• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 5588000
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม 2555
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 15828 , 14:12:42 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน rattiya , รวงข้าวล้อลม โหวตเรื่องนี้

          สัปดาห์หน้าผมมีงานฝึกอบรมหัวข้อ "การให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์"

ให้กับหัวหน้างานและผู้จัดการขององค์กรแห่งหนึ่ง

          วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนที่เป็นผู้บังคับบัญชารู้วิธีการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่

ลูกน้องเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาวิธีคิดวิธีการทำงานให้ได้ตามเป้าหมายที่ตกลง

กันไว้ ในภาษาอังกฤษเรียกว่าการให้ Feedback ...

        หลายคนอาจคิดและบอกว่าเรื่องง่าย ๆ แค่การบอกให้ลูกน้องรู้จุดดีจุดด้อย

ของตัวเอง เพื่อปรับปรุงพัฒนาแค่นี้ ต้องเรียนกันเป็นวันเลยหรือ !!! 

        จะว่าไปเรื่องนี้จะว่าง่ายก็ง่าย ว่ายากก็ยาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น

... การสื่อสารของคนสองฝ่าย ทั้งผู้ให้และผู้รับ Feedback เริ่มจากคนให้

Feedback ว่ากล้าที่จะพูดหรือบอกความจริงกันหรือเปล่า พูดไปแล้วไม่ทำให้ผู้รับ

รู้สึกแย่ เสียอกเสียใจ ทนไม่ได้ จนอยากลาออกไปเลยหรือเปล่า

      ส่วนฝ่ายผู้รับนั้นกล้าเปิดใจยอมรับความจริง สิ่งที่หัวหน้าบอกหรือไม่ ถ้าเป็น

คนที่เปิดใจ ยอมรับความจริง พร้อมที่จะปรับปรุงพัฒนาตัวเองก็ดีไม่มีปัญหา

อะไร

       แต่ส่วนใหญ่ในความเป็นจริง ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการให้ Feedback มีมาก

มายหลายประเด็น เช่น ...

      ฝั่งหัวหน้า ให้ Feedback ไม่ชัดเจน ไม่เจาะจง ลูกน้องก็ไม่รู้ว่าจะปรับปรุง

หรือพัฒนาตรงไหน ผมมีตัวอย่างการพูดของหัวหน้าจำพวกนี้ที่มักบอกลูกน้องว่า

"ผลงานของคุณห่างไกลเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ ผมอยากให้คุณไปปรับปรุง

ประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม" ...

       การพูดอะไรที่ไม่ชัดเจนคลุมเครือ อย่างข้อความข้างต้น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือ

ไม่ก็ตาม ย่อมนำมาซึ่งปัญหา ลูกน้องไม่เข้าใจว่าห่างจากเป้าหมายนั้นมัน

ห่างอย่างไร เท่าไหร่ และที่บอกว่ายังทำงานไม่มี ประสิทธิภาพนั้นมันคืออะไร

หมายความว่ายังงัยกันแน่

         ผมเคยถามลูกศิษย์ที่เป็นระดับผู้บริหารหลาย ๆ คน ในหลาย ๆ องค์กร ให้

ช่วยบอกความหมายของคำว่า "ประสิทธิภาพ" ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่ามันหมายถึง

อะไร คำตอบที่ได้มีหลายอย่างไม่ซ้ำกัน

        บางคนบอกว่าประสิทธิภาพหมายถึงทำงานให้ได้ตามที่สั่ง บ้างก็บอกว่าทำ

เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด บ้างก็บอกว่าทำได้ถูกต้องตามขั้นตอนที่บอก ทำให้

ได้ภายในงบประมาณที่มี ทำแล้วไม่เกิดความผิดพลาด ไม่มีของเสีย ไม่ต้องทำ

งานซ้ำไปซ้ำมา

       หลายคนบอกว่าหมายถึงการทำงานให้มีคุณภาพ พอถามว่าคุณภาพหมาย

ถึงอะไร ก็ได้คำตอบว่า หมายถึงประสิทธิภาพไง อ้าว สรุปแล้วประสิทธิภาพที่หัว

หน้าพูดถึง คืออะไรกันแน่ แค่นี้เราก็พอเห้นปัญหาของการสื่อสารในการให้

Feedback แล้วนะครับ ...

       นี่ยังไม่ได้พูดถึงปัยหาการให้ Feedback แบบใช้อารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก

ขาดข้อมูลอ้างอิง การใช้น้ำเสียงดุดัน แสดงอำนาจ บารมี ที่หัวหน้าจะต้อง

แสดงออกมา แทนที่จะใช้การพูดคุยปรึกษาหารือ หาแนวทางร่วมกันว่าจะหา

ทางออกอย่างไร ...

       หันมาดูฝั่งลูกน้องบ้าง เมื่อได้รับ feedback จากหัวหน้า ลูกน้องบางคน

(หรือหลายคน) ก็รับไม่ได้ หรือไม่ยอมรับ Feedback นั้น เมื่อไม่ยอมรับก็จะไม่

ปรับปรุงแก้ไข ทำให้เกิดปัญหาด้านวิการทำงานและผลงานอยู่ร่ำไป

      ลูกน้องบางคนถึงขั้นเข้าใจหัวหน้าผิดคิดว่าจ้องจับผิด ทำให้เกิดปัญหาการ

ทำงานร่วมกัน แทนที่การให้ feedback จะช่วยให้สถานการณ์ทำงานและผลงานดี

ขึ้นกลับย่ำแย่ไปกันใหญ่ แล้วเราจะทำยังงัยกันดี ....

        เอนทรี่นี้ผมอยากชวนเพื่อน ๆ คุยและคิดเรื่องการให้ Feedback เพราะโดย

ส่วนตัวแล้ว ผมชอบและได้ประโยชน์จากการรับ Feedback นำมาปรับปรุงแก้ไข

และพัฒนาตัวเองอยู่หลายครั้ง เช่น...

         อดีตหัวหน้าคนหนึ่งเคยบอกว่าทรงผมที่ผมไว้ ทำให้หน้าผมดูแก่ และ

โทรม ตอนแรกได้ยินแล้วสะดุ้งในใจเล็กน้อย แถมแอบคิดว่ามันเรื่องของเรา หัว

ของเรา ทำไมจะมายุ่งเรื่องส่วนตัวแบบนี้

       แต่หัวหน้าคนนี้มีเทคนิคการให้ feedback ที่ดี ท่านเล่าเรื่องทรงผมของท่าน

ให้ผมฟัง โดยบอกว่าก่อนหน้านี้ท่านผมร่วง หัวเริ่มเถิก ก็เลยไปทำ treatment

ปลูกผมทำให้ผมดกขึ้นเหมือนสมัยก่อน ดุแล้วอ่อนกว่าวัย ทำให้บุคลิกดูดีขึ้น

เวลามาทำงานก็รู้สึกมั่นใจขึ้น ส่งเสริมภาพลักษณ์ในฐานะผู้บริหารได้เป็นอย่างดี 

         พอฟังแล้วผมก็ได้คิดว่าขนาดลูกพี่เรายังยอมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเขา

เองเลย เราก็น่าจะลอง จากนั้นผมก็เปลี่ยนทรงผมเป็นทรงใหม่ พอเปลี่ยนแล้วผู้

คนรอบข้างก็บอกว่าดูดีกว่าทรงเก่าจริง ๆ

        ทุกวันนี้ผมยังจดจำหัวหน้าคนนั้นได้เป้นอย่างดี รู้สึกขอบคุณที่ท่านให้

feedback กับผมด้วยความจริงใจ ให้ความปรารถนาดี ...

        แต่ในทางกลับกันถ้าผมดันทุรัง มั่นใจแบบ self สุด ๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

ตัวเอง ผมก็คงจะหน้าแก่ และมีบุคลิกภาพเชยไปอีกนานทีเดียว ...

        ผมชอบเล่าเรื่องจริงเรื่องนี้ นี้ให้ลูกศิษย์ในห้องฝึกอบรมฟัง เพราะต้องการ

ให้ทุกคนในฐานะผู้รับ feedback ยอมรับความจริง อย่าอีโก้จัด เรื่องแบบนี้ถ้าเขา

ไม่ปรารถนาดี คงไม่มาพูดให้เราหงุดหงิดหรือรำคาญใจหรอก

         ฉะนั้นอย่าใจแคบ จงเปิดใจรับฟัง ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ก็ลองปรับปรุง

แก้ไขดู แล้วตรวจสอบผลลัพธ์ว่ามันดีขึ้นจริงไหม ถ้าดีขึ้นก็โอนะครับ....

        มีหลาย ๆ ครั้งที่ลูกศิษย์มักจะบอกว่า คนไทยไม่ชอบให้ใครมาบอกมาว่าจุด

อ่อนของตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ไม่ชอบไปพูดบอกข้อที่ควรปรับปรุงของคน

อื่น เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบเสียหน้า ใครจะมาบอกมาว่ามักจะรับไม่ได้

ทนไม่ได้

        นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งหัวหน้าคนไทยหลายคนพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอม

พูดความจริง ไม่บอกจุดอ่อน ข้อด้อยให้ลูกน้องปรับปรุงตัวอย่างตรงไปตรงมา

เพราะกลัวลูกน้องจะรับไม่ได้ แล้วจะพาลไม่ชอบหัวหน้า ไม่อยากทำงานด้วย ...

        ก็เป็นวิธีคิดของคนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่มีสิทธิ์จะคิดอย่างนั้น แต่ในการทำ

งาน ถ้าลูกน้องทำงานผิดพลาด ไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

แล้วหัวหน้าอมพะนำ ไม่พูดไม่บอก เพราะกลัวลูกน้องรับไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น ผล

งานของแผนกหรือฝ่ายที่หัวหน้าคนนั้นดูแลจะเป็นอย่างไร การเพิกเฉย ละเลยไม่

สนใจให้ Feedback ลูกน้อง หัวหน้าจะเป็นเหมือนอย่างนิทานพ่อแม่รังแกฉันในที่

สุด

        ให้บังเอิญเหลือเกิน วันหยุดที่ผ่านมาผมได้รับจุลสารเล่มนี้ จากลูกศิษย์คน

หนึ่งซึ่งเธอนำมาแจกในงาน Give & Take Meeting ครั้งที่ 5 

 

      เพิ่งได้เปิดอ่านดูเมื่อวานนี้ อ่านแล้วโดนใจมาก รีบให้เลขาฯ พิมพ์เก็บไว้เอา

ไปแชร์กับลูกศิษย์ในห้องอบรมเรื่อง การให้ Feedback สัปดาห์ที่จะถึงนี้ทันทีเลย

        เนื้อความระหว่างหน้าที่ 9-13 ของจุลสารเล่มนี้ เป็นบทสัมภาษณ์

สตรีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ชื่อ Eugenie Merieau (เออเชนี เมริโอ) เธอเรียนจบ

ปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และกำลังจะจบปริญญา

เอก "ตุลาการภิวัฒน์" ในเมืองไทย

         นอกจากนี้ก็ทำงานให้สถาบันพระปกเกล้า และเฝ้าติดตามสถานการณ์

ทางการเมืองของไทยแบบใกล้ชิด เธออยู่เมืองไทยมา 4 ปี จนสามารถสื่อสาร

พูดและเขียนภาษาไทยได้แล้ว

         เธอตอบคำถามผู้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทย เกี่ยวกับเรื่องการเมือง การเดิน

ทาง ดนตรี และผู้ชายไทย ผมขอนำมาแชร์ให้พวกเราอ่าน 2 ข้อ เพราะมันเป็น

มุมมองของปัญญาชนคนต่างชาติรุ่นใหม่ที่พูดถึงคนไทยเมืองไทยอย่างตรงไป

ตรงมา ลองอ่านดูนะครับ ...

ถาม : อยู่มาสี่ปี คุณชอบอะไรในเมืองไทย ? (คำถามที่ 3 หน้า 10)

ตอบ : ตอนแรกไปตามแพลนของเพื่อน คือ ไป full moon party ที่เกาะพงัน อยู่

ที่นี่หนึ่งเดือน แต่รู้สึกเหมือนยังไม่เห็นเมืองไทย ตอนที่กำลังจะขึ้นเครื่องบินบอก

ตัวเองว่าจะกลับมาอีก อยากกลับมาเรียนรู้ภาษาและวัมนธรรมอย่างแท้จริง   

อีกอย่าง ประเทศไทยมันสอดคล้องกับสิ่งที่เราเรียนมา เพราะเราเรียนรัฐศาสตร์

มันมีเรื่องวิกฤติทางการเมือง สงครามภายใน หรือการก่อการร้าย การขายอาวุธ

ค้ามนุษย์ ยาเสพติด ประเทศไทยมีครบหมดเลย ก็คิดว่ามาเมืองไทยไม่น่าจะตก

งานนะ คือสำหรับคนที่ทำวิทยานิพนธ์ หรือคนที่สนใจการเมือง ที่นี่มันน่าสนใจ

เพราะการเมืองมันเปลี่ยนไปทุก ๆ วัน ทุกวันมันมีเหตุการณ์ ทุกนาทีมีคนพูดแบบ

นั้นแบบนี้ ศาลสั่งให้นี่นู่น ดูวุ่นวายและน่าตื่นเต้น ต้องติดตามความเคลื่อนไหว

โดยตลอด

ถาม : อยู่เมืองไทยมาพอสมควร คุณเห็นอะไรอื่น ๆ ในสังคมไทย ? (คำถามที่

        12 หน้า 12)

ตอบ : ปัญหาของคนไทยคือการไม่ยอมพูดความจริง ถ้าคนทำให้เจ็บจะเก็บไว้

รักษาหน้าไว้ก่อน เลือกที่จะไม่บอกดีกว่า หรือชอบคิดว่าถ้าบอกวันนี้จะเจ็บมาก

ไว้บอกพรุ่งนี้จะเจ็บน้อยกว่า คนไทยเลือกที่จะไม่พูดวันนี้ รอให้ไม่มีทางเลือกแล้ว

ค่อยพูด พูดแล้วก็หนีไป สิ่งที่เราขาดคือปัญญาชน ที่นี่คนที่จะมีบทบาทอภิปราย

ส่วนมากจะเห็นแต่นักกฎหมาย ส่วนใหญ่ ไม่มีนักสังคมสงเคราะห์ นักปรัชญา หรือ

คนที่เห็นอะไรกว้าง ๆ อยากให้ออกมาช่วยกัน"

       เพื่อนท่านใดสนใจอยากอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ลองหาจุลสารแจกฟรี

ฉบับนี้มาอ่านดู ชื่อ จุลสารเตรียมงานรำลึก 100 ปี ชาตกาล ป๋วย อึ้งภากรณ์

มิถุนายน ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 หรือจะติดต่อไปที่มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ก็ได้

ครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 31/07/2012 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

จะไปหาฉบับเต็มมาอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
โลกทรรศน์2010 วันที่ : 30/07/2012 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lokkatad2010

ผมขอยกย่องเธอนะครับ ว่า พูดเหมือนกับอยู่เมืองไทยมานานกว่าคนไทยบางคนที่ทำตัวเป็นคนไร้เดียงสาทางการเมืองอย่างไม่เข้าท่า
แต่ทีี่่บอกว่า "คนไทยไม่พุูดความจริง" นั้น ผมว่าถุูกส่วนหนึ่ง เพราะในปัจจุบัน คนไทยหลายกลุ่มหลายเหล่ามักจะชอบพูด "ความจริงแค่ครึ่งเดียว" กันเสียมากกว่า โดยให้คนที่รับสาร ไปจินตนาการส่วนที่ี่เหลือเพิ่มเติมเอง นี่แหละเหตุที่บ้านเมืองไทย จึงได้วุ่นวายเช่นทุกวันนี้ ....!!!!!

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
rattiya วันที่ : 30/07/2012 เวลา : 11.11 น.

อยากอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มค่ะ (ขณะนี้ดิฉันอยู่ที่ประเทศเยอรมันนี)

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
eggs วันที่ : 30/07/2012 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psitirat
“All truths are easy to understand once they are discovered.” Galileo 

... ช่วงสุดท้ายของเอ็นทรี่นี้ที่คุณ Eugenie คนสวยเธอว่า “แต่สำหรับคนที่อยู่เมืองไทย แม้ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือคนทำงานทั่วไปอย่างครูสอนภาษาอังกฤษ เขาก็รู้ว่าอะไรคืออะไร” ... อันนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจหรือครูสอนภาษาอังกฤษ แต่คนไทยที่ชอบอ่านภาษาอังกฤษจากมุมมองต่างประเทศก็จะสามารถรู้ได้ว่า เขามองเมืองไทยอย่างไร? ...

... สำหรับคนไทย เวลามุมมองของต่างชาติถูกใจก็ยกย่อง แต่ถ้าเขามองไม่ถูกใจก็หาว่า มันจะไปรู้อะไร พวกต่างชาติตาน้ำข้าว ... เป็นซะงั้น ...

... ที่นี่เขาต่อต้านอาจารย์ป๋วยและลูก ๆ จุลสารฉบับนี้กลับมีชื่ออาจารย์ป๋วยบนธงชาติไทยควบคู่กับธงชาติฝรั่งเศส ผมเองก็ยังมองไม่ออกว่า คนทำหนังสือต้องการสื่ออะไร??? ...

... ที่ชอบเอ็นทรี่นี้คือ สาวฝรั่งเศสคนนี้ เธอสวยมาก อายุเท่าไหร่? ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้? ... ตรงสะเป้กเลย ...ครับ ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rattiya วันที่ : 29/07/2012 เวลา : 22.31 น.

ดิฉันเคยคุยกับคนไทยที่ได้ทุนรัฐบาลไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ เธอทำงานในตำแหน่งที่สูง เคยคุยกันเรื่องเกี่ยวกับการเมืองไทย เธอบอกว่าผู้ใหญ่ที่ทำงานตำเเหน่งสูงกว่าเธอไม่ยอมเรียกร้องความถูกต้อง เเล้วเธอจะทำไปทำไม
หลังจากคุยกับเธอดิฉันรู้สึกผิดหวังมาก เพราะเธอคือคนระดับมันสมองของประเทศ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
4BANK วันที่ : 29/07/2012 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 29/07/2012 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ปัญหาของคนไทยคือการไม่ยอมพูดความจริง

อันนี้จริงแท้แน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชนากานต์50 วันที่ : 29/07/2012 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakan50

ปัญหาของคนไทยคือการไม่ยอมพูดความจริง ถ้าคนทำให้เจ็บจะเก็บไว้

รักษาหน้าไว้ก่อน เลือกที่จะไม่บอกดีกว่า หรือชอบคิดว่าถ้าบอกวันนี้จะเจ็บมาก

ไว้บอกพรุ่งนี้จะเจ็บน้อยกว่า คนไทยเลือกที่จะไม่พูดวันนี้ รอให้ไม่มีทางเลือกแล้ว

ค่อยพูด พูดแล้วก็หนีไป สิ่งที่เราขาดคือปัญญาชน
...............ใช่เลย........

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 29/07/2012 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


อาจารย์คะ ขอแสดงความคิดเห็น อาจจะนอกประเด็นของอาจารย์นะคะว่า

คนไทยในยุคนี้ ส่วนมากจะขาดความใจจริงในการสื่อสารกัน การจะพูดข้อเท็จจริงหรือไม่ ยังเป็นประเด็นรอง แต่ประเด็นหลัก คือ เจตนาที่ไม่จริงใจ ไม่ใจจริงในการสื่อสารนี้หล่ะ เป็นประเด็นสำคัญมากที่สุดตอนนี้

นักการเมือง ต่างก็สื่อสารว่า ทำเพื่อประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ถามว่า ผู้ที่เฝ้าสังเกต เฝ้าตามดู จะมีคำตอบอยู่ในใจ ว่า จริงหรือไม่ ทำเพื่อใครกันแน่ ทำไมถึงกลัวการพ่ายแพ้ของพรรคตัวเอง

...

หรือแม้แต่ พ่อและแม่ที่บอกว่า รักลูกมาก สองคำก็รักลูก สามคำก็รักลูก แต่ถ้ามีวันหยุดเมื่อไหร่ ผลักใสใล่ส่งลูก ไปยังที่กวดวิชา กวดวิชาเพื่อต้องการให้ลูกรู้วิชามากก หรือผลักลูกออกจากความรับผิดชอบของตัว ยังไงกันแน่ ??? ลองหาคตอบดูนะคะ


ช่วยเข้าไปเชียร์ด้วยนะ

ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ

http://www.thailandblogawards.com/categories/show/23

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]