*/
  • คนเมืองพระชนกจักรี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 1064
  • จำนวนผู้ชม : 2672269
  • จำนวนผู้โหวต : 1275
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1275 คน
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


"เบนซ์ ท่าทราย" แฉเรื่องส่วยยาเสพติด คุณเชื่อหรือไม่?
เชื่อ
11 คน
ไม่เชื่อ
0 คน

  โหวต 11 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม 2554
Posted by คนเมืองพระชนกจักรี , ผู้อ่าน : 2021 , 15:11:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน รวงข้าวล้อลม , ครูไทยใจเกินร้อย โหวตเรื่องนี้

ขอนำบันทึกพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ทรงกล่าวถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เมื่อครั้งมีพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาศเฉลิมพระชนมพรรษาปี 2541 มาเผยแพร่ให้ปวงชนชาวไทยได้รับทราบกัน ดังนี้ (เป็นการถอดคำจากพระราชดำรัสของพระองค์จากคลิป youtube)

ขอขอบใจท่านทั้งหลายที่มาชุมนุมกันในโอกาสใกล้จะถึงปีใหม่ของเรา คือปีใหม่ของผู้พูดเพราะว่าพรุ่งนี้เริ่มศักราชใหม่เริ่มอายุใหม่ และนายกฯ ได้กล่าวสรุปชีวิตตั้ง 50 กว่าปีที่ได้ทำงานทำการ และชมว่าได้ช่วยให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุขมีความร่มเย็น

วันนี้ท่านทั้งหลายก็มาทั้งข้างในข้างนอกมาเป็นจำนวนมากนับว่าเป็นประวัติการณ์ การที่ได้ทำความเจริญหรือความสุขแก่ประเทศชาติและประชาชนนั้น มิได้เป็นงานของผู้หนึ่งผู้ใดที่จะปฏิบัติได้ ต้องร่วมมือกัน ผู้ใดมีความรู้ทางใดก็ควรจะใช้ความรู้หรือความสามารถนั้นเพื่อสร้างความมั่นคง ถ้ามีหลายคนที่มีความรู้อย่างเดียวกันก็ต้องร่วมมือกัน บางคนมีความรู้เหมือนกันแต่ความเห็นต่างกัน ดังนี้ก็จะต้องปรึกษากันมากกว่าที่จะเถียงกัน คือคำว่าปรึกษากับคำว่าเถียงนี่ต่างกัน คำว่าเถียงใช้แต่อารมณ์ ถ้าเราปรึกษาใช้ปัญญา ถ้าสามารถที่จะใช้ปัญญาปรึกษากันจะได้คำตอบ เพราะว่าความจริงนั้นมีอันเดียว ความเท็จมีหลายหรือทางที่ผิดมีมากมาย

แต่ความจริงทางที่ดีส่วนมากก็มีทางเดียวที่จะสามารถที่จะนำพาสู่ความสำเร็จ นายกฯ ได้กล่าวถึงกิจการต่าง ๆ เช่นที่ได้กล่าวเมื่อปีที่แล้วเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไม่มีในตำรา ไม่เคยมีระบบเศรษฐกิจพอเพียง มีอย่างอื่นแต่ไม่มีคำนี้

ปีที่แล้วพูดเศรษฐกิจพอเพียงเพราะว่าหาคำอย่างอื่นไม่ได้ และได้พูดอย่างหนึ่งว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ให้ปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว คือไม่ต้องทำหมด หรือไม่จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ

ในคราวนั้นเมื่อปีที่แล้วนึกว่าเข้าใจกัน แต่เมื่อไม่นานเดือนที่แล้ว มีผู้ที่ควรจะรู้เพราะว่าได้ปฏิบัติเกี่ยวข้องกับการพัฒนามาเวลาช้านาน มาพูดและบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ดีมากและก็เข้าใจว่าทำปฏิบัติเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ นั้นหมายความว่าในพื้นที่ในประเทศถ้าทำได้เศษหนึ่งส่วนสี่ก็จะพอ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงและทำได้เศษหนึ่งส่วนสี่จะพอนั้นไม่ได้แปลว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระทำ

นี่ถึงต้องพูดเข้าในเรื่องเลยเพราะว่าหนักใจว่าแม้จะคนที่เป็นด๊อกเตอร์ก็ไม่เข้าใจ อาจจะพูดไม่ชัดแต่ก็กลับไปดูที่เขียนจากที่พูด มันก็ชัดแล้วว่าควรจะปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมดครึ่งหนึ่งก็ใช้ได้ แม้จะเศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ หมายความว่าวิธีปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียงนั้นไม่ต้องทำทั้งหมด และขอเติมว่าถ้าทำทั้งหมด ทำไม่ได้ ไม่มีทาง

ถ้าเศรษฐกิจพอเพียงว่าครอบครัวหรือแม้จะหมู่บ้านจะทำเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการถอยหลังถึงสมัยหิน สมัยคนอยู่ในอุโมงค์ เพราะว่าไม่ต้องไปอาศัยหมู่อื่นเพราะว่าหมู่อื่นก็เป็นศัตรูทั้งนั้น ตีกันไม่ใช่ร่วมมือกัน จึงต้องทำเศรษฐกิจพอเพียง แต่ละคนต้องหาที่อยู่ก็หาอุโมงค์ ถ้ำ และต้องหาอาหาร คือไปเด็ดผลไม้หรือใบไม้ตามที่มี หรือไปใช้อาวุธที่ตัวเองได้สร้างได้ทำไปล่าสัตว์ กลุ่มที่อยู่ในอุโมงค์นั้นก็มีเศรษฐกิจพอเพียง 100 เปอร์เซ็นต์ ทำได้

แต่ต่อมาเมื่อออกจากถ้ำในสมัยต่อมา ที่เป็นใช้สร้างบ้านขึ้นมาเป็นที่อาศัย ก็เริ่มจะเป็นเศรษฐกิจที่พอเพียงเหลือสัก 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีคนที่ผ่านมาก็ไม่ได้เป็นศัตรู แต่เขาเอาอะไรมาก็แลกเปลี่ยนกัน เช่นคนที่มาจากไกลผ่านมามีหนังสัตว์ที่เหมาะสมที่จะใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มก็ซื้อ ซื้อด้วยการแลกเปลี่ยนด้วยอาหารเช่นปลาที่ตกได้ที่จับได้ในบึง อันนี้ก็ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียงแล้ว แต่ก็อาจจะถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เวลาก้าวหน้ามาอีกมาถึงปัจจุบัน ถ้าคนที่นั่งทั้งอยู่ข้างนอกทั้งอยู่ข้างในจะปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง 100 เปอร์เซ็นต์คงทำไม่ได้ และถ้าสำรวจตัวเองหรือเศรษฐกิจของตัวเองก็เข้าใจว่าจะเห็นได้ว่าไม่ได้ทำ เข้าใจว่าทำไม่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ถึงเศษหนึ่งส่วนสี่ เพราะว่าสิ่งที่ตนผลิตหรือทำส่วนใหญ่เอาไปแลกกับของอื่นที่มีความจำเป็น

ฉะนั้นการที่พูดว่าเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ก็ควรจะพอและทำได้ อันนี้เป็นข้อหนึ่งที่จะอธิบายคำพูดที่พูดมาเมื่อปีที่แล้ว คำว่าพอเพียงอีกอย่างหนึ่ง คำว่าพอเพียงมีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้ของตัวเอง มีความหมายว่าพอมีพอกิน พอมีพอกินนี้ถ้าใครได้มาอยู่ที่นี่ในศาลานี้ เมื่อ 24 ปีเมื่อปี 2517 วันนั้นได้พูดถึงว่าเราควรจะปฏิบัติให้พอมีพอกิน มี...พอมีพอกินนี้ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียง...นั่นเอง

ถ้าแต่ละคนมีพอมีพอกินก็ใช้ได้ ยิ่งทั้งประเทศมีพอมีพอกินก็ยิ่งดี และประเทศไทยเวลานั้นก็เริ่มจะเป็นไม่พอมีพอกิน บางคนก็มีมากบางคนก็ไม่มีเลย แต่สมัยก่อนนี้พอมีพอกิน มาสมัยนี้ชักจะไม่มีพอมีพอกัน จึงต้องเป็นนโยบายที่จะทำเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้ทุกคนพอเพียงได้ พอเพียงนี้ก็หมายความว่ามีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ แม้จะบางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือยแต่ก็ทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ อันนี้ก็ความหมายอีกอย่างของเศรษฐกิจหรือระบบพอเพียง ได้แปลพอเพียงนี่คือตอนที่พูดพอเพียง แปลในใจ แล้วก็ได้พูดออกมาด้วยว่าจะแปลเป็น Self Sufficiency ถึงได้บอกว่าพอเพียงแก่ตนเอง

แต่ความจริงเศรษฐกิจพอเพียงนี้กว้างขวางกว่า Self Sufficiency ก็ Self Sufficiency นั้นหมายความว่าผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง ที่เขาแปลจากภาษาฝรั่งกันว่าให้ยืนบนขาตัวเอง คำว่ายืนบนขาตัวเองนี้ บางคนเขาพูดว่าชอบกล ใครจะมายืนบนขา คนอื่นมายืนบนขาเรา ๆ ก็โกรธ แต่ตัวเองยืนบนขาตัวเองก็หกล้ม อันนี้ก็เป็นความคิดที่อาจจะเฟื่องไปหน่อย แต่ว่าเป็นตามที่เขาเรียกว่ายืนบนขาของตัวเอง หมายความสองขาของเรานี่ยืนบนพื้นให้อยู่ได้ไม่หกล้ม ไม่ต้องไปขอยืมขาคนอื่น ๆ มาใช้เพื่อที่จะยืนอยู่

แต่ว่าพอเพียงนี้มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอก็เพียง พอเพียงนี่ก็พอ คนเราถ้าพอในความต้องการก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง อย่างที่เคยพูดเหมือนกันว่าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่พอเพียงคืออยากจะไปนั่งบนเก้าอี้ของผู้ที่อยู่ข้าง ๆ นั้นไม่พอเพียงและทำไม่ได้ ถ้านั่งอย่างนั้นก็เดือดร้อนแน่เพราะว่าอึดอัด จะทำให้ทะเลาะกัน และเมื่อมีการทะเลาะกัน ไม่มีประโยชน์เลย ฉะนั้นควรที่จะคิดว่าทำอะไรพอเพียง ความคิดก็เหมือนกันไม่ใช่ร่างกาย ความคิดถ้าใครมีความคิดอย่างหนึ่งและต้องการให้คนอื่นมีความคิดอย่างเดียวกับตัว ซึ่งอาจจะไม่ถูก อันนี้ก็ไม่พอเพียง การพอเพียงในความคิดก็คือแสดงความคิดของตัว ความเห็นของตัว และปล่อยให้อีกคนพูดบ้างและมาพิจารณาว่าที่เขาพูดกับที่เราพูดอันไหนพอเพียงอันไหนเข้าเรื่อง ถ้าไม่เข้าเรื่องก็แก้ไข เพราะว่าถ้าพูดกันโดยที่ไม่รู้เรื่องกัน ก็เป็นการทะเลาะ จากการทะเลาะด้วยวาจาก็กลายเป็นการทะเลาะด้วยกาย ซึ่งในที่สุดก็นำมาสู่ความเสียหาย เสียหายแก่คนสองคนที่เป็นตัวการเป็นตัวละครที่สองคน ถ้าเป็นหมู่ก็เลยเป็นการตีกันอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้คนอื่นอีกมากเดือดร้อน

ฉะนั้นความพอเพียงนี้ก็แปลว่าความพอประมาณและความมีเหตุผล ที่พูดอย่างนี้ก็เท่ากับเอาจากคำว่าพอเพียงที่คนไม่เข้าใจเมื่อปีที่แล้ว จนกระทั่งถึงประมาณ 2-3 อาทิตย์นี้ไม่เข้าใจ และก็ที่แปลกที่สุดคนที่มาพูดก็นึกว่าเขาเข้าใจเพราะว่าเป็นคนที่เคยได้คุยมากและก็คุยในเรื่องพรรค์อย่างนี้ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความหมายของคำ แต่ก็ยังไม่วาย ฉะนั้นที่ต้องอธิบายอย่างกว้างขวางพอใช้ ไม่ทราบว่าวันนี้พูดเข้าใจรึไม่ ถ้าพูดไม่เข้าใจวันนี้ อาจจะต้องอธิบายต่อปีหน้า เพราะน่าเบื่อถ้าต้องอธิบายต่อไปอย่างนี้น่าเบื่อ คนที่อยู่ต่อหน้าก็ชักจะง่วง แต่ว่าก็ได้อธิบาย ที่ท่านทั้งหลายหัวร่อก็คงแปลว่าท่านก็เริ่มเข้าใจนิดหน่อย ก็ดีแล้ว เข้าใจนิดหน่อยดีกว่าไม่เข้าใจ

อันนี้ก็มาอีกเรื่องหนึ่งที่นายกฯ ได้กล่าวว่าทรงทำอะไรที่ทำให้ดี คล้าย ๆ ว่าเป็น ทำอยู่คนเดียว ความจริงทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำ คนอื่นทำ ยกตัวอย่างการปฏิบัติตามทฤษฎีใหม่เป็นการกระทำของคนอื่น ของเจ้าหน้าที่การพัฒนาส่วนหนึ่ง และของประชาชนเองที่ทำตามทฤษฎีใหม่ และทฤษฎีใหม่นี้เป็นทฤษฎีได้กล่าวออกมาหรือได้แสดงออกมา เมื่อประมาณปี 2537-2538 พิมพ์ลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็น 3 ขั้น และพยายามที่จะทำให้สั้นที่สุด การทำให้สั้นที่สุดย่อมเข้าใจยาก แต่ว่าเมื่อทำให้สั้นที่สุดและให้มีใจความก็น่าจะเข้าใจได้ จึงให้ผู้ที่มีหน้าที่ได้ดูและให้เขาไปเลย ไม่ได้นึกว่าทฤษฎีใหม่นี้จะไปปฏิบัติได้อย่างง่าย ๆ แต่ว่าผู้ที่รับทฤษฎีใหม่นี้ไปก็เกิดเข้าใจและไปปฏิบัติ

ทฤษฎีใหม่นี้ขึ้นมาอย่างไร ก็มาจากการปฏิบัติซึ่งเป็นการปฏิบัติของคนอื่นด้วยตั้งแต่ต้น ทฤษฎีใหม่นี้ความจริงทางราชการได้ปฏิบัติมาแล้วมาหลายปีแล้ว ก่อนที่เกิดทฤษฎีใหม่ตามที่เรียกว่าทฤษฎีใหม่ในพระราชดำริคือการที่จะให้พัฒนาและมีการ เช่น การเกษตร เพาะปลูกหลายอย่างในที่เดียวกันหรือผลัดปลูก เช่น ให้ปลูกข้าว หลังจากฤดูกาลข้าวก็ให้ปลูกถั่ว อันนี้ก็เป็นทฤษฎีใหม่แล้ว แต่ว่าไม่มีใครบอกว่าเป็นทฤษฎี ก็เลยได้หน้าว่าใช้คำว่าทฤษฎีใหม่นี่เป็นความคิดขึ้นมาและยอมรับว่าเป็นทฤษฎี เมื่อยอมรับว่าเป็นทฤษฎีก็ไปปฏิบัติต่อได้ ที่เริ่มทำทฤษฎีใหม่นี้

ก่อนที่จะได้บอกว่าเป็นทฤษฎี ก็ทำที่สระบุรี ได้ไปหาที่ซึ่งที่นั่นไม่ดี ซื้อ 15 ไร่ เงินที่ซื้อ 15 ไร่นั้นไม่ได้เป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเงินส่วนตัว อันนี้ส่วนตัวแท้ ๆ ไม่ได้ไปเบิกจากงบประมาณหรือจากที่อื่น เป็นเงินส่วนตัวที่มีอยู่และก็เงินสด เราถ้าเป็นเศรษฐีก็เป็นเศรษฐีเงินสด ไม่ได้เป็นเศรษฐีที่ไปลงทุนกินดอกเบี้ย เป็นเศรษฐีเงินสดเพราะว่าเงินสดนั้นมีคนเขาตำหนิบอกทำไมเก็บเงินสด เก็บเงินสดไว้ในกระเป๋าไว้ในห้อง ไม่ได้ไปเอาไว้ที่ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ เก็บเอาไว้คนเขาก็บอกว่าเงินที่เก็บเอาไว้นั่นไม่ถูกหลักเศรษฐกิจ ก็เลยเอาเงินเช่นนั้นไปซื้อที่ดิน และมีคนที่เห็นดีในการไปซื้อที่ดินเพื่อที่จะทดลองก็มาสมทบ เป็นเอกชนเป็นเพื่อนเป็นฝูง ไปซื้อ 15 ไร่และคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายจังหวัดทั้งฝ่ายกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ ได้ไปทำ ก็บอกว่าให้ไปขุดสระเพราะที่นั่นไม่มีน้ำ ขุดสระคนที่ขายที่นั้นบอกว่ามีบริษัทเข้ามาแถวนี้จะมาขอซื้อแล้ว แต่ก็มีเงื่อนไขว่าถ้าหาน้ำได้เขาจะซื้อ ปรากฏว่าเขาขุดแล้วหาน้ำไม่ได้ อันนี้ก็แปลกเพราะว่าเมื่อซื้อที่ซึ่งห่างจากที่ ๆ บริษัทนั้นเคยจะมาซื้อเพียงประมาณ 200-300 เมตร เราไปขุดมีน้ำ เรียกว่าเราดวงดี ขุดมีน้ำเมื่อมีน้ำแล้วก็สามารถที่จะนำน้ำนั่นมาทำการเพาะปลูกตลอดปี เลี้ยงปลาก็ได้ และ 15 ไร่นี่มาปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ต้นไม้ผล ปลูกสมุนไพรก็มี และมีการเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งหมดนี้ใน 15 ไร่ คนก็บอกว่าทำไมแคบอย่างนี้ทำทุกอย่าง เมื่อทำไปปีหนึ่งก็ได้ผล ผลผลิตนั้นได้ให้นักเรียนที่โรงเรียนวัดและที่เหลือก็ยังขายไปได้กำไร 20,000 บาท และที่บอกว่าการทำนี้ไม่ได้ทำเองแท้ เพียงแต่พูดไปว่ามีทฤษฎีทำอย่างนั้น คนที่ทำก็คือมีข้าราชการและคนอื่นเข้ามาทำ ก็หมายความว่าต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ราชการ คนงานและนักวิชาการ

แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่ค่อยคิดทำในที่ 15 ไร่แบบนี้ที่แห้งแล้ง ก็ทำได้ นั่นก็ตัวเองผู้ทำทฤษฎีนี้ก็ทึ่งตัวเอง นี่พูดเหมือนว่าจะอวดตัวว่าเก่ง แต่ว่าตกใจตัวเองว่าที่พูดไปใช้งานได้จึงมาสรุปเป็นทฤษฎีใหม่ และเมื่อเป็นทฤษฎีใหม่ก็ให้ไปที่มูลนิธิชัยพัฒนาและเขียนข้างใต้ว่าเป็นทฤษฎีใหม่เป็นของมูลนิธิชัยพัฒนา นั่นต่อมาก็ คนก็ได้เห็นอันนี้ว่าใช้ได้และก็ไปปฏิบัติที่ที่แห้งแล้ง

นี่ก็เคยเล่าให้ฟังแล้วที่อำเภอเขาวง กาฬสินธุ์ก็ได้ผลดี ที่ตรงนั้น 12 ไร่ ปีหนึ่งเขาก็มีข้าวกิน ที่ไปเยี่ยมไม่มีข้าวกิน มีเพียงไม่กี่เมล็ดต่อรวง เมื่อชาวบ้านแถวนั้นเห็นว่าดีก็ขอให้ช่วย ปีต่อไปก็เป็นสิบ ๆ ไร่ เมื่อปีต่อ ๆ ไปก็เป็น 100 เป็น 200 และขยายออกไปในภาคอื่น ก็ได้เป็นการปฏิบัติตามทฤษฎีและได้ผล

และก็เมื่อเป็นทฤษฎีใหม่นี้ก็มาเข้าเป็นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะคนที่ทำนี้ต้องไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ฟุ้งเฟ้อ แล้วเขียนไว้ในทฤษฎีนั้นว่าลำบากเพราะว่าผู้ที่ต้องปฏิบัตินี้ต้องมีความเพียรและต้องอดทน ไม่ใช่ว่าทำง่าย ๆ บอกว่าทฤษฎีในหลวงและก็ทำไป ทำได้สะดวก และไม่ใช่ว่าทำได้ทุกแห่ง ต้องเลือกที่ แต่ค่อย ๆ ทำไปก็จะสามารถที่จะขยายความคิดของทฤษฎีใหม่นี้ไปได้โดยดัดแปลงทฤษฎีนี้แล้วแต่สถานที่ แล้วแต่สภาพของภูมิประเทศหรืออาจจะช่วยภูมิประเทศโดยที่หาแหล่งน้ำเพิ่มเติมมาทำ

ความจริงทฤษฎีใหม่ที่ปฏิบัติที่สระบุรีนั้นก็คิดล่วงหน้าไปอีก ความจริงที่สระบุรีนั้นได้ตั้งโครงการก่อนที่ตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา อันนี้คล้าย ๆ เป็นโครงการแรกของมูลนิธิและก่อนที่เขื่อนป่าสักได้เริ่มต้น แต่ว่านึกว่าที่ตรงนั้นถ้าหากว่าเขื่อนป่าสักสำเร็จ ซึ่งก็ใกล้จะสำเร็จแล้วจะสามารถนำน้ำมาผ่านใกล้ที่ของทฤษฎีใหม่นั้นได้ ถ้าคลองส่งน้ำผ่านมา ทฤษฎีใหม่นี้ก็สบายเลย เพราะว่ามีโครงสร้างแล้วและทั้งบริเวณซึ่งไม่ใช่เป็นบริเวณของทฤษฎีใหม่เป็นของชาวบ้านทั้งหมดนั้น และทำแบบเดียวกันกับทฤษฎีใหม่ก็อยู่ได้มีกินมากขึ้น

ฉะนั้นถ้าทำโครงการอะไรที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศก็สามารถที่จะสร้างความเจริญได้ให้กับเขตที่ใหญ่ขึ้น เขตที่ใหญ่ลงท้ายก็เต็มประเทศ แต่อย่างนี้จะต้องมีความร่วมมืออย่างดีระหว่างทุกฝ่ายทั้งนักวิชาการ ทั้งนักปกครอง อันนี้ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงหรือทฤษฎีใหม่สองอย่างนี่จะนำความเจริญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียรแล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำได้โดยเข้าใจกันเชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้

นี้ก็มีความคิดไปคนละเรื่องกับการพัฒนา แต่ก็เป็นเรื่องของข่าวที่ฟัง ๆ ดูหรือพวกที่อภิปราย อันนี้ถูกไม่ถูกต้องขออภัยเพราะว่าเกิดความคิดส่วนตัวเวลาฟังเขาทะเลาะกัน คือว่าอันนี้อาจจะเป็นปลีกย่อย แต่ว่าที่เขาพูดถึงคนที่จะเป็นนักธุรกิจส่งนอก เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้เงินบาทแข็งเกินไป แต่ก่อนนี้เงินบาทลอยไปไม่ต้องมีเครื่องบินไม่ต้องมีบอลลูน มันลอยขึ้นไป พวกที่หัวใสในทางเก็งราคาก็เก็งราคาดอลล่าร์ ไปซื้อดอลล่าร์เพราะว่าทราบที่จะลอย ก็ซื้อดอลล่าร์เยอะเลยเขามีเงิน เมื่อลอยก็ขายได้กำไร ถ้าซื้อล้านบาทก็ได้กำไรกลับคืนมา 2 ล้านบาทภายในไม่กี่เดือน อย่างนี้การที่เงินบาทขึ้น ๆ ลง ๆ นี่รู้สึกว่าจะไม่ถูก ถ้าอย่างที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้เงินบาทมีความสม่ำเสมอมีเสถียรภาพ จะอยู่แค่ไหนก็ไม่เป็นไรขอให้มีความมั่นคงคือไม่วูบวาบขึ้นแล้วลงมากเกินไป อยู่ตรงไหนก็ได้ปัจจุบันนี้อยู่แถว 36 มาแตะ 35 บ้าง อย่างนี้ก็เป็นขึ้น ๆ ลง ๆ เพียง 10 สตางค์ 20 สตางค์ อย่างนี้ไม่เป็นไรเพราะว่าลอย แต่ว่าอย่าให้ลอยตุ๊บป่อง

ถ้าเงินบาทอยู่เดี๋ยวนี้อย่างที่เป็นอยู่ นักธุรกิจที่ส่งนอกเขาบอกเขาแย่เพราะว่าจะไม่สามารถที่จะผลิตสินค้าเพื่อที่จะไปขายต่างประเทศ แต่หารู้ไม่ถ้าเงินเรียกว่าเงินบาทแข็ง ผู้ที่ผลิตนั้นไม่ใช่ว่าเขาจะพอเพียง เขาพอเพียง เพียงหรือประเทศก็พอเพียงเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ ต้องสั่งวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของสินค้านั้นจากต่างประเทศ ถ้าหากว่าเงินขึ้นลงบางทีคนที่ไม่เก่งนัก เขาซื้อวัตถุดิบมาในราคาแพงแล้วก็มาขายสินค้าของเขาในราคาถูก คนเหล่านั้นก็ล่มจม แล้วส่วนใหญ่ของเรียกว่านักธุรกิจธรรมดา ๆ เขาก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะขึ้นจะลงก็เลยผิดจังหวะ เขาก็ล่มจม ถึงในวงการธุรกิจเขาบอกว่าล่มจม

แต่ว่าผู้ที่เรียกว่าฉลาดหรือหัวใสเก็งราคา คือรู้ว่ามีขึ้นมีลงก็เล็งเอาตอนที่เหมาะสมซื้อวัตถุดิบมาในราคาถูก ขายในราคาแพง อย่างนี้ควบคุมไม่ได้ก็ทำให้พวกนั้นเขาก็สบาย ความจริงมีคนสบายอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

แต่ว่าถ้าเศรษฐกิจการคลัง อัตราแลกเปลี่ยนไม่วูบวาบเกินไป ทุกคนที่ขยันก็สามารถที่จะทำธุรกิจได้ดี ซึ่งในระยะหลังนี้ มีข่าวทราบข่าวมาว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจดีขึ้น ดีขึ้นเพราะว่าจะเอาเกณฑ์อะไรที่จะบอกเศรษฐกิจดีขึ้น

ถ้าถามกระทรวงการคลังหรือกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่มีใครเชื่อ เขาบอกว่ารัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพาณิชย์นี่พูดอะไรพูดเชื่อไม่ได้ ก็ท่านก็พูดพยายามพูดอธิบายจนกระทั่งท่านไม่พูดแล้ว ท่านพูด ๆ ไม่มีใครเชื่อไม่มีใครฟัง ท่านก็ไม่พูด

แต่ว่าเกณฑ์ที่ได้ถามไม่ใช่รัฐมนตรีไม่ใช่กระทรวง ถามโหราจารย์ คือถามโหราจารย์ไม่ใช่ถามว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ถ้าถามโหราจารย์ว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจดีมากก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะว่าบอกว่างมงายไปฟังโหราศาสตร์ แต่ว่าโหราจารย์นั้นไม่ใช่บอกว่าดีหรือไม่ดี โหราจารย์บอกว่าเดี๋ยวนี้เศรษฐกิจของโหราจารย์นั้นดี ของตัวเองดี ไม่ใช่ของประเทศ ไม่ใช่ของนักธุรกิจ ไม่ใช่ของนักการเมือง ไม่ใช่ของฝ่ายค้าน ไม่ใช่ของฝ่ายรัฐบาล แต่ว่าของตนเองของท่านโหราว่าดี แล้วเกณฑ์ที่บอกว่าดีอย่างไร เพราะว่ามีคนมาขอฤกษ์มากขึ้น เมื่อปีก่อนนี้ท่านโหราจารย์แย่ ไม่มีใครมาขอฤกษ์ เลยไม่มีใครบำรุงกิจการเลย บอกว่าล่มจม แต่ว่ามาระยะหลังนี้มีคนมาขอฤกษ์ ก็หมายความว่าเศรษฐกิจชักกระเตื้อง นี่เป็นเรื่องของเกณฑ์ที่เราจะสามารถที่จะทราบว่าเป็นอย่างไร สถานการณ์เป็นอย่างไร เป็นความคิดความเห็นที่เป็นกลางเพราะว่าเป็นเรื่องของตัวเองของท่านโหราจารย์ เป็นข้อเท็จจริง แล้วก็เถียงไม่ได้

ฉะนั้นมานึกดูว่าถ้าเศรษฐกิจสม่ำเสมอดี มีแต่ขึ้นได้ ฉะนั้นจะต้องรักษาความเป็นอยู่ที่ดีความสถานการณ์ที่ดีต่อไป คือว่าถ้ารักษาอัตราแลกเปลี่ยนที่สม่ำเสมอ ไม่มีปัญหาว่าประเทศชาติจะรอดพ้นจากวิกฤติการณ์ เพราะทำไม วิกฤติการณ์นี้มาจากความฟุ้งซ่านหรือความโลภ ไม่อยากจะพูดว่าความทุจริตเพราะว่าไม่จำเป็นที่จะมีความทุจริตก็แย่ได้เหมือนกัน ยิ่งมีทุจริตก็ยิ่งแย่ เพราะว่าถ้ามีทุจริตใครก็ทำงานอะไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อใคร และก็ผู้ที่จะพยายามทำงานก็ไม่สามารถจะทำงานเพราะกลัวทุจริต

แต่ข้อสำคัญคือถ้าไม่มีความสม่ำเสมอ ผู้ที่เป็นนักธุรกิจหรืออุตสาหกรที่สุจริตไม่สามารถที่จะกะงบประมาณงบของตัวเอง จึงต้องค้ากำไรเกินควรเพื่อที่จะไม่ขาดทุน แต่มีหลายคนที่พยายามที่จะทำงานด้วยความไม่ฟุ้งซ่านและลดความฟุ้งซ่านลงไป

ได้พูดกับนักธุรกิจต่างประเทศ ไม่ใช่ว่าจะต้องไปเชื่อชาวต่างประเทศหรือนักเศรษฐกิจหรือนักเศรษฐศาสตร์ต่างประเทศ บางคนก็เข้าข้างตัวเองจะมาเรียกว่ามาขุดทองในเมืองไทย มีพวกที่เป็นอุตสาหกรผู้ที่เป็นนักธุรกิจต่างประเทศเขาหัวร่อเลยเมืองไทยนี่กำลังวุ่นวาย เขามาเข้ามาขุดทองเพราะเมืองไทยยังมีทอง เมืองไทยยังเป็นสุวรรณภูมิ แต่ว่าของเราเห็นทองแล้วโยนทิ้งเลยไม่ใช้ประโยชน์ ต่างประเทศมาเขาเห็นเราทิ้งเขาก็เก็บ อันนี้เป็นข้อสังเกตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดขึ้นมา

ที่พูดทั้งหมดนี้ฟังแล้วน่ากลุ้มใจ แต่ถ้าดูอีกแง่หนึ่งก็น่าสบายใจเพราะว่าดูได้ว่าถ้าเราปฏิบัติเรียกว่าตรงไปตรงมาด้วยความตั้งอกตั้งใจสักนิดหนึ่ง บอกว่าสักนิดก็พอ ไม่ต้องตั้งอกตั้งใจอย่างเคร่งเครียดมากเกินไปแต่ให้สม่ำเสมอ สม่ำเสมอนี้ก็แบบเดียวกับที่พูดถึงพอเพียง ทุกอย่างสม่ำเสมอทุกอย่าง พอเพียงทุกอย่าง เมืองไทยรอดเพราะโครงสร้างของประเทศหรือนิสัยของประชากรชาวไทย

ประชากรนี่หมายถึงประชาชนที่ในกรุง ประชาชนที่อยู่ในชนบท ประชาชนที่อยู่ชายทะเล ประชาชนที่อยู่บนภูเขา ยังดีคนยังมีจิตใจที่กล้าคิดกล้าทำ ถ้าให้ทำตามคุณสมบัติของคนคือคุณธรรมของคนหรือความดีของคน เมืองไทยสบายไม่ต้องให้ต่างประเทศมาขุดแม้จะมีต่างประเทศมาขุด เขาก็ขุดให้เรา เขาแบ่งให้เราด้วย เราก็แบ่งให้เขา นี่ก็เลยกลายเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสี่ แต่พอเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่หรือมากกว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ด้วยความพอเพียงที่แปลว่าพอประมาณและมีเหตุมีผล อันนี้ก็กลับมาที่เศรษฐกิจพอเพียงก็เลยนึกว่าน่าจะเป็นความคิดที่ควรจะนำไปคิด

มีอีกเรื่องต่างหากจากเรื่องนี้จากเรื่องเศรษฐกิจที่ได้พูดปีที่แล้วและก็ปีนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงไป คือเรื่องอย่างที่ท่านนายกฯ พูดเรื่องภัยพิบัติน้ำท่วม ภัยพิบัติน้ำท่วมปีที่แล้วเกิดขึ้น แต่ปีนี้ไม่เกิดขึ้น กล่าวคือที่จังหวัดชุมพรนั้นอำเภอเมือง ปีที่แล้วน้ำท่วม 2 ครั้งและแต่ละครั้งเสียหายไปประมาณเกือบพันล้าน หมายความ 2 ครั้งก็เสียหายไปเกือบ 2 พันล้าน ปีนี้ก็เสียไปไม่เท่าไหร่เพราะว่าไม่เสียไม่มีน้ำท่วม แต่ว่าเสียสำหรับโครงการที่เล่าให้ฟังว่าไปขุดคลองให้ครบถ้วน คือคลองชลประทานเขาสร้างไว้แล้วขุดไว้แล้วแต่ไม่ทะลุ ถามเขาว่าเมื่อไหร่จะทะลุ ก็บอกอีก 2 ปีตอนนั้นไปปี 40    ปี 41 ปี 42 ก็จะยังท่วมอีกเพราะว่าคลองไม่ทะลุ

จึงได้ทำโครงการให้ทะลุภายในเดือนเดียวก็ทะลุ เงินไม่มีก็ให้ ปีที่แล้วบอกว่ามูลนิธิราชประชานุเคราะห์และมูลนิธิชัยพัฒนาให้ไป จะให้คืนหรือไม่คืนไม่เป็นไร ลงท้ายได้คืน ได้คืนจากประชาชนเองและจากทางราชการ แต่จากประชาชนเขาก็เห็นว่าทำดี เขาก็บริจาค ซึ่งปีที่แล้วก็บ่นว่าชาวชุมพรไม่ยอมบริจาค แต่ปีนี้ยอมบริจาค บริจาคช่วยก็สามารถที่จะทำโครงการเพิ่มเติมจากการป้องกันน้ำท่วม เพิ่มเติมสำหรับการทำเกษตรที่ปลอดภัยและพอเพียง โดยใช้เงินที่เขาคืนมา มาทำกองทุน กองทุนเพื่อช่วยกันเพื่อให้เกษตรเป็นกลุ่ม ๆ ทำการเพาะปลูกได้

ก็เลยได้ติดตาม น้ำปีนี้มีตอนหนึ่งถ้าวัดในจุดหนึ่งได้ระดับเท่านั้น ๆ ปีนี้สูงกว่าปีที่แล้ว แต่ผ่านโครงการมาแล้วทำให้ที่ที่ท่วมไม่ท่วม เพราะน้ำนั้นสามารถที่จะมาอยู่ในแก้มลิง

อย่างปีก่อนอธิบายเรื่องแก้มลิง แก้มลิงของเรานี่ที่จริงเป็นแก้มลิงธรรมชาติ แต่ว่าต้องปรับปรุงให้ดีและบริหารให้ดี ลิงตัวนี้ตัวโตก็สามารถที่จะเก็บไว้ได้พอดี บริหารดีแล้วไม่ท่วม

ปีนี้คนที่อยู่ข้างนอกทางที่รถตะกี้ไปผ่านมา ใกล้ที่เดินผ่าน คนที่นั่งอยู่ลองหันหลังไปดู มีกรงลิงและมีลิงอยู่ในนั้น ปีก่อนนี้ถามว่าเคยเห็นลิงมั๊ยที่กินกล้วย ก็ดูไม่มีใครได้เห็น ถึงเอาลิงมาให้ดูเลย อยู่ในกรงหันหลังไปดูหน่อย ลิงนี้เวลาให้กล้วยให้เงาะ มันกินใส่ปากแล้วเก็บไว้ในแก้ม ก็เลยเป็นแก้มลิง แล้วหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ กลืน

น้ำที่อยู่ในแก้มลิงหนองใหญ่ที่ชุมพรก็เป็นอย่างนั้น น้ำเข้ามา ๆ แล้วก็ค่อยปล่อยออกไป เป็นอันว่าเมื่อเข้ามาเก็บเอาไว้ น้ำนั้นก็ไม่มาหนุนท่วมเมืองชุมพร และก็เมื่อน้ำลดลงมาก็ปล่อยออก ลิงนี้ก็เหมือนกันได้พยายามถ่ายรูปลิงที่กินกล้วย แต่ว่าตอนนั้นลิงนี้ไม่ได้อยู่ตรงนี้อยู่ที่ข้างสระกลม แล้วก็ไปถ่ายรูป ให้ถั่วลิสงมันก็เอาเข้าปาก แก้มลิงก็ตุ่ยแต่ถ่ายไม่ทัน ถ่ายไม่ได้เพราะว่ามีลูกกรง ทำให้รูปไม่ชัด แต่ปีนี้คราวนี้มีอยู่ในกรงนี้ อาจจะสามารถที่จะถ่ายรูปลิงและแก้มของเขาให้เห็นชัด แต่ว่าท่านทั้งหลายที่ได้ยินที่ฟังเมื่อปีที่แล้วเรื่องแก้มลิง คงได้ไปดูที่เขาดินและไปดูลิงเขากินกล้วยกินเงาะ ก็คงได้เห็นแก้มลิงมาแล้วเพราะว่าสนใจเรื่องลิงขึ้น

ก็ตอนนี้เล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่พูดเมื่อปีที่แล้วและที่นายกฯ ได้มาบอกว่าเป็นสิ่งที่ได้ปฏิบัติมา ฉะนั้นก็คงสมควรแก่เวลาที่จะให้ท่านทั้งหลายไปพักผ่อนได้ เพราะว่าวันนี้ท่านมาในบัญชีที่ตะกี้บอกสองพันกับเก้าคน ก็ไม่รู้ว่าครบไม่ครบ เพราะว่าคนที่จริงเดิมสองพันกับเจ็ดคน แต่มีคนมาเพิ่มเติมอีก 2 คน ก็เป็นสองพันกับเก้าคน คงอยากให้มีเลขที่เป็นมงคล สองพันกับเก้าคน ก็ขอขอบใจทุกคนทั้งสองพันกับเก้าคนที่มาให้พรและให้เป็นกำลังใจให้สามารถที่จะอยู่ได้ และก็ขอให้กำลังใจนี้สะท้อนกลับไปแต่ละคน เพื่อที่จะปฏิบัติงานได้เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ใครทำอะไรมีหน้าที่อะไรขอให้ทำอย่างดีและช่วยกันร่วมมือกันทำเพื่อความสงบสุขและเจริญของทั้งประเทศและประชาชน

---------------------------------------------------------------------------

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ลิ้งค์แนะนำ

อ่านต่อ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 20/08/2012 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

สุดยอดเลยค่ะ กระทู้นี้ เยี่ยมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chainoy70 วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 06.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ขอบคุณครับคุณครูไทยใจเกินร้อย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chainoy70 วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 06.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ขอบคุณครับคุณ Payont ไม่รู้ว่าประเทศเราจะต้องทบทวนตัวเองรึปล่าว ที่มุ่งเน้นให้มี GDP สูง ๆ ตามชาติตะวันตก แต่ลืมนึกถึง GHP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมความผาสุกของชาติ) อย่าลืมว่าทฤษฎีเศรษฐกิจของชาติตะวันตกที่ฝังอยู่ในหัวของนักเศรษฐศาสตร์บ้านเรา เริ่มส่อแววล้มทั้งกระดานเมื่อเกิดปัญหาซับไพร์มในสหรัฐ เพราะมุ่งเน้นแต่ผลกำไรเป็นที่ตั้ง และระบาดมาถึงยุโรปที่ยังคงแก้ไขปัญหาไม่ได้จนถึงปัจจุบัน การเกิดปรากฏการณ์ “Occupy Wall Street” หรือ “การยึดครองวอลล์สตรีท” ก็มองให้เห็นว่าการล้มบนฟูกของสถาบันการเงินโดยมีรัฐเข้าไปอุ้ม เป็นสิ่งเลวร้ายที่ผู้คนรับไม่ได้ เหมือนไทยที่เคยเกิดปัญหาเมื่อปี 2540

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 09/12/2011 เวลา : 06.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธจ้า
Bgครูไทยใจเกินร้อย
...................................
คุณchainoy70
ทุกคนบนผืนแผ่นดินแห่งความดีงามภายใต้ร่มพระบารมี
ควรน้อมนำพระราชดำรัสไปปฏิบัติในชีิวิตประจำัวันเพื่อความอยู่ดีกินดีมีสุขตลอดไปครับ
ด้วยความขอบพระคุณยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Payont วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

คนกิเลสหนาไม่ชอบเศรษฐกิจพอเพียง ปั่น GDP กันใหญ่

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chainoy70 วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ยินดีเลยครับคุณพี่ภาณุมาศ_ทักษณา เป็นจุดประสงค์ที่อยากให้เผยแพร่เยอะ ๆ เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ในเว็บไซด์เจ้าพระยา

Chaoprayanews.com ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chainoy70 วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ขอบคุณครับลุงวอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลุงวอ วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chainoy70 วันที่ : 08/12/2011 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

สวัสดีครับ ค่อย ๆ อ่านนะครับ อยากให้นำไปเผยแพร่ให้เด็ก ๆ รุ่นหลังได้รับทราบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน