• ลูกเสือหมายเลข9
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2843808
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1631 คน
ลูกเสือหมายเลข9
พบปะแลกเปลี่ยน พูดคุยเรื่องความหลัง ความหวังและความฝัน ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2556
Posted by ลูกเสือหมายเลข9 , ผู้อ่าน : 3419 , 12:26:39 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน สุรศักดิ์ , พล.ท.นันทเดช และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

          วันนี้เป็น"วันมหาธีรราชเจ้า"
          เป็นวันสวรรคตของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี
          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ได้รับพระราชทานพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเทพ ทวาราวดี
          เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประชวรและเสด็จทิวงคตลงอย่างกระทันหัน เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในระหว่างประทับทรงศึกษาวิชาการชั้นต้น ณ ประเทศอังกฤษ ให้ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารแทน เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗
          ขณะทรงพระเยาว์ ได้ทรงศึกษาในพระบรมมหาราชวัง จนถึง พ.ศ.๒๔๓๖ เมื่อพระชนมายุได้ ๑๒ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษโดยมีพระมนตรีพจนกิจเป็นพระอภิบาลตามเสด็จไปด้วย พระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาต่าง ๆหลายสาขา ทั้งด้านการทหาร และเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาในด้านการทหารแล้ว เพราะทรงดำรงตำแหน่งสยามมกุฎราชกุมาร และจะต้องเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อไป จึงได้ทรงศึกษาวิชาวิชาพลเรือนเกี่ยวกับกฎหมายและการปกครองต่อไปในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด กระทั่งพระชนมายุได้ ๒๒ พรรษา จึงพระราชดำเนินเสด็จกลับประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๔๕
          เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ
          เมื่อเสด็จกลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รับราชการในกองทัพบก พระองค์จึงได้ทรงรับราชการในกองทัพบก ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ เช่น ผู้ตำแหน่งทรงบัญชาการทหารมหาดเล็กและได้รับพระราชทานยศเป็นนายพลเอกราชองครักษ์ จเรทหารบก และทรงเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๔๕๐
          ครั้นสมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จสรรคต ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ ทรงมีพระปรมาภิไธยย่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงมีพระชนมายุไค้ ๓๐ พรรษา นับเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
          พระองค์ทรงครองราชย์สมบัติได้ถึงปีที่ ๑๕ ก็ทรงพระประชวรโรคพระโลหิตเป็นพิษ ในพระอุทร โดยเป็นมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ภายหลังจาก พระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นต้นมา และสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยได้อัญเชิญพระบรมศพไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รวมพระชนมพรรษาได้ ๔๖ พรรษา และเสด็จดำรงสิริราชสมบัติได้ ๑๕ พรรษา แต่เนื่องจากเวลาที่พระองค์เสด็จสวรรคต เป็นเวลา ๑ นาฬิกา ๔๕ นาทีนั้น เพิ่งจะล่วงมาในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชประสงค์ให้ถือเอาวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนเป็นวันสวรรคต และวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนเป็นวันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
          ๒๕ พฤศจิกายน จึงเป็นวันที่ระลึกวันมหาธีรราชเจ้า
          พระองค์ ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ อันเป็นคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทยนานัปการ อาทิ ปรับปรุงการปกครองแผ่นดินเปลี่ยนคำเรียกชื่อเมืองเป็นจังหวัด รวมมณฑลเป็นภาค ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพอย่างประชาธิปไตย โดยพระราชทานเสรีภาพแก่นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ในการแสดงความคิดเห็น และเขียนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติใด ๆ ผ่านสื่อในยุคนั้นคือหนังสือพิมพ์ได้ ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ เพื่อเป็นการให้คนไทยมีนามสกุลใช้ ไช้เวลามาตรฐานตามเวลาที่กรีนิชประเทศอังกฤษ ซึ่งเวลาในประเทศไทยจะเร็วกว่าเวลากรีนิช 7 ชั่วโมง และเปลี่ยนแปลงการเรียกชื่อเวลา ใช้คำว่า นาฬิกา เลิกการใช้ทุ่มโมงยาม และให้ถือการเริ่มวันใหม่เป็นหลังเวลาเที่ยงคืน รวมทั้งเลิกประเพณีโห่ฮิ้ว ให้ใช้ไชโยแทน และทรงคิดคำไทยให้ใช้แก่สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ใช้รถยนต์ แทนคำว่า มอเตอร์คาร์ ตำรวจ แทนคำว่า โปลิส
          รวมทั้งเปลี่ยนธงชาติไทยจากรูปช้าง เป็น “ธงไตรรงค์”
          พระราชทานที่ดินและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวง เป็นโรงเรียนในพระองค์ ปัจจุบันคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ทรงยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจ้าอยู่หัวที่ทรงสร้างขื้น เป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย จัดตั้งโรงเรียนเบญจมราชาลัย เพื่อฝึกหัดครูใน
          รวมทั้งมี"ราก"ก่อเกิดโรงเรียนวิเชียรมาตุขึ้นมา


          โรงเรียนวิเชียรมาตุถือกำเนิดขึ้นจากพระราชประสงค์ อันกอปรด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
          จากสมุดหมายเหตุรายวันเล่มแรกของโรงเรียน ถูกบันทึกไว้เป็นความสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พุทธศักราช 2455 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสจังหวัดตรัง ประทับพักผ่อนสำราญพระราชอิริยาบถ ณ ตำหนักผ่อนกาย ทรงปรารภว่า พื้นภูมิทำเลตำบลทับเที่ยงนี้เหมาะสมดี ควรมีสถานศึกษาไว้เพาะปลูกปัญญาแก่กุลบุตรกุลธิดาสืบไป จึงได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นเงิน 4,000 บาท ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง สร้างโรงเรียนขึ้น และพระราชทานนามให้ว่า โรงเรียนวิเชียรมาตุ ซึ่งหมายความถึง พระราชชนนีของพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
          ปี2458 มหาอำมาตย์โท พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้สำเร็จราชการมณฑลภูเก็ตขณะนั้น และรองอำมาตย์โท ขุนเพาะนิสัยชอบ (เชื้อ รัชตรัตน์) ธรรมการจังหวัดตรัง ได้ดำเนินการให้มีการก่อสร้างทั้งหมด 8,155 บาท เสร็จเรียบร้อยในวันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2459
          ปีพุทธศักราช 2459 นั้นเอง ทางการได้ย้ายศาลากลางจังหวัด จากอำเภอกันตัง มาตั้งที่อำเภอบางรัก และได้ย้ายครู-นักเรียนจากโรงเรียนตรังคภูมิ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเดิม มาเรียนที่โรงเรียนวิเชียรมาตุ โรงเรียนประจำจังหวัดใหม่ ในวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2459 ซึ่งขณะนั้นกำลังก่อสร้างอาคารบางส่วนอยู่ เมืองตรังที่ตั้งใหม่เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนสนใจการศึกษาอย่างมาก ทำให้โรงเรียนวิเชียรมาตุ ไม่สามารถรับนักเรียนได้พอกับความต้องการ จึงต้องตัดจำนวนนักเรียนส่วนหนึ่งออก ความทราบถึงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระองค์จึงพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวน 2,000 บาท สร้างอาคารเรียนหลังที่สองขึ้น พร้อมพระราชทานนาม อาคารหลังนั้นว่า สภาราชินี
          เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ทางจังหวัดตรังได้รับโรงเรียนวิเชียรมาตุ เข้าในทะเบียนโรงเรียนของจังหวัดตรัง โดยมีรองอำมาตย์ตรี ซุ่นกิ๊ต สินธวานนท์ เป็นครูใหญ่ อำมาตย์โท พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สิน เทพหัสดิน) ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองอำมาตย์โท ขุนเพาะนิสัยชอบ ธรรมการจังหวัดเป็นผู้จัดการ
          ปีพุทธศักราช 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบหัวเมืองปักษ์ใต้ได้ผ่านจังหวัดตรัง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม กระทำพิธีเปิดโรงเรียนวิเชียรมาตุเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2460 มีนายพลโท พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) สมุหเทศาภิบาล กราบบังคมทูลถวายรายงาน มีกระแสพระราชดำรัสตอบ ความว่า
          "เรามีความยินดีเป็นอันมากที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมโรงเรียนนี้ ซึ่งเสด็จแม่ของเราได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างขึ้น เป็นสถานที่งดงาม ถือว่าเป็นอนุสาวรีย์อย่างหนึ่งสำหรับพระองค์ สำหรับชาติ และเป็นประโยชน์ในการที่จะเพาะกุลบุตรขึ้นไว้ให้ทำหน้าที่ต่อไป ตามสิทธิที่สมุหเทศาภิบาลได้กล่าวมาแล้ว เราเชื่อว่าถ้าได้นำความกราบทูลให้ทรงทราบ คงจะทรงพระปิติเป็นอันมาก ในการที่กิจการได้ทำแล้วสำเร็จ ไปสมดังพระประสงค์ ตัวเราก็มีความยินดี ที่ได้มาเป็นผู้แทนพระองค์ในการเปิดโรงเรียนนี้ และขอให้พรแก่บรรดาผู้ที่แนะนำหรือผู้กำกับการศึกษา ตลอดจนครูบาอาจารย์และนักเรียนที่ได้ศึกษา ณ สถานที่นี้ ขอจงได้มีความเจริญสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล และส่วนผู้ที่มีหน้าที่ประสิทธิประสาท วิทยาการ ก็ขอให้ได้เห็นผลตามความตั้งใจของตนเองโดยเร็วพลันทันใด และขอให้ผู้ที่ได้ศึกษาวิชาในโรงเรียนนี้ไป ให้ได้วิชาโดยเป็นประโยชน์ แก่ตัว และแก่ชาติบ้านเมืองต่อไปชั่วกาลนาน"
          เมื่อ ปี พ.ศ. 2475 จังหวัดตรังได้เปิด โรงเรียนสตรีประชาบาล เป็นโรงเรียนสำหรับกุลธิดาของจังหวัดตรัง ได้ใช้อาคารสภาราชินี เปิดดำเนินการสอนนักเรียนฝ่ายสตรีจนกระทั่ง ปีพุทธศักราช 2478 ได้ย้ายนักเรียนสตรีจากอาคารสภาราชินี ไปอยู่ที่โรงเรียนสตรีประชาบาล และต่อมาได้ใช้ชื่อ อาคารสภาราชินี เป็นชื่อ โรงเรียนสภาราชินี จนถึงปัจจุบัน
          นี่คือโรงเรียนที่ผมเรัยนจนจบมัธยมปลาย ...โรงเรียนวิเชียรมาตุ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดงละดอน วันที่ : 27/11/2013 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ขอบคุณครับพี่ลูกเสือฯ

ความคิดเห็นที่ 3 ลูกเสือหมายเลข9 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 25/11/2013 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับพี่ ผมถามลูกชายว่าทำไมแต่งชุดลูกเสือวันจันทร์อ่ะ ลืมไปเลครับ ขอบคุณที่เตือนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ลูกเสือหมายเลข9 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 25/11/2013 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

วันดีเช่นนี้ ขอพระองค์ทรงคุ้มครองปกป้องไทยด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วรรณสุข วันที่ : 25/11/2013 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

วันนี้วันดีจะทำการสิ่งใดที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ก็จะสำเร็จสมปรารถนาค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]