• สหวา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : fahkwang19@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 335
  • จำนวนผู้ชม : 155371
  • ส่ง msg :
  • โหวต 241 คน
ฟ้ากว้างกลางน้ำ
เที่ยว-กิน ไลฟ์สไตล์ จิปาถะ กับ เรื่องราวที่อยากบอก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyakorn
วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม 2560
Posted by สหวา , ผู้อ่าน : 795 , 15:50:49 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เป็นคำถามโลกแตกทุกครั้งเมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว “เที่ยวไหนดี” หลายคนคงวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้า เพื่อดื่มด่ำรับบรรยากาศลมหนาวที่กำลังเข้ามาแทนช่วงฤดูฝน เตรียมพร้อมแผนการเดินทางท้าลมหนาวชมทะเลหมอกบนยอดภูดอยกับคนพิเศษ และสำหรับใครที่เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองไว้แล้วว่า “หนาวนี้ไปเที่ยวไหนดี” วันนี้เรามี 8 สถานที่เที่ยวรับลมหนาวส่งท้ายปี 2017 แต่ยังไม่มีไอเดีย มีที่ไหนกันบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

1.)     ดอยแม่ตะมาน (ป่าเกี๊ยะ) อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ดอยตะมาน หรือ ป่าเกี๊ยะ (แปลว่าต้นสน) ตั้งอยู่ใน อ.เชียงดาว เป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งหลายคนที่เคยมาตามล่าดอกพญาเสือโคร่ง สถานที่แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเพราะมีฉากหลังเป็นดอยเชียงดาวที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้มาเยือน เพราะธรรมชาติโดยรอบยังคงสมบูรณ์มีความเขียวขจี โอบล้อมไปด้วยภูเขา ที่สำคัญในตอนเช้าคุณจะได้พบกับทะเลหมอกขาวนวลพร้อมพระอาทิตย์แสงสีทอง ความสวยงามเกินจะบรรยายนี้บอกได้เลยว่าต้องไปเห็นกับตาสักครั้ การเดินทาง:เนื่องจากเป็นเส้นทางค่อนข้างเอาเรื่องพอตัวสามารถนำรถยนต์ใต้ท้องสูงหรือมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปได้เท่านั่น 

2.)  ม่อนพูนสุดา อุทยานแห่งชาติแม่เมย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

ม่อนพูลสุดาเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกในหุบแม่น้ำเมยที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก และยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกในบริเวณใกล้ๆ กันอีก 2 แห่งคือ ม่อนกิ่วลมและม่อนครูบาใส สำหรับม่อนพูลสุดาขึ้นชื่อเรื่องการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกและพระอาทิตย์สีเหลืองทอง การเดินทาง: แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานฯ แม่เมยทั้ง 3 จุด สามารถเดินทางเข้าไปชมความสวยงามของธรรมชาติได้อย่างสะดวกโดยรถยนต์ เข้าถึงแทบทุกจุด

3.) จุดชมวิวดอยบ่อ (ทะเลหมอกยะฟู) อ.เมือง จ.เชียงราย 

จุดชมวิวดอยบ่อ (ทะเลหมอกยะฟู) ห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายเพียง 22 กม. เป็นหมูบ้านที่ยังคงวิถีชีวิตในแบบดั่งเดิม จุดชมวิวดอยบ่อ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ  945    เมตร จุดชมวิวแห่งนี้มีลานกว้างขวางโดยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองเชียงรายได้อย่างชัดเจน และจุดชมวิวแห่งนี้ยังมองเห็นทะเลหมอกได้แบบพาโนรามาอีกด้วย ทั้งนี้ไม่ห่างจากจุดชมวิวมากนักยังมีหมู่บ้านยะฟู ซึ่งภายในหมู่บ้านมี Home Stay ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นบนอีกอีกด้วย การเดินทาง: เส้นทางมีความคดเคี้ยวขึ้นเขาสูงชันแต่ยังสามารถเดินทางด้วยรถยนต์และจักรยานยนต์ได้

4.) ภูชี้เพ้อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 

 

การเดินทางไปยังภูชี้เพ้อ จากตัวอำเภอขุนยวมคุณต้องตื่นเช้าหน่อยประมาณตี 4. 30 เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อ.ขุนยวม ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตองแม่อูกอประมาณ 5 กิโลเมตร ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 1,818 เมตร ภูชี้เพ้อถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ใครหลายๆ คนยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและคลื่นทะเลหมอกที่สวยที่สุดอีกที่หนึ่งที่คุณควรไปเลยละ

5.) ทะเลหมอกดอยม่อนคลุย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

จากแม่สอดถึงแม่สะเรียง เป็นเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาตินอกจากจะมีอุทยานแห่งชาติแม่เงาและแม่เมยแล้ว ยังมีดอยม่อนคลุยที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่รถยนต์สามารถเข้าถึงและสามารถกางเต็นท์ตรงจุดชมวิวได้ บริเวณพื้นที่ดอยม่อนคลุย จะมีทำเลกางเต็นท์บริเวณจุดชมวิวทางด้านตะวันตกอยู่หลายจุด มีพื้นที่กว้างไปตามลานทุ่งหญ้าและยังหุบทุ่งหญ้า หรือบนเนินอีกหลายจุดที่เหมาะสำหรับกางเต็นท์ สามารถชมวิวในหุบแม่น้ำเมย แต่เมื่อมองย้อนไปทางด้านตะวันออกก็เห็นกลุ่มทะเลหมอกผืนใหญ่แผ่คลุมในหุบขุนน้ำแม่เงา และยังมีทำเลจุดชมวิวมุมสูงก็ได้เห็นเนินทุ่งหญ้าที่อยู่ห่างออกไป

6.) ภูผาดัก อ.สังคม จ. หนองคาย

ภูผาดัก อีกสถานที่ชมทะเลหมอกอีกที่หนึ่งในตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย (ทางขึ้นห่างจากภูห้วยอีสัน 3 กม.) การเดินทางต่างจากภูห้วยอีสันคือจะต้องเดินเท้าใช้เวลา 45 นาที จำเป็นต้องมีคนนำทางในพื้นที่เนื่องจากเส้นทางสูงชันสำหรับใครที่เคยมาภูห้วยอีสันแล้วแนะนำ ภูผาดักอีกทางเลือกหนึ่งเพราะมันคุ้มค่ากับการเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศกับวิวคลื่นทะเลหมอกที่อยู่ตรงหน้า สอบถามที่พักผู้นำทาง 087 2195500

7) บ้านกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด จ.อุทัยธานี   

  

ใครจะไปคิดว่าไม่ต้องไปเที่ยวไกลถึงเมืองเหนือเพียงขับรถแค่ 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มสัมผัสอากาศเย็นเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียสพร้อมดอกไม้เมืองเหนือกันได้แล้ว บ้านแก่นมะกรูดเป็นหมูบ้านเล็กๆ ใน อ.บ้านไร่ จ. อุทัยธานี ด้วยความสูงของที่ตั้งสูงกว่าระดับน้ำทะเล 700-1,400 เมตร เหมือนได้เดินทางไปภาคเหนือทำให้ที่นี่มีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี และชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่แถบนี้ยังปลูกดอกไม้เมืองหนาว ไร่กะหล่ำปลี และไร่สตรอเบอร์รี่ เหมือนกับภาคเหนือเช่นกัน

8.) วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา 

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากขับรถเที่ยวไกลหรือด้วยช่วงวันหยุดที่มีจำกัด วังน้ำเขียวยังคงมนตร์เสน่ห์ของธรรมชาติ เมื่อช่วงปลายฝนต้นหนาวเข้ามาเยือน ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่ขาดสาย โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์เพียงแค่ 3 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ คุณก็สามารถพักผ่อนนอนรับลมเย็นและอากาศบริสุทธ์ท่ามกลางผืนป่าได้แล้ว 

สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวช่วงปลายปีหรือใครที่ยังมีวันหยุดพักร้อนอยากจะไปสัมผัสลมหนาวก่อนใคร นี่คือ 8 สถานที่แนะนำที่เอามาฝากเป็นตัวเลือกให้กับคุณหวังว่าจะโดนใจนักเที่ยวที่กำลังวางแผนหาสถานที่ก่อนออกเดินทางไปสำผัสธรรมชาติกันนะครับ 

                                            ****************************************

 

Cr. Photo

แก่นมะกรูด บ้านไร่ อุทัยธานี, Saetia Wannasak ,  www.facebook.com/Phuhauyesan/outdoor.co.th, www.facebook.com/khoonyoum/chiangraifocus.com, 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน