดว่าที่มาของชื่อคงมาจากคำว่าเดียวดายซะมั้ง ฉันถามว่า “ตาปรีชาจะเลี้ยงมันต่อยังไง” ตาปรีชาแกบอกว่า “ไม่ต้องห่วงน้าเลี้ยงแบบลูกไก่เลย...อีเดียวมันไม่ตายหรอกน้ารับประกัน”  

                ต่อมาอีเดียวอยู่อย่างสุขสบายตาปรีชาว่าเลี้ยงแล้วเชื่องเหมือนสุนัขเลย พอแกกลับมาบ้านมันก็จะเดินขึ้นมาจากบ่อน้ำหลังบ้านมาเดินตามแกเข้าบ้าน ฉันคิดว่าอีเดียวมันสบายไปแล้ว แต่ที่ไม่สบายใจก็คือครอบครัวฉัน ทุกปีพอช่วงที่นกเป็ดน้ำบินอพยพหนีลมหนาวมาผ่านหลังคาบ้านฉัน เจ้าพ่อนกอีโก้งมันจะบินกลับมาเดินร้องวนเวียนตรงบริเวณที่ดินโล่งซึ่งปล่อยให้หญ้าขึ้นหลังบ้านฉัน ตรงที่ถมดินทับบ่อไปนั่นเอง มันจะส่งเสียงร้องกว๊าก...กัก...กัก  กว๊าก...กัก...กัก ร้องอยู่ประมาณคราวละครึ่งชั่วโมงได้ 

                ฉันคิดว่าอีโก้งคงเป็นนกที่ไม่เปลี่ยนคู่เหมือนนกเหงือกที่มันจะอยู่กับคู่ของมันจนมันตาย ฉันยังคงได้ยินเสียงพ่อนกอีโก้งร้องเรียกหาคู่ของมันอยู่หลายปีกว่าที่เสียงมันนั้นจะขาดหายไปตราบนานเท่านาน 

......................................

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
มะอึก วันที่ : 18/01/2010 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

(0)

เขียนได้ดีมากครับ

ลองปรับตัวอักษรใหม่อีกครั้งนะครับ

.
ความคิดเห็นที่ 3
สิปาง วันที่ : 14/01/2010 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

(0)
ภาพสวยมากค่ะ ใช้เวลาเขียนนานไหมค่ะ
..................
ใช้เวลา 2 วันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
Ae^ วันที่ : 14/01/2010 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

(0)
ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ไอลี่ วันที่ : 13/01/2010 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ilyy
เรื่องเล่าของฉันสีน้ำ

(0)
เป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ
เศร้า แต่ประทับใจ
ชื่ออีโก้ง ดูไม่ไพเราะ แต่นิสัยดีเนาะ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน