*/
  • chailasalle
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somchai_po@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 462
  • จำนวนผู้ชม : 2283301
  • จำนวนผู้โหวต : 569
  • ส่ง msg :
  • โหวต 569 คน
สั่งเรียม

เพลงละครโทรทัศน์ช่องสี่บางขุนพรหมพศ.2509

View All
วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม 2559
Posted by chailasalle , ผู้อ่าน : 2811 , 07:08:39 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 17 คน แม่หมี , สุรศักดิ์ และอีก 15 คนโหวตเรื่องนี้

 

    ธ คือยอดกษัตริย์ไทยโลกประจักษ์    เป็นที่รักรวบรวมใจไทยร่มรื่น

ในหลวงห่วงพสกทรงงานทุกวันคืน        ทรงพลิกฟื้นคืนผืนไทยให้อุดม

สิบสามตุลาพระชนกลาลับแล้ว             พ่อดวงแก้วคืนแผ่นฟ้านิทราภิรมย์

ทั่วหล้าล้วนน้ำตานองแลขื่นขม             ขอจงสมดั่งฤทัยในแดนสวรรค์.....

                                                                                        ร้อยกรองโดย  Blogger Chailasalle..


 

13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 วันมหาวิปโยคของชาวไทย

"เร็วๆหน่อยสิเฮียกวง "  เฮียเม้งเร่งยิกยิก 

"เสร็จเลี้ยวๆ "เฮียกวงพูดสวนพลันรีบล็อคประตูเหล็กยืดร้านกาแฟก่อนเร่งเท้าเดินตามเฮียเม้ง

พลางพูดถามว่าว่า

"เฮียเล้งหล่ะ? "  

"ยืนรอที่ปากซอยกะมาโนชแล้ว" เฮียเม้งพูดพลางเดินพลาง ทุกทีสหายท่านนี้จะพูดน้อย

วันนี้ยิ่งแทบไม่พูดจา สองสหายสีหน้าหม่นหมองเร่งเดินเท้าไปสมทบเฮียเล้ง 

ที่ลานหน้าตึกเฉลิมพระเกียรติ จะมีอนุสาวรีย์พระบรมชนกตั้งอยู่ ด้านหลังจะเป็นตึกสมเด็จย่า 

มีประชาชนมายืนรอฟังข่าวที่หลวงจะแถลงกันแน่นขนัดไปหมดทุกคนมีสีหน้าหม่นหมองแต่

ก็หวังว่าจะมีข่าวดีดีปรากฎเช่นวันที่ผ่านมา  เฮียเล้งและพวกเลือกทำเลนั่งกับพื้นมองไปเบื้องหน้า

จะเห็นชั้นที่สิบหกที่ที่ในหลวงท่านพักรักษา  เฮียกวงท่องคาถาโพฌงคปริต ตามลูกชายอย่าง

ตะกุกตะกักประสาลูกจีนที่ไม่เคยสวดมนต์นอกจากไหว้เจ้า  เฮียเล้งก็ได้มองขึ้นไปที่ตึกและ

ส่งใจไปที่พระองค์ท่าน ทุกคนในที่นั้นต่างรอฟังข่าวทางทีวีอย่างใจจดจ่อ.....

    ตกดึกเวลาหนึ่งทุ่มเศษที่ริมถนนวังหลังสามสหายและลูกต่างก้มหน้าเดินกลับบ้าน

ทุกคนมีน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่อายใครๆ เฮียกวงปาดน้ำตา มาโนชโอบเอวพ่อแน่น

เป็นการปลอบใจ ทุกคนมุ่งหน้าเดินย้อนไปตามถนนอรุณอัมรินทร์เพื่อกลับบ้าน รายทาง

ผู้คนเปลี่ยนเป็นชุดดำเดินสวนกับคณะสหายเพื่อมุ่งหน้าไปกราบในหลวง  พระนครดูเงียบ

สนิทท้องฟ้าในคืนวันที่สิบสามตุลาคม มีหมอกฝ้าสีหม่นๆปกคลุมไปทั่วโรงพยาบาลศิริราช

และทั่วพระนคร  เฮียเล้งเป็นคนชี้ให้เพื่อนๆดู ภาพหมอกนี้เห็นชัดทีเดียวเพราะสามสหาย

ยืนตรงสะพานสะพานอรุณอัมรินทร์  วันถัดมามีคนบอกว่าเป็นหมอกธุมเกต ที่เคยปก

คลุมพระนครคราวเจ้าอยู่หัวปิยะมหาราชของปวงชนชาวไทยเสด็จสวรรคต ซึ่งก็แปลก

เพราะมีผู้คนเห็นปรากฎการณ์กันมากมายในคืนนั้น ...

 หมอกธุมเกตุที่ปกคลุมลานพระรูปและพระที่นังอนันตสมาคมในคืนวันที่ 13 ตค 2559 


 

ที่ร้านกาแฟของเฮียกวงวันนี้ สามสหายมารวมตัวที่โต๊ะกาแฟโดยพร้อมเพรียง ทุกคนใส่ชุด

ไว้ทุกข์ตามที่หลวงประกาศแต่ถึงหลวงไม่ประกาศพลพรรคก็เต็มใจจะใส่ถวายพระองค์อยู่แล้ว

"อั้วเชื่อว่าอ่วงแก王家 (ในหลวง) ต้องขึ้นสวรรค์ไปเป็นเซียนอย่างแน่นอน " อาเม้งเอ่ยหลังวาง

หนังสือพิมพ์ลงบนกองหนังสือพิมพ์ ทุกฉบับล้วนลงข่าวพระองค์ท่านโดยพร้อมเพรียง

"แน่นอนท่านทำ(ทรง)งานเพื่อพวกเราเพื่อผู้ยากไร้มาตลอดชีวิต บุญท่านมากมายจริงๆ" อากวง

เสริมอย่างเศร้าๆน้ำตาคลอๆ

"น่าภูมิใจเนอะ ที่พวกเราทันได้เห็นเทวดาที่ยังมีชีวิตอย่างพระองค์ท่าน ได้อยู่ใต้ร่มโพธิสมภาร

ของพระองค์ท่าน "  ข้าพเจ้าเสริมอย่างเศร้าๆ

"แต่ก็มีคนอีกหลายคนที่มองว่าพวกเราคิดกันเกินจริง.." มาโนชแย้งจากสิ่งที่เขาได้ยินมา

เรียกเสียงฮึดฮัดจากพ่อเขาอากวง  ข้าพเจ้าจึงพูดขึ้นว่า

"มาโนชเคยเชื่อเรื่องปาฏิหารย์ว่ามีจริงไหม " 

"อาจเกิดขึ้นได้ยากเหมือนคนถูกล็อตตารี่รางวัลที่หนึ่ง แต่ก็มี ..ผมเชื่อครับ" 

"ใช่มาโนช ปาฏิหารย์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมากแต่ก็มีจริงได้ ปาฏิหารย์ของในหลวงคือ

การที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญาอย่างหนักตลอดเจ็ดสิบปี" 

"โชคคือการทุ่มเทอย่างหนัก" อาเม้งคนพูดน้อยเอ่ยคำคมๆเสริมต่อท้าย

"ใช่  อาเจ่กจะเล่าเรื่องปาฏิหารย์ และ งานที่ยอดเยี่ยมของพระองค์ที่เทียบชั้นเซียนบน

สวรรค์ หรือฮ่องเต้ระดับราชันของจีนเลยทีเดียว ..

"โห....อยากฟัง"  ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน 

 

รูปเหมือนเจ้าแม่ทับทิมและบริวาร  หูทิพย์และตาทิพย์  ที่เมืองไถ่หนาน 台南 


  ตำนานเรื่องเล่าเจ้าแม่ทับทิมขอฝน

เจ้าแม่ทับทิม หรือ คนจีนเรียกว่ามาโจ้ว 媽祖 (มาจู่) หรือ เทียงโฮ้วเสี้ยบ้อ 天后聖母 (เทียนโฮ้ว

เซิงหมู่)  เจ้าแม่ทับทิมท่านเป็นคนแซ่ลิ้ม 林 ชื่อ มิกเนี้ย 默娘(โม่เหนียง) ตามประวัติแล้วท่าน

เกิดในยุค ราชวงศ์ซ้องตอนต้นรัชสมัยฮ่องเต้ซ้องไท้โจ้ว 宋太祖 หรือ เตี๋ยคังเอี๋ยง 趙匡胤

(เจ้าควงอิ่น)  เหตุที่ท่านได้ชื่อว่ามิกเนี้ย (ทาริกาเงียบ) เพราะตอนท่านเกิดท่านไม่ร้องไห้เป็นที่

แปลกกว่าเด็กอื่นๆ  ลิ้มมิกเนี้ย เป็นคนจิตใจดีและชอบฟังธรรมะ ทำบุญทำทานสวดมนต์ตั้งแต่เล็ก

มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านได้ช่วยเหลือขอทานยาจก ที่หยิ่งและเรื่องมากคนหนึง

 สุดท้ายพบว่าที่แท้ขอทานนี้คือท่านไท้เสี่ยงเหล่ากุง 太上老君ปรมาจารย์ลัทธิเต๋า

แปลงกายมาทดสอบจิตใจนางและท่านมอบคัมภีร์ไร้อักษร (無字天經 บ่อหยี่เทียงเก็ง )

พร้อมคาถากำกับเพื่อให้อักษรปรากฎเมื่อยามต้องการอ่านคัมภีร์นี้ครอบคลุมทุกแขนงวิชา

การแพทย์ คาถา ฯลฯ  ทำให้ท่านมีอิฤทธิ์มากมาย และมีความสามารถในด้านการรักษา

โรคต่างๆ ให้ประชาชนผู้เจ็บป่วยยากไร้

 

 

 ไท้เสี่ยงเหล่ากุง 太上老君 ปรมาจารย์ลัทธิเต๋า ทรงโค 


 ต่อมาท่านได้กำราบสองปีศาจ พี่น้องตระกูลเกา คนพี่ตาทิพย์ มองได้ไกลๆ มี มีง้าวหรือหอกทวน

เป็นอาวุธคู่กาย ส่วน คนน้องหูทิพย์ สามารถได้ยินไกลๆเป็นหมื่นๆลี้เช่นกัน มีขวานเป็นอาวุธ

จนทั้งคู่ยอมสิโรราบ และมาเป็นบริวารของท่าน ยิ่งทำให้ท่านสามารถปราบภัยจากปีศาจอสูร

ต่างๆได้อีกอีกมากมาย (ชมภาพประกอบ)

 

เจ้าแม่ทับทิม กำราบ ตาทิพย์และหูทิพย์ 


 เจ้าแม่ทับทิมกำราบปีศาจกินเมฆ

ที่เมืองจีนมักเกิดสภาวะฝนแล้ง ชาวจีนเชื่อเหมือนๆคนไทยในเรื่อง นาคให้น้ำส่วนชาวจีนเชื่อว่าพญา

มังกรเป็นผู้ดูแล ฝนฟ้าและห้วงมหาสมุทร ครั้งหนึ่งแล้งหนักมากชาวเมืองได้ตั้งปรำพิธีเชิญนักพรต

และ พระมาทำพิธีเรียกฝนแต่ไม่สำเร็จร้อนถึงมีคนมาขอให้ เจ้าแม่ทับทิมมาช่วยทำพิธีขอฝน

เจ้าแม่ทับทิมสวดมนต์เพื่อขอฝนแต่ก็ไม่มีฝนตก เจ้าแม่ทับทิมจึงถอดกายทิพย์ไปสอบถามพญามังกร

ผู้ดูแลฝนท่านยืนยันว่าให้เมฆให้ฝนไปตามที่สวรรค์กำหนดแล้วแต่มีปีศาจตนหนึ่งมากินเมฆกินฝน

จึงทำให้ฝนฟ้าไม่ตกตามที่ควรเป็น เจ้าแม่ทับทิมและสองบริวารออกไปกำราบ ปีศาจที่กินเมฆฝนนั้น

สุดท้าย ฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล...

 

 

หยาดจากฟ้าสู่ผืนดิน...

 จากทฤษฎีการทำฝนเทียมในห้องปฏิบัติการ ในหลวงได้นำมาค้นคว้าทดลองจนเป็นรายเดียว

ที่สามารถทำฝนหลวงได้จริงในสภาวะแวดล้อมจริง ทุกประเทศต่างมาศึกษาและนำแนวทาง

ของพระองค์ไปใช้ ซึ่งเกียรติบัตรจากสถาบันวิทยาศาสตร์ได้ระบุวิธีการทำฝนแบบนี้ว่่าเป็นวิธีการ

ของคิงภูมิพล ซึ่งน่าภาคภูมิใจมาก  แม้การทำฝนหลวง (Royal Rain) จะไม่ใช่เป็นการ "เสก"

ฝนหรือขอฝนด้วยพลังอำนาจเทพเจ้าแบบจีนแต่ ในหลวงของเราใช้พลังทางปัญญาและ

วิทยาศาสตร์ มีการใช้ "สูตรเย็น" , "สูตรร้อน" และการ "จูงเมฆ" เพื่อนำกลุ่มฝนที่ถูกเลี้ยง

ให้ได้รูปทรงได้ขนาดและความเหมาะสมจูงไปตกในที่ที่กันดารแห้งแล้ง ตามที่ประชาชาชน

ร้องขอมา  เหล่าบริวารของในหลวงก็คือเหล่านักบินฝีมือดีที่ออกปฏิบัติการฝูงบินของกรมฝน

หลวงออกบินไปโจมตีเมฆ แบบ Super Sandwich technic ที่ทรงคิดค้นขึ้น 

ทำให้ปวงพสกนิกรได้น้ำฝนจากฟ้าที่หลั่งรินด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ ในหลวงจึงทรงใช้

เวทย์มนต์ทางวิทยาศาตร์ เพื่อกำราบเมฆให้ตกเป็นสายฝนเพื่อบำบัดทุกข์ของเหล่าประชา

ราษฎร์ของพระองค์ไม่แพ้เจ้าแม่ทับทิมเลยทีเดียว..

(อ่านคำอธิบาย "ตำราฝนหลวง" ที่ในหลวงเขียนขึ้นจากคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์ ในหมาย

เหตุแนบท้าย สนุกมาก...)  

 ภาพจากอินเตอร์เน็ตขอขอบคุณ กิตติพงศ์ พันธ์เมือง เจ้าของภาพ


ผู้สยบมังกรได้จะเป็นเจ้าราชัน

    มังกรของชาวจีนคือกระแสน้ำ น้ำที่มีพลังอำนาจ น้ำเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ รองจากอากาศ

หายใจ น้ำเป็นของเหลวที่ไหลได้ น้ำสามารถก่อกำเนิดสรรพชีวิต แต่ น้ำก็สามารถเคลื่อนตัวเป็น

มวลน้ำมหึมาที่เคลื่อนลงมาถล่มบ้านเมืองได้ ชาวจีนจึงเปรียบเทียบน้ำกับมังกรที่ทรงพลังอำนาจ

ผู้ที่ควบคุมสายน้ำ ดั่งสยบมังกรได้คือราชันผู้ยิ่งใหญ่....

"เข้าใจปัญหา" ภาพครั้งทรงแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทุ่งพระโขนง  ภาพจากอินเตอร์เน็ต ขอขอบคุณ..


     อัจฉริยภาพของในหลวงในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดมาตลอด

โครงการพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำล้วนประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เนื่อง

จากพระองค์ทรง"เข้าใจ" และ"เข้าถึง" ปัญหาอย่างแท้จริง เช่นโครงการแก้มลิง

ในการชะลอกระแสน้ำ กักเก็บไว้ในกระพุงแก้มลิง เพื่อรอเวลา ผ่อนเวลาการระบาย

ลงทะเลยามน้ำทะเลหนุนสูงมาต้าน ตามปรากฎการณ์ของธรรมชาติ วิธีนี้นอกจากช่วย

ไม่ให้ท่วมมันยังเป็นการกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง อีกทั้งเป็นการชะดินปรับลดความ

เค็มของผืนดินที่เสื่อมโทรมเพราะการทำนากุ้งฯลฯ ผืนดินที่โหมใส่สารเคมีมากมาย

จนตกค้างทำดินพัง ในหลวงท่านตรัสว่า น้ำจะทำให้ดินคืนสารเคมี ทีละน้อย เมื่อน้ำใหม่

มาในปีถัดๆไป ตะกอนดินจะช่วยปรับสภาพดินให้ปลูกพืชได้ในเวลาต่อมาๆ

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่เก้าในวันเสด็จทางชลมารค ไปทำพิธี เปิดประดูน้ำคลองลัดโพธิ์ 24 พย 2553


 

       โครงการขุดลอกคูคลองต่างๆเพื่อเร่งเพื่อผันน้ำที่สะสมจากที่ต่างๆให้ไหลผ่านกรุงเทพฯ

อย่างรวดเร็วที่สุดและเสียหายน้อยที่สุด ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือโครงการ

ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์  ที่พระราชทานพระราชดำริ ให้ปรับปรุง คลองลัดโพธิ์

บริเวณคุ้งน้ำช่วงที่ไหลผ่านเขตพื้นที่ ต.บางกระเจ้า จากเดิมที่มีสภาพตื้นเขินมีความกว้างเพียง

10-15  ม.ให้สามารถiรองรับปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นทางลัดทางของน้ำไหลลงสู่

ทะเลได้สะดวก รวดเร็ว ขึ้น โดยช่วยลดระยะทางการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยาจาก 18 กม.

ให้เหลือเพียง 600 ม. รวมทั้ง ลดเวลาการเดินทางของน้ำจาก 5 ชม.ให้เหลือเพียง ๑๐ นาที !

ทำให้ช่วยลดผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งใน กทม.และ ปริมณฑล จากสภาวะน้ำเหนือไหลหลาก

ในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการฯนี้สามารถระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยได้

เฉลี่ยวันละประมาณ 40 ล้าน ลบ.ม.

 

ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ หนึ่งในพระอัจฉริยภาพ

 

เรืออังสนา  เรือขับเคลือนด้วยพลังงานไบโอดีเซล อีกหนึ่งโครงการในพระราชดำริ 


 

กระแสน้ำมีธรรมชาติที่ลึกลับและทรงอำนาจอีกทั้งคาดการพฤติกรรมของมัน

และควบคุมได้ยาก ชาวจีนจึงมักเปรียบเทียบมันกับ"มังกร" ประเทศจีนมีประวัติ

ศาสตร์ในการต่อสู้กับอุทกภัยมายาวนานมาก เนื่องจากชาวจีนก็เหมือนคนอื่นๆ

ในโลกคือนิยมตั้งชุมชนอยู่ใกล้แหล่งน้ำ อู่อารยธรรมที่เก่าแก่สุดของจีนถือกำเนิด

ขึ้นที่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำหวงเหอ 黄河 นี่เอง(1) ส่วนแม่น้ำแยงซีเกียง 揚子江 

(หยางจื่อเจียง)นั้นถือเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสามของโลก ยาวที่สุดในเอเซีย

แม่น้ำทั้งสองสายของจีนที่ทอดยาวเสมือนดั่ง"สองมังกร" ที่ยิ่งใหญ่ของจีนอย่างแท้จริง(2)

 หินผาสลักเป็นรูป สองจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ 二帝(เอ้อตี้) ของจีน


 

ประวัติศาสตร์ที่เก่ามากของจีนมีการจารึกชื่อของสองจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ 二帝(เอ้อตี้)

ได้แก่ซุ่นตี้ และ ต้าอี้ ครั้งนั้นจีนยังปกครองในลักษณะของหัวหน้าเผ่าชนอยู่

ซุ่นตี้ กษัตริย์ที่ลือชื่อในด้านปัญญาและความกตัญญู(3) อีกทั้งรักราษฎรอย่างยิ่ง

ในรัชสมัยพระองค์เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ กษัตริย์ซุ่นได้มอบหมายให้ กุ้น ขุนนาง

ใหญ่แก้ไขอุทกภัย กุ้นได้ใชเวลาถึงเก้าปี โดยใช้วิธี "สกัด"การไหลของน้ำ ด้วย

การถมด้วยกำแพงดิน แต่ไม่สำเร็จ อีกทั้งกุ้นโดนเพ็ดทูลในข้อหาทุจริตจนต้อง

โทษประหาร ..

กษัตริย์ซุ่นได้มอบหมายให้ อี้(หรือ อวี้) บุตรชายของกุ้น รับหน้าที่ต่อ อี้ ศึกษา

ความล้มเหลวของบิดาที่ใช้การก่อทำนบดินเพียงอย่างเดียว .. อี้ ได้เริ่มทำการ

สำรวจเส้นทางการไหลของน้ำ และสร้างแผนที่ขึ้นมา เพื่อใช้ บริหารจัดการ

กระแสน้ำที่เชี่ยวกราก นอกจากวิธี "สกัด" น้ำแล้ว อี้ ได้ใช้วิธีขุดคลองเพื่อ

ระบายมวลน้ำที่ท่วม รัดเร่งระบายลงทะเล อี้ใช้เวลาถึงสิบสามปีในการแก้

ไขปัญหาอุทกภัยนี้ ความเหนื่อยยากและไม่เห็นแก่ประโยชน์สุขของตนนั้น

เห็นได้จากในสิบสามปีนั้นอี้ ได้ผ่านบ้านตนเองสามหน แม้จะผ่านบ้านสาม

หนอี้ก็ห้ามใจไม่เคยแวะเยี่ยมเยี่ยนภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน และบุตร

ที่ร้องไห้ ในอ้อมแขนของภรรยาอี้ เลย..

ผลแห่งความดีความชอบในการกำราบมังกรที่เชี่ยวกรากนี้ ซุ่นได้ยกราชสมบัติ

ให้อี้ สืบต่อจากตน การต่อมา อี้ หรือ ต้าอี้ ถือเป็นปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์เซี่ย

ราชวงศ์แรกในประวัติศาสตร์จีนนั้นเอง..

ราชันแห่งสายน้ำ ..ภาพจากอินเตอร์เน็ตขอขอบคุณ กิตติพงศ์ พันธ์เมือง เจ้าของภาพ


 

หากพินิจดีดีแล้วจะเห็นภาพอัจฉริยภาพของสองราชัน สองแผ่นดิน จีน สยาม ที่

ทุ่มเทพระสติปัญญาและพระวรกายในการแก้ไขปัญหาสายน้ำ มังกรที่ก่ออุทกภัย

ให้แก่พสกนิกร อย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถกำราบเอาชนะธรรมชาติของกระแสน้ำ

ที่เชี่ยวกราก ให้กลับมาเป็นประโยชน์สุขแก่ราษฎรได้ในที่สุด ช่างละม้ายคล้ายกัน

อย่างน่าอัศจรรย์  

 


 "มาโนชเห็นแล้วยัง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ทำให้มีปรากฎการณ์ที่ดีเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย

มากมายราวเทพเจ้าราวกับราชันผู้ยิ่งใหญ่ของจีน หลายๆสิ่งที่เกิดได้ยากมารวมเป็นหนึ่งในพระองค์

เดียวท่านจึงเป็นพระราชาที่หาได้ยากยิ่งบนผืนแผ่นดินและบนโลกนี้ องค์กร ยูเนสโก้

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงเสด็จเกี่ยวข้าวในแปลงเกษตรทดลอง


 UNESCO ได้ ยกย่องในหลวงว่าท่าน ทรงสร้าง'ประวัติศาสตร์แห่งศตวรรษ'ด้านวัฒนธรรม

และ การศึกษาด้วยหลักปรัชญาแห่งความพอเพียงและเตรียมบรรจุในแผนพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ประเทศต่างๆ

 

 "องค์การสหประชาชาติ" ได้จัดให้มีการประชุมวาระพิเศษเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติ

แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (28 ต.ค.59) เวลา 21.00 น. 

โดยประธานสหประชาชาติ  UNGA  Peter Thomson จากฟิจิและประธานกลุ่มภูมิภาคทั้ง

ห้ากลุ่มผู้เป็นตัวแทนสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ ได้กล่าวถวายสดุดีในสมัชชาสหประชาชาติ 

ที่ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ค่อยเกิดขึ้นง่ายๆ ทั้งนี้ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 

13 ตุลาคมที่ผ่านมาทางสหประชาชาติได้ยืนถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่9

และนายบันคีมูนได้กล่าวคำสดีดีที่คมคายว่า

"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้นำแห่งเอกภาพของไทย"

"คนไทยต่างตระหนักดีว่าพระองค์คือหลักชัยเป็นศูนย์รวมของคนทั้งชาติ เพราะอย่างนี้ไง

 อาเจ่กจึงเรียกว่า ท่านคือปาฏิหารย์ ที่เกิดขึ้นได้ยากของโลก จึงไม่เป็นการเกินไปเลย

จริงไหมมาโนช ? "   ข้าพเจ้ากล่าวสรุปเรื่องราว ทุกคนนิ่งเงียบ มีน้ำตาคลอๆ

ยกมือพนมมือไหว้พระ บรมฉายาลักษณ์ที่แขวนตรงผนังร้านกาแฟของเฮียกวง 

"ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยเถิด พระองค์เหน็ดเหนื่อยเพื่อปวงข้าพพุทธเจ้ามานานแล้ว..." 

หยาดน้ำตาในวงสนทนาเล็กๆ หากแต่รวมทั่วแผ่นดินไทย ณ.เวลานี้ มันมากมายราวสายน้ำที่

ไหลเชี่ยวกราก ผ่านห้วงเวลาที่แสนทุกข์ระทมอันยาวนานนี้.....

"รูปที่มีทุกบ้าน ..."  ภาพจากอินเตอร์เน็ตขอขอบคุณ


 

 

 "อาทิตย์อับแสง " เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ร้องโดย จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค 


 

หมายเหตุ

1.

แม่น้ำหวง, หวงเหอ หรือ แม่น้ำฮวง, ฮวงโห (จีน: 黄河; พินอิน: Huáng hé แปลว่า แม่น้ำเหลือง) เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศจีน รองจากแม่น้ำแยงซี มีความยาว 5,464 กิโลเมตร อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ถึง 4,500 เมตร ไหลจากฝั่งตะวันตกมาทางตะวันออก ผ่านมณฑล ชิงไห่ เสฉวน กานซู หนิงเซี่ย มองโกเลียใน ซานซี เหอหนาน และซานตง ออกสู่ทะเลโป๋ (โป๋ไห่) ซึ่งเป็นทะเลในอ่าวทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน

2.

แม่น้ำแยงซี, แยงซีเกียง (จีนตัวเต็ม: 揚子江; จีนตัวย่อ: 扬子江; พินอิน: Yángzǐ jiāng; อังกฤษ: Yangtze river) หรือแม่น้ำฉางเจียง (จีนตัวเต็ม: 長江; จีนตัวย่อ: 长江; พินอิน: Cháng jiāng) เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชีย และเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่สามของโลก รองจากแม่น้ำไนล์ในทวีปแอฟริกาและแม่น้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ แม่น้ำแยงซียาว 6,300 กิโลเมตร[1] ต้นน้ำอยู่ที่มณฑลชิงไห่และทิเบต ในทิศตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน และไหลมาทางทิศตะวันออก ออกสู่ทะเลจีนตะวันออก

3.

กษัตริย์ซุน ถือกำเนิดจากสามัญชน ท่านอยู่เชิงเขาลี่ซาน บิดาท่านมีภรรยาใหม่

ต่อมาบิดาเขาตาบอด ทั้งบิดาและแม่เลี้ยง มีท่าที่ไม่ดีต่อท่าน แต่ซุ่นก็ปรนนิบัติ

ทั้งสองเป็นอย่างดีทั้งๆที่ฐานะจะยากจนมากก็ตาม ซุ่นได้สอนชาวบ้านให้นำดิน

เขาลี่ซานที่เป็นดินไม่เหมาะกับการเพาะปลูก มาทำเป็นเครื่องปั้นดินเผา ..

อ้างอิงจาก วิกกิพีเดีย ,gate to culture (มอลเทจ คัลเชอร์) ,ประวัติศาสตร์จีน

(ทวีป วรดิลก)

4. ตำราฝนหลวง จากเวปไซด์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร 


จากการที่โปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง พ.ศ. 2542 อย่างสัมฤทธิ์ผล นอกจากจะโปรดเกล้า ฯ ให้ฟื้นฟูทบทวนประสบการณ์และเทคนิคพระราชทานที่เคยปฏิบัติการได้ผลมาแล้วในอดีตมาใช้ปฏิบัติการในครั้งนี้แล้ว ยังโปรดเกล้า ฯ ให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและเทคนิคควบคู่กันไปด้วย ซึ่งทรงสามารถพัฒนากรรมวิธีการทำฝนหลวงให้ก้าวหน้าขึ้นอีกระดับหนึ่ง คือ เป็นการปฏิบัติการฝนหลวงโดยการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนโดยเทคโนโลยีฝนหลวงจากทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกัน (เดิมเป็นกิจกรรมทำฝนจากเมฆอุ่นเพียงอย่างเดียว) ด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงพัฒนาเทคนิคการโจมตีเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกันในกลุ่มเมฆเดียวกัน ซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้เรียกเทคนิคการโจมตีที่ทรงประดิษฐ์คิดค้น ขึ้นมาเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดว่า SUPER SANDWICH TECHNIC ทรงสรุปขั้นตอนกรรมวิธีโดยทรงประดิษฐ์ขึ้นเป็นแผนภาพการ์ตูนโดยคอมพิวเตอร์ด้วยพระองค์เอง พระราชทานให้ใช้เป็น ตำราฝนหลวง เพื่อให้เป็นแบบอย่างใช้ในการปฏิบัติการฝนหลวงให้เป็นไปในทางเดียวกัน แผนภาพฝีพระหัตถดังกล่าวประมวลความรู้ทางวิชาการเทคนิคและกระบวนการขั้นตอนกรรมวิธีในการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างครบ ถ้วนทั้งเทคโนโลยีฝนหลวงไว้ในหนึ่งหน้ากระดาษได้อย่างสมบูรณ์ง่ายต่อความเข้าใจและการถือปฏิบัติ 
กระบวนการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนโดยเทคโนโลยีฝนหลวงเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้มา 
พระราชทานให้ใช้ปฏิบัติการในประเทศไทยเป็นประเทศแรก ยังไม่มีประเทศใดในโลกเคยปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีนี้มาก่อนอย่างแน่นอน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ภาพ "ตำราฝนหลวง" ด้วยคอมพิวเตอร์ แสดงขั้นตอน และกรรมวิธีการดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดฝนจากเมฆอุ่น และเมฆเย็น และพระราชทานแก่ นักวิชาการฝนหลวง ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2542
แถวบนสุดของตำราฝนหลวงพระราชทาน

 

ช่องที่ 1. “นางมณีเมฆขลา”
เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสำนักงานมณีเมฆขลา เป็นส่วนหนึ่งของสำนักงาน ฝล.
เป็นหัวหน้าสำนักงานอุตุนิยมวิทยา แห่งเขาไกรลาส หรือเขาพระสุเมรุ วิเทศะสันนิษฐานว่าอยู่ในทะเล
ช่องที่ 2. “พระอินทร์ทรงเกวียน”
พระอินทร์เป็นพระสักกะเทวราช เป็นราชาของเทวดา ที่ลงมาช่วยทำฝน
ช่องที่ 3. “21 มกราคม 2542”
- เป็นวันที่ทรงประทับบนเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จไปประกอบพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเส้นทางพระราชดำเนินกลับ ทรงสังเกตเห็นกลุ่มเมฆปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่น่าจะทำฝนได้ ทรงบันทึกภาพเมฆเหล่านั้นพระราชทานลงมา และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ส่งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษออกไปปฏิบัติการกู้ภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และภาคเหนือตอนล่าง โดยเร่งด่วน

 

ช่องที่ 4. “เครื่องบิน 3 เครื่อง”
- เป็นตัวอย่างของเครื่องบินที่เหมาะสมกับการปฏิบัติการตามตำราฝนหลวงพระราชทานตามขั้นตอนที่ 1 – 6 ประกอบด้วย

 

เครื่องบินเมฆเย็น (BEECHCRAFT KING AIR) (จำนวนที่เหมาะสม 1 เครื่อง)
เครื่องบินเมฆอุ่น (CASA) (จำนวนที่เหมาะสม 2 เครื่อง)
เครื่องบินเมฆอุ่น (CARAVAN) (จำนวนที่เหมาะสม 2 เครื่อง)

 

จากการที่โปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง พ.ศ. 2542 อย่างสัมฤทธิ์ผล นอกจากจะโปรดเกล้า ฯ ให้ฟื้นฟูทบทวนประสบการณ์และเทคนิคพระราชทานที่เคยปฏิบัติการได้ผลมาแล้วในอดีตมาใช้ปฏิบัติการในครั้งนี้แล้ว ยังโปรดเกล้า ฯ ให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีและเทคนิคควบคู่กันไปด้วย ซึ่งทรงสามารถพัฒนากรรมวิธีการทำฝนหลวงให้ก้าวหน้าขึ้นอีกระดับหนึ่ง คือ เป็นการปฏิบัติการฝนหลวงโดยการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนโดยเทคโนโลยีฝนหลวงจากทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกัน (เดิมเป็นกิจกรรมทำฝนจากเมฆอุ่นเพียงอย่างเดียว) ด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงพัฒนาเทคนิคการโจมตีเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกันในกลุ่มเมฆเดียวกัน ซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้เรียกเทคนิคการโจมตีที่ทรงประดิษฐ์คิดค้น ขึ้นมาเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดว่า SUPER SANDWICH TECHNIC ทรงสรุปขั้นตอนกรรมวิธีโดยทรงประดิษฐ์ขึ้นเป็นแผนภาพการ์ตูนโดยคอมพิวเตอร์ด้วยพระองค์เอง พระราชทานให้ใช้เป็น ตำราฝนหลวง เพื่อให้เป็นแบบอย่างใช้ในการปฏิบัติการฝนหลวงให้เป็นไปในทางเดียวกัน แผนภาพฝีพระหัตถดังกล่าวประมวลความรู้ทางวิชาการเทคนิคและกระบวนการขั้นตอนกรรมวิธีในการปฏิบัติการฝนหลวงอย่างครบ ถ้วนทั้งเทคโนโลยีฝนหลวงไว้ในหนึ่งหน้ากระดาษได้อย่างสมบูรณ์ง่ายต่อความเข้าใจและการถือปฏิบัติ 
กระบวนการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนโดยเทคโนโลยีฝนหลวงเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้มา 
พระราชทานให้ใช้ปฏิบัติการในประเทศไทยเป็นประเทศแรก ยังไม่มีประเทศใดในโลกเคยปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีนี้มาก่อนอย่างแน่นอน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประดิษฐ์ภาพ "ตำราฝนหลวง" ด้วยคอมพิวเตอร์ แสดงขั้นตอน และกรรมวิธีการดัดแปรสภาพอากาศ ให้เกิดฝนจากเมฆอุ่น และเมฆเย็น และพระราชทานแก่ นักวิชาการฝนหลวง ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2542

ดังแผนภาพ (การ์ตูน) ตำราฝนหลวงพระราชทาน
ตำราการ์ตูนฝนหลวง
ความหมายที่ขยายความจากแผนภาพตำราฝนหลวงพระราชทาน

 

แถวบนสุดของตำราฝนหลวงพระราชทาน

 

ช่องที่ 1. “นางมณีเมฆขลา”
เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของสำนักงานมณีเมฆขลา เป็นส่วนหนึ่งของสำนักงาน ฝล.
เป็นหัวหน้าสำนักงานอุตุนิยมวิทยา แห่งเขาไกรลาส หรือเขาพระสุเมรุ วิเทศะสันนิษฐานว่าอยู่ในทะเล
ช่องที่ 2. “พระอินทร์ทรงเกวียน”
พระอินทร์เป็นพระสักกะเทวราช เป็นราชาของเทวดา ที่ลงมาช่วยทำฝน
ช่องที่ 3. “21 มกราคม 2542”
- เป็นวันที่ทรงประทับบนเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จไปประกอบพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเส้นทางพระราชดำเนินกลับ ทรงสังเกตเห็นกลุ่มเมฆปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่น่าจะทำฝนได้ ทรงบันทึกภาพเมฆเหล่านั้นพระราชทานลงมา และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ส่งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษออกไปปฏิบัติการกู้ภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และภาคเหนือตอนล่าง โดยเร่งด่วน

 

ช่องที่ 4. “เครื่องบิน 3 เครื่อง”
- เป็นตัวอย่างของเครื่องบินที่เหมาะสมกับการปฏิบัติการตามตำราฝนหลวงพระราชทานตามขั้นตอนที่ 1 – 6 ประกอบด้วย

 

เครื่องบินเมฆเย็น (BEECHCRAFT KING AIR) (จำนวนที่เหมาะสม 1 เครื่อง)
เครื่องบินเมฆอุ่น (CASA) (จำนวนที่เหมาะสม 2 เครื่อง)
เครื่องบินเมฆอุ่น (CARAVAN) (จำนวนที่เหมาะสม 2 เครื่อง)

 


แถวที่ 1 ช่องที่ 1 – 3 เป็นขั้นตอนที่ 1 เป็นการเร่งให้เกิดเมฆโดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 1 เครื่อง โปรยสารเคมีผงเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ที่ระดับความสูง 7,000 ฟุต ในขณะที่ท้องฟ้าโปร่งหรือมีเมฆเดิมก่อตัวอยู่บ้าง ความชื้นสัมพัทธ์ไม่ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นแกนกลั่นตัว (Cloud Condensation Nuclei)เรียกย่อว่า CCN ความชื้นหรือไอน้ำจะถูกดูดซับเข้าไปเกาะรอบแกนเกลือแล้วรวมตัวกันเกิดเป็นเมฆ ซึ่งเมฆเหล่านี้จะพัฒนาเจริญขึ้นเป็นเมฆก้อนใหญ่ อาจก่อยอดถึงระดับ 10,000 ฟุต ได้
แถวที่ 2 ช่องที่ 1 – 4 เป็นขั้นตอนที่ 2 เป็นการเร่งการเจริญเติบโตของเมฆที่ก่อขึ้นหรือเมฆเดิมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และก่อยอดขึ้นถึงระดับ 10,000 ฟุต ฐานเมฆสูงไม่เกิน 7,000 ฟุต ใช้เครื่องบินแบบเมฆอุ่นอีกหนึ่งเครื่อง โปรยสารเคมีผงแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) เข้าไปในกลุ่มเมฆที่ระดับ 8,000 ฟุต (หรือสูงกว่าฐานเมฆ 1,000 ฟุต) ทำให้เกิดความร้อนอันเนื่องมาจากการคายความร้อนแฝง จากการกลั่นตัวรอบ CCN รวมกับความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาของไอน้ำกับสารเคมี CaCl2 โดยตรง และพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ตามธรรมชาติ จะเร่งหรือเสริมแรงยกตัวของมวลอากาศภายในเมฆยกตัวขึ้น เร่งกิจกรรมการกลั่นตัวของไอน้ำและการรวมตัวกันของเม็ดน้ำภายในเมฆ ทวีความหนาแน่นจนขนาดของเมฆใหญ่และก่อยอดขึ้นถึงระดับ 15,000 ฟุต ได้เร็วกว่าที่จะปล่อยให้เจริญขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งยังเป็นส่วนของเมฆอุ่น จนถึงระดับนี้การยกตัวขึ้นและจมลงของ มวลอากาศ การกลั่นและการรวมตัวของเม็ดน้ำยังคงเป็นอย่างต่อเนื่องแบบปฏิกิริยาลูกโซ่ แต่บางครั้งอาจมีแรงยกตัวเหลือพอที่ยอดเมฆอาจพัฒนาขึ้นถึงระดับสูงกว่า 20,000 ฟุต ซึ่งเป็นส่วนของเมฆเย็น เริ่มตั้งแต่ระดับประมาณ 18,000 ฟุตขึ้นไป (อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส)
แถวที่ 3 ช่องที่ 1 – 4 เป็นขั้นตอนที่ 3 เป็นการเร่งหรือบังคับให้เกิดฝน เมื่อเมฆอุ่นเจริญเติบโตขึ้นจนเริ่มแก่ตัวจัด ฐานเมฆลดระดับต่ำลงประมาณ 1,000 ฟุต และเคลื่อนตัวใกล้เข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย ทำการบังคับให้ฝนตกโดยใช้เทคนิคการโจมตี แบบ Sandwich โดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งโปรยผงโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ทับยอดเมฆ หรือไหล่เมฆที่ระดับไม่เกิน 10,000 ฟุต ทางด้านเหนือลม อีกเครื่องหนึ่งโปรยผง ยูเรีย (Urea) ที่ระดับฐานเมฆด้านใต้ลม ให้แนวโปรยทั้งสองทำมุมเยื้องกัน 45 องศา เมฆจะทวีความหนาแน่นของเม็ดน้ำขนาดใหญ่และปริมาณมากขึ้น ล่วงหล่นลงสู่ฐานเมฆทำให้ฐานเมฆหนาแน่นจนใกล้ตกเป็นฝน หรือเริ่มตกเป็นฝนแต่ยังไม่ถึงพื้นดิน หรือตกถึงพื้นดินแต่ปริมาณยังเบาบาง
แถวที่ 4 ช่องที่ 1 – 3 เป็นขั้นตอนที่ 4 เป็นการเสริมการโจมตีเพื่อเพิ่มปริมาณฝนให้สูงขึ้น เมื่อกลุ่มเมฆฝนตามขั้นตอนที่ 3 ยังไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่เป้าหมาย ทำการเสริมการโจมตีเมฆอุ่นด้วยสารเคมีสูตรเย็นจัด คือ น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำระดับ –78 องศาเซลเซียส ที่ใต้ฐานเมฆ 1,000 ฟุต จะทำให้อุณหภูมิของมวลอากาศใต้ฐานเมฆลดต่ำลง และความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้นจะทำให้ฐานเมฆยิ่งลดระดับต่ำลง ปริมาณ ฝนตก หนาแน่นยิ่งขึ้น และชักนำให้กลุ่มฝนเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหวังผลได้แน่นอนและเร็วขึ้น
แถวที่ 5 ช่องที่ 1 – 3 เป็นขั้นตอนที่ 5 เป็นการโจมตีเมฆเย็นด้วย Agl ขณะที่เมฆพัฒนายอดสูงขึ้นในขั้นตอนที่ 2 ถึงระดับเมฆเย็น และมีแค่เครื่องบินเมฆเย็นเพียงเครื่องเดียว ทำการโจมตีเมฆเย็นโดยการยิงพลุสารเคมีซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Agl) ที่ระดับความสูงประมาณ 21,500 ฟุต ซึ่งมีอุณหภูมิระดับ –8 ถึง –12 องศาเซลเซียส มีกระแสมวลอากาศลอยขึ้นกว่า 1,000 ฟุตต่อนาที และมีปริมาณน้ำเย็นจัดไม่ต่ำกว่า 1 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นเงื่อนไขเหมาะสม ที่จะทำให้ไอน้ำระเหยจากเม็ดน้ำเย็นยิ่งยวด (Super cooled vapour) มาเกาะตัวรอบแกน Agl กลายเป็นผลึกน้ำแข็งได้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ไอน้ำที่แปรสภาพเป็นผลึกน้ำแข็งจะทวีขนาดใหญ่ขึ้นจนร่วงหล่นลงมา และละลายเป็นเม็ดฝนเมื่อเข้าสู่ระดับเมฆอุ่น และจะทำให้ไอน้ำและเม็ดน้ำในเมฆอุ่นเข้ามาเกาะรวมตัวกันเป็นเม็ดใหญ่ขึ้น ทะลุฐานเมฆเป็นฝนตกลงสู่พื้นดิน
แถวที่ 6 ช่องที่ 1 – 3 เป็นขั้นตอนที่ 6 เป็นการโจมตีแบบ SUPER SANDWICH จะทำได้ต่อเมื่อมีเครื่องบินปฏิบัติการทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นใช้ปฏิบัติการได้ครบถ้วน ขณะที่ทำการโจมตีเมฆอุ่นตามขั้นตอนที่ 3 และ 4 ทำการโจมตีเมฆเย็นตามขั้นตอนที่ 5 ควบคู่กันไปในขณะเดียวกัน จะทำให้ฝนตกหนักและต่อเนื่องนานและปริมาณน้ำฝนสูงยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการประสานประสิทธิภาพของการโจมตีเมฆอุ่นในขั้นตอนที่ 3 และ 4 และโจมตีเมฆเย็นในขั้นตอนที่ 5 ควบคู่กันไปในขณะเดียวกัน เทคนิคการโจมตีนี้โปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า SUPER SANDWICH
แถวล่างสุด ของตำราฝนหลวงพระราชทาน

 

ช่องที่ 1. “แห่นางแมว” (CAT PROCESSION)
- เป็นการรวมผลหรือประชาสัมพันธ์ (บำรุงขวัญ)
- แมวเกลียดน้ำ (The cat hates water)
- เป็นพิธีกรรมขอฝนที่สืบทอดกันมาแต่โบราณกาล
- เป็นพิธีกรรมด้านจิตวิทยาเมื่อฝนแล้งเกิดความเดือดร้อน ปั่นป่วนวุ่นวายจึงต้องมีจิตวิทยาบำรุงขวัญให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่มีกำลังใจ

 

ช่องที่ 2. “เครื่องบินทำฝน”
- เครื่องบินปฏิบัติการ (เป็นพาหะในการประยุกต์เทคโนโลยีฝนหลวง)
- เครื่องบินต้องกล้าบินเข้าเมฆฝน สำรวจและติดตามผล
- นักบินและนักวิชาการฝนหลวงต้องร่วมมือกัน (The pilot and the rainmakers must cooperate)

 

ช่องที่ 3. “กบ”
- เลือกนาย หรือขอฝน และเรียกฝน กบร้องแทนอุตุนิยม
- ถ้าไม่มีความชื้นกบเดือดร้อนและกบเตือนให้มีความพยายาม มิฉะนั้นกบตาย ไม่มีฝนเกษตรกรตาย
- ท่านต้องจูบกบหลายตัว ก่อนที่จะพบเจ้าชายเพียงหนึ่งองค์ (You have kiss to a lot of frogs before you meet a prince) 
หมายความว่า ต้องมีความพยายามทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้เกิดฝนได้สักครั้ง

 

ช่องที่ 4. “บ้องไฟ”
- แทนเครื่องบิน (ทำหน้าที่เสมือนเครื่องบินที่เป็นพาหะนำเทคโนโลยีฝนหลวงขึ้นไปประยุกต์ในท้องฟ้า)
- เป็นประเพณีเรียกฝน ไม่ใช้ของเล่น แต่เป็นของจริง ทำฝนด้วยการยิงบ้องไฟ บ้องไฟขึ้นสูงปล่อยควัน เป็นแกนให้ความชื้น
เข้ามาเกาะรอบแกนควัน ทำให้เกิดเมฆเกิดฝน บ้องไฟจึงเป็นพิธีการอย่างหนึ่งเป็นวิทยาศาสตร์

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/12/2016 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ธ สถิตในหัวใจของเราตลอดไปชั่วนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 14 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 06/11/2016 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "พลาดไม่ได้เด็ดขาด...รวมข้อคิดดีๆ จากเจ้าสัวธนินท์ถึงนักธุรกิจไทย !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ธ ทรงสถิตในดวงใจคนไทยทั้งชาติตลอดไป
และพร้อมสืบสานปณิธานของพระองค์ท่าน

ความคิดเห็นที่ 13 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทิวสน วันที่ : 31/10/2016 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

รบกวน อ่าน inbox ด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 12 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 31/10/2016 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ขอบคุณ ...อบคุณมากมายที่สุดที่ร่วมแสดงความรู้สึกดีดีให้กันในวันมหาวิปโยค เป็นวันที่ผมเองไม่อยากให้มีแต่ก็ไม่สามารถห้าม ได้และไม่มีใครห้ามได้เลย .... น้องลิงเขียว ใช้หัวใจสิครับเขียนจากใจเพื่อท่าน

ความคิดเห็นที่ 11 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว วันที่ : 30/10/2016 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

วันที่ 13 ตุลาคม 2559
จำได้ดีเลยค่ะ ว่าทำอะไรอยู่บ้าง
แต่บางครั้งแล้วไม่อยากนึกถึงเอาเลย
อยากจะเขียนเรื่องราวในวันนี้เก็บเอาไว้นะคะ แต่ยังเขียนไม่ออกเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ from mobile วันที่ : 30/10/2016 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

เยี่ยมครับข้อมูลสมบูรณ์

ความคิดเห็นที่ 9 chailasalle , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
รินรู้ดี วันที่ : 30/10/2016 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee

ขอบพระคุณอย่างยิ่ง กับ ข้อเขียนในเอนทรีนี้

สุดยอดอย่างมาก ทั้งด้านความรู้ ความรู้สึก

ขอเคารวะด้วยใจจริงๆ ค่ะ

หมายเหตุ รินเชื่อเสมอว่า พระองค์คือเทพมาจุติในเมืองมนุษย์ และ พระองค์ได้กลับสู่สวรรค์แล้ว
แต่ประชาชนคนสามัญ อย่างเรา ก็ยังต้องเสียน้ำตาทุกวัน
ที่นึกถึงว่าพระองค์ท่านได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8 BlueHill , chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 29/10/2016 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

อ่านสนุก ชอบค่ะ ทัั้งเรื่องไทยเรื่องจีน
พระองค์ท่านเป็นเทพเทวดาค่ะ
เพลงอาทิตย์อับแสง..กระชากใจ ให้ร้องไห้ อัฉริยะของพระองค์ท่าน
ภูมิใจที่ได้เกิดในแผ่นดินของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ซันญ่า วันที่ : 29/10/2016 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

สง่างามยาม อวตารมาเป็นพระราชา และก็สง่างาม ยามเสด็จกลับไปสู่สรวงสวรรค์ ที่พระองค์ท่าน ทรงจากมา
เราคนไทยได้รับ ความเมตตา จากพระองค์มากมายที่สุด และชาวโลกด้วย
.
.

ความคิดเห็นที่ 6 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 28/10/2016 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ขอบพระคุณ เพื่อนๆที่แวะเวียนมาเยือนดดยเฉพาะ คุณ
ChaiManU แวะมาบ่อยๆเถอะ รุ่นๆ เก่าๆเหงาใจกันหมดแล้ว อิอิ

ความคิดเห็นที่ 5 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 28/10/2016 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ธ คือ จอมราชันย์ ที่วางพระองค์เยี่ยงสามัญชน เหฌรแก้การบัดเป่าทุกข์ให้พสกนิกร

ความคิดเห็นที่ 4 รินรู้ดี , chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ครูแดง วันที่ : 28/10/2016 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-"พระพรหมท่าน บันดาลให้ฝนหลั่ง
เพื่อประทังชีวิตมิคลาย"... เฮียกวงว่าไหม ว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระโกศ ท่านเป็นพรหมตั้งแต่ยังมีชีวิต ก็ท่านประทานฝนหลวงให้ปวงประชาไง...
-ฟังเพลงอาทิตย์อับแสง ...และเรื่อง หมอกธุมเกตุ...
ชีวิตเราตอนนี้หม่นหมองเช่นนั้นจริงๆ ... อาลัยอาวรณ์ไม่ว่างเว้นเลย

ความคิดเห็นที่ 3 รินรู้ดี , chailasalle และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ChaiManU วันที่ : 28/10/2016 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ไม่ได้ร่วมแสดงความเห็นอะไรในบล็อกโอเคเนชั่นมานานมากแล้ว แต่วันนี้ต้องล็อกอินเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเอนทรีนี้ เพื่อที่จะเอ่ยคำชื่นชมว่า เป็นเอนทรีที่ดีมากๆครับ

คนไทยอีกหลายสิบล้านคนต่างก็มีความรู้สึกอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมากมายไม่ต่างไปจากเฮียก่วง

ความคิดเห็นที่ 2 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 28/10/2016 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

"น่าภูมิใจเนอะ ที่พวกเราทันได้เห็นเทวดาที่ยังมีชีวิตอย่างพระองค์ท่าน ได้อยู่ใต้ร่มโพธิสมภารของพระองค์ท่าน "

พี่เขียนได้แทนใจผมจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/10/2016 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ธ ยังอยู่ในจิตวิญญาณของคนไทยตลอดไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน