• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 5473363
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน 2554
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 4578 , 06:56:01 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ช่วงสองวันนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ ชื่อว่า “คุณธรรม นำความรู้” เขียนโดยดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

ท่านเล่าให้ฟังไว้ในหน้าคำนำว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้วท่านได้รับแรงบันดาลใจจากนักบุญท่านหนึ่งในประเทสอินเดีย คือ ท่านสัตยาไสบาบา ทำให้ท่านหันมาสนใจเรื่องการศึกษาของเด็ก

จึงทำให้ชีวิตผันแปรจาก นักการเมือง นักธุรกิจ นักวิทยาศาสตร์ มาสู่การเป็นครู โดยมุ่งเน้นการสร้างเด็กให้เป็นคนดีเหนือสิ่งอื่นใด

 

ในช่วงเริ่มต้นที่ต้องอบรมครูไปสู่อุดมการณ์ที่ตั้งไว้ ท่านอาศัยการฝึกสมาธิในการแสวงหาแนวทางที่จะใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับครู

แล้ววันหนึ่งระหว่างที่ฝึกสมาธิอยู่ที่ยอดดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ท่านก็ได้ค้นพบกับกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ จึงได้นำรูปแบบดังกล่าวไปใช้กับการอบรมครูทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก

จริง ๆ ท่านเรียนจบปริญญาตรี โท และเอก ทางด้านวิทยาศาสตร์ จากประเทศอังกฤษ แต่เนื่องจากหันมาสนใจเรื่องการศึกษาของเด็ก ท่านจึงเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาหลักสูตรและการสอน

จากนั้นท่านก็ทำการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในการสร้างคนดี และก็ได้ไปตั้ง “โรงเรียนสัตยาไส” ขึ้นที่ จ.ลพบุรี ขึ้น ทำให้เกิดความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น

หนังสือ “คุณธรรมนำความรู้” ฉบับปรับปรุงใหม่ เล่มนี้ ดร.อาจอง ท่านเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ จากหนังสือ “คุณธรรมนำความรู้” ที่ท่านเป็นคนเขียน เพื่อใช้สอนในโครงการอบรมครูทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2550 

 

เนื้อหาดีทั้งเล่ม มีทั้งผลงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ตัวอย่างกรณีศึกษาเรื่องจริงมากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ แต่ที่ผมชอบมากก็คือ แต่ละบทจะมีนิทานเล่าให้ฟังเป็นระยะ ๆ ทำให้สนุก อ่านเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ

เอนทรีนี้ผมก็ได้นำตัวอย่างนิทานเรื่องหนึ่ง จากหนังสือเล่มนี้ มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน เป็นวิธีการหนึ่งในการสอนเด็ก (และผู้ใหญ่ ด้วยนิทาน) นิทานเรื่องนี้มีชื่อว่า “บัณฑิตหนุ่มผู้รอบรู้กับคนแจวเรือ” เรื่องมีอยู่ว่า ....

 มีบัณฑิตหนุ่มอยู่คนหนึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

หลังจากได้รับปริญญาแล้ว บัณฑิตหนุ่มก็เดินทางกลับหมู่บ้านของตนที่อยู่ในชนบทอันห่างไกล หมู่บ้านแห่งนี้ถนนยังตัดเข้าไปไม่ถึง

ดังนั้นใครก็ตามที่เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ ก็ต้องโดยสารทางเรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

          การเดินทางโดยเรือใช้เวลานานมาก บัณฑิตหนุ่มรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะไม่มีอะไรทำ จึงชวนคนแจวเรือพูดคุย

           "นี่ลุง ลุงมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องภาวะโลกร้อนบางละ ลุงคิดว่ามันจะมีอิทธิพลต่อท้องถิ่นของเรามากน้อยแค่ไหน"

คนแจวเรือได้แต่ยิ้ม ก่อนจะตอบกลับไปว่า “กระผมไม่รู้อะไรในเรื่องนี้เลยครับ"

          "โอ้ย ตายละ"  บัณฑิตหนุ่มอุทานด้วยความผิดหวั "ลุงไม่รู้อะไรเลยหรือว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับโลกของเรามากแค่ไหน ตอนนี้ใคร ๆ ต่างก็ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ แต่ลุงกลับไม่รู้อะไรเลย แบบนี้เท่ากับชีวิตของลุงสูญเปล่าไป 25% แล้ว"

          คนแจวเรือไม่ได้ตอบกลับบัณฑิตหนุ่มไปว่าอะไร เขาได้แต่ทำหน้าที่แจวเรือของเขาไปเรื่อย ๆ สักพักบัณฑิตหนุ่มก็ชวนคนแจวเรือคุยแก้เบื่ออีก

"นี่ลุง ลุงคิดว่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของเราเป็นอย่างไร ลุงว่าเขาจะพาประเทศชาติของเราไปรอดหรือเปล่า"

 คนแจวเรือตอบบัรฑิตหนุ่มว่า "กระผมไม่รู้อะไรในเรื่องนี้เลยครับ"

บัณฑิตหนุ่มทั้งผิดหวังและเสียใจในคำตอบของคนแจวเรือ "อะไรกันลุง นี่มันเรื่องใหญ่ระดับประเทศเชียวนะ แต่ลุงกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่างนี้ก็เหมือนชีวิตลุงสูญเปล่าไป 50% แล้ว"

คนแจวเรือไม่ได้ว่าอะไรและยังคงทำหน้าที่แจวเรือของเขาต่อไป ตัวบัณฑิตหนุ่มเองนั้นไม่มีอะไรทำ ก็รู้สึกเบื่อ จึงถามคนแจวเรือขึ้นมาอีกว่า

"นี่ลุง ลุงคิดว่าตลาดหุ้นของเราเป็นอย่างไร จะขี้นหรือลง"

           "ตลาดหุ้นหรือครับ" คนแจวเรือทวนคำถามเสียงฉงน "กระผมเองรู้จักแต่ตลาดสดที่ไปจ่ายตลาด กับผักเอาปลาไปขาย ตลาดหุ้นอะไรนี่กระผมไม่เคยได้ยิน ไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร"

           "อะไรกันลุง" บัณฑิตหนุ่มโวยวายลั่น "ในชีวิตลุงจะรู้บ้างไหมนี่ ลุงไม่เห็นรู้เรื่องอะไรสักอย่าง แบบนี้ก็เท่ากับชีวิตลุงสูญเสียไปแล้ว 75% เลยนะ"

เนื่อจากในเวลานั้น ภาวะโลกร้อนเริ่มส่งผลกระทบคือทำให้สภาพดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จู่ ๆ เมฆทะมึนก็ลอยเข้ามาปกคลุมหนาแน่นในบริเวณนั้น ลมพัดแรงขึ้นทุกขณะคล้ายพายุจะมา เรือที่บัณฑิตหนุ่มนั่งโคลงเคลงอย่างน่ากลัว จนในที่สุดน้ำก็เริ่มปริ่มเข้าเรือ

"ท่านครับ ท่านว่ายน้ำเป็นไหมครับ" คนแจวเรือเป็นฝ่ายถามบัณฑิตหนุ่มขึ้นเป็นครั้งแรก คนแจวเรือเป็นฝ่าย"ผมว่ายน้ำไม่เป็น"  บัณฑิตหนุ่มตอบด้วยเสียงตระหนก

คนแจวเรือพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นชีวิตของท่านก็กำลังจะสูญเสียไป 100% แล้วละครับ"

ดร. อาจอง สรุปไว้ตอนท้ายนิทานเรื่องนี้ว่า ...

การศึกษาในทุกวันนี้ มุ่งแต่จะให้เด็กเป็นคนเก่ง มีความรู้รอบตัวมากมายหลายเรื่อง

แต่ปรากฎว่าหลายครั้งทีเดียวที่ความรู้เหล่านั้นไม่อาจช่วยให้พวกเขาเอาตัวรอดจากวิกฤตการณ์จริง อย่างเช่น บัณฑิตหนุ่มจากเรื่องเล่าข้างต้น ที่มีความรู้มากมาย สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องราว  แต่พอถึงเวลากลับเอาตัวเองไม่รอด 

ดังนั้นการศึกษาจึงควรจะสอนให้เด็กเข้าใจและรู้จักตัวเอง สามารถค้นพบความสุขในชีวิตให้ได้ เพราะคนเรานั้น หากชีวิตไร้ความสุข มีแต่ความเครียด บ้างก็เครียดเรื่องการเรียน บ้างก็เครียดเรื่องงาน 

จนบางคนต้องฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา ถ้าการศึกษาไม่อาจช่วยให้คนเราหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้ แล้วจะมีประโยชน์อันใด

นอกจากนั้นในฐานะที่เป็นครูอาจารย์ หรือพ่อแม่ผู้ต้องอบรมสั่งสอนลูกก้ดี ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่า การสอนให้เด็กๆ เก่งอย่างฉาบฉวยแต่ขาดมโนสำนึกแห่งความดีงามนั้น เท่ากับกำลังร่างภาพในอนาคตที่อันตรายและน่ากลัวให้แก่สังคม  

เพราะสุดท้ายความเก่งเหล่านั้นจะไม่ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ใคร แต่จะทำร้ายคนอื่น ๆ รวทั้งตัวของเขาเองด้วย

สังคมของเราต้องการคนดี เพราะคนดีเท่านั้นที่คิดจะช่วยเหลือผู้อื่น สังคม ประเทศชาติ และโลกของเราจะมีความสุขสงบได้ก็ด้วยพลานุภาพแห่งความดีงาม

ในขณะที่คนเก่งแต่ขาดความดี จะไม่คิดถึงเรื่องนี้เลย คนเก่งไม่ชอบให้คนอื่นเก่งเท่าตัว คนเก่งมักจะเอาเปรียบผู่อื่น

ยกตัวอย่างเช่น อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาท่านหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นคนที่เก่งมาก เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศของตนอยู่ในอันดับสูงสุดทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและโดยเฉพาะการเป็นมหาอำนาจ

ประเทศของเขาจึงมีอาวุธร้ายแรงมากมาย มากกว่าที่ทุกประเทศในโลกนี้มี แต่พอประเทศอื่นพยายามที่จะเก่งในเรื่องนี้เหมือนกัน คือเริ่มสร้างอาวุธร้ายแรงขึ้นมาบ้าง ประธานธิบดีท่านนี้ก็ไม่ยอม รีบส่งทหารเข้าไปรบทันที

ซึ่งทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดไปทั่วโลกและทำให้สูญเสียชีวิตพลเมืองและทหารไปมากกมาย นี่คือคนเก่งที่มักจะคิดอยู่เสมอว่าจะเอาชนะผู้อื่นได้อย่างไร

หากเราสอนและสนับสนุนให้เด็กแข่งขันกันในโรงเรียน เด็ก ๆ ก็ต้องมุ่งแต่จะเอาชนะกันอยู่ตลอดกเวลา เพราะเขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเขาเก่งกว่าคนอื่น ๆ

เมื่อเช้านี้ผมตั้งใจจะเข้าไปหาเพลงใน Youtube มาประกอบเนื้อหาในเอนทรีนี้ พอคีย์คำว่า “เด็กดี”  ก็ไปเจอคลิป เด็กดีที่สัตยาไส เข้าโดยบังเอิญ

บังเอิญตรงกับเรื่องที่ผมเล่าไว้ในเอนทรี่นี้พอดี ยังงัยก็ขอให้เพื่อน ๆ ดูคลิปนี้จนจบจะครับ รับรองว่าจะได้ความคิดดี ๆ ไว้ใช้สอนลูกหลานของเราให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ไม่ให้เป็นคนเก่ง ...แต่เลว ครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 26/09/2011 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ
เห็นด้วยในเรื่องการศึกษาในยุคสมัยนี้
ไม่ได้สอนให้เด็กประยุกต์องค์ความรู้ที่ใช้ให้เป็น
และสอดคล้องกับการใช้ชีวิตในสังคมโลกได้

เข้าทำนอง "เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ"

ซึ่งต้องกลับมาดูที่ "ครู" ว่าสอนอย่างไร
เด็กถึงได้ มีความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 23/09/2011 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ดีจังค่ะ จะรีบไปหัดว่ายน้ำก่อนเลยค่ะ ไม่ใช่ค่ะ แหย่เล่น แต่ต้องไปหัดว่ายน้ำจริงๆ นะคะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดต้องพยายามสอนน้องเอมให้เป็นคนที่มีคุณค่าของประเทศชาติค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายเรียนรู้ วันที่ : 23/09/2011 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nailert

ขอบคุณครับอาจารย์ไชยยศ ที่นำเรื่องราวหนังสือดี ๆ มาแบ่งปันกัน สำหรับดร.อาจอง เป็นอีกคนที่ผมอยากไปพบกับท่านมาก...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
karanta วันที่ : 23/09/2011 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karanta

เห็นแล้วอยากให้ลูกชายไปเรียนบ้าง ผมพยายามปลูกฝังให้พวกเขามีสามัญสำนึกที่ดีมาตลอด แต่การที่สอนโดยใช้การทำให้เห็นหรือบอกกล่าวแบบผมนั้น ถูกลูกตั้งคำถามบ่อยๆ เพราะ ทั้งที่โรงเรียน และสังคมรอบข้างกลับเดินไปในทางตรงข้ามเสมอ มันเลยดูเหมือนว่าผมสอนได้ ลูกผมเข้าใจ แต่ทำไม่ได้เพราะสังคมไม่ทำกันอย่างนั้น กลายเป็นว่าตอนนี้ผมสอนให้คิดดี แต่ว่าการกระทำต้องตามน้ำไป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
HRD.Everywhere วันที่ : 23/09/2011 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrdeverywhere
ไม่จำเป็นต้องกด "Like" ถ้า "นิ้วกับใจไม่ตรงกัน"

ขอบคุณครับสำหรับหนังสือดี ๆ ต้องไปหามาอ่านแล้วครับ จะได้เอามาดูแลหนูไหมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]