• ลูกเสือหมายเลข9
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2865845
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1631 คน
ลูกเสือหมายเลข9
พบปะแลกเปลี่ยน พูดคุยเรื่องความหลัง ความหวังและความฝัน ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน 2550
Posted by ลูกเสือหมายเลข9 , ผู้อ่าน : 8658 , 01:01:16 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       ผมเขียนถึง"นักบอลนอก"มาหลายคน
       คนแรกที่เขียนถึง คือนักเตะคนโปรด Kenny Dalglish หรือ King Kenny ของเดอะคอป
       วันนี้ อยากเขียนถึงนักฟุตบอลไทย คนที่ผม"ชอบมากที่สุด" และส่วนตัว ผมถือว่า"เก่งที่สุด"

       แน่นอนว่า คำว่า"เก่งที่สุด" อาจจะวัดยาก ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน?
        นักเตะระดับโลกหลายคนยอดเยี่ยมมาก แต่ไม่มีแชมป์ติดมือ จะถือว่าเก่งไหม?
       เธียร์รี่ อองรี เคยเป็นทั้งแชมป์โลกและแชมป์ยูโร แต่ในระดับสโมสร ไม่เป็นแชมป์ยุโรป ขณะที่สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เคยชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ไม่เคยเป็นแชมป์พรีเมียร์
       ส่วนไรอัน กิ๊กซ์ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งร่วมเตะฟุตบอลโลก เพราะเลือกจะเล่นทีมชาติเวลส์ ทั้งที่ตอนเป็นนักเรียน เล่นทืมนักเรียนอังกฤษ

        นักเตะไทยคนที่ผมจะเขียนถึง และผมยกย่องว่า"เก่งที่สุด" คือ"วิทยา เลาหกุล"ครับ
       เป็นนักเตะไทยคนแรกที่ไปเล่น"บอลอาชีพ"ในยุโรป คือในบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมนี และเคยปะทะฝีเท้ากับ คาร์ล ไฮซ์ รุมเมนิกเก้...อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมนี มาแล้วครับ

        หากพูดถึง"นักเตะอาชีพ"ของไทย ต้องย้อนไปเมื่อปี 2516 โดย"เอกไชย สนธิขัณฑ์" คือนักฟุตบอลทีมชาติไทยคนแรกที่ไปเล่นฟุตบอลในต่างแดน โดยไปเล่นที่ฮ่องกง ซึ่งในช่วงนั้นมีฟุตบอลอาชีพ ตามธรรมเนียม"เมืองขึ้น"ของอังกฤษ
        เอกชัย ไปเล่นให้กับสโมสรแรงเยอร์ และเป็นการเปิดทางให้นักเตะไทยขึ้นเครื่องไปพิสูจน์ฝีเท้าตามอีกหลายคน เช่น ชัชชัย พหลแพทย์ ประพนธ์ ตันตริยานนท์ ที่ไปเล่นในสโมสร โซโก้
        สโมสรไซโก้ ถ้าจำไม่ปิด เจ้าของคือ อนันต์ กาญจนพาสน์(อึ้ง จง เปา) ที่กลับมาเมืองไทยหลายปีก่อนในสถานะเจ้าของ"บางกอกแลนด์" ผู้สร้าง"เมืองทองธานี" อันลือชื่อ หลังจากที่ตระกูล"กาญจนพาสน์" อพยพไปจากเมืองไทยไปตั้งรกรากที่ฮ่องกงในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา พร้อมขายหุ้นธนาคารนครหลวงไทยให้กับตระกูล"มหาดำรงกุล"

        ส่วนวิทยา เลาหกุล สร้างชื่อในฐานะ"นักเตะอาชีพ"ที่ญี่ปุ่น ก่อนบินไปเยอรมนี
        วิทยา เลาหกุล เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2497 เป็นชาวลำพูน
        ในวัยเด็ก ในครอบครัวที่ยากจน วิทยาต้องวิ่งไปกลับหลายสิบกิโลเมตร เพื่อไปดูรายการโทรทัศน์ที่นำเทปฟุตบอลอังกฤษมาฉาย โดยนักเตะที่วิทยาชื่นชอบมากคือบ๊อบบี้ มัวร์ กัปตันทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลก ในสังกัดเวสต์แฮม ยูไนเด็ด และนอร์แมน ฮันเตอร์ กองกลางเท้าหนักของลีดส์ ยูไนเต็ด

        "วิทยา" เป็นที่รู้จัก จากการแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 เมื่อปี 2516 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อทีมฟุตบอลเขต 5 จังหวัดลำพูน คว้าเหรียญทอง และผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นั้น ก็คือกองกลางทีมเขต 5 ที่ชื่อ"วิทยา เลาหกุล"
        ฝีเท้าในวัยแค่ 18 ปีเศษ ทำให้เขาถูกเรียกตัวมาทดสอบฝีเท้าที่กรุงเทพฯ และติดทีมนักเรียนไทยชุดอายุ 18 ปี ที่มี"วิวิธ ธิโสภา" เป็นโค้ช และนำทีมนักเรียนไทยไปคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนชิงแชมป์แห่งเอเชีย ที่ประเทศไต้หวัน

        ถนนลูกหนังของนักเตะที่คนทั้งประเทศรู้จักในชื่อ"เฮง" เปิดแล้ว

        วิทยา เลาหกุล เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในสังกัดสโมสรฮากกา ก่อนจะย้ายไปเล่นและสร้างชื่อที่สโมสรราชประชานุเคราะห์ ของ "หม่อมลูกหนัง" พล.ต.ต.ม.ร.ว.เจตจันทร์ ประวิตร
        เพื่อนร่วมทีมสมัยของวิทยา คือ เชิดศักดิ์ ชัยบุตร, เทพพิทักษ์ จันทร์สุเทพ, ชาญวิทย์ ผลชีวิน, สมพร จรรยาวิสุทธิ์
       วิทยา ติดทีมชาติชุดใหญ่ ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2518 ในเกมที่ทีมไทยชนะทีมอินโดนีเซีย 3 - 1 ส่วนประตูแรกในนามทีมชาติ วิทยาทำได้เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2518 นัดอุ่นเครื่องที่ทีมชาติไทยไปแพ้ทีมเลบานอน 1 - 2
        เกียรติยศแรกในทีมชาติของวิทยา เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2518 เมื่อนักเตะที่ผู้สื่อข่าวสายกีฬาของไทยเรียกว่า "ฮาล์ฟอังกฤษ" ช่วยให้ทีมชาติไทยครองเหรียญทองกีฬาเซียพเกมส์(ปัจจุบันคือซีเกมส์) แบบทีมเดียวเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี (แหลมทอง ครั้งที่ 3 ในปี 2508 ทีมไทยครองแชมป์ร่วมกับทีมพม่า) 

        ผู้ที่ตั้งฉายาวิทยาว่า "เจ้าเฮง" คือสุชิน กสิวัตร นักเตะทีมชาติรุ่นพี่และเพื่อนร่วมห้องสมัยนั้น

        เส้นทางเป็น"นักเตะอาชีพ"ของวิทยา เกิดขึ้นจากการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ ในปี 2521 ซึ่งสโมสรยันมาร์ดีเซล ของญี่ปุ่น ซึ่งนำทีมโดย "ดาราเอเชีย" คูนิชิเกะ กามาโมโต้ มาร่วมและคว้าแชมป์ไปครอง ได้ติดต่อขอซื้อตัว "ดาราควีนส์สตาร์" จากสโมสรราชประชา คือ วิทยา เลาหกุล 
       ตอนนั้น ฟุตบอลในญี่ปุ่นเป็น"ฟุตบอลลีกกึ่งอาชีพ" และเริ่มมีการดึง"นักเตะดัง"ไปร่วมโปรโมท       

       วิทยา ที่สื่อญี่ปุ่นเรียกว่า"เฮงซัง" ลงสนามให้ทีมยันมาร์ดีเซล นัดแรก พบกับทีมฟูจิต้า และเสมอกัน 0 - 0
       ส่วนแมทช์ที่สร้างชื่อของเขาในญี่ปุ่น คือเอ็มเพอร์เร่อร์ คัพ(เอฟเอคัพญี่ปุ่น)รอบรองชนะเลิศ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่ทีมยันมาร์ ดีเซล พิชิตทีมฟูรูกาว่า ไปแบบ"หืดจับ" 2 - 1 โดยวิทยาเป็นผู้ยิงประตูชัย 
       2 ปีในดินแดนซากุระ วิทยาได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล, ดาวซัลโวสูงสุด 6 ประตู และทำสกอร์ในดิวิชั่นของญี่ปุ่น รวมทั้งสิ้น 14 ประตู

       วิทยาข้ามขั้นในปี 2524  เมื่อเขาตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักเตะสโมสรแฮร์ธ่า เบอร์ลิน (HERTHA BSC.) ทีมในบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมันตะวันตก(ในตอนนั้น) และเป็นนักฟุตบอลคนแรกของไทยกับลีกอาชีพของทวีปยุโรป
        แน่นอนว่า นักเตะใหม่ต้องเป็น"ตัวสำรอง" ซึ่งหลังจากนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งตัวสำรองนาน 5 นัด วิทยาก็ได้ลงสนามเกมแรก ที่สนามโอลิมปิกนครเบอร์ลิน โดยมีแฟนลูกหนังเข้าชมกว่า 40,000 คน ในเกมแฮร์ธ่า เบอร์ลิน พบ ดุสเซสดอร์ฟ
        นักเตะทีมชาติในสังกัดเฮอร์ธ่า เบอร์ลิน ที่วิทยาเล่นคู่ด้วยในตอนนั้น คือ วูล์ฟกัง เครฟ
        หน้าที่ของวิทยา ตามคำสั่งของ"จอร์เก้น บัวร์" โค้ชของทีม คือให้ประกบ โธมัส อัลลอล์ฟ นักเตะทีมชาติเยอรมัน และสามารถทำผลงานได้ดี เกมจึงจบโดยแฮร์ธา เบอร์ลิน ชนะไปท่วมท้น 4-1

        ประวัติของสโมสร ในช่วงที่วิทยาลงสนาม เขาเคยปะทะแข้งกับสุดยอดนักเตะโลกลูกหนังเมืองเบียร์ หลายคน เช่น เบิร์น ชูสเตอร์ (ปัจจุบันคือกุนซือรีล มาดริด), ไบรเนอร์ บอนฮอฟ (ปัจจุบันคือผู้ช่วยกุนซือทีมชาติเยอรมนี), เคล้าส์ ฟิชเชอร์ (ศูนย์หน้าชุดแชมป์โลก 1990) 
        วิทยาถูกยกย่องจากนักข่าวของเยอรมัน โดยเรียกว่า "ไทยบูม" (THAI BOOM)
        วิทยาเล่นให้กับ  แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในบุนเดสลีกา รวม 30 แมตช์

       ชื่อเสียงของวิทยา ทำให้สโมสรนาโปลีของอิตาลี ขอซื้อตัวจากแฮร์ธา เบอร์ลิน แต่เจ้าตัวไม่สนใจย้ายถิ่น และเมื่อแฮร์ธา ตากไปเล่นลีกา 2 วิทยากลับตัดสินใจย้ายไปเล่นอยู่ในทีมลีกา 3 คือ"ซาร์บรุ๊คเค่น" และช่วยให้ทีมก้าวขึ้นสู่ลีกา 2 ได้สำเร็จ 
       วิทยาเล่นให้กับ ซาร์บรุ๊คเค่น รวม 52 แมตช์ และยิงได้ 8 ประตู  และใช้เวลาว่างเรียน"วิชาลูกหนัง" จนได้รับประกาศนียบัตรขั้นโปร ไลเซ่น (เป็นโค้ชบุนเดสลีกาได้ทันที)

        วิทยา เดินทางกลับมาเมืองไทยหลังไปเล่นบอลในต่างแดนนาน 6 ปี
       สถานะของเขาในทีมชาติ คือ"กัปตันทีม"ชุดคว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี 2528 ก่อนจะแขวนสตั๊ด หลังรับใช้ชาติมากว่า 100 นัด และทำประตูในนามทีมชาติ 20 ประตู

         แต่ชีพจรลงเท้าอีกครั้ง..และเขากลับไปถิ่นแจ้งเกิด ประเทศญี่ปุ่น
        นั่นคือ เมื่อเจลีก เกิดขึ้นในญี่ปุ่น "เฮงซัง" ได้รับการทาบทามให้ไปรับตำแหน่งโค้ชสโมสรมัตสึชิตะ (ปัจจุบันคือสโมสรพานาโซนิก กัมบะ) และสามารถนำทีมครองแชมป์หลายรายการ เช่น เอ็มเพอร์เร่อร์ คัพ (F.A. CUP),
        รวมทั้งชนะเลิศควีนส์คัพ โดยชนะสโมสรทหารอากาศ ที่มี ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นดาราของทีมไปแบบคนประทับใจทั้งสนามศุภฯด้วยสกอร์  4 - 3 พร้อมดึงเอา 2 นักเตะดาวรุ่งทีมชาติไทยในตอนนั้น คือนที ทองสุขแก้ว และรณชัย สยมชัย เข้าเสริมทีมในฤดูกาลต่อมา
        ผลงานยอดเยี่ยมของวิทยา ทำให้สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น เสนอให้ช่วยทำทีมระดับเยาวชน แต่เจ้าตัวเลือก"กลับบ้าน"และรับงานคุมสโมสรธนาคารกรุงเทพ พร้อมนำทีมคว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก ครั้งที่ 1 เป็นทีมแรก และก้าวขึ้นเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทย ในปี 2539 ด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ปี 2540 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

        น่าเสียดายที่"วงการฟุตบอลไทย" ไม่มีที่ให้วิทยา
        เพราะแม้จะมี"ชื่อเสียง" แต่วิทยาก็มี"ชื่อเสีย" โดยเฉพาะในเกมที่เขาคุมทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอล"ไทเกอร์คัพ" ที่เวียดนาม เพราะในนัดสุดท้ายรอบแรกที่เจอกับอินโดนีเซีย ก็เป็นเกมอัปยศ เมื่อนักเตะอินโดนีเซีย ยิงเข้าประตูตัวเองเพื่อให้แพ้ทีมไทย เพราะกลัวว่าจะต้องไปเจอเวียดนามเจ้าภาพในรอบรองชนะเลิศ
      ในฐานะโค้ชทีมชาติไทย วิทยา ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย(เอเอฟซี) ลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอล ระดับชาติหลายปี
        การเป็น"คนบ้าบอล" ทำให้วิทยาเคยลงสมัครเป็นยายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย แข่งกับ"วิจิตร เกตุแก้ว"..ซึ่งแน่นอนว่า คนบ้าบอลที่"จริงจังเกินไป" ไม่ได้รับการคัดเลือก

        วิทยา จึงตัดสินใจไปจากเมืองไทย..อีกครั้ง โดยกลับไปญี่ปุ่น เพื่อคุมทีมโตโตริ
        โตโตริ เป็นทีมในดิวิชัน 3 ของญี่ปุ่น โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี โดยรับค่าตอบแทนกว่า 40 ล้านบาท นั่นคือมีสัญญาทำงานช่วงแรก 3 ปี ได้รับค่าเหนื่อยเดือนละ 1,350,000 บาท

        "ทีแรกผมปฏิเสธเขาไปแล้ว เพราะทางสโมสรชลบุรี โดยคุณสนธยา คุณปลื้ม ให้เท่ากับที่โตโตริให้ แต่ทางนั้นเขาต้องการผมจริงๆ เพราะเห็นผลงานตอนผมนำทีมกัมบะ คว้าแชมป์เอ็มเพอร์เรอร์สคัพ เมื่อปี 1990 แล้วอีกอย่างผมก็ต้องการพิสูจน์ว่าฝีมืออย่างผม ทีมในญี่ปุ่นต้องการจริงๆไม่ใช่แค่สร้างกระแสหรือโม้ เป้าหมายที่เขาวางไว้คือ 3 ปี ต้องขึ้นเจลีกให้ได้"  วิทยากล่าว
        "ผมต้องการอัพเกรดตัวเอง ความจริงผมอยู่ที่ไหนก็ได้ที่มีฟุตบอล แต่อยู่เมืองไทยก็มีอยู่เท่านี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย โดยเฉพาะโครงสร้าง ผมไปคุยกับเพื่อนๆ แอฟริกา หรือตะวันออกกลาง เขาบอกว่าโครงสร้างเขาไม่ดี แต่เราไม่ใช่แค่ไม่ดี เราไม่มีโครงสร้างเลย" วิทยากล่าว
       "สมัยผมไปเล่นในเยอรมนี ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย อย่าง นอร์เวย์, ฟินแลนด์บอลยังสู้เราไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้คงไม่ต้องบอกนะ เพราะอย่าว่าแต่ระดับนั้นเลย แค่อาเซียน อีกไม่นาน สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ลาว ก็จะแซงเราแล้ว"

       วิทยาชอบทำ"ทีมเด็ก"
        "ไม่ว่าจะประเทศไหนในโลก เยาวชนต้องมาก่อน ต่อด้วยระบบสร้างโค้ช แต่เราไม่ใช่ บอลไทยพุ่งเป้าไปที่ชุดใหญ่เท่านั้น เพราะเป็นที่สนใจ แต่เยาวชน ไม่เคยเหลียวแล อย่างตอนผมทำทีมชลบุรี ผมก็สร้างระดับเยาวชนให้แน่น ก่อนต่อยอดไปสู่ชุดใหญ่"
        "โค้ชทีมชาติชุดใหญ่ ผมไม่เอาครับ พออาจารย์ชาญวิทย์ ผลชีวิน ลาออก มีคนยกชื่อผมขึ้นมา แต่ผมไม่เอาอีกแล้ว ผมชอบทำบอลเด็ก"
       วิทยา เลาหกุล แสดงความมั่นใจว่า วันหนึ่งหากเขาได้เป็นนายกสมาคมฟุตบอล เขาจะรื้อระบบทั้งหมด เน้นทำทีมเยาวชน และไม่กลัวเรื่องเอกชนจะไม่สนับสนุนด้วย

       “ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้ ขอไปเพิ่มฝีมือตัวเองที่ญี่ปุ่นก่อน ไปคนเดียวนี่แหละครับ ครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่แปลก มีกัน4 คนพ่อ, แม่, ลูก ไม่อยู่ด้วยกัน ผมไปญี่ปุ่น ลูกสาวอยู่ฝรั่งเศส ลูกชายอยู่สหรัฐ ภรรยาผมไม่ชอบหนาว ขออยู่ประเทศไทย แต่ผมก็ไม่เหงานะ ขอให้มีฟุตบอลก็พอ ผมอยู่ได้ กับครอบครัว ถ้าคิดถึงก็โทรหากัน”

       นี่คือ"วิทยา เลาหกุล" นักฟุตบอลที่ผมยกย่องว่า"เก่งที่สุด" ที่เมืองไทย..เคยมี
       แต่"เมืองไทย" ไม่เคย"ดูแล" เขาจึงเว้นวรรคตัวเองกับฟุตบอลไทยไปคุมเอสซี โตโตริ ซึ่งมียูจิ มิซูกูจิ อดีตผู้จัดการทีมมัตสึชิตะ ในเจลีก ที่วิทยาเคยเป็น"เฮดโค้ช" และเชื่อฝีมือ จึงดึงตัวไปช่วยคุมทีม

แลกธงกับมาร์ค  ฮิวก์ กัปตันทีมแมนฯยู





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
ปรัชญ์ปรีชาศีล วันที่ : 02/10/2007 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lOhzz

สนับสนุนให้เป็นนายกสมาคมคนต่อไป

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ผมว่าเขากล้าและทำจริงที่สุดแล้ว

เสียดายที่ตอนพี่เฮงเล่นอยู่ ผมยังค่อนข้างเด็ก
เลยจดจำรายละเอียดไม่ค่อยได้
แต่ได้ดูซีเกมส์ครั้งที่ 13 และแมตช์ที่แมนฯยูมาเมืองไทยด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
แสงธรรม วันที่ : 24/09/2007 เวลา : 03.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangtham
ความคิดชั่วแล่น... เพียงเสี้ยววินาทีที่สมองเคลื่อนไหว...

แจ่มมากๆจ้าเรื่องลึกดีจริงๆ ขอให้เค้าประสบความสำเร็จและได้กลับมาพัฒนาวงการฟุตบอลไทย

ว่าแต่ว่านักบอลสมัยก่อนกางเกงสั้นจริงเนอะ

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War



คุณชัย ตามมาจากลิงค์บ้านอื่นค่ะ

หายไปไหน นานจัง

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
yai2333 วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

มันอยู่ที่เป็นเด็กใครด้วยหรือเปล่าครับ...ถึงจะได้ดังสุดสุด...




...

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
Jui วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

คือคนไทยไม่กี่คนที่ไปประกาศความเก่งให้ต่างชาติยอมรับ แต่ไม่มีใครในไทยเห็นคุณค่าเท่าไร

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
กรวดแก้ว วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tfriend
 อย่าเครียดกับอะไรที่มันไม่ได้ดั่งใจเรา ถ้าวันนี้ไม่ใช่ก็ทำใหม่^^

คนนี้จำได้ว่าพ่อเคยพูดถึงบ่อยๆเมื่อก่อนนี้ สงสัยจะเป็นนักเตะในดวงใจ...

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
พู่กัน วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue

ผมชอบมานานแล้วครับ
คุณวิทยาเป็นนักเตะในดวงใจเมื่อสมัยหลายปีก่อน
ทุกวันนี้เป็นโค้ชแกก็จริงจัง/ทุ่มเท
ถ้าแนวคิดการเปลี่ยนโครงสร้างสมาคมฯ ของแกได้รับสนับสนุน
ผมว่าวงการลูกหนังบ้านเราคงดีขึ้นกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
cantona วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 02.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriangkai
ตอง เรศ แว่น อิ๋ว อ็อฟ ป็อป  กู  แมนยู Ok nation และ สวนดุสิต 

คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก

สำนึกดีสังคมดีกับรีเจนซี่บรั่นดีไทย

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
PostAmorndern วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorn

ชอบพี่เฮงครับ แต่เก่งสุดหรือเปล่าไม่รู้ ไม่เคยเห็นตอนเตะครับ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า


พี่เล็ก......
ดื่มน้ำส้มก่อนนอนนะ น้องเอามาฝาก

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
เธอคือกำลังใจ วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guts

เพลงฮึกเหิมดีเนอะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"


อืมมมมมม !!!!

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
spyone วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

เมืองไทยชอบคนเก่ง..แต่ไม่ชอบคนจริง

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

ไม่ค่อยจะรู้เรื่องฟุตบอลเท่าไหร่แต่หากบอลไทยเตะเมื่อไหร่ไม่ไปจากหน้าจอทีวีค่ะ..ชอบเพลงประกอบมากเลยนะเนี่ย..
มาเยี่ยมยามเย็นค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption


จริงครับพี่ ดีครับท่าน !!
เดอะตุ๊ก...ปิยะพงษ์ ก็เป็นขวัญใจของผมอีกคนครับ...
----------------
ว่างๆ เชิญไปชม Clip หลุด...ของ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา
แบบว่าหลุดเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์เลือกตั้งใสสะอาด (ฮา)
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/09/22/entry-1

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

มาขอบคุณที่ไปเยี่ยมค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
CatSan วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CatSan
เพื่อความงามอันยั่งยืน ต้องลดน้ำหนักให้ได้ สู้ๆ ค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ

แหม บอลไม่ค่อยติดค่ะ นานๆ จะตั้งอกตั้งใจดูสักที
รู้จักไม่กี่คนเลยค่ะ

^__^


ความคิดเห็นที่ 28 (0)
..ขิงชมพู.. วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khingchomphuu

อ่านแล้วเศร้าแทนคนไทยทั้งชาติ...

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
thesnake วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snake

คนนี้ตัวจริงเสียงจริงครับ...

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ผมเหมือนจะทันยุคนี้นะครับ...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
skinhead วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ถ้าเมืองไทยมีนักเตะอาชีพ

ผมว่านี่แหละครับตัวจริงเสียงจริงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
มะอึก วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

วิทยา...ผมพอรู้จักครับท่านลูกเสือ...


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
channel วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seangthip

คุณอาจจะยังไม่เชื่อ
แต่คุณต้องดูสุดท้ายของฤดูกาลว่าเป้นเช่นไร

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
chao-oa วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao-oa

ไม่รู้เรื่องบอลขนาดนั้นเลยค่ะ

แต่ก็แวะมานะคะ (ฟังเพลง)

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
มีนา วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

ทุกวันนี้ ก็ยังพอได้ยินการกล่าวถึงคุณวิทยาอยู่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

ไม่ค่อยได้ดูฟุตบอล แต่การจะไปเยอรมนีได้นี่ก็การันตีได้หลายอย่างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เก้าอี้สีแดง วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wanwalitna
++ มิตรภาพและความทรงจำที่ดี ++

มาทักจ้า คนไทยเก่งอยู่แล้ว ไปทักกันบ้างนะจ้า
จากเด็กหงส์ ขอบคุณจ้า

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
พลังสามัคคี วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasit
        ... ใจ นิ่ง ดุล น้ำ แข็ง ฟ้า ถล่ม ก็ ไม่ กลัว ...   





แวะมาทักทายครับ

บาร์ซ่าเก่งที่สุด


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
กู่ วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ไม่ใช่คนสนใจฟุตบอล (มานานมากแล้ว)
แต่คุณเขียนได้เข้าใจง่ายมาก

จนย้อนกลับไป(ประมาณว่า..)ระลึกชาติได้

(บังเอิญ)จำเกล็ดเก่าๆ สมัยฟุตบอลสโมสรฟู่ฟ่า(คิดว่ามากกว่าตอนนี้)ได้

รู้สึกประหลาดๆ
จำได้ว่าบุคลิกส่วนตัวของเขาเป็นคนน่ารักมาก
ไม่หล่อแต่มีเสน่ห์ ซื่อๆจริงใจ

รู้สึกเหมือนโลกหมุนกลับ
เราเดินห่างออกมาจากบรรยากาศนั้นนานมากแล้วจริงๆ
จนเหมือนตายจากกัน

เราตาย แต่เขาไม่ตาย (นี่นา)

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ครับ
เป็นนักเตะที่
"เก่งที่สุดคนหนึ่ง"
จำได้ว่า ตอนแข่งบอล แล้วเกิดทะเลาะกับ เวียดนาม(หรือ เขมร) จำไม่ได้
เฮง วิ่งเข้าไปในประตู
ดีว่า เพื่อนรีบไปลากออกมา
ไม่งั้น โดนยำ
เพราะ ติดตาข่าย ครับ
แต่
ความฟิต และ เซนส์ฟุตบอล
คือ สุดยอดคนหนึ่ง
ของเอเชีย และ ของไทย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Supawan วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

แวะมาอ่านบทความค่ะ

สวัสดี ในวันสันติภาพโลกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ปฐม วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ผมเกิดไม่ทัน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LIVRED


ผมยังจำวาทะของ วิทยา ตอนคุมทีมชาติไทย
ในแมตช์อัปยศ ในไทเกอร์ คัพ นัดเจอ อินโดนิเซีย
ว่า สกอร์ นัดนี้ถูกกำหนดโดยผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
auguzzy วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

เอาที่พอคิดออกนะครับ
วิทยาเป็นนักเตะที่เก่ง แต่ผมมองว่ายังไม่ถึงระดับยอดนักเตะ
ส่วนงานโค้ชก้อยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก อาจเป็นเพราะเป็นคนที่มีอีโก้ค่อนข้างสูง ทำให้ทำงานในเมืองไทยยาก หรือหากจะมองการคุมทีมในเจ ลีก การลาจากทีมกลับไทย ยังเป็นคำถามที่ผมมองเสมอมาว่า กลับมาทำไม เพราะอะไร

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ประเทศนี้เขาไม่ใส่ใจคนดี มีฝีมือกันหรอกค่ะ
เขาสนใจคนมีอิทธิพล ขาใหญ่ และมีเงินซะส่วนใหญ่
เฮ้อ...คนดี คนเก่งจะอยู่บ้านเมืองนี้ต้อง 'อดทน' และ 'อุดมการณ์แรงกล้า' จริง ๆ เท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มนนิตา วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monnita

เยี่ยมจริงที่คุณวิทยาไปได้ไกลมากๆ เมืองไทยน่าจะให้การสนับสนุนวงการกีฬาอย่างเป็นระบบ ปั้นกันตั้งแต่เด็กๆ เพื่อจะได้มีที่ทางอย่างมั่นคงบ้างในระดับโลก ไม่อยากให้ได้แต่ฝันกันอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


ข้อมูลเยี่ยมครับ ชอบคุณวิทยาครับผม

อรุณสวัสดิ์ 21 กันยาวันอัลไซเมอร์ สมองเสื่อมแห่งชาติ
ร่วมดูแลคนชรา บรรพบุรุษของโลกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ผมชอบฟุตบอลก็เพราะ "ไอ้เฮง วิทยา เลาหกุล" นี่แหละครับ
เห็นเล่นที่แฮร์ธ่า เบอร์ลินและติด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยม ประจำสัปดาห์ ก็ชื่นใจ

เขาเป็น"มืออาชีพ" มาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว

แต่สมาคมฟุตบอล เป็นพวก"สมัครเล่น" มานานกว่า
จึงรากงอกและหวังผลประโยชน์จากสปอนเซอร์ และชื่อเสียงระยะสั้นหากฟลุ๊คได้แชมป์

ชาติใดที่ทำเยาวชนเช่นที่เฮงบอก
ชาตินั้นไม่ได้ไปฟุตบอลโลก

ไม่ใช่จากลีก เพราะลีกคือตัวบ่มเพาะขั้นสุดท้าย
แต่เยาวชน คือรากฐานสำคัญที่ญี่ป่น จีนและเกาหลีทำสำเร็จมากแล้ว

โค๊ชเฮงมีแนวคิดได้เฉียบ
แต่ไม่มีการเมือง

ในที่ประชุมสมาคมฟุตบอล แกก็ไม่เกรงใคร
เพราะหากเกรง ก็ขาดคนกล้า

ในบรรดาฟุตบอลของชาติไทย - สยาม
นิวัตร ศรีสวัสดิ์ วิทยา เลาหกุล และปิยพงศ์ ผิวอ่อน คือตำนานแห่งฟุตบอล

ส่วน VJ หอย และชัยภักดิ์ นฤมลที่คุมบอลหญิงในปัจจุบัน และอีกหลายคน ล้วนคือความอัปยศและกากเดนของวงการฟุตบอลไทย เพราะเป็นแค่มือสมัครเล่นแต่ทำตัวเป็นเจ้านาย"มืออาชีพ"


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ช้องนาง วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 06.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nang
...รติกาลแห่งไมตรี...จาก...บ้านน้อย  ในซอยลึก.......

อรุณสวัสดิ์ค่ะ
ช้องนางมาเยี่ยมเยือนมาทักทายให้กำลังใจค่ะ
ขอคุณพระคุ้มครอง บุญรักษานะคะ
มาชวนไปร่วมขอพรกันค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
หนอนหนัง วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 06.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mr-peeky

ชอบครับ นักเตะคนนี้ ฝีเท้าสุดยอด นี้ถ้าหากสมัยก่อนสมาคมฟุตบอล เอาอ่าวกว่านี้ ทีมชาติไทยไปถึงบอลโลกตั้งนานแย้ว

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kaypuccino วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 04.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!

เห็นด้วยกะความเห็นที่ 2 และ 3...แหะ แหะ

รุนหวัดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
plamywe วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 01.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plamywe


เป็นนํกเตะที่นิสัยดีอีกหนึ่งคน
เลยเจอตอนไปทำฟุตบอลกิจกรรมฟุตบอลนักเรียน
ที่สนามศุภฯ

แต่เป็นจริงอย่างที่หลาย ๆ ท่านว่า
วงการฟุตบอลไม่เปลี่ยนแปลง
หรืออาจจะถอยหลังเข้าคลองอย่างนี้
สมาคมฟุตบอลฯ ควรต้องพิจารณาอย่างจริงจัง
รวมทั้งการดูแลนักเตะ หรือโค้ชที่ทำชื่อเสียง
ให้กับประเทศในอดีต
ไม่ใช่พอหมดประโยชน์ ก็หมดความสนใจ
เห้อออออออออ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ผู้หมวดจอมยุ่ง วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 01.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happykanny
   Life is a road that i wanna keep going  

เห็นด้วยกับ คุณ คห.ที่2 ค่ะ เมื่อไรวงการฟุตบอลไทยจะเปลี่ยนไปซักที

แวะมาเยี่ยมบ้านด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลานเทวา วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 01.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ครับ เสียดายคนมีฝีมือ ครับ
แทบทุกวงการ
ต่างหนีออกไปขุดทองเมืองนอกกันหมด
เพราะเมืองไทยไม่มีใครเอาใจใส่อย่างจริงจัง ครับผม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญาใจ วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 01.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yahyy


เปิดเพลงฟังไม่ได้ค่ะ
นั่งอ่านจนจบเรื่องแล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]