*/
  • คนเมืองพระชนกจักรี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-05-02
  • จำนวนเรื่อง : 1064
  • จำนวนผู้ชม : 2728025
  • จำนวนผู้โหวต : 1275
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1275 คน
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


"เบนซ์ ท่าทราย" แฉเรื่องส่วยยาเสพติด คุณเชื่อหรือไม่?
เชื่อ
11 คน
ไม่เชื่อ
0 คน

  โหวต 11 คน
วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2557
Posted by คนเมืองพระชนกจักรี , ผู้อ่าน : 9077 , 13:52:53 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

การพิมพ์ธนบัตรของแต่ละประเทศในโลกใบนี้ สมัยก่อนจะต้องมีทุนสำรองเป็นทองคำ

เป็นตัวประกัน แบบว่ามีทองคำเท่าไร ก็พิมพ์ธนบัตรมาใช้ได้เท่านั้น

 

ปัจจุบันไทยเราใช้ทุนสำรองเงินตรา เป็นสินทรัพย์ที่หนุนหลังธนบัตรออกใช้ จะต้องรักษาและ

กันไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในค่าของธนบัตรและเป็นหลักประกันว่า

การออกใช้ธนบัตร มีขอบเขตอยู่เท่ากับสินทรัพย์ที่จะมาเป็นทุนสำรองเงินตรา

 

ลองมาดูว่าทุนสำรองเงินตราของบ้านเราประกอบด้วยอะไร (ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย)

ทุนสำรองเงินตราตามพระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช 2501 มาตรา 30 ประกอบด้วย

1. ทองคำ

2. เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่พึงเปลี่ยนได้ หรือเงินตราต่างประเทศอื่นใดที่กำหนด

โดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ ต้องเป็นรูปเงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักร หรือในสถาบันการเงิน

ระหว่างประเทศ

3. หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ในข้อ 2.

4. ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงิน ทั้งนี้ ที่นำส่งสมทบทุนกองทุนการเงิน

5. ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง

6. ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน

7. หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศที่ระบุไว้ในข้อ 2.

หรือเป็นบาท

8. ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับช่วงซื้อลดได้ แต่ต้องมีค่ารวมกัน

ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนธนบัตรออกใช้

สินทรัพย์ตาม ข้อ 1  2  3  4  5 และ 6 นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้ให้มี

ค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อย ละหกสิบของมูลค่าธนบัตรออกใช้

 

ตอนนี้ลองมาดูกันว่าประเทศไหนกันหนอที่พิมพ์แบงค์ออกมาใช้ได้ไม่จำกัดจำนวน

(แบบไม่เกรงใจชาวโลก)

 

ตามที่ทราบกันแล้วว่าสมัยก่อนจะพิมพ์ธนบัตรออกใช้ได้ จะต้องมีทองคำอย่างเดียวเท่านั้น

เป็นทุนสำรอง 100% ประเทศอังกฤษนับเป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรฐานทองคำ ประกาศใช้ใน

ปี ค.ศ. 1821 ทำให้เงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษเป็นเงินตราสกุลหลักที่มีเสถียรภาพและ

ทรงมูลค่ามากที่สุดในยุคนั้นเพราะว่าใช้ทองคำบริสุทธิ์หนุนไว้ในการผลิตธนบัตร แต่ละประเทศ

ก็พยายามรักษาเสถียรภาพและคุณค่าของเงินตราประเทศตนเองไว้ และในหลาย ๆ ประเทศ

เริ่มประกาศใช้มาตรฐานทองคำแบบเช่นอังกฤษในช่วงปี 1876 ในช่วงนั้นแต่ละประเทศก็ใช้

ทองคำหนุนหลัง 100% ดังเช่นอังกฤษเป็นต้นมา



หลังจากนั้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐซึ่งเป็นมหาอำนาจในสมัยนั้นจากผู้นำในการ

ชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทำให้สหรัฐเป็นผู้นำของโลกนับแต่นั้นมา อำนาจในมือของสหรัฐ

ล้นเหลืออย่างหาที่สุดไม่ได้ จนกระทั่งปี 1971 ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐ

ได้ออกมาประกาศยกเลิกการใช้ทองคำหนุนหลังธนบัตร



การประกาศยกเลิกนั้นทำให้สหรัฐเป็นเพียงชาติเดียวที่สามารถพิมพ์ ธนบัตรออกมาเป็น

ปริมาณเท่าใดก็ได้ และในปี 2008 เกิดวิกฤติอสังหาแตกในสหรัฐ และ FED ก็ได้พิมพ์เงิน

ดอลล่าออกมาใช้มากกว่าระดับปกติถึง 3 เท่าตัว เพื่อเป็นเครื่องมือในการแทรกแซงเศรษฐกิจ

เพราะรัฐบาลเองประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถใช้นโยบายการคลังอุ้มได้แล้ว

 

 

 

ตั้งแต่มีการตั้ง FED ในปี 1913 และประธานาธิบดีนิกสันยกเลิกผูกเงินดอลล่ากับทองคำ

ในปี 1971  FED เองก็มีหน้าที่ในการควบคุมการผลิตเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบ

เศรษฐกิจสหรัฐและจะเห็นว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาภาวะเงินเฝืดก็แทบไม่เคยปรากฏในระบบ

เศรษฐกิจสหรัฐอีกเลย และด้วยเงินดอลล่าคือสกุลเงินหลักของโลก ทำให้ภาวะข้าวของแพง

ระบาดหนักไปทั่วโลก และมันเป็นจุดเริ่มความล่มสลายของระบบเศรษฐกิจสหรัฐในทศวรรษ

หน้า



จากคอลัมน์ เดินคนละฟาก  โดย กมล กมลตระกูล  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 13 ธันวาคม

พ.ศ. 2550 กล่าวว่า



การซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกกำลังจะเปลี่ยนไปใช้เงินตราสกุลอื่น เช่น ยูโร หรือเยน

ที่เกิดจากการผลักดันของประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา และล่าสุด ในการประชุม

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหรือโอเปก (OPEC) ครั้งที่ 146 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่เมืองอาบู ดาบี

ประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ผ่านมานี้ อิหร่านได้กระโดดเข้ามาผลักดันแนวคิดนี้

อย่างจริงจังโดยเสนอให้ตั้งธนาคารโอเปกขึ้นมา และให้เลิกซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกด้วยเงิน

ดอลลาร์ทำไมการเลิกใช้เงินดอลลาร์เป็นการคุกคามเศรษฐกิจสหรัฐ



ปีที่แล้วสหรัฐขาดดุลบัญชีเดินสะพัด (current account deficit) $811 พันล้านเหรียญ

- 8.11 ล้านล้านเหรียญ หรือ 6% ของจีดีพี ตัวเลขนี้ คือ รายจ่ายที่มากกว่ารายรับ



การที่อเมริกาเป็นประเทศเดียวที่สามารถขาดดุลชำระเงินและขาดดุลการค้าได้มากขนาดนี้

หรือเรียกว่า "การขึ้นรถฟรี (free rider)" ก็เพราะได้ใช้อิทธิพลทำข้อตกลงกับกลุ่มประเทศ

โอเปกเมื่อปี 1971 ให้การซื้อขายน้ำมันโลกใช้เงินดอลลาร์เพียงสกุลเดียว



ข้อตกลงนี้ทำให้ทุกประเทศที่บริโภคน้ำมัน ต้องสะสมเงินดอลลาร์เพื่อใช้ในการซื้อน้ำมัน

เข้าประเทศ และการซื้อขายน้ำมันโลกร้อยละ 85 ซื้อขายกันนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

และหมุนเวียนกันอยู่ภายนอกอเมริกา



ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกลางสหรัฐจึงสามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาได้อย่างไม่จำกัด

(ตามข้อตกลงของไอเอ็มเอฟ โดยที่ไม่ต้องมีทองคำมาสำรองตามจำนวนที่พิมพ์ออกมา)

และไม่ต้องหวั่นว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นภายในประเทศ



เงินที่พิมพ์ออกมานี้ก็คือเงินที่ใช้ในการซื้อสินค้าหรือจ่ายหนี้ให้ประเทศที่สหรัฐนำเข้าสินค้า

มาตรฐานชีวิตคนสหรัฐจึงสูงที่สุดในโลก เพราะพิมพ์เงินออกมาซื้อฟรี กินฟรีสินค้าจาก

ทั่วโลกหรือลงทุนในประเทศอื่น ๆ เพื่อหากำไรส่งกลับเข้าประเทศ ประเทศที่ขายสินค้าให้

สหรัฐก็นำเงินดอลลาร์มาเป็นเงินสำรอง หรือนำมาไว้ใช้ซื้อน้ำมันมาบริโภค และเพื่อนำเข้า

มาผลิตสินค้าไว้ขายสหรัฐต่อไปเป็นวงจร



หรือไม่ก็นำมาซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasury Bonds) ซึ่งก็คือ นำเงินที่ขาย

สินค้าได้ดุลมาให้สหรัฐที่เป็นผู้บริโภคกู้เพื่อนำมาซื้อ สินค้ากลับไปกินไปใช้ใหม่ (recycle)



ตัวเลขในปี 2007 จีน ถือพันธบัตรอเมริกันไว้ทั้งสิ้น 396.7 พันล้านเหรียญ หรือเกือบๆ 4

แสนล้านเหรียญ ส่วนญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของอเมริกา คือ 582.2 พันล้านเหรียญ

หรือเกือบ 6 แสนล้านเหรียญ



ประเทศผู้ขายน้ำมันก็นำเงินดอลลาร์มาขายในตลาดเงิน - Foreign Exchange Markets

(Forex) เช่น ที่ลอนดอน หรือนิวยอร์ก สิงคโปร์ ให้ประเทศที่ต้องการบริโภคน้ำมันซื้อไปเพื่อ

ใช้ซื้อน้ำมันต่อไป เงินดอลลาร์จึงหมุนเวียนอยู่ภายนอกอเมริกาเป็นเช่นนี้มาหลายสิบปีติดต่อ

กันมา



แต่วงจรนี้กำลังจะถูกทำให้สะดุด และสหรัฐจะยอมไม่ได้ เพราะว่าถ้าปล่อยให้มันเกิดขึ้น

หนี้สินจำนวน 8.11 ล้านล้านเหรียญที่สหรัฐเป็นหนี้ชาวโลก ก็ต้องหามาจ่าย และสหรัฐก็ไม่มี

เงินนี้จ่ายนอกจากจะต้องขายทรัพย์สิน หรือบริษัทไปสักครึ่งประเทศ



ประธานาธิบดีซัดดัมแห่งอิรักบังอาจท้าทาย ความเป็นอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของสหรัฐ

โดยขายน้ำมันของตน ด้วยเงินยูโรแทนดอลลาร์ ในปี 2000 และเปลี่ยนเงินสำรองประเทศ

ของตนเป็นยูโรด้วย ทำให้หลาย ๆ ประเทศ ที่ซื้อน้ำมันจากอิรักต้องเปลี่ยนตามไปด้วย



ความต้องการ (demand) ดอลลาร์ในตลาดโลกจึงทะยอยลดลง ในปี 2002 เงินดอลลาร์

มีค่าลดลงร้อยละ 18 พอถึงปี 2003 สหรัฐจึงบุกอิรัก โดยอ้างว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ (อิหร่าน

อาจจะโดนเช่นเดียวกัน) จากนั้นก็เปลี่ยนการซื้อขายน้ำมันของอิรักจากเงินยูโรกลับมาเป็น

เงินดอลลาร์ใหม่



อิหร่านเริ่มยุติการซื้อขายน้ำมันของตนจากเงินดอลลาร์มาเป็นเงินยูโรแทน เมื่อปี 2003

และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ค่าเงินดอลลาร์ก็ลดลงแล้วถึงร้อยละ 30 ในวันนี้ ตามหลักความ

ต้องการซื้อ (demand) และความต้องการขาย (supply) เมื่อความต้องการซื้อลดลง

ราคาของสิ่งนั้นก็ลดตามด้วย



การแก้เกมของสหรัฐคือ การปั่นราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้นเพื่อสร้างความต้องการซื้อดอลลาร์

ให้อยู่ในระดับเดิม ทุกวันนี้ราคาน้ำมันจึงพุ่งทะยานขึ้นเกือบแตะ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

แล้ว ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผล สหรัฐอาจจะตัดสินใจโจมตีอิหร่านเหมือนเช่นที่ทำกับอิรักด้วยเหตุผล

เดียวกันคือกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยใช้ยุทธวิธี "โจมตีก่อนแล้วพิสูจน์ทีหลัง"

(pre-emptive strike)



อย่างไรก็ตามอิหร่านเป็นประเทศใหญ่กว่าอิรักมาก มีประชากรมากกว่า ถ้าสหรัฐโจมตี

และเข้ายึดครอง ก็อาจจะเป็นสงครามยืดเยื้อกว่าสงครามอิรัก และอาจจะต้องลงทุนด้วยชีวิต

ทหารสหรัฐมากกว่าอิรักอีกหลายเท่า



คนสหรัฐจำนวนมากจึงไม่เห็นด้วย รวมทั้งสมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่รัฐบาล

และสื่อมวลชน ดังนั้นจึงมีรายงานวิจัย เผยแพร่ออกมาว่าอิหร่านได้ยุติการพัฒนาอาวุธ

นิวเคลียร์มาแล้วตั้งแต่ปี 2003 เพื่อป้องกัน ไม่ให้ประธานาธิบดีบุชโจมตีอิหร่านเสียก่อน

แล้วพิสูจน์ทีหลัง



ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ก็ยุติการขายน้ำมันของตนด้วยเงินดอลลาร์ไปแล้ว แต่ขายเป็น

เงินยูโรแทน ดังนั้นโอกาสที่ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่ากลับมามีอิทธิพลในตลาดเงินโลกเหมือน

เดิมจึงมีโอกาสน้อย หรือเป็นไปไม่ได้เลย



สถานการณ์ข้างต้นเป็นสัญญาณขาลงของอภิมหาอำนาจที่ครองความเป็นเจ้ามาเป็นเวลา

เกือบ60 ปี ซึ่งสั้นกว่ายุคล่าอาณานิคมที่ยาวนานเป็นร้อยปี



ปัจจุบัน FED มีแผนจะหยุดพิมพ์เงินเข้าระบบเศรษฐกิจเมื่อเห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว

... แต่สัญญาณที่ว่ามันยังเลือนลางมาก ล่าสุดมีการรายงานข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า

รัฐบาลจีนกำลังจะเลิกใช้เงินดอลล่าเป็นสกุลอ้างอิงและใช้ทองคำเป็นมาตรฐาน หนุนหลัง

เงินหยวนเพื่อปฏิวัติระบบการเงินโลกใหม่....



จีนจะเปลี่ยนโลกได้ ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจจีนเชื่อมโยงกับโลกมากพอ แล้ววันนั้นโลกจะใช้

เงินหยวนเป็นทุนสำรองของทุกชาติอัตโนมัติ เพราะทุนสำรองเป็นที่เก็บสินทรัพย์เพื่อการค้า

ระหว่างประเทศ ดังนั้นเมื่อทุกประเทศค้าขายกับจีนมากขึ้น เงินหยวนจะครองโลกเอง



เมื่อจีนเป็นใหญ่ ระเบียบโลกใหม่จะเปลี่ยน

 

(ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.bot.or.th, http://deerfreedom.blogspot.com)

.........................................................................................................................................................

วิษณุ โชลิตกุล

14 ตุลาคม 2516 คนไทยจำนวนมาก เลือกจะจำว่ามันเป็นวันสำคัญแห่งการลุกขึ้นโค่น

อำนาจเผด็จการทหาร แต่สำหรับชาวโลก มันเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มชาติส่งออกน้ำมันหรือ

โอเปก (OPEC) แสดงพลังครั้งแรกในโลกให้รู้ฤทธิ์ของคาร์เทลเศรษฐกิจที่สามารถสั่นคลอน

โลก ได้ในระหว่างวันที่ 6-25 ตุลาคม 2516


พลังขับเคลื่อนครั้งนั้นของโอเปก ได้สร้างปรากฏการณ์ วิกฤตน้ำมันครั้งแรกของโลก

และเป็นจุดเริ่มต้นให้โลกรู้ว่า น้ำมันปิโตรเลียมนั้นไม่ได้มีเหลือเฟือ แต่เป็นสินค้าที่ขาดแคลน

ได้ ทำให้โลกทรรศน์ของมนุษย์ในเรื่องพลังงาน ได้เปลี่ยนไปอย่างที่ไม่หวนกลับคืนได้อีก


พลังของโอเปกที่เป็นตำนานมา 40 ปีนี้ ทำให้พลังของชาติอาหรับ และสิ่งที่เรียกว่า

ปิโตรดอลลาร์หรือ เงินดอลลาร์สหรัฐในกำมือของชาติสมาชิกโอเปก เป็นพลังที่ไม่สามารถ

ปฏิเสธได้ และได้รับการพิจารณาในฐานะแหล่งทุนใหญ่โลกที่สามารถขับเคลื่อนทิศทางอย่าง

มีนัยสำคัญ


พลังของปิโตรดอลลาร์ อาจจะทำให้โลกตกตะลึงก็จริง แต่เบื้องหลังของความยิ่งใหญ่นั้น

ได้ซ่อนความอ่อนแอของโอเปกในลักษณะทาสที่ปล่อยไม่ไปพร้อมกันไปด้วย ความอ่อนแอ

ที่ว่านั้นคือการที่โอเปกไม่สามารถจะหาเงินสกุลอื่นมาทำการค้าน้ำมันทดแทนดอลลาร์สหรัฐ

ได้ด้วยเหตุผลบางประการ


40 ปี แห่งพลังของโอเปก จึงเป็นพลังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่กำลังทำให้โอเปกนับวันจะอ่อนแอ

และถูกลดบทบาทไปต่อเนื่องในอนาคต


จุดเริ่มต้นของปัญหาของโอเปก เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐถูกแผลของสงครามเวียดนาม

และการใช้จ่ายเงินเกินตัวจากนโยบายประชาชนนิยม Great Society programs

ในคริสต์ทศวรรษ 1960 ทำให้จำต้องฉีกข้อตกลงเบรตตัน วูดส์ใน ค.ศ. 1971 ซึ่งทำให้

เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนนานหลายปีเพราะระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ถูกเลิก หันมาใช้ระบบ

อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแทนตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน


ในกระบวนการฉีกข้อตกลงเบรดตัน วูดส์ในสมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันนั้น สหรัฐไม่ได้

มีแผนเดียว แต่ยังมีแผนสองตามมาอีก เพื่อวางแผนทำให้ค่าดอลลาร์ของตนเองสูงเกินจริง

อย่างแยบยลไว้ล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่เพิ่งจะมาบรรลุผลเอาเมื่อมีการก่อตั้งกลุ่มประเทศ

ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าขาออก หรือโอเปก


ผู้นำสหรัฐเจรจาทางลับกับซาอุดีอาระเบีย ผู้นำชาติโอเปก ต่อรองว่า หากซาอุดีอาระเบีย

ผลักดันอย่างจริงจังให้การซื้อขายน้ำมันทั่วโลกจากโอเปก ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก

สหรัฐยินดีที่จะตอบแทนโดยสนับสนุนทางอำนาจให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียมั่นคงถึงที่สุด


ข้อตกลงดังกล่าว เริ่มการเจรจามาตั้งแต่ ค.ศ.1971 แต่มาบรรลุผลเมื่อ ค.ศ. 1973

ก่อนโอเปกจะทำการสำแดงพลังขึ้นราคาน้ำมันสร้างวิกฤตพลังครั้งแรก ผลลัพธ์ที่ตามมา

นอกจากวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกแล้ว ยังทำให้ปริมาณเงินดอลลาร์ที่หมุนเวียนมีค่าสูงกว่า

ความเป็นจริง เพราะกลายเป็นเงินสกุลหลักของโลกในระบบการค้าน้ำมัน ทั้งการตั้งราคา

และการชำระเงิน เพราะชาติที่ส่งออกน้ำมันจะต้องเข้ามาพยุงให้ค่าดอลลาร์สูงเกินจริงเพื่อ

รักษาความมั่งคั่งของตนเองเอาไว้ไม่ให้เสื่อมค่าลงไป


การปกป้องค่าดอลลาร์สหรัฐอย่างชาญฉลาด ทำให้เงินเลวกลายเป็นเงินดีเช่นนี้

อธิบายปรากฏการณ์เพิ่มเติมว่าเหตุใดรัฐบาลสหรัฐจึงต้องการควบคุมสถานการณ์

ทางการเมืองในตะวันออกกลางอย่างเข้มงวด โดยมีอิสราเอลเป็นหมากสำคัญในการเดิน

เกมธุรกรรมของน้ำมันปิโตรเลียมทั้งหมด ถูกซื้อขายในรูปดอลลาร์เป็นสิ่งที่ชาติสมาชิก

โอเปกเองก็ไม่พอใจ เช่น อิหร่าน หรือลิเบีย แต่ความพยามยามใดๆ ที่จะพยายามให้โลก

หันมาซื้อขายน้ำมันด้วยเงินสกุลอื่น เช่น ยูโร ก็ได้ผลไม่ยั่งยืน


ค่าดอลลาร์สหรัฐที่ควรจะดิ่งลงเพราะปัญหา 3 ขาดดุลเรื้อรัง (ขาดดุลงบประมาณ

ขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด) จึงยังคงทานทนรับความท้าทาย

ทั้งที่หากประเมินตามพื้นฐานแล้ว ค่าดอลลาร์ควรจะต่ำกว่าระดับปัจจุบัน 30%

 

(ที่มา : บางส่วนจากบทความ พลวัตปี2013: 40 ปีโอเปก InfoQuest News)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Hiriotappa วันที่ : 05/07/2014 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

เท่าที่ทราบตอนนี้มีหลายโครงการที่รัสเซียกับจีนกำลังสร้างให้เกิด แต่ภายในจริงๆแล้วก็มีปัญหาเช่นเดียวกันเพราะเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเปืดตัวกว้างเกินไปที่จะกลับไปอยู่กันสองต่อสองหรืออยู่กินกับแบบลับๆ ซึ่งนั่นคงเกิดผลเสียพอสมควรหากจะเน้นเงินทั้งสองสกุลขึ้นมาแทนสกุลเดิมๆ ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าน่าจะเป็นตาอยู่ เพระาหากทั้งสองฝ่ายมีปัญหาลักษณะนี้ก็ยากจะร่วมทางการลงทุน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Hiriotappa วันที่ : 05/07/2014 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ปัญาหาในจีนยังมีอยู่เยอะ เพราะถ้าประเทศเราเป็นหมู่เกาะที่อยู่ของเราดีๆ หรือ เป็นประเทศเล็กๆหรือปานกลางแล้วจู่ๆมีอันธพาลจากจีนมาบอกว่าพื้นที่ประเทศเราส่วนนั้นเป้นของเขา คงจะมีหลายๆรายกลัวไปตามๆกันเช่นกันว่าประเทศตัวเองจะไม่ปลอดภัย ซึ่งพบว่าทางอีกฝั่งของประเทศไม่มีทีท่าเช่นนั้น เพราะไปๆมาๆจริงๆแล้วมันกลายเป็นปัญหาระหว่าง การค้ามนุษย์ และ มะกัน ไปเสียฉิบ แต่เรื่องดังกล่าวทำให้คนที่อยู่ตรงกลางเสียหายกันไปตามๆกัน ที่บอกว่่าค้ามนุษย์นั้นหมายถึงเสรีภาพ หรือ อะไรๆของประเทศที่ไม่ใหร่คงจะลดลงถ้าเกิดผู้นำเกิดมีปัญหากับประเทศเราเน้นๆ แย่งดินแดน หรือ อื่นๆที่เป็นผลได้ หรือ ถูกนำพาให้เป็นที่เกลียดชังนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Hiriotappa วันที่ : 05/07/2014 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ช่วงที่เกิดวิกฤตน้ำมันนั้นเหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าประเทศแถบตะวันออกกลางนั้นร่ำรวยทรัพยาการธรรมชาติก็จริง แต่ด้านการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจลักษณะนี้ในตลาดโลกนั้นยังต้องพึ่งชาติที่เจริญกว่าอยู่มาก นั่นเป็นเหตผลให้การรวมกลุ่มไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสงครามการเมืองและสงครามระหว่างประเทศมีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ถ้าไม่นำเอาชาติอื่นไปเกี่ยวพันด้วยโอกาสจะถูกรังแก หรือ กัดกันตายไปเองก็มีสูง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Hiriotappa วันที่ : 05/07/2014 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

จุดอ่อนของสิ่งที่กล่าวมาคือเรื่องของการเมืองการปกครอง หากถามว่าอำนาจทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมือไปอยู่ฝั่งจีนและรัสเซียได้ง่ายๆไหมนั่นย่อมไม่ง่าย เพราะระบบการปกครองที่แตกต่างกันย่อมมีผลกับเศรษฐกิจ แต่ไม่มีผลกับเศรษฐศาสตร์ ความมั่นใจในการลงทุนของประเทศอื่นๆที่มีกับประเทศทุนนิยมย่อมมีมากกว่าแบบตรงข้าม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจทำให้อำนาจต่อรองของมะกันลดลง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 05/07/2014 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

อยากร้องเพลง "เงินตัวเดียว คือพระเจ้า"ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 04/07/2014 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

พักหลังเป็นอย่างหลังมากกว่าแล้วครับ ไปที่ไหนเละที่นั้น ทิ้งปัญหาไว้ค่อนโลกแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 04/07/2014 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ความคิดเห็นที่ 2
BlueHill
....................
นั่นแหละครับคือมาตรฐานของโลกในทัศนคติของพวกมะกัน "ผลประโยชน์มาก่อน" การเปิดหน้าท้าทายของรัสเซียและจีนในการใช้เงินสกุลหยวน-รูเบิล ระหว่างการค้าของสองประเทศ การระงับการขายแก๊สธรรมชาติให้ยูเครนของรัสเซีย แต่ขายให้จีน ส่งผลให้ชาติต่าง ๆ ในยุโรปต้องหันมาง้อซื้อแก๊สจากจีนในราคาแพงขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นเกมส์การเมืองระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกครับท่าน บก.

ความคิดเห็นที่ 2 คนเมืองพระชนกจักรี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 04/07/2014 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สหรัฐทำได้ทุกอย่างครับ
กระทั้งเปลี่ยนแปลงกฎการสำรองทองคำเพื่อพิมพ์ธนบัตร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนเมืองพระชนกจักรี วันที่ : 04/07/2014 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

ต้นเหตุแห่งปัญหา มะกันจอมโลภ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน