• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4713725
  • ส่ง msg :
  • โหวต 626 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 12430 , 23:13:50 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมอ่านเจอข่าวเกี่ยวกับการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ 2 ชิ้น ชิ้นแรกเป็นการเรียนวิชานี้ของเด็กอเมริกัน  อีกข่าวเป็นของเด็กไทย

อ่านเรื่องแรกแล้วก็ได้รับรู้ถึงความเอาจริงเอาจังของอเมริกากับการสอนวิชาประวัติศาสตร์ให้เด็กนักเรียนของเขา..แต่พออ่านข่าวที่สองของไทยก็รู้สึกอ่อนอก อ่อนใจในการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ของเด็กไทย

ผมขอนำบางตอนของบทความเรื่องแรกที่อ่านเจอ ในมติชนรายสัปดาห์ เรื่อง “เรียนฟรีแบบอเมริกันสไตล์” เขียนโดยคุณมงคล วัชรางค์กุล ซึ่งมีลูกเรียนหนังสืออยู่ที่อเมริกา เขาเขียนเล่าให้ฟังว่า..

“...วิชาประวัติศาสตร์อเมริกัน เป็นวิชาที่เน้นอย่างมากในโรงเรียนมัธยม อเมริกาสร้างประเทศมา 200 กว่าปี มีประวัติศาสตร์อยู่แค่นั้น เขายังสอนประวัติศาสตร์กันอย่างเข้มข้น ให้ลูกหลานเกิดความภูมิใจในประเทศชาติขิงตน

เมืองไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี แต่แทบจะไม่มีการสอนประวัติศาสตร์กันแล้ว ลูกหลานเลยไม่ค่อยมีความภูมิใจในชาติไทยโดยเฉพาะผู้ใหญ่ไม่รักชาติยังยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ ยึดสถานีโทรทัศน์ ฯลฯ

ทำร้ายประเทศชาติเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอวดเด็กได้หน้าตาเฉย แล้วจะจุดประกายความรักชาติให้ลูกหลานได้อย่างไร

เรื่องเลวร้ายทำลายชาติอย่างนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นในอเมริกา เพราะเขาฝึกเด็กให้รักชาติตั้งแต่วัยเรียน …

... วิธีการสอนอย่างหนึ่งในอเมริกาที่น่าจะเอามาเป็นแบบอย่างในเมืองไทย คือ การเขียนรายงาน เขาจะฝึกให้เด็กหัดเขียนรายงานตั้งแต่ชั้นต้น ๆ

โดยครูจะกำหนดหัวข้อเรื่อง หัวข้อย่อหน้า ให้เด็กเขียนข้อความต่อแต่ละย่อหน้าพอชั้นโตขึ้นมาหน่อย นอกจากหัวข้อเรื่องแล้ว จะไม่มีย่อหน้านำเรื่อง แต่จะบอกว่าให้ไปค้นเขียนรายงานจากหนังสืออะไรบ้าง

พอชั้นปลาย ๆ ครูจะกำหนดหัวข้อมาอย่างเดียว ไม่บอกอะไรเลย นักเรียนต้องหาทางค้นคว้าจากห้องสมุด ต่าง ๆ มาเขียนรายงานเอง

แต่ละปีจะมีการประกวดเขียนรายงานของนักเรียนแต่ละชั้นจากทุกโรงเรียนในเมือง เป็นงานใหญ่ประจำปี นายกเทศมนตรีมามอบโล่แจกรางวัล โรงเรียนที่ชนะประกวดก็ได้หน้าได้ชื่อเสียง

การเขียนรายงานทำให้เด็กอเมริกันรู้จักค้นคว้า คิดเป็น สรุปได้ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมาร์ท มีความคิดของตัวเอง รักชาติ ไม่ให้นักการเมืองมาจูงจมูกได้ มีความนึกคิด ตัดสินใจในวิถีของอเมริกันเวย์”

หลังจากนั้น 1 สัปดาหื ผมก็อ่านเจอข่าวอีกชิ้นหนึ่ง พาดหัวข้อข่าวว่า “สพฐ. รื้อถอนประวัติศาสตร์เพิ่มชั่วโมงเรียนเน้นสืบค้น” บางส่วนของเนื้อข่าวบอกว่า ...

“ ... สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมเสนอคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาหลักสูตรวิชาสังคมศึกษาที่มีการปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อรองรับการสอนประวัติศาสตร์อย่างเข้มข้นในทุกระดับชั้น

 

เนื่องจากที่ผ่านมาการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไม่มีการกำหนดตายตัวว่าในแต่ละระดับชั้นต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ขั้นต่ำกี่ชั่วโมง

เพราะฉะนั้น สพฐ.จึงได้ปรับโครงสร้างหลักสูตรกลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษาใหม่ กำหนดเวลาเรียนขั้นต่ำของการเรียนประวัติศาสตร์ไว้ พร้อมปรับเพิ่มเวลาเรียนของสาระวิชาสังคมศึกษาด้วย

          ระดับประถมศึกษาเดิมเรียนสังคมศึกษาปีละ 80  ชั่วโมง ปรับเพิ่มเป็น 120 ชั่วโมง แยกเป็นชั่วโมงเรียนประวัติศาสตร์ปีละ 40 ชั่วโมงหรือสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ส่วนอีก 4 สาระที่เหลือเรียนปีละ 80 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง

ระดับมัธยมต้น เดิมต้องเรียนวิชาสังคมศึกษารวม 3 ปี 9 หน่วยกิต (1 หน่วยต้องเรียน 40 ชั่วโมง) ปรับเพิ่มเป็น 12 หน่วยกิต หรือ 480 ชั่วโมง แยกเป็นชั่วโมงเรียนวิชาประวัติศาสตร์รวม 3 ปี 3 หน่วยกิต หรือ 120 ชั่วโมง เฉลี่ยปีละ 40 ชั่วโมง

          ส่วนสาระอื่นๆ ที่เหลือ รวม 3 ปี เรียน 9 หน่วยกิต หรือ 360 ชั่วโมง ระดับ ม.ปลาย เดิมต้องเรียนสังคมศึกษารวม 3  ปี 6 หน่วยกิต ปรับเพิ่มเป็น 8 หน่วยกิต หรือ 320 ชั่วโมง แยกเป็นชั่วโมงเรียนวิชาประวัติศาสตร์ รวม 3 ปี 2 หน่วยกิต หรือ 80 ชั่วโมง

ส่วนที่อีก 4 สาระที่เหลือรวม 3 ปี เรียน 6 หน่วยกิต หรือ 240 ชั่วโมง ทั้งนี้โรงเรียน อาจจัดให้นักเรียนม.ปลายได้เรียนประวัติศาสตร์เพิ่มเติมอีกได้

“การเรียนประวัติศาสตร์ แบบใหม่เน้นให้เด็กรู้จักสืบค้นประวัติศาสตร์จากที่ต่างๆ แล้วเอาข้อมูลหลากหลายที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์หาบทสรุป และนำไปสู่การเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในปัจจุบันและอนาคต ไม่ได้เน้นท่องจำและจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2552” 

อ่านแล้วเหนื่อยใจ  “ที่ผ่านมาการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไม่มีการกำหนดตายตัวว่าในแต่ละระดับชั้นต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ขั้นต่ำกี่ชั่วโมง” ทั้ง ๆ ที่เป็นวิชาพื้นฐานที่สำคัญมาก ๆ  ที่เด็กจะต้องเรียน 

ผมในฐานะพ่อคนหนึ่งของลูกป.2  ก็รู้ทันทีว่าจะหวังพึ่งกระทรวงศึกษาและรัฐบาลไทยในเรื่องนี้ไม่ได้ซะแล้ว เพราะท่านผู้รับผิดชอบทั้งหลาย เพิ่งจะตื่น เพิ่งจะรู้ว่าวิชานี้มันสำคัญ 

ผุ้ปกครองอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องหันมาช่วยเหลือลูกหลานของเรากันดีกว่า ผมขอเสนอแนะให้เราหารูปแบบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แนวใหม่ ๆ มาใช้กับลูกหลานเรา  เช่น

- หาสมุดพกเล่มเล็ก ๆ ให้บุตรหลานบันทึกทุกครั้งก่อนและหลังการไปเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของไทย

-  แนะนำบุตรหลานให้เปิดบล็อก บันทึกเรื่องราวการท่องเที่ยวอิงประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดชุมชนเด็กและผู้ใหญ่ ที่ใส่ใจสนใจประวัติศาสตร์ของไทย

- ทำให้การเรียนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสนุก ถ้าขืนการเรียนวิชานี้ยังเป็นเหมือนเทชื่อตอนผมเป็นเด็ก ๆ ประเภทที่ ท่อง ๆๆๆ จำเอาไปตอบ สอบแล้วก็ลืม แบบนั้นต้องเลิกครับ 

เพราะเด็กยุคใหม่ใส่ใจเทคโนโลยี การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยต้องออนไลน์  เริ่มที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้ออนไลน์ เด็กเห็นก็อยากทำตาม อย่างลูกชาย ป.2 ของผม ตอนนี้ชอบอ่านบล็อก ชอบค้นหาข้อมูลจาก กูเกิ้ล  เพราะสังเกต ซึมซับจากพ่อแม่

- ก่อนอื่นพ่อแม่ คงต้องเปิดโลกทัศน์ของตัวเอง หาความรู้ เรียนรู้ในโลกกว้าง นั่นคือ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง กลับไปเที่ยวบ้านเกิด 

อย่างตอนนี้ผมตั้งใจจะเรียนรู้เรื่องเมืองสุพรรณอย่างจริงจัง เน้นเที่ยวสุพรรณเป็นหลัก กะจะรวบรวมบันทึกทำเป็นหนังสือ ทุกครั้งที่ไปสุพรรณก็จะพาลูกชายไปด้วย พอกลับมาก็จะให้ลูกบอกความประทับใจ และให้บันทึกใส่สมุดเล่มเล็ก ๆ ไว้

- สร้างนิสัยสืบค้นให้ลูก เช่น ก่อนไปเที่ยวที่ไหนกัน ต้องฝึกให้หาข้อมูลไปก่อน อ่านก่อนไปเจอของจริง พอไปถึงสถานที่จริงเราก็พูดคุย แลกเปลี่ยนกัน กลับมาแล้วก็ให้จดบันทึกไว้

หากผู้อ่านท่านใด มีวิธีการอะไรที่จะแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองในการช่วยลูกหลานให้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างสนุกสนาน ช่วยบอกมาด้วยนะครับ

เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ส่งเสริมและสนับสนุนลูกหลานให้สนใจวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่เล็ก  ให้เด็ก ๆ เรียนวิชาประวัติศาสตร์ด้วยความรัก ไม่ใช่ความจำ

ปลูกฝังให้เด็กรักชาติรักประเทศตั้งแต่เล็กดีกว่าครับ 

โตขึ้นจะได้ไม่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่บางคน ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง จ้องจะทำร้ายทำลายประเทศชาติของตัวเองอยู่ร่ำไป





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สิงหาคุณ วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusingha

ผมไม่เชื่อว่าวิชาประวัติศาสตร์
จะทำให้สังคมพัฒนาร้อยเปอร์เซ็นต์
หากมนุษย์กลุ่มนั้น หรือสังคมนั้นขาดคุณธรรม
ขาดจริยธรรม
ตราบใดที่มวลมนุษยชาติถูกครอบงำโดยทุนนิยม
บุคคลที่เคยเรียนประวัติศาสตร์ก็พลิกสถานการณ์ทำให้เศรษฐกิจล่มหรือวิกฤติได้ เพราะเขาไม่ได้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์หุ้น หรือแชร์ลูกโซ่อย่างแท้จริง
แต่เขากลับนำประวัติศาสตร์ฟองสบู่มาใช้กับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เล่นแร่แปรธาตุจนตลาดหุ้นกลายเป็นตลาดวุ่น
สังคมโลกวุ่นวาย สังคมครอบครัวเงินฝืด
วิชาจริยธรรมคุณธรรมน่าจะมีบทบาท
หากขาดคุณธรรมล่มสลายทุกรายการครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

555 ขนาดคำว่า ยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีจุรินทร์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีดูแลด้านการศึกษาแท้ ๆ ยังไม่รู้เลยว่ามาจากอะไร แปลว่าอะไร หลับหูหลับตาใช้ตามแฟชั่น...แล้วคุณยังจะหวังเรื่องที่ไกลตัวไปมาก ๆ อีกหรือครับ ผมเพิ่งขอร้องให้ รมว.ศึกษา ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องใน Blog ผมว่าง ๆ แวะไปอ่านดูซิครับ - ฮา

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
กระดานดำออนไลน์ วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kradandum
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน :: ระหว่างเลวกับดีไม่มีกลาง

ผมเคยเขียนไว้เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๔ เรื่อง "อย่าเรียนแค่ท่องจำ" ไว้ที่
http://www.kradandum.com/intro/usa_09.htm

ใจความตอนหนึ่งว่า

..."เคยได้ยินมาว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้น ล้วนให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาด้านประวัติศาสตร์ และเน้นให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ถึงความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติตนเอง ทำให้เยาวชนมีจิตสำนึกรักและหวงแหนประเทศของตน และไม่ให้กลุ่มผลประโยชน์มาแสวงหาความร่ำรวยบนความทุกข์ของคนทั้งประเทศ

ประเทศที่เจริญแล้ว ล้วนให้ความสำคัญกับพลเมืองทุกคนโดยเท่าเทียม

ผิดกับบ้านเรา ระบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ที่เน้นเพียงการท่องจำ...ปีไหนที่ไทยเสียกรุงให้กับพม่าครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๒ ปีไหน...หรือคนนั้นชื่ออะไร...

ไม่เคยมีการสอนให้วิเคราะห์ วิพากษ์ หรือให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งในปัจจุบันผมไม่ทราบว่า...การเรียนการสอนระบบนั้นยังมีอยู่หรือเปล่า

ประวัติศาสตร์ล้วนให้แง่คิดเพื่อการดำรงอยู่ในปัจจุบัน แต่หากคนในปัจจุบันไม่ได้คำนึงถึงความเป็นมาของตนเองและสำนึกในการสร้างชาติ

ยากครับที่รักษาบ้านเมืองของตนให้อยู่รอด เหมือนกับที่บางประเทศกำลังประสบอยู่...."

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

หนับหนุนให้เด็กไทยใส่ใจประวัติศาสตร์ไทย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อย่างยิ่งเลยค่ะ +1 สำหรับความตั้งใจดีๆ นะคะ

ไปชมศิลปะความเป็นไทย สักหน่อยดีไหมคะ
http://www.oknation.net/blog/sea-sand-n-star/2009/05/01/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ไทยนิกร วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thainikorn

ขอสนับสนุนแนวคิดนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

การเขียนรายงานทำให้เด็กอเมริกันรู้จักค้นคว้า คิดเป็น สรุปได้ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมาร์ท มีความคิดของตัวเอง รักชาติ ไม่ให้นักการเมืองมาจูงจมูกได้ มีความนึกคิด ตัดสินใจในวิถีของอเมริกันเวย์”

.........................................................

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ เด็กไทยควรสนับสนุนการเขียนหนังสือให้มากกกค่ะ ปัจจุบันนี้อย่าว่าแต่เขียนรายงานเลยค่ะ เขียนตัวอักษรธรรมดา ยังสะกดผิดสะกดถูกมากทีเดียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

วิชาประวัติศาสตร์มีการสอนอยู่แล้วครับ
หลักสูตรที่ผ่านมาออกแบบดีด้วยครับ.แบบบูรณาการ
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่เกิดมาแบบโดดเดี่ยวโดยไม่
สัมพันธ์กับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง...

ปัญหารการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทยคือ..
เราไม่เข้าใจวิธีการทางประวัติศาสตร์ครับ..

ผมเคยเขียนเรื่องนี้มาแล้ว เมื่อวันที่ 30 มีนาคมนี้เอง.

http://www.oknation.net/blog/krunoppol/2009/03/30/entry-1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมชอบประวัติศาสตร์ครับ
ตอนนั้น นึกว่าเรียนแล้วได้เป็นแค่ครู เลยไม่เรียน..
ถ้ารู้ว่ามีแบบ อินเดียนน่า โจนส์ ป่านนี้ผมเป็นนักประวัติศาสตร์ไปแล้ว..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ตอน วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 09.38 น.

ผมคิดว่าคนสมัยอายุประมาณ 50 ปี ที่เรียนอยู่ในสมัยนั้น การเรียนการสอนในหลายๆวิชา ผมว่าอยู่ในเกณฑ์ดีอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าทางกระทรวงศึกษาปรับเปลี่ยนไป จนเดี๋ยวนี้นักเรียนรุ่นหลังๆทีจบมา เหมือนมีความรู้ไม่ครบตามหลักสูตร รัฐบาลน่าจะส่งนักวิชาการที่เก่งๆ เข้าไปศึกษาการเรียนการสอนของประเทศที่พัฒนาและนำมาปรับปรุงกับของเรา ผมว่าก็น่าจะโอเค แต่อย่างไงผมก็คิดว่านักเรียนของเราที่ไปแข่งขันจนได้เหรียญทอง เงิน ทองแดง เขาก็เรียนในหลักสูตรเดียวกันแต่ทำไม่ถึงเรียนเก่งจัง หรือว่าเก่งมาแต่กำเนิด แต่เทียบกันทั้งประเทศแล้วมีไม่กี่เปอร์เซนต์ น่าจะบูรณาการเป็นบางหลักสูตรครับ เด็กไทยจะได้มีความรู้ไปทุกๆด้าน โดยเฉพาะสอนออกมาให้เป็นคนดี ดีกว่าพวก.......ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นผมขอเพิ่มหลักสูตรที่ต้องเรียนทุกชั้น คือ การเป็นคนดีต่อสังคม ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
HRD.Everywhere วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrdeverywhere
ไม่จำเป็นต้องกด "Like" ถ้า "นิ้วกับใจไม่ตรงกัน"

โดนอย่างแรงครับ เด็กรุ่นใหม่ไปใส่ใจกับเรื่องราวของต่างชาติมากจนเกินไป ผมขอเอาคำแนะนำของอาจารย์ไปสอนลูกผมด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
krumom วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krumom


เห็นด้วยกับการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะฟื้นกลับเอามาสอนให้กับเด็กประถมศึกษาคือวิชาหน้าที่พลเมืองไทย ทุกวันนี้สถาบันครอบครัวไทยแต่ละบ้านละเลยหน้าที่ของตนเอง เด็กไม่รู้จักบ้านและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อครอบครัว "จงรักและสั่งสอนลูกด้วยใจไม่ใช่ด้วยเงินตรา"

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 30/04/2009 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ขอบคุณที่มารณรงค์เรื่องนี้

ผมเองจัว่าบ้าศึกษาประวัติศาตร์

วันนี้ไปยืม พระราชพงศารวดาร กรุงรัตนโกสินทร์มาอ่าน

ได้ความรู้มากมาย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]