• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4817565
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน 2557
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 5549 , 09:15:05 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน มะอึก , ni_gul และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ...  

องค์กรหลายแห่งเชิญผมไปเป็นวิทยากร

บรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับการสร้างความสำเร็จ

สำหรับคนรุ่นใหม่ ให้กับพนักงาน

ที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่เกิน 10 ปี

อายุตัวไม่เกิน 32 ปี ซึ่งนักวิชาการเรียกคนรุ่นนี้ว่า

"Gen Y" ...

เนื่องจากองค์กรเหล่านั้นเห็นความสำคัญ

ของเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงกลุ่มนี้ ที่เต็มไปด้วย

พลังกาย พลังความคิดสร้างสรรค์อันเหลือเฟือ

กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด

กล้าพูดในสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วย

(พูดแล้วนึกถึงเด็กฮ่องกง ที่เป็นคนจุดไฟ

ความคิดให้นักเรียนนักศึกษาและคนรุ่นใหม่

ในฮ่องกงออกมาประท้วงรัฐบาล

จีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้)

กล้าเสี่ยง นอกจากนั้นเด็กรุ่นนี้ก็ยัง

ชอบใช้เทคนิคโนโลยีสมัยใหม่

โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์

รวมทั้งแอพต่าง ๆ ที่สามารถจัดการ

หรือทำอะไรได้ด้วยตัวเอง

นั่นคือจุดเด่นข้อดีของเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบัน

และอนาคต ...

 

อย่างไรก็ตาม ก็มีคนรุ่นเก่าบางส่วน

วิเคราะห์ว่าคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ขาดความอดทน

อดกลั้น ไม่สู้งานหนัก ไม่อึด ถึก

ทำงานไม่อดไม่ทน ชอบงานสบาย ๆ

แต่อยากได้เงินเดือนสูง ๆ สวัสดิการดี ๆ

ถูกหัวหน้าว่านิดว่าหน่อย ก็รับไม่ได้

ลาออกไปซะงั้น (บางทีก็ลาออกไปทั้ง ๆ

ที่ยังหางานใหม่ไม่ได้เลยก็มี)  ...

ตัวผมเองถ้าดูจากปีเกิด ก็ถือว่าเป็นคนรุ่นเก่า

ปีนี้เข้าสู่วัย 50 ปี ที่นักวิชาการเขาเรียกว่า

"Baby Boomers" ซึ่งมีวิธีคิดและพฤติกรรม

แตกต่างจาก "Gen Y" หลายอย่าง เช่น

ผมยึดกฎเกณฑ์ เคารพอาวุโส คิดรอบคอบ

ทำอะไรคิดหน้าคิดหลัง มีความอดทนอดกลั้น

มากกว่าคนรุ่นใหม่ ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน

จึงส่งผลให้คนรุ่นใหม่มองว่า คนรุ่นเก่าช้า

คิดเยอะ ทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอน

ยึดติดกรอบความคิดและประสบการณ์เดิม ๆ

เปลี่ยนแปลงช้า ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ทัน

บางคนถึงกับเอ่ยปากว่าผมเชย

ซึ่งผมก็ยอมรับว่าหลายอย่างจริง

ผมเองก็เป็นอย่างที่เขาบอก

ทุกวันนี้ก็พยายามปรับตัว เปลี่ยนแปลงความคิด

และพฤติกรรมอยู่ และก็ทำได้หลายอย่างแล้ว

 

ทุกวันนี้เวลาไปฝึกอบรม ไม่ว่าจะเจอคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่

หรือในห้องนั้นมีหลากหลายรุ่นอยู่ด้วยกันก็ตาม

ผมมักจะเริ่มต้นให้ทุกคนบอกจุดอ่อนจุดแข็ง

ของคนรุ่นตัวเอง ว่ามีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้าง

จากนั้นผมก็ตั้งคำถามว่า

"ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ท่านคิดว่าคนทุกรุ่นมีอะไรที่เหมือนกันบ้าง"

ส่วนใหญ่กจะให้คำตอบประมาณว่า

... อยากประสบความสำเร็จในชีวิต

... อยากได้ทำงานที่รัก

... อยากมีอิสระในการทำงาน

... ต้องการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

... อยากได้หัวหน้างานที่ดี

.... ได้รับการยอมรับจากคนอื่น

... อยากมีเงินเดือนที่ดี มีสวัสดิการมั่นคง

... มีคู่ชีวิตที่ดี มีบ้านมีรถ

... อยากไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ

ทุกคำตอบล้วนเป็นเรื่องจริงของคนทุกยุคทุกสมัย

ไม่ว่ารุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่

ถ้ายังงั้นเราจะมามัวเถียงกัน ต่อว่ากัน

เรื่องจุดด้อยของคนแต่ละรุ่นอยู่ทำไม

ทำไมเราไม่ใช้ความต่างด้านดี

ของคนต่างรุ่นให้เป็นประโยชน์ โดย

เรียนรู้จุดแข็งข้อดีของคนรุ่นอื่น ๆ

ที่เราทำงานด้วย เพื่อช่วยส่งเสริมสนับสนุน

ให้เราเก่งขึ้น ก้าวหน้าเร็วขึ้น

แบ่งปันความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่มีต่างกัน

ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ร่วมด้วยช่วยกัน

เพื่อทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จไม่ดีกว่าหรือ

ภาพที่ออกมา คือ คนรุ่นเก่าเรียนรู้จากเด็กรุ่นใหม่

เด็กรุ่นใหม่ก็เรียนรู้จากคนรุ่นเก่า ...

และประเด็นสำคัญ ทุกคนมีฝัน

มีเป้าหมายในการทำงาน ที่เหมือนกัน

ไม่ว่าคนรุ่นไหน

ก็อยากประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น

ไม่มีใครอยากล้มเหลว

ไม่มีใครอยากถูกปฏิเสธจากคนอื่น ...

สิ่งหนึ่งที่ผมมักแลกเปลี่ยนกับน้อง ๆ

คนรุ่นใหม่ในห้องฝึกอบรม ก็คือ

การที่เราจะไปสู่จุดหมายปลายทาง

ไปสู่เป้าหมายหรือความฝันที่ต้องการ

หรือที่น้อง ๆ ชอบพูดและลงรูปภาพนี้

ในโซเชียลมีเดีย "แตะขอบฟ้า"

 

ตอนแรกคนรุ่นเก่าอย่างผมเห็นรูปรองเท้าแตะนี้ก็งง ๆ

กับมุกนี้ของคนรุ่นใหม่ แต่พอใช้เวลาสักครู่

ก็รู้ความหมายที่น้องจะสื่อกัน

ใช่นี่มันคือ "แตะขอบฟ้า" จริง ๆ

น้อง Gen Y มักมีอะไรทำให้พี่ Boomers คาดไม่ถึงเสมอ

... ถ้าน้อง ๆ อยากประสบความสำเร็จจริง ๆ

จะไปแตะขอบฟ้าที่น้อง ๆ ต้องการ

น้องต้องตอบคำถามตัวเองก่อนว่า

ขอบฟ้าที่น้องจะไปมันอยู่ที่ไหน

ซึ่งน้อง ๆ แต่ละคนก็ได้ตอบมาแล้วว่า

จุดหมายปลายทาง หรือขอบฟ้าของน้องก็คือ

ความสำเร็จในหน้าที่การงาน

อยากได้ตำแหน่งดี ๆ

อยากมีอิสรภาพทางการเงิน

อยากมีบ้านมีคอนโดมีรถ...

แสดงว่าแต่ละคนมีเป้าหมายแล้ว

สิ่งที่คนรุ่นเก่าอย่างผมจะช่วยได้ก็คือ

ให้เทคนิคน้อง ๆ เพื่อใช้ในการเดินทาง

ไปสู่ขอบฟ้าที่น้องต้องการ

มันเป็นเทคนิคส่วนตัวที่ผมใช้

ในการเดินสู่เป้าหมายในชีวิตสำเร็จมาแล้ว

ตอนเริ่มงานครั้งแรกที่ธนาคารแห่งหนึ่งเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว

ซึ่งทำให้ได้รู้ตัวว่าขอบฟ้าของผมอยู่ที่ไหน

ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 22 ปี เป็นการทำงานที่แรก

ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมอยู่บ่อย ๆ

ได้เรียนและพบเจออาจารย์ วิทยากรเก่ง ๆ มากมาย

แล้วก็ทำให้ตกหลุมรักอยากเป็นวิทยากรอาชีพ

เหมือนอาจารย์เขาบ้าง

ทั้ง ๆ ตอนนั้น ผมยังไม่มีความรู้หรือประสบการณ์

ที่จะเป็นวิทยากรเลย เรียกว่าเริ่มต้นที่ความฝันล้วน ๆ

เริ่มต้นที่อีกฝั่งหนึ่งของปลายขอบฟ้า (เหมือนที่น้อง ๆ เป็นอยู่)

ตอนนั้นผมก็กำหนดเป้าหมายชีวิต

ว่าจะเป็นวิทยากรอาชีพให้ได้ตอนอายุ 40 ปี

จากนั้นก็ผ่านมรสุมชีวิตและการทำงานมากมาย

ทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน

บางครั้งก็ต้องฝืนอดทนอยู่กับคนที่เราไม่ชอบ

แต่ต้องอยู่เพราะเขาเปรียบเป็นถนนลูกรัง

เป็นทางเกวียน ถึงแม้จะทำให้เรา

เดินทางด้วยความยากลำบาก  

แต่บังเอิญมันเป็นทางที่เราต้องผ่าน

เพื่อไปแตะขอบฟ้าของเรา

บางช่วงของชีวิตก็เหมือนต้องกระโดดข้ามกำแพงสูง

มีความเสี่ยง ถ้าโดดผ่านก็รอด ถ้าตกลงมาก็ตาย

ชีวิตไม่ง่ายเลย เจอเรื่องราวต่าง ๆ

ให้เรียนรู้ทั้งผิดหวัง สมหวัง

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากผมคือ

ขอบฟ้าหรือเป้าหมายในใจ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมต้องเป็นวิทยากรอาชีพให้ได้

ผมต้องเดินทางไปแตะขอบฟ้าที่คิดไว้ให้ได้ ....

ทุกวันนี้ผมทำสำเร็จแล้ว ได้แตะขอบฟ้าที่ต้องการแล้ว

จึงอยากนำเทคนิคส่วนตัวนี้มาแลกเปลี่ยนกับทุกคน

โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ "Gen Y" ที่มักคิดว่า

ตัวเองมีขนาดของหัวใจใหญ่กว่าลำตัว

ผมเรียกเทคนิคนี้ง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า WALK มีแค่ 4 ข้อ

สั้น ๆ ง่าย ๆ ตามสไตล์ที่คนรุ่นใหม่ชอบ ดังนี้ครับ

1. Will to reach your destination

คือ มีความตั้งใจจริง ที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมาย

หรือขอบฟ้าที่คุณต้องการ

เริ่มต้นที่ตรงนี้ให้ได้ก่อน

ใส่ใจใส่จิตวิญญาณลงไปในเป้าหมายนั้น

อย่าสักแค่ว่ากำหนดเป้าหมาย

ไปตามหลักกการทฤษฎี

ข้อนี้ต้องจริงจังถึงระดับจิตวิญญาณ

เรียกว่าลุ่มหลงรักใคร่

ในเป้าหมายนี้อย่างแท้จริง

ยกตัวอย่างผมเอง ...

ผมอยากเป็นวิทยากรมาก ๆ

เพื่อน ที่เรียนจบจุฬาฯ ยุคนั้น

เขาอยากเป็นนักการเงิน อยากเป็นนักการตลาดกัน

นั่นเป็นฝันของเขา แต่ฝันของผมไม่ใช่

ผมอยากเป็นวิทยากร

ใครเอาอาชีพอะไรมานำเสนอก็ไม่สนใจ

มุ่งมั่นเต็มที่กับเป้าหมายหรือขอบฟ้า

ของตัวเองเท่านั้น สรุปว่า น้อง ๆ ต้องรู้

ก่อนว่าขอบฟ้าของตัวเองอยู่ที่ไหน

ถ้ายังไม่รู้ต้องรีบหาให้เจอ

2. Action now ลงมือทำ ตามฝันตั้งแต่เดี๋ยวนี้

ทำทันที อย่ารีรอ อย่าเยิ่นเย้อกับเป้าหหมาย

ทำทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้ดีที่สุด

ไม่วอกแวก ไม่มัวแต่คิดและพูด

อย่าทำตัวเป็นเด็กรุ่นใหม่ไร้สติบางคน

ที่ดีแต่พูด ๆๆๆๆๆ พูดและพูด

บ่น บ่น บ่น โทษโน่นโทษนี่

แต่ไม่เคยลงมือทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว

อย่างจริงจังซะที  

จงจำไว้ถ้าเราไม่เริ่มต้นเดินก้าวแรก

ก้าวที่สองย่อมไม่เกิดขึ้น

แล้วน้องจะไปถึงขอบฟ้าเมื่อไรกัน

ฉะนั้นก้าวแรกสำคัญมาก

และที่สำคัญกว่าคือ ต้องก้าวทันที ก้าวเดี๋ยวนี้

ไม่เช่นนั้นน้องจะเดินไม่ทันคนอื่นเขา

เพราะอย่างที่น้องบอกพี่มีคนหลายคน

อยากประสบความสำเร็จเหมือนกัน

ใคร ๆ ก็อยากไปแตะขอบฟ้าเหมือนกัน

มันอยู่ที่ว่าใครเริ่มต้น ลงมือก่อนกันมากว่า

อย่ารอช้า ทำทันที

3. Learn from Failure

เรียนรู้จากความผิดพลาด ล้มเหลว

แน่นอนระหว่างทางที่เดิน

ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ

ยิ่งเราทำมากก็มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดมาก

แต่มันเป็นเหมือนวัคซีน

ที่ฉีดไว้ให้เราป้องกันโรคร้าย

ที่เราจะเจอในหนทางข้างหน้า

ฉะนั้นอย่ากลัววัคซีน อย่ากลัวความล้มเหลว

คนที่ฉลาดเขาจะเดินเข้าไปฉีดวัคซีน

ไม่หนีวัคซีนเด็ดขาด

ผมพูดบ่อย ๆ ในบล็อกแห่งนี้ว่าให้ทุกคน ...

Ennjoy Learning ทุกสิ่งคือครู

สิ่งที่เราพบเจอระหว่างการทำงาน

ระหว่างทางเดินไปยังขอบฟ้า

จะเจอทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย

หลายคนชอบแต่การเจอเรื่องดี

ไม่อยากเจอเรื่องร้าย

ให้ปรับเปลี่ยนความคิดและมุมมองใหม่

ยิ่งเจอปัญหา ยิ่งแก้ปัญหาได้

มันจะทำให้เราเก่งขึ้น

ทุกคนทุกเหตุการณ์ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

เปรียบเหมือนกับครูที่สอนเรา

บางครั้งก็เจอครูใจดี บางทีกเจอครูดุ

หน้าที่ของเราคือ พร้อมที่จะเรียนรู้กับครูทุกคน

ไม่ว่าเขาจะใจดีหรือดุ สอนเก่งหรือไม่ก็ตาม

4. Keep Walking จงเดินต่อไปเรื่อย ๆ

เดินช้า เดินเร็ว ไม่ว่ากัน แต่อย่าหยุด

หรือถ้าจะหยุดก็แป๊บเดียว แล้วเดินต่อไป

หลายคนเจอปัญหาเข้ามาก็ท้อ ก็เลยหยุดเดิน

ที่น่าเสียดายคือบางคนเดินหันหลังกลับ

ไปยังจุดเริ่มต้น แล้วมองหาขอบฟ้าใหม่

ถ้าอายุน้อย ๆ ก้ยังพอมีเวลาเริ่มต้นใหม่

แต่ถ้าอายุมาก ๆ แล้ว ก็ต้องใช้ความพยายาม

ตอนแก่มากหน่อย หลายคนน่าเสียดายมาก ๆ

เพราะอุตส่าห์เดินทางมาครึ่งชีวิตแล้ว

อีกไม่ไกลก็จะไปแตะขอบฟ้าที่ตัวเองต้องการแล้ว

ขอนี้อยากบอกน้อง ๆ รุ่นใหม่ ๆ อีกครั้งว่า

ขอให้อดทนอดกลั้นมากขึ้น

ยอมเหนื่อยวันนี้อีกนิดหนึ่ง

เป้าหมายที่น้องต้องการมันรอคอยอยู่

สู้ให้ถึงหยดสุดท้ายซิ อย่ายอมแพ้อะไรง่าย ๆ

เพิ่มความพยายามอีกนิดหน่อย

ทำไปเรื่อย ๆ อย่าหยุด

WALK WALK WALK  keep walking for your success.

 

แล้วในที่สุดน้อง ๆ ต้องได้แตะขอบฟ้าแน่นอนครับ

       





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 06/11/2014 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่านกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 05/11/2014 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙ : ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗)


ความคิดเห็นที่ 3 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 05/11/2014 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ชอบค่ะ ชอบทั้งเรื่องเลย สุดท้ายชอบ คห. 1 ที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/11/2014 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

หน้าร้อน ...ใส่แล้วสบายจริงๆครับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 05/11/2014 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

ถ้าไม่ก้าวเดิน ก็คงไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]