*/
  • chailasalle
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somchai_po@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 462
  • จำนวนผู้ชม : 2301520
  • จำนวนผู้โหวต : 569
  • ส่ง msg :
  • โหวต 569 คน
สั่งเรียม

เพลงละครโทรทัศน์ช่องสี่บางขุนพรหมพศ.2509

View All
วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม 2559
Posted by chailasalle , ผู้อ่าน : 3204 , 16:13:46 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 17 คน สายลมที่ผ่านมา , ลูกเสือหมายเลข9 และอีก 15 คนโหวตเรื่องนี้

พระที่นั่งอนันตสมาคม ถ่ายในรัชสมัยพระมงกุฎเกล้าฯ พ.ศ. 2458


 

เกริ่น

กรุงเทพฯ หลังยุครัชกาลที่ห้าจะเติบโตอย่างช้าๆ อาจเพราะ มีเหตุการณ์ สงครามโลกเกิดขึ้น

ถึงสองครั้ง ผู้คนล้มตายไปมาก บ้านเรือนก็เสียหายไปทั่ว เศรษฐกิจตกต่ำและซบเซาทั่วโลก

เกิดภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง แม้สงครามโลกครั้งแรกไทยจะไม่อยู่ในพื้นที่

สงครามก็ตาม แต่โลกก็ชะงักงันไปเป็นเวลาหลายปี ครั้นมีสงครามโลกครั้งที่สองซ้ำและครั้งนี้

หนักหน่วงกว่าครั้งแรกมากเพราะ ญี่ปุ่นยึดไทยเป็นทางผ่านและ ศูนย์กลางเชื่อมโยง  พระนคร

จึงประสบความเสียกับการโจมตีทางอากาศ บ้านเมืองมีความเสียหายไม่น้อย จำได้ว่า ฟาก

อาคารตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพงพังเป็นแถบๆ  .สะพานพุทธ และจุดยุทธศาสตร์

ต่างถูกทิ้งระเบิด ได้รับความเสียหาย  บ้านเมืองจึงต้องบูรณะ ไปพร้อมๆกับเศรฐกิจ

ที่ซบเซาทั่วโลก

 

 ภาพภูเขาทอง ถ่ายเมื่อปี  พ.ศ.  2457 


 

ด้วยประชากรที่เหลือมีน้อย  เราจึงจะเห็นสภาพบ้านเมืองสมัย รัชกาลที่หกถึงเจ็ดได้เรื่อยๆ

มาจวบจนกึงพุทธกาลหรือ พ.ศ. 2500บ้านเมืองจึงเริ่มเติบโตแบบก้าวกระโดด แบบยุคปัจจุบัน 

คลื่นลูกที่สามของการอพยพของชาวจีน

หลังจากโค่นระบบการปกครองแบบสมบูรญาณาสิทธิราช จีนที่ไม่มีฮ่องเต้ เป็นยุคที่ ประเทศจีน

เผชิญภัยครั้งใหม่ จากการแย่งชิงอำนาจ และการคอรัปชั่น ของเหล่าขุนศึกแคว้นต่างๆ หลังจาก

นั้นจีนก็เผชิญกับภัยจากคอมมิวนิสต์ซ้ำ  เมื่อจีนถูกกองทัพญี่ปุ่นโจมตีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง 

จึงอ่อนแอถึงที่สุด ความโหดร้ายที่ญี่ปุ่นเข่นฆ่าผู้คนที่นานกิง เป็นตราบาปที่ติดตัวญี่ปุ่นมาจวบ

ถึงทุกวันนี้  จีนคอมมิวนิสต์นำโดยท่านเหมาเจ๋อตง  และจีนรัฐบาลเสรี นำโดยทางเจียงไคเช็ค

จึงร่วมมือเพื่อรบกับญี่ปุ่น ครั้นญี่ปุ่นถูกปรมาณูลูกที่สองที่นางาซากิ ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ถือ

เป็นจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปีพ.ศ. 2488  จีนจึงหวนสู่ยุคสงครามลัทธิกันอีกครั้ง

ด้วยเหตความวุ่นวายที่กล่าวมาข้างต้นกอรปกับ เกิดโรคระบาดและภัยแล้ง ทำให้ชาวจีน

ได้หลั่งไหลกันออกประเทศมากมายในช่วงเวลาดังกล่าว ไปตามประเทศต่างๆในแถบอาเซี่ยน

และเป้าหมายหนึ่งคือประเทศไทย  เราเรียกเหตุการณ์นี้ว่า คลื่นลูกที่สามของการอพยพของชาวจีน

สำหรับไทยเองก็หยุดการรับชาวจีนเมื่อครั้งจีนคอมมิวนิสต์เอาชนะจีนก๊กหมิ่นตั๋ง  และดำเนิน

นโยบายปิดประเทศ  คาดกันว่าครั้งนั้น ชาวจีนได้หลั่งไหลออกประเทศรวมแล้วราวสิบล้านคน 

 

 

ย้อนรอยตำนานเจ้าสัว  เรือเดินทะเลหัวแดง อั้งเท้าจุ้ง 红頭船 

การอพยพย้านถิ่นของชาวจีนในยุคที่สามนี้โดยมากจะโดยสารเรือเป็นส่วนมาก ชาวจีน

จังหวัดต่างๆในแถบชายทะเล ตะวันออกเฉียงใต้มณฑลกวางตุ้ง ...กึงตังแส้ 廣東省 จะใช่

เรือหัวแดง 紅頭船 อั้งเท้าจุ้ง เรือสำเภาไม้แบบจีนโบราณที่นิยมใช้เดินทางคมนาคม

มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง มาจนถึงยุคที่จีนหลั่งไหลออกนอกประเทศ ในระลอกที่สาม

ชาวจีนที่เสี่ยงโชคชะตาออกมาแบบเสื่อผืนหมอนใบ จะเรียกผูกพันกับเรืออั้งเท้าจุ้งนี้

แต่ปัจจุบันนี้ ชาวจีนเองกลับเริ่มไม่รู้จัก คำว่า อั้งเท้าจุ้ง ยกเว้นผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ยังเล่าเรื่องราว

การเดินทางด้วยเรือเดินทะเลแบบโบราณนี้ ให้ลูกหลานฟัง หรือ อุปรากรบางเรืองที่มีการ

กล่าวถึงเรืออั้งเท้าจุ้ง และเรือกลายเป็นสัญญลักษณ์ของการมุ่งไปข้างหน้า หรือ การค้า

ชาวจีนนิยมใช้ภาพมงคล เรือสำเภา กำกับคำว่า  一帆風順 อี๋ฟานเฟิงซุน 

"ขอให้ลมมหามงคลหนุนเนืองตลอดการเดินทาง"   ในยุคหลัง หลายบ้านจะนิยมประดับด้วย

เรือสำเภาจีนที่มีคำมงคลนี้ที่ใบเรือ ตั้งเป็นศิริมงคล หันหัวเรือออก หาก ทำการค้าส่งออก

หรือ หันเข้าหากเป็นการค้าขายนำทรัพย์เข้า แต่ที่แน่แน่ เมื่อมองเรือสำเภาจีนจะนึก

ถึงตำนานการก่อกำเนิดเจ้าสั่วจีนในรุ่นบรรพชนนั้นเอง ...

 

 

ในภาพซ้ายมือ จะเห็นเวิ้งพื้นที่ว่างตรงศาลเจ้าเห่งเจียปากทางเข้าวัดไตรมิตรเป็นที่พำนักของชาวจีนอพยพในอดีต


 

เรือสำเภาหัวแดง 紅頭船 อั้งเท้าจุ้ง ที่มุ่งหน้ามาพระนคร จะเทียบท่านตรงท่าน้ำราชวงศ์ 

ตรงนี้จะมีพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ชำระค่าธรรมเนียม การเข้าเมือง สมัยท่านพ่อผู้เขียน

รัฐจะอลุ่มอล่วย ให้ชาวจีนหนึ่งท่านออกไปติดต่อญาติที่เมืองไทยเพื่อ นำเงินมาชำระ ระหว่างนี้

จะมีชมรมการกุศล โดยมากจะเป็น มูลนิธิของจีนต่างๆเช่นมูลนิธิศาลเจ้า ไต้ฮงกง ,ศาลเจ้า

ไต้เซียฮุดโจ้วของวัดไตรมิตร จะนำอาหารมาแจก และ ให้ที่พักพิงฉุกเฉิน เยาวราชสมัย หลัง

สงครามโลกยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีลาน ว่่างๆ มากอยู่ ผู้เขียนเข้าใจว่า เป็นพื้นที่ที่เสียหายหลัง

สงครามโลกแต่ยังไม่บูรณะสร้างใหม่ ชาวจีนจะใช้พื้นที่ลานว่่างของศาล ดังกล่าวเพื่อพักพิง

ชั่วคราว ผู้เขียนเคยได้ยินท่านแม่เล่าเรื่อง ข้าวต้มปลาทู ที่ได้รับแจกว่า ช่างหอมหวานอร่อยมาก

ชาวจีนถือเรื่องคุณธรรมเรื่องความกตัญญูมาก แม้จะเป็นน้ำใจเล็กน้อยในยามตกทุกข์ได้ยาก

ด้วยเหตนี้เองชาวจีนที่ตั้งตัวได้ในไทยมักสั่งสอนลูกหลานให้ไปทำบุญกราบไหว้ ตามศาลเจ้าที่

เคยอุปการะถือเป็นการทดแทนบุญคุณข้าวมื้อแรกในสยามของชาวจีนนั้นเอง...

 

พระนครในยุคหลังสงคราม ยังเป็นยุคข้าวยากหมากแพง คนรุ่น ผู้เขียนจะคุ้นเคยและอยู่กับความ

ขาดแคลนอย่างมีสุข เพราะยังดีกว่าภาวะสงคราม เราจะเห็นเด็กๆ ใส่เสื้อผ้าปะ เป็นเรืองปรกติ

ส่วนรุ่นคุณพ่อ จะใช้บริการ "ชุน" เสื้อหรือกางเกงที่ขาด ความขาดแคลนทำให้คนต้องใช้สมอง

และฝีมือ ช่างสมัยก่อนจะหาด้ายที่สีเทียมของเดิมก่อนทำการสานด้ายด้วยความปรานีต ช่างชุน

ผ้าเก่งๆ จะชุนเสื้อหรือกางเกงที่ขาดได้ ใกล้เคียงของเดิมเลยทีเดียว..

 

อาชีพรับจ้างหาบน้ำด้วยปี๊บ สังเกตใส่เสื้อปะด้านหลัง


 การเติบโตของกรุงเทพฟากพระนคร

สิ่งบ่งชี้การเติบโตของกรุงเทพ ในมุมมองของชาวจีน คือ อาชีพบางอาชีพของชาวจีนที่ต้องใช้

พื้นที่ในการประกอบการมากๆ ซึ่งจะอยู่ชายขอบของเมืองหรือชุมชน หากเรียกตามปัจจุบันคือ 

แหล่งโรงงานอุตสาหกรรม ประเภท สังคมรังเกียจ   เช่น อาชีพ โรงฟอกหนัง โรงทอผ้า  

โรงย้อมผ้า  โรงเผาถ่าน โรงสลักหิน(พะเจี๊ยะ 打石)  เป็นต้น  อาชีพเหล่านี้จะมีเสียงดังจากเครื่อง

จักรหรือ วิธีการประกอบการและต้องต้องใช้พื้นที่มากเมื่อก่อนจะเป็นอาชีพของชาวจีนเป็นเสียมาก

ชาวจีนนิยมเลือกทำเลที่มีพื้นที่กว้างๆแต่ต้องไม่ไกลไปจากชุมชนโดยมากจะเป็นชานเมือง

เมื่อโรงงานเหล่านี้ไปตั้งก็จะเกิดชุมชนล้อมรอบโรงงานเป็นที่พักของคนงาน ร้านค้าขาย

ตลาดเล็กๆและร้านยา ในลักษณะ กลุ่มชุมชนเกิดใหม่ (City Cluster Development )

 ลักษณะอาคารพาณิย์ ในเขตพระนครยุคเก่า จะมีช่องระบายลม และประตูไม้บานเฟี้ยม เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น


 

พระนครในยุค หลังสงครามโลก บ้านเมืองต้องบูรณะใหม่ ซากความเสียหายปรากฎไปทั่ว

รัฐบาลหลังยุคเศรฐกิจย่ำแย่ค่อยๆพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราจะเห็นภาพความเสียหาย

หลังสงครามตามหลังมาอีกหลายปีทีเดียว..

 

ในภาพคือสะพานพระรามหก ที่เสียหายจากแรงระเบิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เช่นเดียวกับ

สะพานพุทธ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ฯลฯ  บ้านเรือนที่เสียหายก็จะทิ้งรกร้างไว้ให้เห็นประปราย

เมื่อเวลาผ่านก็กลายเป็นพงหญ้าหรือบึงน้ำเป็นที่ดินว่างเปล่ารอการพัฒนาในเวลาต่อมา

 

สภาพชุมชนที่มีอาคารบ้านเรือนแบบเรือนหลังคามุงกระเบื้องว่าว มุงจากสลับกับอาคารพาณิชย์

ที่เริ่มนิยมในยุค หลังพ.ศ.  2500  และพื้นที่ทิ้งรกร้าง มีให้เห็นทั่วไปในพระนคร  

 

 

 ในช่วงหลังสงครามโลก ชานพระนคร จะเป็นย่านชุมชนพัฒนาใหม่ อยู่เลยสถานนีหัวลำโพง

ไปทางเจริญผล สวนหลวง บรรทัดทอง สามย่าน บรรดาโรงงานต่างๆ ที่กล่าวมาเบื้องต้น

จะ ย้ายจากพระนครชั้นในที่เริ่มเติบโตและต้องการที่อยู่อาศัยและค้าขายเพิ่ม มาใช้พื้นที่กว้างๆ

แถบนี้ รวมถึงสถานนีพักของ รถราง ตรงใกล้ปากซอยจุฬาซอยห้า(ปัจจุบัน)  และ สถานนีรถไฟ

สายลวดตั้งอยู่ตรงบริเวณ ศาลแรงงาน(ปัจจุบัน) หรือ ตรงโรงแรมบางกอกเซ็นเตอร์ตรงข้าม

สถานนีรถไฟหัวลำโพง(จำไม่แน่ชัดนัก) ว่าไปน่าภูมิใจที่ ไทยมีระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย

มาก(ในอดีต) รถไฟย้ำว่ารถไฟ เพราะมีรูปร่างแบบรถไฟแต่ใช้ไฟฟ้า จะวิ่งระหว่างพระนครกับ

สมุทรปราการ สรุปว่าย่านนี้คือชานขอบพระนคร ถัดออกไป ถือเป็นชนบท จำได้ว่า ถนนพระรามสี่

สร้างเลียบคลองมาสุด แค่คลองเตย  พื้นที่บริเวณ สุขุมวิท 22 (สายน้ำทิพย์)ในช่วงพ.ศ. 2490

เศษๆยังเป็นทุ่งนา ในหนังสืออนุสรณ์ของ โรงเรียนขจรศึกษา ที่ผู้เขียนเรียนระบุว่านักเรียน

รุ่นแรกๆ ต้องลุยท้องนาไปโรงเรียน ย่าน นางลิ้นจี่ เป็นสวยผักเสียมาก ราวสิบกว่า

ปีก่อน ผู้เขียนสมัยทำงานย่านๆนั้นเคยขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกมองไปยังเห็นสวยผักแปลงเล็กๆ

แทรกให้เห็นภาพในอดีตที่หลงเหลือ 

 

 ไกลออกไปจากบริเวณนี้เช่น ซอยเอกมัย ผู้เขียนเคยอ่านเรื่องเล่าของ อาจารย์จักรพันธ์ โปษยกฤต

เล่าถึงสภาพถนน เอกมัยในยุคหกสิบกว่าปีก่อนว่าเป็นถนนลูกรัง บดอัด ทอดยาวไปสุดแค่ คลองแสน

แสบ...

 

ภาพการทาสีลายพรางการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรสมัยสงครามโลก บนหลังคาอาคารพาณิชย์เก่าย่านหัวลำโพง

 

 

คลองแสนแสบ ยังมีบรรยากาศชนบท

หมายเหตุ....

ภาพจากอินเตอร์เน็ต ขอขอบคุณ..

 

คู่แท้ที่รอคอย 知音何處尋 จืออินเหอชู่สวิน โดย  จิวซ้วง 周璇  ทั้งแสดงและร้อง ในปีพ.ศ. 2490



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 30/03/2016 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

เยี่ยมครับ ได้ความรู้เยอะเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 30/03/2016 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

เยี่ยมครับ ได้ความรู้เยอะเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 17 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศิษย์กวง วันที่ : 30/03/2016 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

เยี่ยมครับ ได้ความรู้เยอะเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 16 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เด็กนอกโรงเรียน วันที่ : 28/03/2016 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nutcha
เด็กนอกโรงเรียนเองค่าา

ชอบดนตรีประกอบมากค่ะ
ได้ความรู้ใหม่ๆเยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 15 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 28/03/2016 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

ภาพเก่าเล่าเรื่อง

ความคิดเห็นที่ 14 ni_gul , chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 27/03/2016 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชอบจังเลยค่ะ
ภาพเก่าๆ เรื่องเก่าๆที่ล้วนมีคุณค่า
ยังจำความสุขของการนั่งรถรางได้ดี อุ๊บ...ว้าเลยเดาอายุแม่หมีได้
นึกถึงคนจีนที่อยู่ฟากถนนตรงข้ามบ้านแม่หมี. เป็นร้านกาแฟ. ที่เราถูกใช้ให้ไปซื้อโอเลี้ยง. อาแปะใจดีมากๆ. อาม่าก็ใจดี.
ร้านโชว์ห่วยของอาแปะอีกคน. ถ้าเราไปซื้อของในตอนเย็นเราจะเห็นภาพอาแปะและลูกๆนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากัน. อาหารเพียงหนึ่งอย่างในถาดใบใหญ่. พุ้ยข้าวต้มใส่ปาก. ทุกวันนี้ลูกๆของอาแปะมีกิจการร่ำรวยกันทุกคนและที่สำคัญได้คุยกับลูกอาแปะ. เขาซื้อที่ดินตรงที่เขาอยู่ตั้งแต่เด็กๆมาเป็นของเขา. ถ้าอาแปะยังอยู่ท่านคงดีใจมาก. แม่หมีฟังพี่ๆ(ลูกของอาแปะ)ยังชื่นชมในความพากเพียรของพี่ท่านนั้น. นี่คือมุมมองของเด็กไทยที่มองชาวจีนครอบครัวที่เรารู้จักด้วยความชื่นชม

ความคิดเห็นที่ 13 opads , ni_gul และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
wullopp วันที่ : 27/03/2016 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

นิตยสาร National Geographic ฉบับหนึ่ง
เล่าว่า

สมัยสงคราม...
ชาวกะเหรี่ยงเป็นสายสืบให้ไทย
นี่เป็นข้อดีของการที่เมืองไทยมีพันธมิตรค่อนข้างมาก

ขอให้เราดีกับเพื่อนบ้าน ให้เกียรติเพื่อนบ้าน...
อนาคตของไทยน่าจะไปต่อได้ไกลทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 12 opads , chailasalle และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
wullopp วันที่ : 27/03/2016 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เมืองไทย... จะว่ามีดีตรงความหลากหลายก็ได้
ดูเหมือนตอนพ่อขุนรามฯ รวมชาติ

คนไทยจริงๆ มีประชากรน้อย
และเป็นชนกลุ่มน้อยตั้งแต่แควันอัสสัมอินเดีย
ไปจนถึงเวียดนาม

การมีคนหลายชาติพันธุ์มารวมกันในไทย
น่าจะมีส่วนทำให้คนไทยใจกว้าง
มีนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

เช่น เรามีชาวมอญเป็นครู เข้ามาสอนช่างสิบหมู่
และอยู่กระจายไปรอบกรุงเทพฯ
มีชาวอิหร่าน (เปอร์เชีย), ญี่ปุ่น และอีกหลายชาติเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา

ดูเหมือนยุค ร.5 จะมีคนจีนเข้ามามาก
และเราก็มีชาวเขาที่เก่งๆ ในไทยมากมาย
ทั้งหมดนี้... คงจะมีส่วนทำให้ประเทศไทยแข่งขันกับนานาชาติได้

ถ้าเราเก่งภาษาอังกฤษขึ้น
ถ้าเรามีห้องสมุดดีๆ แบบ TK park ทุกจังหวัด
ถ้าเรามีเว็บไซต์ติวทุกวิชา ตั้งแต่อนุบาลถึงอาชีวะ ติวทุกภาษาหลัก ติววิชาช่าง
ถ้าเราเพิ่มการผลิตสาขาที่จบมาแล้วมีงานทำ

ประเทศไทยน่าจะก้าวไปได้อีกไกลเลย
ขอเชียร์ประเทศไทยครับ...

ความคิดเห็นที่ 11 ni_gul , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
chailasalle วันที่ : 27/03/2016 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ขอบพระคุณเพื่อนๆมากๆ ถึงมากที่สุด สำหรับการแชร์เรื่องราว ๆ เหล่านี้จะเป็น ข้อมูลที่มีค่าสำหรับเด็กๆรุ่นหลัง
Cat : เด แปล ว่าคุณแคท มาทางฟาก ไหหลำ แน่เลย
Ni_gul : เป็นเรื่องราวตอนสามหากมีแรงเขียน คือ การขยายตัวของพระนครฟากธนบุรี
Rattiya: ใช่ครับ เป็นการ ย้ายอยู่หัวเมืองต่างๆ ชาวจีนโชคดีอิสระไปได้ทั่วไทย
ทางแก้ว : เป็นคนเอกมัยหรือครับ
เจ้าหญิง : ขอบคุณที่ให้ความสนใจ สาธรเป็นพื้นที่จัดสรรที่แรกๆในพระนครเชียว นอกจากขุดคลองสาธร ยังแบ่งพื้นที่เป็นระเบียบ ถูกใจชาวต่างชาติมากๆ

ความคิดเห็นที่ 10 ni_gul , wullopp และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
Chaoying วันที่ : 27/03/2016 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

กลับมาอ่านอีกครั้ง ครานี้ อ่านละเลียดเลย สนุกมาก ชอบ ๆ
เราได้นั่งรถรางนะ จากเยาวราชมาสนามหลวงก่อนที่จะหายไปหลังจากนั้น
และเคยทันได้เห็นถนนสาธรยังเป็นคลองตรงกลางและดินแดงสองข้างทางเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 9 ni_gul , wullopp และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ทางแก้ว วันที่ : 26/03/2016 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ได้ความรู้ดีครับ
ผมกำลังนึกว่าเคยเห็นถนน
เอกมัยครั้งแรกตอนอายุเท่าไรอยู่


ความคิดเห็นที่ 8 wullopp , chailasalle และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 26/03/2016 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ตามมาอ่านต่อค่ะ ที่บ้านบรรพบุรุษก็เดินเข้ามาทางทะเลเช่นกันค่ะ เเต่ไม่ได้เดินทางเข้ามาอยู่อาศัยที่กรุงเทพฯ เเต่เดินทางต่อไปจนถึงเเม่น้ำเเควฯ มีจำนวนไม่มาก ไปปักหลักจับจองที่ดินริมเเม่น้ำเเคว กาญจนบุรี คนไทยที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกันเรียก หมู่บ้านที่เราอยู่ว่า "หมู่บ้านเจ็ก"(คนสมัยนี้ไม่รู้จักเเล้วค่ะ) เรายังมีสถานที่ฝั่งศพของบรรพบุรูษตะกูลเดียวกัน (คนไทยเเท้เขาจะเผาศพที่วัด) รัตติยาไม่ทราบรายละเอียดมาก เพราะก๋งเสียชีวิตก่อนที่รัตติยาจะเกิด เเม่คุณ(ยาย)ก็มีสามีใหม่เป็นคนไทยเเท้ รุ่นรัตติยามีความรู้น้อยเกี่ยวกัยบรรพบุรุษที่มาจากเเดนไกล

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 7 wullopp , chailasalle และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
MephistoWitchy วันที่ : 26/03/2016 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MephistoWitchy

ได้ความรู้ของที่มาของชุมชนต่างๆเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 chailasalle , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 26/03/2016 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

แค่เห็นภาพนะคะ ยังไม่ได้อ่าน ก็รักเอ็นทรีนี้เสียแล้ว ..ภาพงดงามเหลือเกิน ภาพที่เรายังฝันหา โหยหาให้คืนมา ไม่วุ่นวายแข่งขัน วุ้นวายเหมือนทุกวันนี้ ที่ทำให้หัวใจจะวายเอาง่าย ๆ
เดี๋ยวกลับมาอ่านค่ะ สัญญา

ความคิดเห็นที่ 5 wullopp , chailasalle และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
Kibangkok วันที่ : 26/03/2016 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล อ่านแล้ว เหมือนนั่ง Time machine กลับไปเที่ยวเลย ผมพึ่งไปตะเวนพระนครมา เห็นภาพในเรื่องแล้วสนุุกสนานจังครับ

จากภาพ บ้านเมืองเราเจริญเร็วมากนะครับ แต่เจริญเฉพาะทางด้านวัตถุกัน

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , ni_gul และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
BlueHill วันที่ : 25/03/2016 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นึกแล้วสะท้อนใจนะครับ
บ้านเมือเรามันพัฒนาเร็วเกินไปหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 25/03/2016 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

พ.ศ. 2515 ฝั่งธน ย่านสี่แยกบ้านแขก ถนนอิสรภาพตัดใหม่ ซอยสารภี 2 ต่อไปจนถึงบุคโล ถนนตากสิน และตลาดพลู...
... ยังมีสวนผักแทรกอยู่หลังตึกแถวและบ้านเรือนริมถนนอยู่มาก

ทางเดินเก่าๆ ยังมีอยู่ อาทิเช่น ทางเดินลัดผ่านตรอกบีแอลฮั้วทะลุจากสมเด็จเจ้าพระยาตัดข้ามถนนอิสรภาพตัดใหม่ไปออกถนนลาดหญ้าเดินสบาย ผู้คนยังใช้สัญจรกันมาก

บ้านเรือนและร้านค้าของแขก ไทย จีน อยู่รวมปะปนใกล้ชิดกัน

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , chailasalle และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
อะหนึ่ง วันที่ : 25/03/2016 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ภาพเก่า ได้ใจ
ฝากคิดถึงเพื่อนๆชาวโอเค ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , chailasalle และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
Cat@ วันที่ : 25/03/2016 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ต้อง กลับไปอ่านตอนทีหนึ่ง สะแล้ว
ขอบคุณนะค่ะ
คิดถึง ตอนเล็ก เด คือ คำเรียก พ่อ
เด จะไปสมาคมแช๋โง้ว
คิดถึง วันเก่าๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน