• mata
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : apiratcbd@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-22
  • จำนวนเรื่อง : 406
  • จำนวนผู้ชม : 771573
  • ส่ง msg :
  • โหวต 64 คน
CHAIBADANCRIME
ช่วยกันป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaibadan
วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน 2554
Posted by mata , ผู้อ่าน : 3205 , 08:55:31 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

11 ก.ย.2554 แนวหน้า

ยิงถล่ม "ทัศน์กมล" อดีตผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย เพชรบุรี

ดับคารถจี๊ฟเชอรากี

     เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนถล่มยิงนายทัศกมล โอบอ้อม อดีตผู้ลงสมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เพชรบุรี อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 362 หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เสียชีวิตคารถจี๊ฟเชอเรอกี หมายเลขทะเบียน 4754 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพุ่งชนติดอัดกับต้นมะม่วงใหญ่ริมถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. พื้นที่ หมู่ 6 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยกระจกรถด้านคนขับมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนจนเป็นรูพรุน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 1 หัวห่างจากจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

     จากการสอบถามญาติทราบว่าก่อนเหตุในช่วงเย็นนายทัศกมล ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปดูการแข่งขันฟุตบอลที่สนามกีฬาอำเภอท่ายาง และได้กลับมาที่บ้านเปลี่ยนเป็นรถยนต์ขับขี่ออกมาโดยไม่ได้บอกทางบ้านว่าไป ที่ไหนจนมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ทราบว่าผู้ก่อเหตุใช้รถยนต์ขับขี่มาคนละเลนกับนายทัศนกมล ซึ่งใช้เลนกลาง โดยนายทัศกมลขับขี่เลนด้านซ้าย โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถของนายทัศกมลและเสียหลักพุ่งชนอัดติดกับต้นไม้ริมทางอย่างเต็มแรงเสียชีวิต

     สำหรับสาเหตุการสังหารในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการสอบสวนอีกครั้งว่ามาจากสาเหตุใด แต่ล่าสุดพบว่านายทัศกมล ได้ตั้งตัวเป็นผู้ต่อต้านการผลักดันชนกลุ่มน้อย และมีการกล่าวอ้างว่าทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปเผาบ้านของกระเหรี่ยงจนไม่มีที่อยู่อาศัย จนทำให้เรื่องดังกล่าวบานปลายจนทางอุทยานประกาศห้ามนายทัศกมล เข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งได้ปิดประกาศเป็นบุคคลห้ามเข้าอุทยานด้วย

     นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นคือนายทัศนกมล ผู้เสียชีวิตได้เป็นแกนนำพานายกิตติพงษ์ คนมี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี ชั้น ปวส.2 แผนกวิชาช่างยนต์ พร้อมญาติและนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงศึกษาธิการและกรมอาชีวะศึกษา ที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตำรวจจะทำการสืบสวนหาสาเหตุการสังหารที่แท้จริง พร้อมเร่งติดตามตัวมือสังหารมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

  

ผู้จัดการ

เพชรบุรี - ยิงถล่ม "ทัศน์กมล" อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพชรบุรี เสียชีวิตคารถจี๊ฟเชอรากี โดยก่อนหน้านี้ได้ตั้งตัวเป็นผู้ต่อต้านการผลักดันชนกลุ่มน้อยแก่งกระจาน จนถูกประกาศเป็นบุคคลห้ามเข้าพื้นที่อุทยาน
       
       เมื่อเวลา 19.30 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนถล่มยิงนายทัศกมล โอบอ้อม หรือ อ.ป๊อด อดีตผู้ลงสมัครสส.พรรคเพื่อไทย อายุ  55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 362 หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เสียชีวิตคารถจี๊ฟเชอเรอกี รุ่น 40 L สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน 4754 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพุ่งชนติดอัดกับต้นมะม่วงใหญ่ริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากทม. พื้นที่ หมู่ 6 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยกระจกรถด้านคนขับมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนจนเป็นรูพรุน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 1 หัวห่างจากจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
       
       จากการสอบถามญาติทราบว่าก่อนเหตุในช่วงเย็นนายทัศกมลได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปดูการแข่งขันฟุตบอลที่สนามกีฬาอำเภอท่ายาง และได้กลับมาที่บ้านเปลี่ยนเป็นรถยนต์ขับขี่ออกมาโดยไม่ได้บอกทางบ้านว่าไปที่ไหนจนมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว
       
       ทั้งนี้ทราบว่าผู้ก่อเหตุใช้รถยนต์ขับขี่มาคนละเลนส์กับนายทัศนกมล ซึ่งใช้เลนส์กลาง โดยนายทัศกมลขับขี่เลนส์ด้านซ้าย โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถของนายทัศกมลและเสียหลักพุ่งชนอัดติดกับต้นไม้ริมทางอย่างเต็มแรงเสียชีวิต
       
       สำหรับสาเหตุการสังหารในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการสอบสวนอีกครั้งว่ามาจากสาเหตุใด แต่ล่าสุดนายทัศกมล โอบอ้อม ได้ตั้งตัวเป็นผู้ต่อต้านการผลักดันชนกลุ่มน้อย และมีการกล่าวอ้างว่าทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปเผาบ้านของกระเหรี่ยงจนไม่มีที่อยู่อาศัย จนทำให้เรื่องดังกล่าวบานปลายจนทางอุทยานประกาศห้ามนายทัศกมล เข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งได้ปิดประกาศเป็นบุคคลห้ามเข้าอุทยานด้วย
       
       ทั้งนี้ยังมีอีกประเด็นคือนายทัศนกมล ผู้เสียชีวิตได้เป็นแกนนำพานายกิตติพงษ์ คนมี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี ชั้น ปวส.2 แผนกวิชาช่างยนต์ พร้อมญาติและนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงศึกษาธิการและกรมอาชีวะศึกษา ที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา
       
       โดยตำรวจจะต้องทำการสืบสวนหาสาเหตุการสังหารที่แท้จริงพร้อมเร่งติดตามตัวมือสังหารมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวสด

ชาวกะเหรี่ยง ยื่นถวายฎีกา

ร้องทุกข์ โดนจนท. เผาขับไล่



ถวายฎีกา - ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระ จาน จ.เพชรบุรี ให้ข้อมูลสภาทนายความ ยืนยันถูกเจ้าหน้าที่ อุทยานฯ เผาบ้านขับไล่อย่างรุนแรง ล่าสุดเตรียมถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ

"ชาวกะเหรี่ยง" เตรียมถวายฎีกา ในหลวง ราชินี และสมเด็จพระเทพฯ ขอพระราชทานความช่วยเหลือ ภายหลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจาน ส่งทีมติดอาวุธปืนบุกเผาบ้านขับไล่ออกจากพื้นที่โดยไม่เป็นธรรม ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุต้องรับฟังข้อมูลทั้งสองฝ่าย เพราะทางฝั่งเจ้าหน้าที่มีเจตนาทำลงไปเพื่ออนุรักษ์รักษาป่าไม้ตามธรรมชาติ สกัดไม่ให้มีการปลูกพืชผิดกฎหมาย ขณะที่หน.อุทยานแก่งกระจานลั่น "คนเผาบ้านคนอื่นไม่ใช่คน" ยันไม่เคยสร้างหลักฐานเท็จกลั่นแกล้งชาวกะเหรี่ยง เพราะเจรจาเรื่องการอพยพย้ายที่อยู่กันเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระท่อมที่เผานั้นเป็นกระท่อมเปล่า จึงต้องทำลายทิ้งป้องกันไม่ให้มีบุคคลอื่นลอบมาใช้อาศัย

จากกรณีนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ เปิดเผยว่า มีตัวแทนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ใกล้ชายแดนพม่า เข้าร้องเรียนว่า ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงเดือนก.ค. 2554 ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จัดทีมขึ้นเฮลิคอปเตอร์บุกเผาบ้านและยุ้งข้าวเพื่อขับไล่ออกจากพื้นที่ ทั้งๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานับร้อยปี กระทั่งส่วนใหญ่มีทะเบียนราษฎรชาวเขาเรียบร้อย ต่อมาฝ่ายผู้บริหารกรมอุทยานฯ ยอมรับว่าเผาจริง แต่เพื่อป้องกันโรคระบาด และไม่ให้ชาวพม่าเข้ามาลงหลักปักฐาน เพราะตกลงกับชาวกะเหรี่ยงแล้วต้องอพยพออกไปอยู่ที่ใหม่ อีกทั้งจุดที่เผาก็เป็นกระท่อมเปล่า ซึ่งเหตุการณ์เผาขับไล่ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงเกิดโศกนาฏกรรม ฮ.ทหาร ตก 3 ลำ เมื่อเดือนก.ค. 2554 ล่าสุด น.ส.ปิ่นแก้ว อุ่น แก้ว เจ้าหน้าที่สื่อสารสาธารณะ สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ ลงพื้นที่ร่วมกับคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ และเผยภาพบ้านหรือกระท่อม รวมทั้งทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่เผาทำลาย นอกจากนั้น จากการซักประวัติผู้เฒ่าชาวกะเหรี่ยงในเขตอุทยานฯ ยังโชว์เหรียญที่ระลึกชาวเขา ซึ่งรัฐบาลไทยจัดทำขึ้นเมื่อปี 2512 เพื่อให้เก็บไว้ติดตัวแสดงตนว่าเป็นคนไทย ตามที่เสนอข่าวมาตามลำดับนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายสุรพงษ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติการบุกเผาบ้าน ยุ้งฉาง และขับไล่ชาวกะเหรี่ยงออกจากเขตป่าอุทยานแก่งกระจาน ว่า ปัจจุบันชาวบ้านกำลังเตรียมถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อขอความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าว

"ส่วนการดำเนินการของสภาทนายความ อยู่ในขั้นตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาข้อมูลหลักฐาน ซึ่งมีชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับผลกระทบกว่า 40 ครัวเรือน แต่เพิ่งรวบรวมข้อมูลได้เพียง 3-4 ครอบครัวเท่านั้น คาดว่าใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนจึงจะได้ข้อมูลครบถ้วน" นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุรพงษ์ ระบุต่อไปว่า ปัญหาขณะนี้คือชาวบ้านกะเหรี่ยงส่วนหนึ่งหวาดกลัว และหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่เข้าไปอยู่ในป่า ทำให้ตรวจสอบข้อมูลไม่ได้ ประกอบกับอยู่ในช่วงฤดูฝนทำให้เข้าถึงพื้นที่ลำบาก ถ้าเข้าถึงที่อยู่ของชาวบ้านที่ถูกเผาทำลายจะได้หลักฐานต่างๆ ชัดเจนมากขึ้น เพราะจะเห็นว่ากระท่อมที่ถูกเผามีร่องรอยการอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่กระท่อมร้างเหมือนกับที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่กล่าวอ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่คณะอนุ กรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ และนายสุรพงษ์ ลงพื้นที่หาข้อมูล มีชาวบ้านกะเหรี่ยง ในเขตอุทยานฯแก่งกระจานหลายรายให้ข้อมูล อาทิ นายหน่อแอะ มีมิ กล่าวว่า ตนอาศัยในพื้นที่บ้านบางกลอยบน อุทยานฯแก่งกระจาน มาตั้งเเต่เกิด รับรู้ว่าปู่คออี้ ผู้เป็นพ่อก็เกิดและเติบโตที่นี่เช่นกัน โดยตนอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับพ่อและครอบครัวของน้องชายและหลานรวม 13 คน เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำไร่หาเลี้ยงคนในครอบครัว ชีวิตของพวกตนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย กระทั่งถึงวันที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาขับไล่ ทุกอย่างดูมองไม่เห็นทางออก เพราะกว่า 20 ชีวิตต้องมาอยู่รวมกับครอบครัวพี่สาว เป็นภาระหนัก โดยเฉพาะต้องหาเงินมาซื้อข้าวกิน ที่สำคัญมาอยู่ข้างล่างทำให้พ่อตนร้องไห้ตลอด เพราะอยากกลับขึ้นไปอยู่ข้างบน เช่นเดียวกับตนที่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

ด้านนายดุ๊อู จีบ้ง อายุ 60 ปี กล่าวถึงปฏิบัติการขับไล่กะเหรี่ยงว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน มีเจ้าหน้าที่ 10 กว่าคนมาที่บ้าน แต่ละคนมีปืนมาด้วย และไม่ได้บอกอะไร เเต่เข้ามาหยิบของ ค้นบ้าน เอาข้าวเปลือกไปล่อไก่พันธุ์ที่เลี้ยงไว้ขาย แล้วจับไก่ตัวใหญ่เกือบ 10 ตัว ไปประกอบอาหารกิน

"คืนนั้นลุงกับครอบครัว รวมถึงหลานอายุเดือนกว่าๆ ต้องนอนด้วยความกลัวร่วมบ้านกับเจ้าหน้าที่ จนสายวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯเริ่มจุดไฟเผาบ้านและไล่ให้ออกจากบ้าน ทำให้ทุกคนต้องกระโดดออกมา โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ เพียงแต่ถูกด่าและขู่ว่า ถ้าไม่ออกไปจะยิงทิ้งเสีย ตอนนั้นลุงทำได้เพียงยืนดูบ้านตัวเองถูกไฟเผา ไม่มีทรัพย์สินข้าวของใดๆ เอาออกมาได้ ทั้งมีด จอบ เสียม เสื้อผ้า เตหน่า (เครื่องดนตรี) กี่เอวทอผ้า เหรียญชาวเขา และเงินจากการขายพริกประมาณ 3,000 บาท รวมถึงยุ้งข้าวที่ถูกเผาไปพร้อมกับข้าวกว่า 200 ถัง จึงจำใจหอบหิ้วลูกหลานลงมาที่บ้านบางกลอยล่างและบ้านโป่งลึก" นายดุ๊อู ระบุ และเผยด้วยว่า กะเหรี่ยงที่ถูกขับไล่มีปัญหาใหญ่เพราะไม่มีทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน

วันเดียวกัน นายดำรงค์ พิเดช ซึ่งครม.เพิ่งมีมติโยกย้ายมารับตำแหน่ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า จากการสอบถามข้อมูลจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รับการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่อะลุ้มอล่วยให้ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ป่าอุทยานฯมาตลอด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับชาวบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่ระยะหลังมีการถางโค่นต้นไม้ปลูกกัญชา เจ้าหน้าที่จึงนิ่งเฉยไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเผาบ้านของชาวกะเหรี่ยง เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือเป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ นายดำรงค์ระบุว่า ไม่ใช่การรื้อแล้วเผาเลย แต่เจ้าหน้าที่พูดคุยและอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งซากของกระท่อมจึงถูกกองทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่เกรงว่าหากเข้าฤดูแล้งจะเป็นเชื้อเพลิงจึงต้องเผาทำลาย

"อย่าเรียกว่าบ้านเลย เพราะเป็นกระท่อมชั่วคราว หัวหน้าหน่วยกลัวว่าหน้าแล้งฤดูแล้งมาถึงเศษที่รื้อจะทำให้เกิดไฟไหม้ จึงต้องเผาทำลายโดยที่ไม่มีคนอยู่ ไม่ใช่ว่าชาวบ้านอยู่แล้วไปเผา แต่เป็นพื้นที่เก่าที่รื้อมาแล้ว จะโทษเจ้าหน้าที่ไม่ได้ต้องดูความจริงด้วยว่าเป็นอย่างไร ฝ่ายหนึ่งรักษาธรรมชาติรักษาไว้ให้ส่วนรวมของประเทศ อีกฝ่ายมองเรื่องสิทธิมนุษยชน ใครถูกผิดวันนี้ยังตัดสินไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ วันนี้ที่เสียหายคือป่าถูกโค่นไปแล้ว มูลค่าความเสียหายมโหฬาร" นายดำรงค์ กล่าว

ส่วนการที่ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าขณะบ้านถูกเผามีข้าวของเครื่องใช้ และของมีค่าอยู่ภายในบ้าน ขัดแย้งกับการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ อธิบดีกรมอุทยานฯชี้ว่า ต้องฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย ผู้เสียหายก็บอกว่าตัวเองถูก ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐทำไปไม่ได้อะไรเลยก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่ตนยังไม่ได้ไปดู จะไปพูดใครถูกใครผิดไม่ได้

ต่อข้อถามว่า จะลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองและเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถามอีกหรือไม่ อธิบดีกรมอุทยานฯ ตอบว่า ช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก และอยู่ในช่วงหน้าฝนจึงต้องทิ้งเวลาพอสมควร เพราะพื้นที่เกิดเหตุอยู่ลึกและไกล แต่จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนกรณีมีทนายเข้าไปช่วยเหลือและเตรียมรวบรวมหลักฐานโดยอาจฟ้องทั้งแพ่งและอาญานั้น อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า เป็นสิทธิของทนายที่จะดำเนินการเพื่อไปพิสูจน์กันในศาล ทางฝั่งเจ้าหน้าที่นั้นมีเจตนาอนุรักษ์ธรรมชาติ

"สิ่งที่ชาวบ้านทำลายเสียหายไร่ละเท่าไหร่ กี่แสนคูณมาพื้นที่มีทั้งหมดกี่ไร่ เวลาดำเนินคดีไปแล้วผลที่ตามมาชาวบ้านจะเดือดร้อน เพราะต้องชดใช้ค่าเสียหายป่าต้นน้ำ ที่บุกรุกทำลายไปกี่ไร่ พอใช้กฎหมายแรงก็ว่ารุนแรงไป" นายดำรงค์กล่าว

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ยืนยันว่าการลงตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 5 ครั้ง มีชาวบ้านร่วมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ไม่ได้กลั่นแกล้งหรือสร้างหลักฐานเท็จกล่าวหาชาวบ้าน และก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่ปลูกกระท่อมในพื้นที่ป่า ยินยอมจะอพยพมาอยู่ร่วมกันที่บ้านบางกลอยภายหลังจากเจรจากัน ดังนั้น กระท่อมที่เจ้าหน้าที่เผาทำลายจึงเป็นกระท่อมไม่มีข้าวของและไม่มีชาวบ้านพักอาศัยแล้ว วัตถุประสงค์หลักที่ต้องเผาทำลายเพื่อไม่ให้มีคนลักลอบมาอยู่ในพื้นที่อีก

"คนที่เผาบ้านที่มีคนอยู่คงไม่ใช่คน ผมไม่ทำแบบนั้นแน่ ความรู้สึกก็ไม่ดีที่ไปเผาบ้านคนอื่น แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ" นายชัยวัฒน์กล่าว

.............





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]