*/
  • คนเมืองพระชนกจักรี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 1064
  • จำนวนผู้ชม : 2697418
  • จำนวนผู้โหวต : 1275
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1275 คน
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


"เบนซ์ ท่าทราย" แฉเรื่องส่วยยาเสพติด คุณเชื่อหรือไม่?
เชื่อ
11 คน
ไม่เชื่อ
0 คน

  โหวต 11 คน
วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม 2554
Posted by คนเมืองพระชนกจักรี , ผู้อ่าน : 4636 , 09:40:48 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน คนเมืองพระชนกจักรี โหวตเรื่องนี้

1 ตำนานแห่งการสร้างเศรษฐกิจไทย ตอน ก้าวสู่ทศวรรษที่ 7 พลวัตแห่งการพัฒนา

เป็นเวลาเกือบ 70 ปี นับตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 จวบจนปัจจุบัน ที่กระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้พัฒนาเจริญก้าวหน้า จนเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญของประเทศ

วางรากฐานเพื่อการพัฒนา

การอุตสาหกรรมของไทยในยุคแรก ๆ เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมในครัวเรือน โดยการใช้เวลาว่างจากการประกอบเกษตรกรรม มาผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น การปั้นหม้อ การจักสาน การทอผ้า การแกะสลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประเภทหัตถกรรมเพื่อใช้งานในครัวเรือนและซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างกัน กระทั่งสมัยสุโขทัยได้มีการผลิตเครื่องปั้นดินเผา (Pottery) ที่เรียกว่า สังคโลก และสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง นับเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงอย่างมากในยุคนั้น

ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยา มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้าขาย และมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น เกิดมีผู้ผลิตสินค้า (Craftmen) ซึ่งถือได้ว่าเป็นนักอุตสาหกรรมยุคแรกของไทย เช่น ช่างปั้นหม้อ ช่างตีเหล็ก ช่างทอง จนเมื่อล่วงเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์มีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคนจำนวนมาก เช่น โรงสีข้าว โรงงานสุรา การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งตรงกับช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป มีการเปิดรับวิทยาการสมัยใหม่จากประเทศตะวันตกเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งความเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ โรงสีข้าว โรงพิมพ์ โรงเลื่อยจักร โรงงานน้ำตาลทรายที่ทำจากอ้อย

อย่างไรก็ตามบทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรมมีอยู่น้อยมาก จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีการพัฒนาประเทศในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร ทำให้อุตสาหกรรมกระจายตัวไปยังจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศ โรงสีข้าวและโรงเลื่อยเพิ่มจำนวนขึ้น แต่การทำอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวและขนาดย่อม เช่น การทอผ้า เลี้ยงไหม หล่อพระพุทธรูป

ปี พ.ศ. 2434

การทำเหมืองแร่ดีบุก

กรมทรัพยากรธรณี เป็นหน่วยงานราชการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม ร.ศ. 110 (พ.ศ. 2434) โดยพระราชทานชื่อเมื่อครั้งแรกตั้งว่า กรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา สังกัดกระทรวงเกษตราธิการ เพื่อรับผิดชอบดูแลในกิจการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ทั้งในด้านการควบคุม การอนุญาต ประทานบัตร การเรียกเก็บรายได้จากการทำเหมืองแร่ และด้านวิชาการเหมืองแร่และภูมิวิทยา โดยทางด้านเหมืองแร่นั้น ได้ให้ความสำคัญกับการทำเหมืองแร่ดีบุก ทองคำ และพลอย เป็นหลัก

หลังจากนั้น เมื่อเริ่มเปิดประตูการค้าและการลงทุนกับชาวต่างชาติ ได้มีการตราพระราชบัญญัติเกี่ยวกับแร่ฉบับแรกของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2444 ซึ่งได้ใช้มาจนถึงปี พ.ศ. 2461 และได้เริ่มการใช้เรือขุดแร่ในทะเลเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2449 ซึ่งการทำเหมืองแร่ในช่วงแรก ๆ นั้น ได้แก่ แร่ดีบุก ทองคำ ตะกั่ว สังกะสี วุลแฟรม หินก่อสร้าง โมลิบดินัม และพลอยต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้ของไทย

ต่อมากรมราชโลหกิจและภูมิวิทยา ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมโลหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนโอนมาสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมในปี พ.ศ. 2485

ปี พ.ศ. 2461

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตที่สำคัญมาก ได้แก่ งานสำรวจและวิเคราะห์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ทางการค้าและอุตสาหกรรม มีการตั้งศาลาแยกธาตุ ขึ้น ในกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อปี พ.ศ. 2461 และในรัชสมัยพระองค์ยังได้เกิดการร่วมทุนระหว่างคนไทยและชาวต่างประเทศ โดยมีการจัดตั้งบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด และตั้งโรงงานปูนซีเมนต์แห่งแรกที่ ต.บางซื่อ จ.พระนคร เมื่อปี พ.ศ. 2456

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2461 มีการพัฒนาด้านเครื่องจักรและเครื่องยนต์อย่างมาก ทำให้เกิดประโยชน์ต่อกิจการอุตสาหกรรม สำหรับประเทศไทยมีเอกชนเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท เช่น โรงงานน้ำแข็ง โรงงานน้ำอัดลม โรงงานสบู่ โรงงานสกัดน้ำมันมะพร้าว และเมื่อปี พ.ศ. 2464 บริษัท บ่อถ่านศิลาไทย จำกัดสินใช้ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้สงวนที่ดินที่ ต.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี สำหรับขุดถ่านหินชนิดอ่อนหรือลิกไนต์ ทางด้านรัฐบาลมีการตั้งโรงงานผลิตกระดาษขึ้นที่ ต.สามเสน เมื่อปี พ.ศ. 2466 โดยกรมแผนที่ กระทรวงกลาโหม แต่ขณะนั้นยังคงไม่มีการตั้งหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมดูแลงานด้านการอุตสาหกรรมเป็นการเฉพาะ

งานโลหกรรม

ก่อร่างสร้างระบบ

ปี พ.ศ. 2475

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ในประเทศไทยเกิดขึ้นไม่มากนัก จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้น รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก ทำให้นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 เป็นต้นมา เกิดโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นทั้งของรัฐบาลและเอกชน เช่น เมื่อปี พ.ศ. 2477 บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ตั้งโรงงานเบียร์ขึ้น กระทรวงกลาโหมตั้งโรงงานปั่นด้ายทอผ้าด้วยเครื่องจักร ปี พ.ศ. 2479 กระทรวงเศรษฐการตั้งโรงงานสาวไหมที่ จ.นครราชสีมา

ปี พ.ศ. 2479

รัฐบาลได้จัดตั้ง กองอุตสาหกรรม ขึ้นในกรมพาณิชย์ กระทรวงเศรษฐการ ทำหน้าที่สนับสนุนและค้นคว้า ควบคุมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้ดำเนินตามแบบแผนและวิธีการที่ดี และปี พ.ศ. 2480 ได้ยกฐานะกองอุตสาหกรรมเป็นกองอิสระรัฐพาณิชย์ โดยไปสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเศรษฐการ และได้ขยายอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านควบคุมโรงงาน และส่งเสริมกิจการอุตสาหกรรม นอกจากนี้รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา ยังได้ตราพระราชบัญญัติการกู้เงินในประเทศเพื่อการอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2481 โดยมีวัตถุประสงค์ให้กู้เงินภายในประเทศ เพื่อใช้ในกิจการอุตสาหกรรม และได้ตราพระราชบัญญัติโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2482 ซึ่งนับเป็นกฎหมายเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมฉบับแรกของประเทศไทยด้วย

นิยามแห่งความรับผิดชอบ

ปี พ.ศ. 2484

กองอุตสาหกรรมได้ยกฐานะเป็น กรมอุตสาหกรรม ขึ้นกับกระทรวงการเศรษฐกิจ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากกระทรวงเศรษฐการเดิม และได้จัดทำโครงการอุตสาหกรรมแห่งชาติ นับเป็นแผนพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมฉบับแรกของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2485 ได้เปลี่ยนฐานะกรมอุตสาหกรรมเป็นกระทรวงการอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2485 เพื่อเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุตสาหกรรมคนแรก คือ พลอากาศโท มุนี มหาสันทนะเวชยันต์รังสฤษฏ์ และพลเรือตรี พระยาสรยุทธเสน รักษาการปลัดกระทรวง โดยมีส่วนราชการในสังกัด 6 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กรมอุตสาหกรรมเดิม) กรมวิทยาศาสตร์ (โอนมาจากกระทรวงมหาดไทย) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (ตั้งขึ้นใหม่โดยโอนโรงงานสุราและโรงงานยาสูบ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง โรงงานกระดาษไทย โรงงานเนื้อนม และโรงงานทอผ้าไทย จากกระทรวงกลาโหม มาไว้ด้วยกัน) กระทรวงการอุตสาหกรรมได้ใช้สถานที่ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ณ วังกรมหลวง ปราจิณกิติยบดี ริมคลองผดุงกรุงเกษม เชิงสะพานเทเวศร์นฤมิต เป็นที่ตั้งชั่วคราว เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2485 ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสงคราม (สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามมหาเอเซียบูรพา) โรงงานอุตสาหกรรมต่างประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ การผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน กระทรวงการอุตสาหกรรมจึงมีบทบาทอย่างมากในการเข้าช่วยเหลือและดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ซึ่งงานในระยะแรก ได้แก่ การควบคุมการดำเนินงานโรงงานของรัฐ งานบริหารตามพระราชบัญญัติงานส่งเสริมการผลิตสิ่งอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ประชาชน และงานส่งเสริมอุตสาหกรรมในครอบครัว

ปี พ.ศ. 2486

ย้ายที่ทำการมาตั้งที่กองบัญชาการกองพลที่ 1 นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมให้เอกชนตั้งโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงการอุตสาหกรรมจึงได้ร่วมทุนกับเอกชนจัดตั้งเป็น บริษัท จำกัด โดยปี พ.ศ. 2487 ได้จัดตั้งบริษัท สรรพาหาร จำกัด ร่วมทุนกับเอกชนไทยและปี พ.ศ. 2486 ร่วมกับบริษัทญี่ปุ่นจัดตั้ง 2 บริษัท คือ บริษัท ปั่นด้ายและทอผ้า จำกัด กับบริษัท อุตสาหกรรมผ้าไทย จำกัด

ความก้าวหน้าแห่งภารกิจ

เมื่อสิ้นสุดสงครามในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2488 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงการอุตสาหกรรมหลายประการ มีการโอนโรงงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมมาอยู่ในความดูแล ได้แก่ โรงงานฟอกหนัง (พ.ศ. 2489 ได้จัดตั้งองค์การฟอกหนัง) มอบกิจการเหมืองแร่และยางไทยให้กับองค์การเหมืองแร่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมโลหกิจ และยังมีโรงงานทำยาง โรงงานกระดาษอัดสำเนา และโรงงานสบู่ 3 ทหารด้วย ในปีเดียวกันได้ย้ายที่ทำการกระทรวงมาตั้งที่วังกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เทเวศร์

ปี พ.ศ. 2490

เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2490 ได้รับซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลไทย คือ โรงงานน้ำตาลลำปางและโรงงานน้ำตาลอุตรดิตถ์ มาจากบริษัท ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย จำกัด ที่เลิกกิจการไป และมอบกรมโรงงานอุตสาหกรรมดูแลจนเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2491 ได้จัดตั้งเป็นองค์การน้ำตาลไทย

ปี พ.ศ. 2495

รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2495 มีการเปลี่ยนชื่อกระทรวงการอุตสาหกรรม เป็น กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีส่วนราชการในสังกัด 7 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมโรงงานโลหกรรม (ตั้งใหม่) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมโลหกิจ และกรมวิทยาศาสตร์ หลังจากมีการออกพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2482 แล้ว ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2489 ให้ใช้บังคับแก่โรงงานอุตสาหกรรมเฉพาะในท้องที่จังหวัดพระนครและธนบุรี โดยมอบให้กองควบคุมโรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติ จดทะเบียนโรงงาน พิจารณาคำขออนุญาตตั้ง เปิด ขยาย ย้ายโรงงานและอื่น ๆ ทำทะเบียนสถิติเกี่ยวกับโรงงาน และส่งเจ้าพนักงานออกไปตรวจโรงงาน ซึ่งในปี พ.ศ. 2504 มีการบังคับใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมทุกจังหวัด ทำให้กองควบคุมโรงงานควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด จึงแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปประจำยังต่างจังหวัด เรียกว่า อุตสาหกรรมจังหวัด ทำหน้าที่ในส่วนภูมิภาค

ปี พ.ศ. 2501

ยุบเลิกกรมโรงงานโลหกรรม

ปี พ.ศ. 2506

โอนกรมโลหกิจไปสังกัดกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติที่ตั้งขึ้นใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น กรมทรัพยากรธรณี


ปี พ.ศ. 2511

จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511


ปี พ.ศ. 2515

มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 276 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน จัดตั้ง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ประกาศฉบับที่ 339 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม จัดตั้ง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจเทียบเท่ากรมในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ปี พ.ศ. 2518

มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การเหมืองแร่ในทะเล เป็นรัฐวิสาหกิจเทียบเท่ากรมในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม


ปี พ.ศ. 2520

มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม



มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจเทียบเท่ากรมในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม


ปี พ.ศ. 2521

จัดตั้ง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจ



ปี พ.ศ. 2527

จัดตั้ง สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527

ปี พ.ศ. 2528

มีพระราชกฤษฎีกายกเลิกการจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ. 2520 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2528

ปี พ.ศ. 2534

มีพระราชกฤษฎีการปรับปรุงส่วนราชการในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ใหม่ เมื่อวันที่ 4 กันยายน จัดตั้ง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (ตั้งขึ้นใหม่โดยรวมภารกิจของกองเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมหลัก สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมาไว้ด้วยกัน)

ประสานพลังสร้างศักยภาพ


ปี พ.ศ. 2535

รัฐบาลได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนขึ้นเพื่อที่จะพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของประเทศให้มีประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติหลักการให้จัดตั้ง สถาบันไทย-เยอรมัน ขึ้นมาเป็นสถาบันอิสระแห่งแรก เพื่อพัฒนาบุคลากรในภาคเอกชน โดยการเพิ่มทักษะด้านเทคนิคแก่ผู้ประกอบการ

ปี พ.ศ. 2537

จัดตั้ง สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เพื่อให้บริการปรึกษา แนะนำการเพิ่มผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

ปี พ.ศ. 2539

จัดตั้ง สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศ จัดตั้ง สถาบันอาหาร เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการให้คำปรึกษา แนะนำข้อมูลทางวิชาการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร

ปี พ.ศ. 2540

คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบองค์การเหมืองแร่ในทะเล เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์

ปี พ.ศ. 2541

จัดตั้ง สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้ง สถาบันยานยนต์ เพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไทยให้ได้มาตรฐานโลก

ปี พ.ศ. 2542

จัดตั้ง สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เพื่อรับผิดชอบดำเนินการเรื่องมาตรฐานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค จัดตั้ง สถาบันเหล็กและเหล็กกล้า เพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ จัดตั้ง สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการใหม่ในภาคการผลิต

ปี พ.ศ. 2543

ได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ซึ่งมีการจัดตั้ง "สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติ ประสานงานจัดทำแผนปฏิบัติการและบริหารกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

(ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือครบรอบ 60 ปีกระทรวงอุตสาหกรรม)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chainoy70 วันที่ : 06/05/2011 เวลา : 06.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

คุณวิตามินบี : เผ็ดจริง ๆ ครับ ขอบคุณที่แวะมาครับ
คุณคาเซมะคุง : entry ให้แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คาเซมะคุง วันที่ : 04/05/2011 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasemakung

สวัสดีอีกครั้งครับ
ขออนุญาติถามเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวกับ entry นี้ครับ
ผมอยากใส่ข้อความลงในภาพ อย่างเช่น
http://www.oknation.net/blog/kasemakung
โปรแกรม ACDSee 9 Photo Manager ทำไดไหมครับ ขอคำแนะนำหน่อยครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วิตามินบี วันที่ : 03/05/2011 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


70 ปี
เทียบเท่ากับอายุคน
นับว่าผ่านประสบการณ์มามากมาย
ยิ่งแก่ ยิ่งเผ็ด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chainoy70 วันที่ : 03/05/2011 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ขอบคุณครับคุณพี่พยนต์ บ้านเรามอดเยอะนะครับ กินดะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Payont วันที่ : 03/05/2011 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ขอบคุณครับ
ข้อมูลดีจัง น่าสนใจ

ประเทศไทยขุดทรัพย์ในดินขายมานานแล้ว ขณะนี้บางอย่างหมดไป ที่เหลือก็คงอีกไม่นาน ถ้ายังทะเลาะกันไม่เลิก ลูกหลานจะลำบาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chainoy70 วันที่ : 03/05/2011 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

สวัสดีครับ วันนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน