• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 5369443
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม 2554
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 2131 , 08:21:32 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน hayyana โหวตเรื่องนี้

เฉลย ... คุกในความคิดของตัวเอง ครับ

          ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์หมอประเวศ วะสี ในกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 4 ม.ค.54 ผู้สัมภาษณ์ คือ คุณเพ็ญลักษร์ ภักดีเจริญ .... อ่านแล้วอยากแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ได้อ่านบ้างครับ

... ผมได้ยินชื่อของหมอประเวศ วะสี ครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนที่ท่านได้รับรางวัลแม็กไซไซ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2523  ด้วยความที่ยังเป็นเด็กในตอนนั้น ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

 

... ต่อมาตอนผมทำงานที่บริษัท บางจากปิโตรเลียมฯ ได้ดูแลงานห้องสมุด เลยได้มีโอกาสอ่านหนังสือ “บนเส้นทางชีวิต” ที่ท่านเขียน ก็เริ่มชอบและศรัทธาในตัวท่านอย่างจริงจัง และติดตามงานของท่านต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ 

 

... เมื่อวานซีนได้อ่านบทสัมภาษณ์ของหมอปะเวศ อีกครั้ง ก็ยังถูกใจ ให้สาระ น่ารู้ น่าคิดมากมาย ผมจึงคัดลอกบางส่วนของบทสัมภาษณ์มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน .....

ถาม : หลายเรื่องที่คุณหมอแสดงความคิดเห็นคนส่วนใหญ่มองว่า คุณหมอประเวศ วะสี คิดบวกเกินไป ความคิดทางบวกต้องการมากในสังคมไทย สังคมคิดทางลบมากเกิน และนานเกิน

       เวลาคิดทางลบก็เกิดอารมณ์ลบ รบกวนจิตใจเกิดความโกรธ เกลียด หงุดหงิด รำคาญ ก็จะไปบดบังปัญญา ทำให้ปัญญาถดถอย นำไปสู่การต่อสู้เชิงทำลาย ซึ่งเป็นการใช้สมองส่วนหลัง สมองส่วนสัตว์เลื้อยคลาน

        ถ้าเราใช้สมองส่วนหลังนานเกิน สมองส่วนหน้าจะฝ่อ สมองส่วนหน้าเกี่ยวกับปัญญา ศีลธรรม ซึ่งเรียกว่าสมองมนุษย์ เพราะการคิดต่อสู้จะไม่ใช้ความจริง เมืองไทยมีปัญหาเยอะ จึงต้องเปลี่ยนเกียร์ เพราะตอนนี้เข้าเกียร์หลัง ต้องเปลี่ยนมาใช้สมองส่วนหน้าคิดทางบวก  เรื่องนี้มีคำแนะนำเพิ่มเติมอย่างไร ?

ตอบ  เพราะธรรมชาติมนุษย์มีศักยภาพสูงในการใช้ปัญญาและความดี สมองมนุษย์มีความไวมาก ... ธรรมชาติของมนุษย์ ถ้าเราได้เห็นแววตา ได้ยินคนอื่นพูดจะรับรู้ความรู้สึกเกิดความเห็นใจ อยากทำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์

        ผมพูดอยู่เรื่อย ๆ ว่ามนุษย์มีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีในหัวใจทุกคน ถ้าเราใช้มัน แต่เราไปคิดทางลบมากไป ทำให้ปัญญาเกิดขึ้นน้อย และการรับรู้ความรู้สึกคนอื่นก็จะน้อย ผมจึงอยากย้ำว่า ต้องเปลี่ยนเกียร์มาที่สมองส่วนหน้า

ถาม  แม้คุณหมอจะพูดเรื่องการคิดบวกอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจ

ตอบ  คนจะไม่สนใจในระยะแรก แต่ต่อไปจะสนใจ เพราะคนที่คิดทางลบก็มีความทุกข์ เมื่อทุกข์นานๆ ก็อยากออกจากทุกข์  จึงต้องคิดทางบวก และเมื่อคิดทางบวกได้ก็จะมีความสุขฉับพลัน คิดเมตตาคนอื่น มองเห็นเรื่องดี ๆ

         ซึ่งผมจะขออธิบายเรื่องสมองเพิ่มอีกนิด ธรรมชาติสมองมนุษย์จะจำเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี จะบันทึกไว้ในสมองส่วนกลางเกี่ยวกับอารมณ์ เรียกอะมิกดาลา (Amygdala)  จะคิดวนเวียนอยู่อย่างนั้น

         ต่างจากสมองที่เรียกว่า ฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นความจำระยะยาว  ยกตัวอย่างเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิต 99 ครั้งจำไม่ได้ เพราะเรื่องดีจะผ่านไปเร็ว แต่เรื่องร้ายจะติดค้างและจำไว้ในสมองส่วนอะมิกดาลา ก็จะเกิดอารมณ์หงุดหงิด เกลียด รำคาญ

          เรื่องนี้จึงต้องมีการฝึกฝน ทั้ง ๆ ที่ชีวิตคนเรามีเรื่องดีมากกว่าเรื่องร้าย แต่สมองไม่จำเรื่องดี ลองเอาสมุดมาบันทึกเรื่องดี ๆ ที่คนอื่นทำให้เรา หรือตัวเราทำ จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะเราวนเวียนอยู่กับมายาคติในเรื่องอำนาจ เงิน รูปแบบ ความฉ้อฉล           เท่าที่ผมเห็นในชุมชนมีเรื่องดี ๆ เยอะ เพราะมีวิธีคิดเชิงอยู่ร่วมกัน เขาอยู่อย่างนั้นกว่า 1,000 ปี ขณะที่รัฐคิดเชิงอำนาจ ธุรกิจคิดทางกำไร นักวิชาการคิดเชิงความรู้ ทั้งหมดไม่ได้คิดเชิงอยู่ร่วมกัน 

           ในประสบการณ์ของผม ถ้าไม่เอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้งจะพลาดเสมอ เช่น การพัฒนาเอาเงินเป็นตัวตั้ง ทำให้ยุ่งไปทั้งโลก การอยู่ร่วมกันสำคัญและนี่คือศีลธรรม ในโครงสร้างอำนาจ คนที่อยู่ด้านบน มักไม่คิดเรื่องศีลธรรม

          พอเราเห็นว่าเรื่องนี้ขาด ก็จะไปสอนวิชาศีลธรรม ซึ่งไม่ได้ผล เพราะศีลธรรมไม่ใช่วิชาแต่เป็นการอยู่ร่วมกัน ถ้าใครอยากให้เกิดพลังและมีความสุขให้ไปดูในชุมชน สื่อมวลชนควรนำเสนอเรื่องชุมชนมากขึ้น เรื่องการคิดบวกจำเป็นสำหรับสังคมไทย 

          ผมขอยกตัวอย่างงานวิจัย มีบริษัทแห่งหนึ่งทดลองว่า ในองค์กรของเขาทำเรื่องดี ๆ อะไรบ้าง โดยให้คนมาแลกเปลี่ยนกัน คนถามและคนตอบก็มีความสุข คนมาร่วมเยอะก็เกิดพลังทางบวก

          บริษัทที่ทดลองทำปรากฎว่า มีผลกำไรสูงขึ้น 400 เปอร์เซ็นต์ ผมเจออีกเรื่องในการประชุมที่ขอนแก่น แทนที่จะทำวิจัยเชิงเหตุผลให้แลกเปลี่ยนกันว่า ทำไมขอนแก่นไม่เกิดประชาคม โดยการถกเถียงข้อไม่ดี ก็เปลี่ยนมาคุยว่า  เมืองขอนแก่นมีอะไรดีบ้าง ก็จะมีการรวมพลังมากขึ้น

ถาม กระบวนการคิดทางบวกในมุมมองของคุณหมอต้องทำอย่างไร ?

ตอบ  ปี 2554 เป็นปีแห่งการสร้างสุข  ก็พูดเรื่องความสุข เพราะคนไม่รู้จะสร้างความสุขอย่างไร คนส่วนใหญ่ใจร้อน ทั้ง ๆ ที่เราสามารถมีความสุขฉับพลัน

         เรื่องนี้ทำได้โดยการเปลี่ยนวิธีมองโลก เพราะเราถูกมายาคติครอบ เหมือนติดคุกที่มองไม่เห็น ทั้งเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ อำนาจ เงิน รูปแบบ ความคิด และทฤษฎี ทิฐิพวกนี้ไม่ใช่ความจริง

          วิธีที่จะมีความสุขฉับพลันก็คือ ออกจากคุก เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ออกได้จากการใช้พละกำลัง แต่ออกได้จากการเห็น เพราะโลกของความจริงก็คือเพื่อนมนุษย์ ธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้า ก้อนเมฆ ท้องฟ้า นี่คือความจริงของชีวิต

ถาม  คุณหมอเคยคิดแง่ลบบ้างไหม ?

ตอบ  ไม่เคย ต้องมีความหวัง ถ้าสังคมไม่มีความหวังจะยิ่งรุนแรง เหมือนคนหมดหวังทำอะไรก็ได้ ต้องมีจินตนาการใหม่ที่ดีสำหรับประเทศไทย ถ้าเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง ไม่มีทางออก ต้องเอาอนาคตเป็นตัวตั้ง สร้างประเทศไทยให้น่าอยู่

ถาม  ถ้าคนส่วนใหญ่ยอมที่จะติดคุกโลกมายา คุณหมอจะแนะนำอย่างไร ? 

ตอบ  อย่างเจ้าชายสิทธัตถะอยู่ในวัง เรียนวิชาทุกอย่างของมนุษย์ ศิลปะวิทยาการ แต่เมื่อออกจากวังไปเห็นความจริงของชีวิต เห็นคนเกิด แก่ เจ็บและตาย ทำให้พระองค์เกิดพลังจิตสำนึกอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

         ศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องความรู้ ถ้าเปลี่ยนพลังจิตสำนึกใหม่จากความทุกข์เป็นความสุข เป็นการเห็นด้วยปัญญา จะเห็นคุณค่าตัวเองและเพื่อนมนุษย์

         แต่เราถูกมายาคติครอบ เด็กเรียนหนังสือไม่เก่ง จำไม่ได้ก็ถูกดูถูก เราต้องสำนึกในศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน

          ถ้าทำอย่างนั้นได้จะเกิดความสุขที่มีอิสรภาพ แต่ที่ไม่มีอิสรภาพ ไม่มีความสุข เพราะถูกขังในคุกความคิด

ถาม  การคิดในแง่บวกต้องเกิดขึ้นในสังคม ?

ตอบ  เพราะมนุษย์อยากมีความสุข แต่มนุษย์ไม่รู้ ก็เลยแสวงหาเงินทอง อำนาจ นั่นเป็นความสุขราคาถูก ผมอยากพูดเรื่องความสุขสามขั้น ก็คือ

         1. เรื่องจิตสำนึก ลองทำอะไรดี ๆ 2. รวมตัวกันร่วมคิดร่วมทำเพื่อสังคม และ 3. สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกัน อาจเริ่มจาก 4-5 คน ทำเรื่องสังคมหรือสิ่งแวดล้อมก็ได้ เรื่องอะไรก็ได้ที่ชอบ

         ถ้าทำแบบนั้นจะมีความสุขประดุจบรรลุนิพพาน เพราะคำว่าชุมชน ไม่ได้แปลว่าหมู่บ้าน

         อีกอย่างผมคิดว่า เราต้องหาความรู้จากประสบการณ์คนทั่วโลกทั้งเรื่องเก่าและใหม่ เรื่องเก่าคือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน

         ส่วนเรื่องใหม่ที่ผมอยากยกตัวอย่างหนังสือคุณหมออเมริกันคนหนึ่งชื่อ Scott Peck เรื่อง A World Waiting To Be Born (โลกที่กำลังจะเกิดขึ้น) หมอ Scott คนนี้รักษาคนอเมริกันที่ไม่มีความสุขจำนวนมาก จนรักษาไม่ไหว

         ในที่สุดเขาคิดว่า ต้องสร้างความเป็นชุมชนร่วมคิดร่วมทำ ในเมืองไทยมีตัวอย่างแบบนี้เยอะ มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ อ.เสนา จ.พระนครอยุธยา เดิมมีอาการไม่สบายหลายอย่าง แต่พอได้ร่วมคิดร่วมทำ อาการโรคหายหมด เพราะมีความสุข

         ถ้าถามว่าทำไมมีความสุข เพราะคนมีศักดิ์ศรีเสมอกัน เวลามารวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ความเห็นแก่ตัวจะน้อยลง และบางคนอยู่หลายกลุ่ม เหมือนเซลล์สมอง ถ้าเพิ่มจำนวนเยอะๆ ก็เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย

         ส่วนนักเขียนอีกคนที่ผมอยากยกตัวอย่าง Dee Hock คนนี้เมื่อก่อนยากจนมาก ไม่มีเงินเรียนมหาวิทยาลัย เขาชอบธรรมชาติและชอบอ่านหนังสือ จบแค่ระดับไฮสคูล ก็ไปรับจ้างทำงาน ย้ายไปเรื่อย ถูกไล่ออกเกือบทุกแห่ง เพราะความเห็นของเขาไม่เหมือนผู้บริหาร

         เขาบอกว่า การทำงานในบริษัทไม่เห็นเหมือนธรรมชาติที่เขาสังเกต พฤติกรรมมนุษย์ชอบทำร้ายกันลับหลัง กระทั่งต่อมาเขากลายเป็นซีอีโอคนแรกของธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด คือ วีซ่าการ์ด

          เขาเป็นคนสมถะช่างคิด เขาบอกว่า ความสัมพันธ์ของวีซ่าการ์ดไม่ได้เป็นเหมือนปัจจุบัน บริษัทหรือธนาคารเป็นหมื่น ๆ แห่งมาสัมพันธ์กันเป็นเครือข่าย ต้องเชื่อมโยงกันด้วยความสมัครใจ อย่าง Chaordic Organization ที่ Dee Hock คิด

          เพราะองค์กรส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์เชิงดิ่งจากบนลงล่าง คนถูกบีบคั้น แต่การทำงานเครือข่ายไม่มีใครบังคับใคร คนก็มีความสุขกับโครงสร้างแบบนี้

           ตอนที่ Dee Hock ประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาลาออกไปทำไร่ ถ้าคิดเชิงเหตุผลเขาไม่ควรออก แต่เสียงจากด้านในบอกเขาให้ทำอย่างนั้น

         และตอนนั้นมีคนไปหาเขาอยากจารึกชื่อเขาไว้ในฮอลล์ แต่เขาไม่อยากไป และมีคนชวนเขียนหนังสือ จนมีหนังสือ Birth of the Chaordic Age เป็นหนังสือที่ดีมาก เล่าเรื่องได้สนุก

...... วันนี้ผมคัดลอกมาให้อ่านแค่นี้ก่อนนะครับ บทสัมภาษณ์ เรื่องราวดี ๆ ยังมีอีกเยอะ ไปหาอ่านฉบับเต็มในเว็บไซต์ต่อนะครับ  !!!!





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
iA@LERT วันที่ : 07/05/2011 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peht

เงินทอง อำนาจ นั่นเป็นความสุขราคาถูก -- ชอบ ชอบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2

ขอเป็นกำลังใจ ขอสนับสนุนความยุติธรรมให้คนไทยทั้ง7คนครับ ด้วยจิตคารวะ และสันติ สื่ออิสระ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เรื่องดีจัง ขอบคุณมากครับ
คิดทางลบก็เกิดอารมณ์ลบนี่ตอนนี้มีกันเยอะเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]