• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 5571319
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม 2553
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 2177 , 06:10:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมได้อ่านบทความเรื่อง “ทำเด็กไทยให้ฉลาดก่อนเกิด” จากคอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย หน้า 5 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ก.ค.53) เขียนโดย “ลม เปลี่ยนทิศ”  เลยได้รู้ข้อมูลความรู้หลายอย่างเกี่ยวกับไอคิวเด็กไทยในปัจจุบัน อนาคตของชาติไทย ....

อ่านแล้วต้องรีบบอกภรรยาให้ใช้เกลือผสมไอโอดีน ปรุงอาหาร ทำกับข้าวให้ลูกกินทุก ๆ วัน ลดการใช้น้ำปลาที่ไม่มีการเสริมไอโอดีนในการปรุงรสชาติอาหาร

เพราะอะไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ขอเชิญอ่านเนื้อหาบทความที่ผมคัดลอกมาให้ได้เลย คุณลมเปลี่ยนทิศ เขียนไว้อย่างนี้ครับ

“... วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยเรื่องของ "สมองเด็กไทย" กันสักวันนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง "ความฉลาดของเด็กไทย" และ "การสร้างสมองที่สมบูรณ์ให้เด็กก่อนเกิด" ฟังดูเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่ผมรับรองว่าข้อมูลต่อไปนี้เป็น "ความจริง" ทั้งสิ้น ... เป็นข้อมูลที่ยูนิเซฟส่งมาถึงผม
          ท่านผู้อ่านคงจำได้นะครับ เคยมีข้อมูลวิจัยออกมาว่า "เด็กไทย" ปัจจุบันมี "ระดับสติปัญญา" หรือ "ไอคิว" ลดต่ำลงไปเรื่อยๆ จากไอคิวเฉลี่ยที่ 91 ในปี 2540 พอผ่านมาอีก 5 ปี ไอคิวลดเหลือ 88 ในปี 2545 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยที่ องค์การอนามัยโลก กำหนดไว้

ไอคิวมาตรฐานเฉลี่ยต้องอยู่ในระดับ 90–110 นี่ผ่านมาอีก 8 ปีแล้ว ไม่รู้ไอคิวเด็กไทยวันนี้จะลดเหลือเท่าไร ไอคิวเฉลี่ยของเด็กในประเทศที่พัฒนาแล้ว อยู่ที่ 104 เป็นส่วนใหญ่

          สาเหตุที่ทำให้เด็กไทยมีสติปัญญาลดต่ำลงไปเรื่อยๆ ยูนิเซฟ ฟันธงเลยว่า เป็นเพราะได้รับ "สารไอโอดีน" ไม่เพียงพอ จากอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ทำให้เกิดโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดพิการทางสมอง และการพัฒนาทางร่างกายในเด็กเล็ก ทำให้โตไม่เต็มที่
          "ทารก" จำเป็นต้องได้รับ "สารไอโอดีน" อย่างเพียงพอตั้งแต่อยู่ใน "ท้องแม่" เพื่อพัฒนา ระบบประสาท และ ระบบเซลล์สมอง ในขณะที่กำลังเติบโตอยู่ในท้องแม่    

ผมเห็นภาพถ่ายสมองเด็กที่ได้รับสารไอโอดีนสมบูรณ์ในท้องแม่ กับสมองเด็กที่ขาดสารไอโอดีนในท้องแม่แล้วก็ขนลุก การได้รับสารไอโอดีนก่อนเกิดน้อย ทำให้เซลล์สมองมีน้อยและไม่หนาแน่น และทำลายสมองเด็กให้มีปัญญาต่ำไปตลอดชีวิต
          ใครมี ลูกเอ๋อ สติปัญญาต่ำ การเรียนไม่ดี ก็อย่าไปโทษเด็กเลยครับ ต้องโทษพ่อแม่ที่ขาดความรู้ไม่รับประทานสารไอโอดีนเข้าไปสร้างสมองให้ลูกอย่างเพียงพอ
          แล้ว สารไอโอดีน นี้จะได้มาจากไหน ...
          คำตอบก็คือได้มาจาก "เกลือเสริมไอโอดีน" นั่นเอง องค์การยูนิเซฟ กำลังรณรงค์ให้ทุกประเทศทั่วโลก ออกกฎหมายมาบังคับ เลยว่า เกลือทุกชนิดต้องเสริมไอโอดีน ตามโครงการ "เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า" (
Universal Salt Iodization)
          การที่ เด็กไทยฉลาดน้อยลงไปเรื่อยๆ ก็เพราะ รัฐบาลไทย ไม่เห็นความสำคัญของ สารไอโอดีนในเกลือ เท่าที่ควร ประเทศไทยบังคับเฉพาะ เกลือที่ใช้บริโภค เท่านั้นที่ต้องใส่สารไอโอดีน แต่ไม่บังคับใช้กับ เกลือในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผมไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องยกเว้น ทั้ง ๆ ที่เกลือในภาคอุตสาหกรรมก็เอามาทำอาหารนั่นเอง เช่น น้ำปลา เป็นต้น
          ก็ไม่รู้ข้าราชการไทยท่านฉลาดหรือโง่ แต่ผลจากการกระทำนี้ ได้ทำร้ายประเทศชาติและลูกหลานตัวเองในอนาคตอย่างสาหัส ทำให้เด็กไทยโง่ลงไปเรื่อยๆ
          ยิ่งเห็นตัวเลขการบริโภคเกลือไอโอดีนของคนในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ผมก็ยิ่งเจ็บปวด นึกไม่ถึงว่า รัฐบาล และ กระทรวงสาธารณสุข จะทำร้ายเด็กไทยทางอ้อมขนาดนี้

ท่านผู้อ่านเชื่อไหม คนไทยกินเกลือไอโอดีนน้อยกว่า เขมร ลาว พม่า เวียดนาม
         อันดับ 1 คือ เวียดนาม ครัวเรือนเขากินเกลือเสริมไอโอดีนสูงถึงร้อยละ 93.2 ตามด้วย จีน ร้อยละ 90.1 ลาว อันดับ 4 ร้อยละ 85.0 พม่า อันดับ 5 ร้อยละ 84.0 เขมร อันดับ 8 ร้อยละ 72.5 และ ไทย อันดับ 10 ร้อยละ 57.6

เศร้าไหม รัฐมนตรีสาธารณสุข อยากเอาปี๊บคลุมหัวไหม
          ทั้ง ๆ ที่การแก้ไขปัญหานี้ก็ไม่มีอะไรยากสักนิด แค่ ครม.มีมติให้เกลือทุกชนิดในประเทศไทยต้องใส่สารไอโอดีนลงไปด้วยเท่านั้น ก็แก้ ปัญหาได้หมดสิ้น แต่ก็ไม่ทำ ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มนิดเดียวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นคนละ 1.30 บาทต่อปีเท่านั้น
          ผมหวังว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
  รัฐมนตรีสาธารณสุข อ่านบทความนี้แล้ว จะรีบสั่งการทันที ก่อนที่เด็กไทยในวันนี้จะต้องโง่กว่าเด็กเขมรในอนาคต...”

หลังจากได้อ่านบทความของคุณ ลม เปลี่ยนทิศ แล้ว ผมก็เข้าไปหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต อยากรู้ความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีสาธารณสุข เพราะเชื่อว่าทางรัฐบาลไทยและผู้เกี่ยวข้องคงได้รู้ข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟแล้วเหมือนกัน อยากรู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง

ใช้กุเกิลค้นหาไปเรื่อย ๆ ไปเจอคำให้สัมภาษณ์ของคุณจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รมต.สาธารณสุข เข้า เลยเอาให้พวกเราได้อ่านกันอีกนิดครับ ...

           วันนี้ (29 กรกฎาคม 2553) ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ กรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายโทโมโอะ โฮซูมิ ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ศาสตราจารย์เครสเวลล์ อีสแมน รองประธานสภานานาชาติเพื่อการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนและผู้ประสานงานภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก และ แพทย์หญิงมอรีน เบอร์มิงแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าว เรื่อง โรคขาดสารไอโอดีนกับความท้าทายต่อการพัฒนาของประเทศไทย

          นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องโรคขาดสารไอโอดีนมีทั้งหมด 4 ข้อ ได้แก่

1. หญิงตั้งครรภ์ยังขาดไอโอดีนอยู่ประมาณ 480,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกตั้งไว้

2. ความครอบคลุมของการใช้เกลือผสมไอโอดีนในครัวเรือนลดลง ในปี 2551มีครัวเรือนไทยที่บริโภคเกลือเสริมไอโอดีนร้อยละ 82 แต่ในปี 2552 ลดลงเหลือร้อยละ 77 ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานคือต้องมากกว่าร้อยละ 90

3. การรับรู้ของคนไทยเรื่องไอโอดีนยังไม่ทั่วถึงครอบคลุม คนไทยส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าหากขาดไอโอดีนแล้วจะทำให้เป็นโรคคอพอก แต่มีส่วนน้อยที่ทราบว่าไอโอดีนมีผลต่อไอคิวเด็ก และ

4. การแก้ปัญหาการขาดไอโอดีน ขาดความต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยป้องกันการขาดไอโอดีนได้ดีเป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก และหลายประเทศ แต่ในช่วงหลังการดำเนินการนั้นขาดการต่อเนื่องและขาดการทำงานในเชิงบูรณาการ

            นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้จากผลการสำรวจไอคิวของคนไทย โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เมื่อปี 2552 จากกลุ่มตัวอย่าง 6,000 ราย  ใน 21 จังหวัด พบไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 91 ซึ่งค่อนข้างต่ำ โดยไอคิวเฉลี่ยสากลอยู่ที่ 90 – 110

          จึงต้องเร่งแก้ปัญหาแบบองค์รวม จะต้องมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขมีประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดให้เกลือเพื่อการบริโภคจะต้องมีไอโอดีนผสมปริมาณไม่น้อยกว่า 30 มิลลิกรัมต่อเกลือ 1 กิโลกรัม โดยจะบังคับใช้อย่างจริงจังควบคู่ไปกับการออกกฎระเบียบเพิ่มเติม ...

          สำหรับพวกเราคนไทยที่รู้ ๆ อยู่ว่ากว่ามาตรการของรัฐบาลไทยจะออกมากำกับดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ชัดเจน ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก (ใหญ่ ๆ)  เราคงไม่ต้องรอนะครับ

          สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ก็คือ กินเกลือที่ผสมไอโอดีน แทนการใช้น้ำปลา (ที่ไม่ใส่ไอโอดีน) แจ้งข้อมูลข่าวสารเรื่องนี้ให้ว่าที่คุณแม่ และคนที่กำลังตั้งครรภ์ทราบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด นี่คือสิ่งที่คนไทยควรทำครับ !!!!




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เจ้าพระยา1 วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada08
เจ้าพระยา ๑

ประเทศไทย น่าจะปฏิรูประบบการศึกษาใหม่หมดนะคะ
(รู้สึกว่าเด็กไทยปัจจุบันยิ่งเรียน ยิ่งความรู้น้อยลง)
น่าเป็นห่วง เลิกล้างแค้นกันได้แล้ว....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เจ้าพระยา1 วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada08
เจ้าพระยา ๑

คนไทยอะไร ๆ ก็ ตามกระแส....

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Hiriotappa วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa


โซเดียม ไม่ได้มาจากเกลืออย่างเดียวนะครับ จากอย่างอื่นก็มีแต่มีคนเข้าใจผิดเพราะเราแปลความหมายของ ธาตุโซเดียมออกมาเป็นภาษาไทยเป็นเกลือแกง หลังจากนั้นคนก็เลยเข้าใจว่ามันต้องเป็น เกลือ เท่านั้น ที่หมายถึงโซเดียมและไอโอดีน การทานเกลือผสมไอโอดีนแก้ปัญหาได้น้อยกว่าการรับประทาน นมสด หรือ ผักชนิดต่างๆ อย่างมีปริมาณที่ถูกต้อง เพราะหากเทียบกับสิ่งที่เราทานเข้าไปทั้งหมด ส่วนของไอโอดีน มีน้อยมากกับความต้องการในร่างกาย แต่เกลือแร่นั้นมีมากกว่า ทำไมบางบริษัทเขามีโภชนกร หรือ บางโรงพยาบาลเขามีโภชนะบำบัด นั่นเป็นเพราะบางทีการเจ็บป่วยหรือมีปัญหากับร่างกายนั้นมาจากสาเหตุที่ร่างกายเราขาดอะไรบางอย่างเท่านั้น ไม่ต้องถึงมือหมอ ค่ายา ค่าโรงพยาบาล แถมยังต้อง เสียเงินสำหรับสิ่งที่มาบำรุงร่างกาย สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องเพวกนี้ผมแนะนำว่าหากมันไม่เกี่ยวกับการเจ็บป่วยเท่าใด โภชนบำบัด มีประโยชน์กว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภควัทคีตา วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakawatKita

แวะมาทักทายครับอาจารย์ มัวแต่ทำงานและติด facebook จนผ่านไปปีกว่า ๆ ที่ความฝันในการเขียนหนังสือของผมหายไป

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
หมู_บ้าหนัง วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oompreang

เกลือที่ขายกันในระบบอุตสาหกรรมจะเป็นเกลือนสินเธาว์ จากแถบ โคราช เป้นส่วนใหญ่ และมีหลายเกรด
เกรด ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม จะเป็นชนิดบริสุทธ์ แห้ง และผ่านการ vacuum มาแล้ว มีรหัสของสินค้าเป็น PDV ถ้าเป็นเกรดที่เติม ไอโอดีน ด้วยจะเติมปริมาณ 20 - 30 % หมายความว่าในเกลือ 1 กิโลกรัมจะต้องเติม ไอโอดีน ลงไป 300 กรัม มีรหัสสินค้า เรียกว่า IPDV
เกลือชนิด ผมยังไม่เคยเทียบราคานะครับ แต่คาดว่าน่าจะมีราคาสูง กว่า แบบ PDV มากกว่านิดหน่อย เข้าใจว่ายังงั้นนะครับ
ที่นี้ ถ้าเราซื้อมาใช้ใน โรงงาน ต้นทุนของโรงงานจะสูงขึ้นมากสำหรับ ผลิตภัณฑ์ แต่ส่วนมากผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาใช้มากที่สุด จะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท ยาสีฟัน ครับพี่น้อง
ส่วนผลิตภัณฑ์ ที่เป็น การทำน้ำปลา ไม่สามารถเติมระหว่างการผลิตที่เป็นน้ำปลา แต่ที่ใช้เกลือ ใช้เพื่อหมักเหมือน ปลาร้านะครับ เข้าใจว่ามันจะไม่มีผลทำให้เพิ่มไอโอดีนเท่าไหร่ ครับ ก็เลยตีว่ามันเสียประโยชน์ และเพิ่มต้นทุนการผลิตโดยใช่เหตุ
เรื่องราวก็ประมาณนี้แหละครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

เท่าที่เช็คดูน้ำปลายี่ห้อดัง ๆ ราคาสูง ๆ ก็ไม่ใส่ไอโอดีนลงในน้ำปลาของเขานะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Ae^ วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

เริ่มจากแม่ก่อนเลย สงสัยตัวเองจะได้ไอโอดีนน้อย กินตอนโตช่วยได้ป่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bon09 วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ป้ารุ วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ค่ะ เริ่มต้นดีจากในท้องของคุณแม่ มาเจอระบบการศึกษาที่สับสนก็น่าห่วงอีกเหมือนกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
soonthorn วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 06.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

หวัดดี ครับ
เยี่ยม ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]