*/
  • chailasalle
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somchai_po@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-03
  • จำนวนเรื่อง : 462
  • จำนวนผู้ชม : 2254101
  • จำนวนผู้โหวต : 568
  • ส่ง msg :
  • โหวต 568 คน
สั่งเรียม

เพลงละครโทรทัศน์ช่องสี่บางขุนพรหมพศ.2509

View All
วันเสาร์ ที่ 28 ตุลาคม 2560
Posted by chailasalle , ผู้อ่าน : 3595 , 13:57:22 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน moonlight , พันธุ์สังหยด และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

ชีวิตหลังความตาย

บ่ายวันหนึ่งวันที่ประเทศไทยเงียบสงบมาก ทุกอย่างซึมๆเซาๆ และเหมือนหยุดนิ่ง ข้าพเจ้าเหม่อมอง

ปฏิทิน สิ่งที่เป็นจารึกให้เรารับรู้ว่าเวลายังคงเดินอยู่แม้สิ่งรอบข้างนิ่งสงบ

"เฮียเล้ง เปิดประตูหน่อย...." อากวง อาเม้ง และมาโนช สามคนก๊วนต่างวัยส่งเสียงเรียก ข้าพเจ้าเดินไป

ไขประตูยืดก่อนเปิดต้อนรับอาคันตุกะสหายสนิท

"เป็นไงเฮียเล้งสลบไปกี่ตื่นแล้ว" อากวงทักยิ้มๆก่อนพูดต่อ

"เห็นไปยกรั้วโบกรถ อายุเราเยอะ เป็นอั้วไม่ไหวหรอก แก่เลี่ยว " อากวงยิ้ม

"ไหวเฮีย ผมนอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็ตื่นแล้ว  อาจเพราะบารมีพระองค์ท่าน "ข้าพพูดพลางยกมือขึ้นพนม

"เห็นคนรุ่นใหม่ๆมีจิตอาสา ผมเห็นเมืองไทยมีความหวังแล้วขอเพียงพลังนี้อย่าได้หายไปตามเวลา"

ข้าพเจ้าตอบก่อนเหม่อมองไปที่ปฏิทิน

"เฮียเล้งมีอะไรหรือ เห็นลื้อมองอะไรนิ่งๆ" อากวงทักด้วยความห่วงใยประสามิตร

"ผมกำลังดูวันที่จะไปชมไปเยือนพระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวงหน่ะ เฮียเม้งจะไปก็อย่าโอ้เอ้นะ

เดี๋ยวจะเหมือนคราวไปกราบพระองค์ท่านที่กว่าจะได้ไปก็ฉิวเฉียดเบียดเสียดผู้คน" ข้าพเจ้าพูดพลาง

มองไปทางต้นเรื่อง อาเม้งยิ้มตาหยี

"อั้วรู้แล้วน่าหนนี้ไม่พลาด เพราะพวกเรามาก็เรื่องนี้แหละจะมาชวนเฮียเล้งไปเดินชมกัน " อาเม้งตอบ

"ต้องเผื่อเวลาเยอะๆ เพราะสิ่งละอันพันละน้อยล้วนเต็มไปด้วยพลังจากพสกนิกรที่บรรจงถวาย"

ข้าพเจ้าตอบพลางมองหาวันในปฏิทินง่วน

 

 

 "หลังจากเฮียเล้งเปิดคลิปเรื่องชีวิตหลังความตายเมื่อครั้งก่อนเฮียกวงพูดว่า

ยมฑูตนรกในคลิปที่เฮียเล้งเปิดมันดูทันสมัยเกินกว่าที่พวกเราเคยเห็น"

เฮียเม้งเปิดประเด็นถามขาพเจ้า ก่อนพูดต่อ

"ส่วนอั้วสงสัยว่าชีวิตหลังความตายนรกสวรรค์มันจะมีจริงหรือ ? "

"ส่วนผมสงสัยต่อแล้วนรกสวรรค์ อยู่ใต้ดินลงไปจริงหรือ แล้วมันมีเขตแดนประเทศเหมือนโลก

เราไหม " มาโนช ยิงคำถามที่เป็นข้อสังเกตหลังชมเรื่องราวยมฑูต เมื่อวันก่อน

 

 

ธรรมชาติก่อกำเนิดสรรพสิ่ง สัญญาก่อเกิดรูปแบบ

สิ่งต่างๆในโลกนี้หากใช้สายตามองจะเห็นและตีความได้ไม่แตกต่างกันหากสื่อด้วยภาษา

พื้นฐานนั้นคือ ภาษาใจเช่นเราเห็นสีขาว สีฟ้า เห็นก้อนหิน สภาวะ "รู้" ในสิ่งนั้นๆเหมือนกัน

นี่คือภาษาใจ หากแต่เรานำสัญญาความจำหมายรู้ด้วยภาษามาจับมาครอบ สีขาวก็จะกลายเป็น

"White colour" สำหรับบางคน "สีขาว" สำหรับคนไทย และ ไป๋เซ่อ "白色" สำหรับคนจีน

ฯลฯ ทั้งที่ หากใช้ภาษาใจกำหนด มันคือ สิ่งๆเดียวกันที่เห็นนั้นคือ หินสีขาวที่วางตรง

หน้านี้ หากใช้ภาษาใจสื่อกันจะ เข้าใจได้เหมือนกันโดยไม่ต้องมีภาษา เรื่องราวที่ถามกันมา

ก็เช่นกัน "  ข้าพเจ้าสรุปคำตอบอย่างยืดยาว

"งง ต่ออีกหน่อยขยายอีกนิด" อากวงไม่เข้าใจ

 

ภาพ บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด  ยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเกาะคิวชู เมืองเบปปุ  ที่จังหวัดโออิตะ


 

ข้าพเจ้าอธิบายต่อช้าช้า

"เคยสงสัยไหมว่านรกหรือสวรรค์ จะมีลักษณะ เป็นเก๋งจีน เป็นศาลาโล่งจั่วแบบไทย หรือ

เรือนปูนโปร่งประดับกระจกสีแบบฝรั่ง หรือ เป็นโดมมัสยิด หรือเป็น อาคารดิน ? "

ข้าพเจ้าตอบด้วยคำถาม ปรากฎเงียบข้าพเจ้าจึงเอ่ยต่อ

"โดยมากคนที่มีประสบการณ์เฉียดตายหรือที่เราเรียกว่าตายแล้วฟื้นของแต่แต่ละประเทศจะอธิบาย

สิ่งที่เห็นในสภาวะจิตออกจากร่าง ด้วยความรู้สึกที่คุ้นชิน หรือที่ผมเรียกว่าสัญญา

เช่นฝรั่งก็เห็นเป็นเรือนปูน คนจีนก็เห็นเป็นอาคารหลังคาเก๋งจีนเพราะอะไร ?เพราะเขามอง

ด้วยสัญญาเดิมที่เขาคุ้นชิน ...ซึ่งดูเหมือนแตกต่างกันๆไป แต่หากสังเกตดีดี สาระที่เขาระบุกลับมี

ส่วนเหมือนกันในแก่นสาะ " ข้าพเจ้ายกชาขึ้นจิบหลังพูดเสร็จ

"ซึ่งความจริงสิ่งที่เขาเห็นมันอาจไม่ใช่เก๋งจีนแต่มันอาจเป็นเรือนกระจกใสเรียบธรรมดา " มาโนชเสริม

"มาโนชเข้าใจที่เจ่กพยายามอธิบายแล้ว " ข้าพเจ้าชม

"ผมว่าผมรู้คำตอบที่พ่อและอาเจ่กถามแล้ว ยทฑูตอาจเป็นคาวบอยสวมหมวกผ้าปีกกว้าง

หรืออาจเป็นคนผิวดำโพกหัว หรืออาจเป็น คนผิวดำแดงเปลือยอกสวมหมวกขนนกแบบอินเดียแดง"

มาโนชพูดต่อ

"ซึ่งความจริงเขา ก็เป็นเขา "

"ใช่ อาเจ่กก็คิดเช่นนี้ เก่งมาก" ข้าพเจ้าชมมาโนช

 

 

วั่งฉวนเหอ 忘川河 สายธารแห่งการสิ้นภพและลืมชาติ  

คนจีนเชื่อกันว่าเส้นทางสู่นรกภูมิจะผ่านแม่น้ำแห่งการ"ลืมสิ้น" 忘川河 วั่งฉวนเหอ เป็นสาย

ธาราน้ำใสมาก ในงานศพตามธรรเนียมจีนก่อนยกโลงศพผู้วายชมน์ไปฝังที่สุสาน 出山(ชุกซัว)

คืนก่อนหน้าจะมีการอุทิศบุญใหญ่ที่เราเรียกกงเต็ก 功德  กง 功 หมายถึงการอุทิศ 

เต็ก 德 หมายถึงกุศล บุญ  ดังนั้นกงเต็กคือการอุทิศกุศลบุญ แด่ผู้วายชมน์ โดยทางลูกหลาน

จะทำพิธีกรรมมีสองแบบคือ แบบเต๋า และ สองแบบพุทธจีนนิกาย หรือ อนัมนิกาย (ญวน)

โดยมากจะคล้ายๆกันเพียงแต่พระโพธิสัตว์ทางสายพุทธจะ

 เปลี่ยนเป็นเทพโพธิสัตว์ทางเต๋า คืนกงเต็กลูกหลานสะใภ้ เหลน ฯลฯ จะแยกเป็นสองสาย

คือสายตรง หมายถึงลูกหลานเหลนตนคือสายของบุตรชายและ สายนอก ได้แก่สายด้าน

ลูกหลานของบุตรีจะสวมใส่ผ้าขาวดิบถือเป็นความรักบริสุทธิ์ที่เป็นรากฐานไม่มีอะไรเจือปน

ในส่วนที่เป็นสายชั้น

ลูกหลานก็สวมผ้ากระสอบ 麻衣 หมั่วอี่ อยู่ด้านนอก รายละเอียดมีมากขอยกยอดไปเล่าเป็นเรื่อง

เป็นราวในคราวหลัง แต่ขอหยิบยกพิธีกรรมที่สำคัญคือการพาดวงวิญญาณผู้วายชมน์ไปส่ง

過橋 ก้วยเกี้ย แปลตรงคำคือการข้ามสะพาน ในการทำพิธี ทางพระหรือนักพรตจะสวดบทนำ

หากเป็นพุทธจะสวด มหาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร 般若波羅蜜多心經 ปัวเยี่ยกปอล้อมิกตอซิมเก็ง

ปารมิตาหฤทัยสูตร หมายถึง  พระสูตรอันเป็นหัวใจแห่งปฏิปทาอันยวดยิ่งแห่งความรู้แจ้ง

 ในภาษาอังกฤษมักแปลโดยความหลักว่า หฤทัยสูตร หรือ หัวใจพระคาถา 心經 ซิมเก็ง 

(สองคำท้าย)  

"วันทำพระราพิธีกงเต็กในหลวงพระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระบรมราชชนก

และในวันที่มีพระราชพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ในช่วงที่พระสงฆ์จีนนิกาย และอนัมนิกาย รับผ้าไตรจาก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทางคณะสงฆ์

ก็มีการสวดคาถาบทนี้ด้วย " ข้าพเจ้าเอ่ยสรุปปิดท้าย ..

อรรถาธิบาย .มหาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร 般若波羅蜜多心經 ปัวเยี่ยกปอล้อมิกตอซิมเก็ง

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เมื่อครั้งได้ปฏิบัติซาบซึ้งแล้วซึ่งปรัชญาปารมิตา

พิจรณาเห็นขันธ์ห้า ล้วนว่างเปล่า

จึงข้ามพ้นสรรพทุกข์ทั้งปวง

สู่วิมุติธรรม (舍利子)

สารีบุตร รูปไม่อื่นไปจากความว่าง  ความว่างไม่ต่างไปจากรูป

รูปอันใดความว่างก็อันนั้น

ความว่างอันใด รูปก็อันนั้น เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็คือความว่างอย่างเดียวกัน

ตรึกในธรรมเช่นนี้ โดยอนุโลม โดยปฏิโลม 

ถึงซึ่งวิมุติธรรม...

 สารีบุตร ธรรมทั้งปวง มีความว่างเป็นลักษณะ ไม่เกิด ไม่ดับ ไม่มัวหมอง ไม่ผ่องแผ่ว

ไม่เกิน ไม่ขาด อย่างนี้

เพราะฉะนั้นแหละ ในความว่างจึงไม่มีรูป ไม่มีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

ไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่มีรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะธรรม ไม่มีจักษุธาตุ

กระทั้งไม่มีมโนธาตุ ไม่มีอวิชชา ไม่มีความสิ้นไปแห่งอวิชชา กระทั้งไม่มีความแก่

ความตาย ไม่มีความสิ้นไปแห่งความแก่ ความตาย ไม่มีทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

ไม่มีญาณ ไม่มีการบรรลุ เพราะไม่มีการบรรลุ

พระโพธิสัตว์ดำเนินตามปรัชญาปารมิตา จิตย่อมไม่ห่วงใยขัดข้อง และเมื่อจิตไม่ห่วงใยขัดข้อง

จึงไม่สะดุ้งกลัว ละแล้วซึ่งความหลงผิดเพ้อฝัน มีนิพพานเป็นที่สุด

พระพุทธเจ้าในกาลทั้งสาม ทรงดำเนินตามปรัชญาปารมิตาได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

เพราะฉะนั้น จึงพึงสดับ ปรัชญาปารมิตา อันเป็นมหาศักดามนตร์ เป็นมหาวิทยามนตร์

เป็นอนุตตรมนตร์ เป็นอสมสมมนตร์ สามารถระงับทุกข์ทั้งปวงได้ โดยสัจจะ

ฉะนั้นจึงประกาศปรัชญาปารมิตามนตร์ดังนี้ คือ

ดูก่อนความรู้ ไป ไปสู่ฝัง ข้ามสังสารวัฏ  ไปให้ถึงฝัง คือนิพพาน ...

"ว่าไปแล้วเหมือนบทสวดของฟากเถรวาทของเรา ที่มีประสงค์เพื่อ "สอนคนเป็น คนที่อยู่

ให้พิจรณาและปลงสังเวช ทอนกิเลสขัดใจเราเสียบ้าง..." ข้าพเจ้าอธิบาย ให้เหล่าสหายฟัง

 ข้าพเจ้าเว้นไว้สักครู่ก่อนเอ่ยต่อ 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทำพิธีข้ามสะพานไหน่ห่อ

ในงานพระราชพิธีกงเต็กหลวง..


 

"ในช่วงสำคัญ คือการข้ามสะพาน 過橋 ก้วยเกี้ย ของเหล่าบุตรหลานนั้น จะมีการเอ่ยถึงอยู่

ช่วงหนึ่งว่า ​

     เมื่อมาถึงสะพานไหน่ฮ้อ 奈何橋 ไหน่ห่อเกี้ย 

     ณ. ริมแม่น้ำริมสะพานไหน่ห่อ น้ำใสกระจ่าง

     คอก็กระหายแต่ก็ดื่มน้ำไม่ลง

     ตระหนักดีแล้วเราได้จากลาภพโลกนี้ไปแล้ว... " 

ข้าพเจ้าเล่าจบลงหมู่คณะเงียบเสียงนิ่งพักหนึ่ง ก่อนข้าพเจ้าเอ่ยต่อ ..

"พูดถึงสถานที่นี้ถือเป็นดินแดนระหว่างภูมิสองภูมิ และเป็นสายธารแห่งการลืมสิ้นภพชาติ"

เมื่อข้าพเจ้าบรรยายความจบลงมาโนชกล่าว

"อาเจ่ก ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยสิครับ ผมสนใจมาก.." พอสิ้นเสียงผู้อาวุโสอีกสองท่านชูมือ

พร้อมกันราวกับนัดกันไว้ ข้าพเจ้าอมยิ้มนึกถึงบรรยากาศห้องเรียนเด็กประถมสมัยวัยเยาว์

 

สายธารแห่งการลืมสิ้นภพชาติ ...

มีปรากฎการณ์หนึ่งที่คัมภีร์,ปูมเรื่องจดบันทึกรวมถึงคนที่มีประสบการณ์ตายแล้วฟื้นต่างให้ข้อ

มูลตรงกันถึงการลืมความทรงจำหรือลืมภพชาติที่ผ่านมา  ว่า

จะมีกระบวนการหรือขั้นตอนในการเคลียร์ความทรงจำที่คล้ายๆกัน  จากเรื่องราวในตำนานและ

เรื่องเล่าของคนที่จดจำภพชาติในอดีตได้ จะพูดถึงการดื่มน้ำ ,น้ำแกง จากดินแดนที่เป็นแพร่ง

ดินแดนรอยต่อระหว่างนรกภูมิและโลก บนเส้นทางที่จะไปภพภูมิต่างๆ

 

แม่เฒ่าเมิ่ง กับน้ำแกง(หรือน้ำชา) ลืมภพ 孟婆湯 เมิ่งผอทัง

เชื่อกันว่าเมิ่งผ่อ หรือคุณยายเมิ่งเป็นเทพที่อยู่ในนรกภูมิมาช้านานมีหน้าคอยดูแลให้คนลืม

ภพชาติก่อนจะไปจุติ ว่ากันว่าแม่เฒ่าเมิ่งแซ่ วี 於 ส่วนชื่อไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัด  ยายเฒ่าเมิ่ง

เธอเปนคนที่ไม่มีอดีต และไม่มีอนาคต  เธอมุ่งมั่นอยากให้คนเป็นคนดี ยายเฒ่าเมิ่งเธอได้ปลีก

ตนเพื่อบำเพ็ญธรรมและบรรลุธรรมในที่สุด 

บ่อยครั้งที่มนุษย์จดจำอดีตชาติได้ทำให้เกิดการละเมิดหรือพยายามเปลี่ยนลิขิตสวรรค์

ดังนั้นสวรรค์เบื้องบนจึงมอบภาระกิจให้แม่เฒ่าเมิ่งดูแล ทุกดวงวิญญาณที่กำลังจะไปจุติ

ให้ลืมภพชาติ ความทรงจำความรักความผูกพันทุกๆเรื่องของเขาเสีย 

บ้านของแม่เฒ่าเมิ่งอยู่ที่นรกภูมิข้างๆสะพานไร้วาสนา 奈何橋 ไน่เหอเฉียว แม่เฒ่า

จะเก็บสมุนไพร และนำมาปรุงกับน้ำอาถรรพ์ในสายน้ำข้างๆบ้านเธอนั้นปรุงเป็นน้ำ

มีแปดรส เผ็ด หวาน เค็ม ขม  เปรี้ยว ฝาด คาว(กลิ่น) เป็นนำแกงลืมภพแปดกลิ่นรส

八味的迷湯 ปาเว่ยเตอมี่ทัง เรียกว่าว่าน้ำแกงของแม่เฒ่าเมิ่ง 孟婆湯 เมิ่งผอทัง

เพื่อให้ทุกดวงวิญญาณที่พ้นจากนรกภูมิ จะมาดื่มก่อนเดินข้ามสะพานเพื่อจะได้ลืม

เรื่องราวในภพชาติ ก่อนเดินทางไปจุติ... 

ส่วนเรื่องเล่าของไทยจะระบุว่ามีนายผีคอยตักน้ำในลำธารมาให้ดวงวิญญาณดื่มเพื่อให้

ลืมภพชาติที่ผ่านมา ซึ่งน่าแปลกที่มีความสอดรับกับเรื่องน้ำแกงแม่เฒ่าเมิ่งมากทีเดียว

ว่ากันว่าคนที่ยังจำภพชาติในอดีตได้มักเป็นคนที่มีบุญและบาปเสมอกันคือไม่มากไม่น้อย

เมื่อเขาเสียชีวิตจะมาจุติเร็วกว่าปรกติ ทางความเชื่อตะวันตกเชื่อกันถึงขบวนการลืมที่มีของคน

เช่นเราจะลืมเรื่องราวต่างๆในวัยเด็กมากๆ ทีละน้อยเมื่ออายุมากขึ้นๆ นั้นคือเวลาเป็นกระบวนการ

ในการทำให้เราลืม อันนี้ก็สอดรับกันได้ดี เพื่อไม่ให้เป็นการเยิ่นเย้อ ขอยกเรื่องประสบการณ์

ของเณรบัวโดยละเอียดไว้ท้ายเรื่องเพื่ออ่านสรุปเทียบถือเป็นประสบการณ์เรื่องเล่าที่น่าสนใจ

ภาพ พระกษัติครรภ์โพธิสัตว์,ตี่จั๋งอ้วงผู่สัก (地藏王菩薩) 


 

หากใครเคยไปงานกงเต๊ก(งานศพแบบประเพณีจีน) มักพบภาพพระกษัติครรภ์

โพธิสัตว์ (地藏王菩薩)ตี่จั๋งอ้วงผู่สัก ประดับ ไว้ ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านเป็น

พระโพธิสัตว์ ที่เปี่ยมเมตตาทำนองเดียวกันกับพระโพธิสัตว์กวนอิม

 

ดั่งคำกล่าวที่ว่า กวนอิมผู่สัก โปรดมวลสัตว์โลก ตี่จั๋งอ้วงผู่สัก

โปรดมวลสัตว์ในนรกด้วยเจตนารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ของท่านที่ปรารถนาจะสำเร็จธรรม

ก็ต่อเมื่อไม่มีเหล่าสรรพสัตว์ในนรกภูมิแล้วจึงจะเข้าสู่พุทธภูมิเป็นรูปสุดท้าย..

 

 พระกษัติครรภ์โพธิสัตว์,ตี่จั๋งอ้วงผู่สัก (地藏王菩薩) 

 พระกษัติครรภ์โพธิสัตว์ แปลว่า พระโพธิสัตว์ผู้เป็นครรภ์แห่งแผ่นดิน หรือ

เป็นนัยยะว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ใต้พื้นพิภพ เพราะพระองค์มีมหาปณิธานว่า

“ตราบใดที่ยังมีสัตว์หลงเหลือในนรกภูมิแม้เพียงหนึ่งพระองค์จะมิทรงเข้าสู่

พระพุทธภูมิ” ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าสัตว์ในนรกนั้นมีจำนวนมากมาย

กว่าประชากรบนสวรรค์และโลกมนุษย์มาก เนื่องจากคนทำชั่วมีมากกว่าคน

ทำดี ด้วยพระองค์ทรงประกาศมหาปณิธานที่ยิ่งใหญ่และยากยิ่งนักที่จะ

สำเร็จได้ สาธุชนจึงสดุดีพระองค์ว่า “พระมหาปณิธานโพธิสัตว์” 大願菩薩

ไต่ง้วงผู่สัก และมีพระวจนะหนึ่งของพระองค์ที่เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจ

สรรพสัตว์ทั้งปวงว่า 

“หากเรามิเข้าสู่นรกภูมิแล้วไซร้ ผู้ใดเล่าจะเป็นผู้เข้านรกภูมิ”

ตามประวัติพระกษัติครรภ์โพธิสัตว์ทรงวิภูษณะอาภรณ์ประดุจมหาบุรุษ

ในสมัยหนึ่งเจ้าชายเมืองซินล้อก๊ก 新羅國” (ปัจจุบันคือ ประเทศเกาหลี)

พระนามว่า กิมเคียวกัก 金喬覺  ทรงเบื่อหน่ายในโลกียวิสัย แล้ว

เสด็จออกผนวช ธุดงค์มาถึงประเทศจีนบนภูเขาเก้ายอด九華山 

กิ่วฮั้วซัวพร้อมกับสุนัขสีขาวชื่อ เสียงเทีย 善聽  แล้วสั่งสอนสาธุชน

อยู่ ณ ที่นั้นจนเมื่อมรณภาพให้ปรากฎมีเปลวเพลิวพวยพุ่งออกจากหลุมพระศพ

เป็นอัศจรรย์ ทำให้เชื่อว่าพระองค์เป็นนิรมาณกายของพระกษัติครรภ์

โพธิสัตว์ลงไปฉุดช่วยสรรพสัตว์ในนรกภูมิ ด้วยเหตุผลนี้เราจึงเห็น

พระปฏิมาของพระองค์เป็นภิกษุจีนแต่งกายแบบพระถังซัมจั้ง

พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้ขักขระทองคำ พระหัตถ์ขวาทรงดวงแก้ว

มณี วันคล้ายวันโพธิสัตวสมภพคือ วันที่ ๓๐ เดือน ๗ จีน

 

 

 ประสบการณ์ตายแล้วเกิดของสามเณรบัว บ้านก่ำ 

มีเณรองค์หนึ่ง อยู่บ้านน้ำก่ำ อำเภอพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เณรนี้ระลึกชาติได้

ระลึกชาติถอยหลังได้ ชาติเจ้าของนั่นเอง แต่ก่อนเขาชื่อว่าบัวเหมือนกับชื่อหลวงตาบัวนี่แหละ

เขาอยู่บ้านโคกเลาะ ชื่อเขาพูดถูกหมดนะ เหตุที่จะมีการยืนยันรับรองกันคืออาจารย์ของเขาเอง

เราพบกับเณรนี่แล้วก็ไปพบกับอาจารย์ ชื่ออาจารย์ทอง อาจารย์ของพระบัวนี่

พระบัวนี่เป็นหนุ่มแล้วไปฟังเทศน์แล้วเกิดความเลื่อมใส ท่านอาจารย์ของท่านไปทางเมืองอุบล

ไปโน้น แนะนำสั่งสอนประชาชน เขาเกิดความเคารพเลื่อมใส นายบัวนี่ก็มาขอบวชกับท่าน

บวชแล้วก็ติดสอยห้อยตามท่านมา มาอยู่บ้านสามผง พอดีมาเป็นไข้ป่าที่สามผงตาย

ปีนั้นพระตาย 3 องค์ นี่ท่านอาจารย์ทองท่านเล่าเอง ปีที่ตาย 3 องค์นี่นะ แต่พระบัวนั้นบอกแต่ว่า

มาตายที่บ้านสามผงเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าตายเท่านั้นองค์เท่านี้องค์

พอตายแล้ว นี่เราสรุปเอาเลย แบกกลดสะพายบาตรดูเขาเผาศพเรา คนทั้งหลายเต็มอยู่มาเผาศพ

ก็ยืนดูศพอยู่ สะพายบาตรแบกกลดอยู่ดูเขาเผาศพ เขาไม่สนใจกับเราเลย คนเป็นร้อยๆ

เต็มอยู่นั่น เขาไม่สนใจกับเราสักคนเดียวเลย เราก็ไปยืนดูศพของเรา

พอเสร็จแล้วก็ออกไปทางด้านตะวันออก ศพเรานี่ก็ถูกเผาเป็นเถ้าเป็นถ่าน ขนาดนี้แล้วจะหวัง

เอาอะไรอีก เราไปแล้วไม่ห่วงใยแล้ว แล้วก็ไป พอไปก็ไปถึงศาลาใหญ่หลังหนึ่ง ศาลานั้นใหญ่

มากทีเดียว นี่เป็นเณรนี้เล่าให้ฟังนะ

เหตุที่จะได้ซักถามเณรนี้เพราะมีพระมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องเณรนี้ระลึกชาติได้ แล้วพอดีมา

งานศพหลวงปู่มั่นเรานี่ เณรนี้ก็จะมา เราก็นัดกับพระไว้ว่าถ้าเณรนั้นมา ให้มาหาเรา พอดีเณร

นั้นมาก็ให้มาหาจริงๆ แต่ส่วนมากแกไม่ยอมเล่าเรื่องระลึกชาติได้

"เล่าทีไรเป็นไข้ทุกที" ว่าอย่างนั้น

"เข็ด พอเล่าเรื่องชาติหลังย้อนหลังแล้วไข้ทุกทีไม่เคยพลาด"

"เอ้า คราวนี้ไม่ให้ใช้" เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ​

 "เอ้า เล่ามาให้หมดนะ คราวนี้ไม่ให้ไข้ มาเล่ากับเรานี่ไม่ให้ไข้" ก็ไม่ไข้จริงๆ นะ แปลกอยู่นะ

มีหนเดียวรายเดียวนี่ไม่ไข้ พอมาก็ซักถามกันถึงเรื่องตายแล้วไปที่ว่านี่ ไปศาลาใหญ่หลังหนึ่ง

ศาลาหลังนั้นเจ้าหน้าที่พวกยมบาลอะไรเหล่านี้เต็มอยู่นั่น สมุดบัญชีมีเป็น 2 กอง กองใหญ่

เบ้อเริ่มเทียว กองหนึ่งเล็กแล้วกองใหญ่นั้นสำหรับบัญชีคนทำชั่ว กองเล็กนี้สำหรับบัญชีคนทำดี

พระองค์นั้นก็สะพายบาตรแล้วไปยืน แล้วพวกนักโทษพูดง่ายๆ นักโทษทำกรรมหนักทำกรรมเบา

กรรมอะไรก็ตาม เขาแยกไว้เป็นประเภทๆ เต็มศาลา

ทีนี้เขาเรียกชื่อ พอเรียกชื่อนายนั้นๆ พอเรียกชื่อปั๊บต้องมาถึงปุ๊บเลย อำนาจแห่งกรรมมันบีบบังคับ

ขนาดนั้น จะอืดอาดไม่ได้ พอเรียกชื่อปั๊บจะมาปุ๊บๆ เลย มีกี่คนโทษประเภทนี้ มีหัวหน้า 2 คนเท่านั้น

แหละ หัวหน้าน่ากลัวมาก คนหนึ่งนำหน้า คนหนึ่งตามหลัง พอเรียกชื่อเสร็จแล้วไล่ลง พวกนี้ไปแล้ว

เรียกพวกนั้นมาอีกเป็นคณะๆ จนกระทั่งหมด นี่พูดสรุปเอาให้พอดีกับเวลา

พอหมดแล้วก็ยังเหลือแต่ยายคนหนึ่งนั่งอยู่นั่น ยายคนนั้นเป็นคนเหมือนคน วัดเรานี่แหละ เหมือน

คนแต่งตัวไปวัดเรานี่ ไปถือศีลถือธรรม มีผ้าเฉวียงบ่านุ่งผ้าซิ่นเรา ธรรมดาไปวัดนี่ แกนั่งอยู่ทางโน่น

เขาเรียกคุณแม่นะ สำหรับยายคนนี้เขาเรียกคุณแม่ นอกนั้นเขาเรียกนายนั้นนายนี้ๆ ลงเลยๆ นี่เขาเรียก

คุณแม่

พอพวกสัตว์นรกไปหมดแล้ว เขาเรียนเชิญคุณแม่มาที่นี่ ถ้าคุณแม่อยากไปสวรรค์ให้ลงที่นี่เลย

คุณแม่จะไปสวรรค์ชั้นไหนก็ไปได้ให้ลงไปนี้ แล้วรถเขาจะมา รถทิพย์จะมา ลงไปสระน้ำนี้แล้ว

ก็ไปเปลื้องผ้านี้ออก ลงจากสระนี้แล้วก็เดินบุกน้ำไป

รถจะมาทางฟากสระทางนั้น แล้วก็ขึ้นรถ ประดับตกแต่งใหม่หมด เครื่องประดับประดาตกแต่ง

เขาจัดเอามาพร้อมรถเลย พอไปแล้วลงน้ำนี่ปั๊บก็ขึ้น เขาก็เชิญเลย จูงขึ้นแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว

ก็เหาะบึ่งขึ้น เหมือนสำลี...รถทิพย์ รถทิพย์พูดอะไรพูดไม่ได้ แต่มันประจักษ์กับตาอยู่ว่างั้น

เป็นสีงามอร่ามตาอะไรนี้เราพูดไม่ถูก...รถทิพย์ แต่ก็ไม่ได้ถามว่ารถทิพย์นี้มาจากชั้นไหนจะ

ไปชั้นไหน เป็นแต่เพียงว่า ผู้หญิงคนนี้จะไปสวรรค์ พอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังเหลือแต่พระองค์

เดียวยืนอยู่นั่น คือพระบัวที่ตายไปนั่นแล

เจ้าหน้าที่เหล่านั้นเขาก็ไม่ได้มาสนใจกับเราแหละ พอเขาส่งยายคนนั้นเสร็จแล้ว เขาก็ทำงาน

ของเขาอยู่บนโต๊ะ

"แล้วอาตมาเล่าจะให้ไปไหน? ไม่เห็นเเรียกอาตมา"

"โห ท่านน่ะถ้าตั้งใจจะไปเกิดเมืองมนุษย์ก็ให้กลับหลัง ย้อนหลังนี้ไป ถ้าจะไปสวรรค์ก็ให้ลงไปนี้

ท่านไปได้ทั้งไปสวรรค์ทั้งไปเมืองมนุษย์ ถ้าท่านจะไปสวรรค์ก็ให้ลงนี้เหมือนกับยายคนนั้น

ลงแล้วรถทิพย์จะมาเอง"

"อาตมาไม่ไปแหละอาตมาหิวน้ำ จะไปหาฉันน้ำก่อน"

ลงจากนั้นก็ลงไปๆ จนถึงบ้านน้ำก่ำนี่แหละ บ้านเขาอยู่ริมทุ่งนา เขามาตักน้ำก็ไปขอบิณฑบาต

ฉันน้ำกับเขา เขาบอกว่าให้ไปบ้านหลังนี้นะ เขาจะตักน้ำแล้วให้ไปที่นั่น ไปรออยู่บ้านหลังนั้น

เขาชี้บอกเห็นบ้านชัดๆ อยู่บ้านหลังนั้น บ้านหลังจะเกิดเข้าใจหรือเปล่า พอไปที่นั่นรู้สึกเคลิ้มๆ

จะหลับเหนื่อยเพลียมาก เคลิ้มๆ แล้วหลับไปเลย เลยยังไม่ทันได้ฉันน้ำ

พอตื่นขึ้นมาที่ไหนได้เกิดแล้ว นั่นละที่นี่แกระลึกชาติของแกได้ตลอดนะ ระลึกชาติย้อนหลังๆ

ได้ตลอดเลย นี่เวลาเราซักถาม ทีนี้พอดีอาจารย์ทองของเธอมา เราก็กราบเรียนถามเล่าเรื่องนี้

ให้ฟังแล้ว โห่ ท่านตกตะลึกนะ ท่านตกใจ

"ใช่แล้ว นี่พระบัว"

 

ท่านก็อธิบายให้ฟังตลอดหมดเลยไปสามผง ไปตายด้วยกัน 3 องค์ อะไรๆ พระองค์นี้ชื่อบัง

ไล่ผีเก่งนะพระองค์นี้ แต่ไม่เห็นไล่ผีเจ้าของได้ ท่านพูดเราก็ยังไม่ลืม นี่พูดถึงเรื่องระลึกชาติได้

คำว่าระลึกชาติได้นี้กับพระพุทธเจ้า ระลึกชาติได้มันต่างกันนะ พวกนี้สลบไสล พวกนี้ตาย

การระลึกนั้นระลึกนี้รู้นั้นรู้นี้มันอาจเคลื่อนคลาดเพราะคนกระเสือกระสนกระวนกระวาย

ไม่ได้เหมือนพระญาณหยั่งทราบของพระพุทธเจ้าที่ระลึกชาติย้อนหลังเช่น ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ระลึกชาติย้อนหลังได้

เฉพาะชาติของพระองค์นี้มีกี่ภพกี่ชาติทรงทราบได้ตลอดทั่วถึง ตลอดถึงภพชาติของสัตว์ทั้งหลาย

รู้ได้หมดด้วยพระญาณหยั่งทราบ ไม่ได้ด้วยการสลบไสลเหมือนอย่างโลกทั้งหลายเขาเป็นกัน

คนนั้นตายฟื้นกลับคืนมาแล้วระลึกชาติได้อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วมาฮือกันเป็นบ้าไป

พระพุทธเจ้าตรัสรู้พระญาณหยั่งทราบ ประกาศธรรมสอนโลกมานี้กี่ปีแล้วไม่เห็นตื่นกันบ้าง

มันเป็นบ้าหรือยังไงมนุษย์เรานี่มันอยากว่าอย่างงั้นนะ เราไปตื่นกับเรื่องแบบบ้าอย่างงั้น

พวกคนสลบไสลตายฟื้นกลับคืนมาแล้วมาระลึกชาติได้ แล้วตื่นกันฮือฮาๆ

พระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นคนสลบไสลตรัสรู้ขึ้นมาเป็นอรรถเป็นธรรมเป็นศาสดาเอกของโลก

รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งทั้งหลาย ประกาศธรรมสอนไว้ ทำไมถึงไม่ตื่นก็บ้าง ให้ตื่นนะ ไม่ตื่นไม่ได้นะ

จมจริงๆ นะ ฟังซิว่านรกเดือดพล่านๆ ไม่มีวันมีคืนมีปีมีเดือนมีอย่างนั้นตลอดเวลา พวกสัตว์นรก

นี้ก็แน่นอัดๆ เพราะสัตว์ทั้งหลายทำแต่กรรมชั่วนั่นซฺ ทางสวรรค์นี้เบาบาง ทางนรกนี้แน่นหนา

มั่นคงมากทีเดียวตั้งแต่เรื่องกรรมของสัตว์ๆ นี่ละ ให้จำให้ดีให้สดๆ ร้อนๆ...


----------------------------------

เอกสารอ้างอิง   

หนึ่ง หนังสือหยดน้ำบนใบบัว  ของพระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตาพระมหาบัว

            ญาณสัมปันโน  วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี

สอง พระสูตรป ต้นฉบับจีน  (รอสอบทานบางส่วน )

般若波羅蜜多心經》

觀自在菩薩‧行深般若波羅蜜多時‧

照見五蘊皆空.度一切苦厄. 舍利子.

色不異空‧空不異色.

色即是空‧空即是色.

受想行識‧亦復如是.

舍利子. 是諸法空相.

不生不滅‧不垢不淨.不增不減.

是故空中無色. 無受想行識. 無眼耳鼻舌身意.

無色聲香味觸法. 無眼界‧乃至無意識界.

無無明‧亦無無明盡. 乃至無老死‧亦無老死盡.

無苦集滅道‧無智亦無得.

以無所得故‧菩提薩埵.

依般若波羅蜜多故.

心無罣礙‧無罣礙故‧無有恐怖‧

遠離顛倒夢想‧ 究竟涅槃‧三世諸佛.

依般若波羅蜜多故.

得阿耨多羅三藐三菩提‧

故知般若波羅蜜多.

是大神咒‧是大明咒.

是無上咒‧是無等等咒.

能除一切苦‧真實不虛.

故說般若波羅蜜多咒.

即說咒曰‧揭諦揭諦‧波羅揭諦. 波羅僧揭諦‧菩提薩婆訶.

 

 


 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 13/11/2017 เวลา : 07.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ข้อมูลแน่นปึกเลยนะครับพี่
รอบรู้ทุกเรื่่องอารยธรรมจีน

ความคิดเห็นที่ 5 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 08/11/2017 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ขอบคุณมากๆ เลยครับ
สำหรับความรู้เกี่ยวกับ
ชีวิตหลังความตาย

ความคิดเห็นที่ 4 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายธรรมยุติ วันที่ : 28/10/2017 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhammayuth

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
opads วันที่ : 28/10/2017 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

ขอคารวะเลยครับคุณchailasale ประชาชนจิตอาสา .......ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ ชีวิตหลังความตายครับ

ความคิดเห็นที่ 2 chailasalle ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/10/2017 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chailasalle วันที่ : 28/10/2017 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ขอบพระคุณทุกๆท่านที่แวะเวียนมาครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน