• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 5418839
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันพฤหัสบดี ที่ 7 เมษายน 2554
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 2719 , 07:19:09 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทุกวันนี้มีคนทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคนใช้เฟซบุ๊ก หลายคนติดการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก เล่นเฟซบีกตลอดเวลา ทั้งคุยเจ๊าะแจ๊ะ ส่งภาพ ส่งคลิป สื่อสารกับเพื่อน ๆ ในเครือข่ายทั้งวันเลย 

บางคนติดเฟซบุ๊กงอมแงมไปเลย จนทำให้เพื่อนผมบางคนถึงกับบอกว่าเฟซบุ๊กเป็นเหมือนยาเสพติด เป็นสารเสพติดที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก

ผมเป็นคนหนึ่งซึ่งเล่นเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือสื่อสารกับเพื่อน ๆ กัลยาณมิตร และลูกศิษย์ที่อยู่ในเครือข่ายเป็นประจำแทบจะทุกวัน จะขาดการสื่อสารทางเฟซบุ๊กไปบ้างก็ช่วงวันหยุดพักผ่อน ไปเที่ยว หรืออยู่กับครอบครัว

ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่ผมทำคือ เปิดคอมพิวเตอร์เข้าเฟซบุ๊ก อัพเดทเรื่องราวบางอย่างที่คิดว่าเป็นประโยชน์ กับเพื่อน ๆ บางที่ก็เป็นรูปภาพ บางครั้งก็คลิปวิดีโอดี ๆ แต่ที่ทำเป็นประจำก็คือลืงค์ข้อเขียนจากบล็อกโอเคเนชั่นที่ผมอัพเดทเกือบทุกวันมาให้เพื่อน ๆ อ่านกัน

เนื่องจากเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ในเฟซบุ๊ก ไม่ได้เป็นบล็อกเกอร์ในโอเคเนชั่น ผมก็เลยเอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่บันทึกในบล็อกมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊กอ่านกันได้เกือบทุกวัน

อีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งผมจะเล่นเฟซบุ๊ก ก็คือ ตอนค่ำหลังกินมื้อเย็นแล้ว ส่วนใหญ่จะอัพเดทรูปภาพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน ว่าไปทำอะไร เจออะไรมา แต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างจะแบ่งปัน อยากจะแชร์

เพราะเรารู้สึกดีมีความสุขกับเรื่องนั้น ๆ ไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว ก็เลยชอบเอาไปเล่าให้เพื่อนในเฟซบุ๊กฟังดูกัน

แต่ระหว่างวัน ผมทำงาน ถ้าไม่อยู่ในห้องฝึกอบรม ก็ไปพบลูกค้า เป็นเวลาที่ปลอดเฟซบุ๊ก ผมจะไม่เล่นเฟซบุ๊กในเวลาทำงานเลย จะเปิดตอนเช้าก่อนไปทำงาน แล้วเข้ามาอีกทีตอนค่ำ ๆ  (แต่เลขาผมจะเข้าไปเช็คเฟซบุ๊กผมตลอดเวลา ดูว่ามีลูกค้าคนไหนสื่อสารเรื่องงานเข้ามาบ้าง ถ้ามีเธอก็จะตอบเรื่องงานแทนผม)

ผมไม่ได้เล่นเกมทำไร่ฟาร์มวิลล์เหมือนหลาย ๆ คน  ถามว่าอยากเล่นไหม ก็อยากอยู่เหมือนกัน แต่ต้องบริหารเวลา ต้องให้เวลากับเรื่องงาน และครอบครัวเป็นสองอย่างแรก

ผมเล่นเฟซบุ๊กเพื่อใช้สื่อสารกับผู้คนในโลกออนไลน์ เป็นเชิงสังคม ทักทายกัน พูดคุยกัน ถึงวันเกิดเพื่อนคนไหนก็เข้าไป Happy Birthday เขา

ผมคิดว่าถ้าเราเล่นเฟซบุ๊กอย่างมีสติ จัดลำดับความสำคัญ รู้ว่าจะเล่นไปเพื่ออะไร เล่นเวลาไหน เล่นกับใคร เฟซบุ๊กก็จะเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีประโยชน์มหาศาลที่เดียว

ผมถูกเพื่อน ๆ ในโลกออฟไลน์ ที่ไม่ได้เป็นบล็อกเกอร์ ไม่ใช้ทวิตเตอร์ และไม่เล่นเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่ก็เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับผม ซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป

ถามอยู่เป็นประจำว่าผมเล่นเฟซบุ๊กไปทำไม เล่นไปเพื่ออะไร ดูแล้วไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรสักเท่าไร สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า เพื่อนสนิทบางคนว่าผมไร้สาระด้วยซ้ำไป

ปกติผมก็จะตอบเพื่อนไปตามความคิดความรู้สึกของผม แต่วันนี้ผมมีคำตอบ คำอธิบายเพิ่มเติม เป็นเหตุผลของคนที่เล่นเฟซบุ๊กมาแชร์ให้ฟัง

คือว่าเผอิญผมไปอ่านเจอบทสัมภาษณ์ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ในหนังสือของท่านเล่มหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า “วันละเรื่อง”

ท่านเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งอัพเดทเฟซบุ๊กเป็นประจำ มีคนไปสัมภาษณ์ท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลองอ่านดูนะครับ ...

ท่านอาจารย์เข้าสู่สังคม Facebook ได้อย่างไร ?

มันก็เริ่มมาจากมีเพื่อน invited มา เชิญคุณไปร่วม ทุกวันนี้มีคนมา invited โน่นนี่ทางอี-เมล์ คนนี้ขอเป็นสมาชิก คนนั้นขอเชิญคุณมาร่วม hi5 เต็มไปหมด

อาตมาทีแรกก็ไม่เคยเปิดเลยนะ เป็นเมล์ขยะไปหมด แต่บางคนเป็นเพื่อนที่เราคุ้น ก็เอ้า ! เปิดดูหน่วย ก็กดไป กดไป ตามไป มันก็ไปสร้าง account ขึ้นมาทันทีเลย

มันต้องอัพโหลดรูปด้วยนะครับ ?

          รูปนี่ไม่ยากหรอก เพราะอาตมาอัพโหลดทิ้งไว้เป็นปีเลย คราวนี้ก็เริ่มใส่เรื่องเขาไป เราได้ยินอะไร หรือเอาที่จดบันทึกไว้มาใส่ ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไร เพราะว่าปกติก็ทำอยู่แล้ว    

แต่พอทำไปทำมาเอ๊ะ-คนสนใจเยอะ จากสิบเป็ร้อย จากร้อยเป็นพัน อย่าวนี้ก็เลยเริ่มหาอะไรใหม่ๆ มาใส่ ๆ พอเข้าไปแล้วบางทีเกิดแรงจูงใจที่จะเขียน พอได้อ่านอะไร เราก็เขียน ๆ แล้ว เอาไปลง

          แต่ว่าสามสี่เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เขียนเรื่องใหม่เรย ความจริงเรื่องที่จะเขียนนั้นมีเยอะ แต่ว่าไม่มีเวลา

เท่าที่ดูอาจารย์ก็อัพเดตสม่ำเสมอนี่ครับ ?

          เป็นของที่เราเขียนเอาไว้จากที่อื่นแล้วเอามาลง เรียกว่ารีไซเคิล หลัง ๆ ส่วนใหญ่นี้เป็นงานรีไซเคิล ไม่ใช่ที่เขียนใหม่เพื่อเฟซบุ๊ก แต่ว่าก็ยังใช้ได้

ใน Facebook จะเป็น Wall บอกว่าคุณกำลังคิดอะไร หรืออยากสื่ออะไร ถึงขนาดนั้นเลย

ต้องดูตามโอกาสนะ ตอนหลังก็เอาลงตอนวันพระ และวันหยุด ก็มีเรื่องเล่าเช้าวันพระ ขำขันวันหยุด เอ้า-ก็ใส่เข้าไป บางทีเทศกาลเข้าพรรษา ออกพรรษา วิสาขบูชา ก็ใส่เข้าไป

เห็นฟุตบอลโลกก็ยังมี

แต่บอลโลกนี่ ไม่ได้เขียนใหม่นะ เป็นของเก่า คือที่อาตมาเขียนไว้มีเยอะ แต่มันอยู่ในวงจำกัด คนไม่ค่อยได้อ่านแม้จะเคยตีพิมพ์ แต่คนอ่านน้อยมาก หรือไม่ลืมหายไป

แง่มุมที่พูดถึงหรือต้องการเน้น เปลี่ยนไปบ้างหรือไม่ครับ เมื่อใช้ในสื่อใหม่ ?

หลัก ๆ ก็ไม่เปลี่ยน แต่ว่าประเด็นเปลี่ยนไปบ้าง การรับรู้ของเราต่อข้อมูลใหม่ ๆ ที่ได้ระยะหลังมันค่อนข้างจะลงตัว ก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเมตตากรุณา ความรับผิดชอบ ต่อส่วนรวม การมีสติ ความรู้สึกกลัว การให้อภัยหรือว่าการใช้สันติวิธี

ระยะหลังมีเวลาอ่านน้อยลง แต่ว่าข้อดีอันหนึ่งคืออาตมาอบรมเยอะ มันจึงมีอะไรใหม่ ๆข้อมูลที่ใช้มาจากคนเลย ไม่ใช่อ่านแล้ว

ติดหรือยังครับ ?

ไม่ถึงขั้น เพราะอาตมาไม่ได้เล่นเกม ได้อ่านบ้าง แต่ไม่มาก แต่ก็ได้กลายเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่ง คือต้องไปโพสต์เมื่อถึงโอกาส แต่ก่อนก็ลองสองสามวันทีหนึ่ง ตอนหลังมีข้อมูลให้โพสต์ได้เรื่อย ๆ ทุกวัน ก็ตอนเช้า

อาตมามีเวลาเล่นอินเตอร์เน็ตแค่วันละชั่วโมง เพราะ ว่าใช้แพ็กเกจแบบเดือนละ 30 ชั่วโมง มันเลยเล่นมากไม่ได้อยู่แล้ว ก็ต้องสังวรว่าต้องคลุมเวลาให้ดี ไม่อย่างนั้นท้าย ๆ เดือนจะ ส่งอี-เมล์ ทำงานไม่ได้

ทำไมคนมากมายติดเจ้าสื่อชนิดนี้ ?

พวกที่ติด ส่วนหนึ่งเพราะเล่นเกมปลูกผัก นี่คือเท่าที่ฟังจากเพื่อน ๆ นะ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะว่า อยากรู้อยากเห็น แล้วก็อยากแชร์

คือสมัยนี้คนเราพอรู้สึกว่า ตัวเองเป็นศูนย์กลาง มีความเป็นปัจเจกสูง ฉะนั้นพอคิดอะไรก็อยากประกาศให้คนอื่นได้รู้ ยิ่งมีเฟซบุ๊กยิ่งต้องประกาศ ฉันไปไหนทำอะไร ที่ติดเพราะอยากประกาศให้โลกรู้ว่าตัวเองทำอะไร เขาเป็นใคร

เพราะในระบบมันต่อไปได้เรื่อยๆ จากเพื่อนเราไปหาเพื่อนของเพื่อน ไปถึงเพื่อนของเพื่อน ดูได้เรื่อยๆ บางทีก็ไปดูคนนี้หน้าตาดีนะ ก็ตามไป แต่ความจริงภาพที่เขาเอามาโพสต์ ก็ไม่รู้ว่าเป็นภาพของเขาจริงหรือเปล่า

มนุษย์เรานั้นต้องการเชื่อมต่อถึงกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องการสื่อสาร แต่ปัจจุบันชีวิตประจำวันทำให้เราอยู่ในโลกของตัวเอง สัมพันธ์กับผู้อื่นน้อย ก็เลยใช้เฟซบุ๊กเพื่อจะไปสื่อสารกับผู้อื่น เพื่อให้รู้ว่าเรามีตัวตน

ถ้าคุณไม่สื่อสารกับใคร คุณก็เป็น nobody นี่เป็นเรื่องของอัตตาเลยนะ อัตตามันทำให้คนต้องการเป็น somebody

วิธีที่จะฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นที่สุด ก็คือการทำให้เขาเป็น nobody ไม่สนใจ ไม่ยอมรับ ไม่เรียกชื่อ ให้เรียกแค่หมายเลข และการปลื้มที่สุด ก็คือการเป็น somebody ต้องมีเพื่อนเยอะ  ป๊อปปูลาร์ เฟซบุ๊กมันไปตอบสนองตรงนี้

ยิ่งถ้ามีคนมาเจาะแจ๊ะทุกวัน ยิ่งรู้สึกอบอุ่น มีคุณค่า สมัยก่อนสังคมเราไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะเขาเจาะแจ๊ะกันในชุมชนอยู่แล้ว

แต่ในทุกวันนี้ชีวิตมันทำให้คนโหยหาสัมพันธภาพจากการที่ต่างคนต่างอยู่ ในสำนักงานเดียวกัน ไม่คุยกันระแวงกัน

เวลาเสพความบันเทิงก็เสพความเป็นส่วนตัว สมัยก่อนดูลิเกนั่งดูกันเป็นร้อย เดี๋ยวนี้ฟัง mp3 คนเดียว ดูดีวีดีคนเดียว วิถีชีวิตได้ทำให้แยกออกมาโดดเดี่ยว ในแง่หนึ่งดูเหมือนจะมีอิสระ ก็โหยหาการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

ยิ่งเฟซบุ๊กช่วยประกาศตัวตนได้ ตอบสนองความเป็น somebody ได้เช่นกัน คนก็เลยติด เพราะมันตอบสนองความโหยหาภายในได้นั่นเอง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]