• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 5437976
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน 2551
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 3593 , 07:52:02 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            เนื่องจากผมเขียนบทความลงในคอลัมน์ HR Corner ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ  เลยได้รับคำถามข้างต้นจากท่านผู้อ่านท่านหนึ่ง  พร้อมรายละเอียดเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง โดยผู้อ่านท่านนี้ได้ขอให้ผมช่วยวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นว่า การที่พนักงานลาออกไปทำงานกับบริษัทที่เป็นคู่แข่งของนายจ้างเดิม เป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมหรือไม่ ?  

ผมจึงนำเรื่องจริงดังกล่าวมาเขียนเป็นกรณีศึกษา จะได้วิเคราะห์แง่มุมต่าง ๆ และตอบคำถามให้ครอบคลุมมากที่สุด   กรณีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับพนักงานท่านหนึ่งชื่อ พิพัฒน์ (นามสมมติ)  ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

พิพัฒน์จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเมื่อ 6 ปี ที่ผ่านมา และ ได้เริ่มทำงานกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งในตำแหน่งพนักงานขาย บริษัทนี้มีสำนักงานและโรงงานในประเทศไทยทำธุรกิจทั้งผลิต และจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มสำหรับจำหน่ายในประเทศไทย และส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากเป็นองค์กรที่มุ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการฝึกอบรม และพัฒนาพนักงานเป็นอย่างมาก แต่ละปีบริษัทจึงจัดสรรงบประมาณเพื่อการอบรม และพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 40 ล้านบาท

พิพัฒน์ทำงานดีมีผลงานจึงได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ให้ดูแลลูกค้ารายสำคัญของบริษัท และได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหลังจากที่ทำงานได้ 3 ปี โดยได้รับตำแหน่ง รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดดูแลเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้และกำไรให้บริษัทดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร

ตลอดเวลาที่ทำงานกับบริษัทแห่งนี้พิพัฒน์ได้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่บริษัทจัดไว้ เช่น การบริหารลูกค้า การจัดการตราสินค้า การแก้ปัญหาและตัดสินใจ และการวิเคราะห์งบการเงิน เป็นต้น พิพัฒน์ตั้งใจทำงานเป็นอย่างดีอีกทั้งผู้บังคับบัญชาก็ให้โอกาส และสนับสนุนในทุกๆด้าน หลังจากทำงานในตำแหน่งรองผู้จัดการได้ 3 ปี พิพัฒน์ก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายดูแลลูกค้ารายสำคัญ (Key Account) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งหมด 12 ราย มีผู้ใต้บังคับบัญชา 4 คน โดยแต่ละคนก็จะบริหารลูกค้ารายสำคัญเฉลี่ยคนละ 3 ราย ซึ่งพิพัฒน์ได้รับมอบหมายให้ดูแลบริการลูกค้ากลุ่มนี้ให้ทำยอดขายให้ได้ 100 ล้านบาทในปีนี้ (ปีที่แล้วทำยอดขายได้ 80 ล้าน สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้) และเพื่อให้พิพัฒน์มีทักษะในการบริหารลูกค้ารายสำคัญกลุ่มนี้ซึ่งเป็นลูกค้าที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ผู้บริหารจึงส่งพิพัฒน์เข้าฝึกอบรมและดูงานที่ต่างประเทศเป็นเวลา 15 วัน

            หลังจากกลับมาจากต่างประเทศ พิพัฒน์ก็มุ่งมั่นพัฒนาทีมงานเพื่อทำยอดขายให้ได้ตามที่ผู้บริหารคาดหวังไว้ พิพัฒน์ต้องออกไปประชุมสรุปผลงานและแผนงานกับลูกค้าทุกๆ ไตรมาส พร้อมกับลูกน้องของตนเองที่ดูแลลูกค้ารายนั้นๆ และพิพัฒน์ได้นำหลักการบริหารลูกค้ารายสำคัญที่ตนเองไปเข้ารับการอบรมมาถ่ายทอดให้ลูกน้องทุกคนทราบซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ เช่น การเก็บข้อมูลของลูกค้าโดยละเอียด (Customer Insight) การวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งตลอดจนโอกาสและอุปสรรคของลูกค้าแต่ละราย และของบริษัท (SWOT Analysis) การทำแผนธุรกิจให้ลูกค้า (Business Plan) ตลอดจนเทคนิคการทำ Business Review และการนำเสนอทางธุรกิจกับลูกค้า ซึ่งทำให้ทีมงานของพิพัฒน์พัฒนาความรู้ ความสามารถได้มากขึ้นจนเห็นได้ชัด และผู้บริหารก็พอใจในผลงานของทีมพิพัฒน์เป็นอย่างมาก

แต่ขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ดี พิพัฒน์ได้ยื่นใบลาออกกับผู้บังคับบัญชา โดยให้เหตุผลไว้ในใบลาออกว่าได้งานใหม่ในตำแหน่ง ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด แต่อย่างไรก็ดีเขาจะทำงานจนครบ 1 เดือนแล้วค่อยออกอย่างเป็นทางการ ตามระเบียบของบริษัทที่ต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้า 1 เดือน

            ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าพิพัฒน์มีความสามารถเป็นมันสมองคนหนึ่งของบริษัท อีกทั้งบริษัทได้ลงทุนไปมากกับการพัฒนาพิพัฒน์ จึงได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้พิพัฒน์อยู่ทำงานต่อ รวมทั้งบอกว่ากำลังมีแผนที่จะส่งพิพัฒน์ไปดูงานที่ต่างประเทศ  แต่พิพัฒน์แจ้งว่าได้ตัดสินใจและเซ็นสัญญาจ้างกับบริษัทใหม่แล้ว ผู้บังคับบัญชาจึงส่งใบลาไปยังฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ตามขั้นตอน เพื่อทำการสัมภาษณ์ก่อนออกจากงาน (Exit Interview)

            เนื่องจากตำแหน่งของพิพัฒน์เป็นพนักงานในระดับผู้บริหาร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จึงทำ Exit Interview ด้วยตนเอง พิพัฒน์ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะได้ตำแหน่งงานที่สูงขึ้น อัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิม 30% พร้อมทั้งได้รถประจำตำแหน่งด้วย และขณะสัมภาษณ์ HR ได้ทราบความจริงว่าพิพัฒน์ได้รับการทาบทามจากบริษัทจัดหางาน (Head Hunter) และกำลังจะลาออกไปทำงานกับบริษัทคู่แข่งผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับบริษัทเดิมเหมือนกัน

HR จึงประสานงานกับผู้บังคับบัญชาว่ากรณีนี้จะต้องให้พิพัฒน์ออกจากบริษัททันทีไม่ต้องรอจนครบ 1 เดือน แต่อย่างไรก็ดีพิพัฒน์จะได้รับเงินเดือนเดือนสุดท้ายครบ พิพัฒน์ตกใจมากเพราะคิดว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร ตัวเขาเองก็ไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าหากออกไปทำงานบริษัทคู่แข่งต้องออกจากบริษัททันที จึงเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี และไม่พอใจกับการกระทำของ HR และข่าวแพร่กระจายออกไปว่าพิพัฒน์ถูกให้ออกทันที

            ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานของพิพัฒน์ตกใจมาก หลายคนบอกว่า HR ทำเกินกว่าเหตุ พิพัฒน์บอกกับคนอื่นๆ ว่าตัวเขาเองตกใจมากที่ต้องออกแบบนี้ไม่มีเวลาได้บอกกล่าวลาใครๆ เลย เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นที่ถกเถียงกันมากว่าบริษัททำถูกต้องหรือไม่ HR ทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า  พิพัฒน์ทำถูกหรือไม่ แต่มีพนักงานขายของบริษัทหลายคนลาออกไปทำงานกับบริษัทคู่แข่งก่อนหน้านี้หลายรายแต่ก็ไม่ถูกให้ออกทันที เหตุการณ์ในลักษณะนี้เพิ่งเกิดขึ้นในบริษัทนี้เป็นครั้งแรก

            อย่างไรก็ดีเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน ผู้บังคับบัญชาคนเดิมของพิพัฒน์ได้พบว่าบริษัทใหม่ที่พิพัฒน์ทำงานอยู่ได้ออกรายการส่งเสริมการขาย (Promotion) ที่มี Concept และวิธีการเดียวกันกับบริษัทเดิม  ผู้บังคับบัญชารู้สึกว่าการที่พิพัฒน์นำรูปแบบการทำรายการส่งเสริมการขายของบริษัทไปใช้กับบริษัทคู่แข่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และผิดจริยธรรม

            ผมอยากให้ผู้อ่าน ลองคิดดูนะครับว่า การกระทำของพนักงานอย่างพิพัฒน์ผิดจริยธรรมหรือไม่ เพราะอะไร ?       

           (ส่วนผมเองก็มีคำตอบเอามาแลกเปลี่ยนมุมมองกันในตอนหน้าครับ)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tanatach วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

กรณีอย่างนี้...เจอกันบ่อย...
เพราะบางบริษัทไม่ได้ป้องกันไว้....
พนักงานที่ลาออก...ก็ไม่ได้ออกไปแต่ตัวเปล่าๆ
ยังเอาพนักงานที่มีความสามารถติดตามไปด้วย
นำเอาลูกค้าของบริษัทไปด้วย
ที่สำคัญ...ยังนำเอาข้อมูลภายในออกไปด้วย
เหล่านี้แหละที่จะบอกว่าผิดจริยธรรมหรือไม่?

จึงมีความจำเป็นที่บริษัทจะต้องให้พ้นหน้าที่ทันที..ก่อนที่จะเสียหายมากกว่านี้...กรณีนี้...บริษัทน่าจะถูกต้องในเชิงธุรกิจ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg


เรื่องแบบนี้
พูด และ เถียงกันจนตายก็ ไม่มีข้อสิ้นสุด ครับ

1 ทำไมบริษัทเก่า ให้เขาเท่าที่ใหม่ไม่ได้
2 ทำไม PROJECT ถึงเหมือนกัน
3 เวลาที่ลาออก และ ทำที่ใหม่ ใกล้ชิดเกินไป
หลายที่ ทำสัญญาว่า หลังจากลาออก ห้ามไปทำงาน
กับคู่แข่ง ในระยะเวลากี่เดือน

**********************
ในความเห็นส่วนตัว
ไม่ผิด ครับ แต่ ไม่ควร
เพราะ ในอนาคต ถ้า มีคนให้เงินเดือน หรือ สวัสดิการที่มากกว่า
ใคร จะมี่นใจว่า
พิพัฒน์ จะไม่ไป
แต่ ในความจริง
เราก็ต้องยอมรับว่า
เพื่อ อนาคต (ใน วินาทีนั้น) เขา ก็ ต้องทำครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]