• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4817478
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม 2557
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 4448 , 18:53:00 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน บัณฑิตอีสาน , ภาษาไทย และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมปีนี้ ผมพาทีมลูกศิษย์ 8 คน

ไปช่วยงานฝึกอบรมให้กับองค์กรแห่งหนึ่งที่ชะอำ

ลูกศิษย์ทีมนี้ ส่วนใหญ่จะรู้จักกันดีอยู่แล้ว

ยกเว้นน้องผู้หญิง 2 คนที่เพิ่งมาร่วมทีมได้ไม่นาน

แต่พอผ่านงานนี้มาแค่ 1 วัน 1 คืน

ทุกคนพูดคุยสนิทสนมกันดี ส่งเสียงหัวเราะ

และแซวกันเป็นระยะ ๆ

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถตู้เดินทางกลับกรุงเทพฯ

ผมบอกกับลูกศิษย์ที่ชื่อ “มาริโอ้” ซึ่งเป็นคนอารมณ์ดี

มีอารมณ์ขัน คุยสนุก

ว่าอยากให้เขาจัดทริปพาพวกเราไปเที่ยว

เขาช้างเผือก ที่ จ.กาญจนบุรี

เนื่องจากได้ยินชื่อเสียงมานานมาก

ล่าสุดก็ได้ข่าวว่าเขาช้างเผือกติดอันดับ Top 10

ของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทย

ก็ยิ่งทำให้อยากไปมากขึ้นไปอีก

มาริโอ้ตอบผมทันทีว่า ให้บอกมาได้เลย

ว่าจะไปช่วงไหน เขาจะได้รีบเช็คคิวงาน

เช็ควันว่างว่าจะไปได้ไหม

จากนั้นผ่านมาประมาณ 1 เดือน

ผมก็ได้ช่วงวันที่ ที่ทั้งผมและมาริโอ้สะดวก

คือช่วงวันที่ 28-30 พฤศจิกายน ปีนี้

ผมเองรู้จักแต่ชื่อ เคยเห็นแต่ภาพเขาช้างเผือก

แต่ยังไม่เคยไปมาก่อน ส่วนมาริโอ้ ลูกศิษย์คนนี้

ชอบเที่ยวแบบผจญภัยไปกางเต้นท์นอนมาหลายที่

แถมเคยไปเที่ยวแถวนั้นมาแล้ว ถึงแม้เขาจะยัง

ไม่เคยขึ้นเขาช้างเผือกมาก่อน

แต่ผมก็ยินดีให้มาริโอ้เป็นหัวหน้าทัวร์ของทริปนี้

 

หลังจากคุยกับมาริโอ้ ตกลงเรื่องวันที่จะไปเที่ยวแล้ว

วันที่ 6 สิงหาคม ผมก็ส่งข้อความถึงลูกศิษย์

ที่คิดว่าพวกเขาน่าจะได้ไปเจอประการณ์แปลกใหม่

ได้เรียนรู้อะไรที่นอกกรอบบ้าง โดยผมเขียนว่า ...

"เราจะมีทริปไปท่องเที่ยว เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี

ช่วงวันที่ 28-30 พ.ย. (3 วัน 2 คืน) ...

ตอนนี้มีคนร่วมทริปแล้ว 2 คน คือ อาจารย์ กับ มาริโอ้

อ.อยากชวนพวกเราไปเที่ยวด้วยกัน

ใครไปได้ช่วย confirm กลับมาภายในสัปดาห์หน้านะครับ

จะได้รู้จำนวนคนที่จะไป จะได้วางแผนการเดินทาง

เช่ารถตู้ เตรียมเกมและกิจกรรมนอกกรอบ ไปเล่นกัน

ส่วนค่าใช้จ่ายยังไม่รู้ว่าเท่าไร่

แต่เราจะช่วยกันแชร์ค่าใช้จ่ายตามจริง "

 

หลังจากนั้นบรรดาลูกศิษย์คนอื่นๆ ก็เงียบไป

มาริโอ้เหมือนรู้ใจรีบส่งรูปภาพ สวย ๆ

ของเขาช้างเผือกมาให้เพื่อน ๆ ดู

 

พร้อมทั้งส่งลิงค์จากยูทุบแนะนำให้รู้จักกัน

และหาดูภาพบรรยากาศทางอินเตอร์เน็ต ได้ที่ 

http://wwwsadoodta.com/khao-chang-puak 

และคู่มือเที่ยวเขาช้างเผือก พิชิตยอดเขา

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ที่ www.sadoodta.com

 จากนั้นไม่นาน ผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว

เราก็รวบรวมสมาชิกได้ทั้งหมด 10 คน

ที่จะเดินทางไปเที่ยวเขาช้างเผือกด้วยกัน

ตอนปลายเดือนพฤศจิกายน

 

ต่อมาไม่นาน มารีโอ้ หัวหน้าทัวร์ของผม

ก็ส่งแมสเสจมาอัพเดท แบบอารมณ์ดี ว่า … 

“ตอนนี้เขาช้างเผือกยังปิดอยู่ครับ

ทางอุทยานแจ้งว่าจะเปิดให้เริ่มจองตอนเดือนตุลาฯ

ต้องติดต่อในช่วงนั้นครับ

ตอนนี้ให้เตรียมตัวซ้อม

วิ่งขึ้นบันไดสะพานลอยไปก่อน

เดี๋ยวช่วงต้นเดือนตุลา

จะเริ่มดำเนินการแย่งชิงให้ทันทีครับ

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายคงไม่เป็นปัญหา

คร่าว ๆ ก็คือ ค่าเข้าอุทยาน คนละประมาณ 30 บาท

ค่ารถเข้าอุทยาน 70 มั้ง

ค่าเจ้าหน้าที่คนละ 900 (ใช้คนเดียว)

ค่าลูกหาบคนละ 900 ขนของได้ประมาณ 30 โล

ค่ารถตู้เดินทาง 3 วันบวกค่าน้ำมัน

ค่าที่พักสำหรับคืนที่อยู่บนเขาช้างเผือก ไม่มีครับ

แต่อีกคืนแล้วแต่เราครับ

ถ้านอนที่เนินช้างศึกก็จะไม่มีค่าที่พัก

ถ้านอนที่บ้านอีต่อง หรือบ้านป้าเกล็น

ก็จะมีราคาต่างกันไปครับ

ที่เหลือเป็นค่าอาหาร

ราคาปกติทั่วไป เด๋วว่าง ๆ

จะเสนอโปรแกรมให้ดู

ตอนนี้เอาข้อมูลเพิ่มเติมไปก่อนนะครับ

คือเราไป 2 คืน เราจะต้องนอนในป่าบนเขา 1 คืน

ต้องเลือกว่าจะเป็นคืนแรกหรือคืนหลัง

ผมแนะนำว่าเราออกจากกรุงเทพคืน พฤหัส

ไปถึงเช้าศุกร์ขึ้นเขา คนจะน้อยเพราะเป็นวันศุกร์

แล้วไปนอนบนเขาตอนคืนวันศุกร์

ลงเขาวันเสาร์ หาที่พัก

เพื่ออาบน้ำ กินข้าว เที่ยวที่อื่น นอนสบาย

มีเวลา Debrief 1 คืน

พอเช้าอีกวันก็ ชิลๆๆๆ แล้วก็กลับ

ขอเสนอว่า

คืนที่สอง เราน่าจะพักที่บ้านป้าเกล็น (เหมืองสมศักดิ์)

ค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,600 บาทต่อคน

ค่าบริการดังกล่าว รวมสิ่งเหล่านี้ ครับ

 - อาหาร 3 มื้อ ที่ไม่ใช่บุพเฟ่

 - ขนมเค้ก สูตรต้นตำรับของป้าเกล็น

   มีให้เลือกมากมายหลายรสชาติ เช่น

  ช็อกโกแลต, กล้วย, ส้ม,โยเกริ์ต,พุดดิ้ง

- เครื่องดื่ม ชา กาแฟ โอวัลติน

  (มีให้บริการตัวเองได้เลย)

- บริการรถรับ-ส่งโดยรถโฟล์วิล

จากสถานีตำรวจปิล๊อกไปยังเหมืองสมศักด์ (บ้านป้าเกล็น)  

 และบริการนำเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

 เช่น น้ำตกจ๊อกกะดิ่น ,อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ,

เนินเสาธง,อุโมงค์เหมืองแร่เก่า,หมู่บ้านอีต่อง,

ฐานช้างศึก, ช่องเขาขาด พร้อมไกด์นำทาง

และให้คำแนะนำต่าง ๆ ตามสมควร

- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ทางรีสอร์ท

   บริการฟรี (มีเบาะเสริมให้)

 - เด็กอายุ 6-12 ปีคิ ดครึ่งราคาของผู้ใหญ่

เบื้องต้นก็ตามนี้นะครับ 

และถ้าจะพักบ้านป้าเกล็นจริง ๆ

ต้องรีบตัดสินใจนะครับ เพราะเต็มเร็วมาก

มันเป็นที่พักที่มีสตอรี่ มีแรงบันดาลใจ น่ะครับ"

 หลังจากได้รับแมสเสจจากมาริโอ้แล้ว

ลูกทัวร์ที่สนใจจะไปด้วย เริ่มเข้ามา

สอบถามข้อมูลเข้ามาเป็นระยะ

เพราะหลายคนไม่เคยไปเที่ยวลุยป่าเขา

แบบนี้มาก่อน

นี่คือบทสนทนาบางส่วนที่ผมคัดลอก

มาจากกรุ๊ปเฟซบุ๊กของพวกเรา ลองอ่านดูนะครับ 

ลูกทัวร์คนแรก :  บ้านป้าเกล็นมีสตอรี่

น่ากลัวไหม ได้ข่าวว่าสามีป้าเกล็นตายไปนานแล้ว

มาริโอ้ : ไปนอนที่เนินช้างศึกก็ได้ ถ้าไม่นอนบ้านป้าเกล็น

ลูกทัวร์คนที่ 2 :  ถ้านอนเนินช้างศึก มีที่กิน

ที่อาบน้ำไหม หรือดองเค็ม

และทำอาหารกินกันเองได้ไหมครับ

มาริโอ้ :  ถ้ากางเต๊นท์นอนที่เนินช้างศึก

จะมองเห็นเขาช้างเผือกด้วย ทีกินมีครับ

ห้องน้ำมี ห้องอาบน้ำมี แต่ไม่มีน้ำครับ

ต้องวัดดวงกับ อบต.

ว่าเค้าจะขนขึ้นมาให้หรือเปล่า

ขึ้นอยู่กับ อบต เท่านั้น

บางทีก็มี บางทีก็ไม่มี

ผมไปเนินช้างศึกมาสองครั้ง

มีน้ำให้ครั้งนึง อีกครั้งนึงไม่มีครับ

ตอนผมไปอาหารเช้าทำกินเอง

ส่วนอาหารเย็นซื้อจากบ้านอีต่อง

เอามาอุ่นกินครับ

ตรงนี้ไปบ้านอีต่องใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ก็ถึงครับ ที่จริงเราสามารถอาบน้ำ

ที่ร้านอาหารที่บ้านอีต่องก็ได้ครับ

หรือจะพักที่บ้านอีต่องก็มีที่พัก

มีโฮมสเตย์ครับ ต้องจองล่วงหน้านานเช่นกันครับ

แต่ไม่ค่อยดีนัก เหมาะกับวัยรุ่น นักศึกษามากกว่า

สำหรับอาหารที่บ้านอีต่อง ผมกินมาเกือบทุกร้าน

รสชาติดีครับ อร่อยทุกร้าน ไม่แพง

ราคาประมาณร้านข้าวต้มดี ๆ ในกรุงเทพครับ

อร่อยเลยทีเดียว มีร้านดัง ๆ อยู่ 3 ร้านครับ

แต่ที่เป็นไฮไลท์ เลยต้องกินปู

ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ใครจะรู้ว่ากลางหุบเขาจะมีปูให้ทานด้วย

ลูกทัวร์คนแรก : ปูพม่า มาจากทวาย

มาริโอ้ : แต่ต้องจอง ต้องเช็คเช่นกันครับ

คนเราก็แปลก จะกินปูต้องถ่อขึ้นไปกินข้างบนนู่น

ผมยังเคยถ่อไปกินเลย 555

ลูกทัวร์คนที่สาม :  ปูเขา คล้ายๆ ปูเรามั้ยคร้าบ

มาริโอ้ : มีร้านกาแฟอร่อย พ่อเค้าเป็นเจ้าหน้าที่

ที่เป็นคนสำรวจเหมืองแร่ที่ปิล็อกในอดีต

เค้าเลยตั้งรกรากอยู่ที่นั่น ส่วนตัวเค้าเบื่อกรุงเทพ

เค้าอยู่แถวบ้านอาจารย์ไชยยศน่ะแหละ (รู้ดีจริง ๆ เลย)

ตอนหลังเบื่อก็เลยไปขายกาแฟอยู่ที่นั่น

ใช้กาแฟ Local มีที่เดียวในโลกครับ

ปูทะเลธรรมดา ตัวเล็กด้วยครับ (ตอบคำถาม  ลูกทัวร์คนที่ 3)

 ต่อมาประมาณหนึ่งเดือน

มาริโอ้ก็ส่งแมสเสจมาอัพเดทพวกเรา

เป็นการสรุปผลการประชุมการเตรียมความพร้อม

(จากเฟซบุ๊กของเขาช้างเผือก)

เรื่องเขาช้างเผือก เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2557 ดังนี้

1. เขาช้างเผือกสมควรเปิด

2. ให้จำกัดจำนวน 60 คน ต่อวัน

3. นักท่องเที่ยวต้องจองขึ้นเขาล่วงหน้าก่อน 7 วัน

และต้องส่งชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน

และที่อยู่มาทางโทรสารก่อน

4. เจ้าหน้าที่นำขึ้นเขาต้องจัดไปตามคิว

5. จุดพักกางเต็นท์ต้องเป็นจุดเดียวกันและทางอช.กำหนดเอง

6. ห้ามจองที่กางเต็นท์ไว้ทุกครั้งที่กลับให้เก็บเต็นท์เลย

7. เจ้าหน้าที่ที่นำขึ้นเขาถ้าในช่วงเทศกาล

   เวลาลงมาต้องทำงานเลย และคิดวันหยุดเหมือนเดิม

8. จัดทำใบประกาศนียบัตรให้นักท่องเที่ยว

   ที่ขึ้นถึงจุดสูงสุดเท่านั้น

9. ค่าเจ้าหน้าที่ขึ้นเขา 1,200 บาท

10. ให้หัวหน้าหน่วยแจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นเขามาทึ่สำนักงาน

11. ห้ามเจ้าหน้าที่ที่นำขึ้นเขา ดื่มสุราเด็ดขาด

12. ให้สำนักงานทำประกาศคำสั่งเจ้าหน้าที่ขึ้นเขาช้างเผือก

13. เจ้าหน้านำขึ้นเขาต้องควบคุมลูกหาบ

      และเรื่องความสะอาดด้วย

14. เขาช้างเผือกในช่วงที่ประกาศเปิด จะเปิดทุกวัน

15. กำหนดลงทะเบียนชึ้นเขาเวลา 07.00 น.

     กำหนดขึ้นเขาเวลา 08.00 -10.00 น.

16. เจ้าหน้าที่ขึ้นเขาต้องเตรียมชุดปฐมพยาบาลเบี้องต้น

     ไปด้วย และให้มีเจ้าหน้าคนที่ผ่านการอบรมกู้ภัยไปด้วย

17. ห้ามเจ้าหน้าที่ทิ้งนักท่องเที่ยวเด็ดขาด

18. ก่อนออกเดินทางเจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์

     กับนักท่องเที่ยวก่อนทุกครั้ง

(ปล.เป็นการสรุปการประชุมนะครับ..

     ไม่ใช่วันเปิดจองให้ขึ้นเขาช้างเผือกนะครับ)

ช่วงนั้นทีมนักท่องเที่ยวของเรา

ก็ส่งแมสเสจพูดคุยเรื่องการเดินทาง กันเป็นระยะ ๆ

ผมมักเป็นผู้อ่าน ไม่ค่อยได้เข้าไปถามตอบอะไร

เพราะไว้ใจหัวหน้าทัวร์ (กับ มาริโอ้ นี่ผมรู้จักมา 6 ปี แล้ว

ที่ผ่านมาเขาเป็นคนดีคบได้ครับ)

ลองอ่านบทสนทนาของพวกเขาดูนะครับ

มาริโอ้ : ต่อไปก็เป็นอาหารการกินครับ

อยากกินอะไร มีปัญญาแค่ไหนก็ขนขึ้นไปครับ

แล้วก็ต้องมีปัญญาขนขยะกลับลงมาด้วยครับ

ส่วนใหญ่ที่เอาไปกินกันมักจะเป็นมาม่า

แต่สำหรับเราผมว่ามื้อเย็นควรเป็นสเต็ก

บาบีคิว พาสต้า เมื้อเช้าน่าจะ ABF นะครับ

ส่วนมาม่าใช้ตอนดึก

ลูกทัวร์คนที่ 1 : คมสุด ๆ เอาจริง ๆ ครับ

เดี๋ยวผมทำสเต็กให้กินเอง สบายมาก ๆ

จะเป็นเทปันลูกเต๋าแบบญี่ปุ่น

หรือจะเป็นแบบฝรั่งได้หมดครับ

เรื่องกินขอให้บอก

หั่นไปให้พร้อมฟรีซ-ใส่คูลแพคไป ไม่เสียแน่ ๆ

มาริโอ้ : ใครจะเป็นคนแบกถังแก็สขึ้นไป

สงสัยต้องรบกวนอาจารย์ไชยยศนะครับ

(แน่ะ แอบแซวเรา)

ลูกทัวร์คนแรก : เอาเตาปิคนิคพกพาครับ เล็งๆ ไว้ละครับ

มาริโอ้ :  ล้อเล่นครับ อุปกรณ์สำหรับงานเต้นท์

มีครบทุกอย่างครับ

ลูกทัวร์คนที่ 2 : มีโรซ่า แบบที่ชาคริตกับวุ้นเส้นโฆษณา

มาริโอ้ :  แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจ

เอาข้อมูลเพิ่มเติมไปครับ

ที่พัก มีให้เลือกดังต่อไปนี้

หนึ่ง นอนโฮมสเตย์ที่บ้านอีต่อง

       ราคาปานกลางไม่ถึงพัน

สอง กางเต้นท์นอนอุทยานทองผาภูมิคนละสี่สิบ

      มีห้องน้ำรวม น้ำแบบเย็นฝุดๆ

สาม บ้านพักอุทยานทองผาภูมิ

       ราคาปานกลางต้องจองล่วงหน้าสองเดือน

สี่ กางเต้นนอนเนินช้างศึก วิวสวย บรรยากาศดี

    ลมแรงมาก ห้องน้ำรวมสภาพดี มีหลายห้อง

     แต่ อาจจะไม่มีน้ำให้ใช้ ไม่มีคนดูแล

     และบางทีเต้นท์อาจต้านทานแรงลมไม่ไหว

สุดท้ายบ้านป้าเกล็น

ขายแพ็คเกจคนละประมาณ1,600 บาท

รวมอาหารที่กินกันจนตายไปข้างนึง

รถตู้เข้าไปไม่ได้ จองแพ็คเกจแล้ว

เค้าจะเอารถ 4wd มารับเข้าไป

ทุกที่ไม่ห่างกันมาก และสามารถ

หาซื้ออาหารหรือขับรถไปรับประทานอาหารได้

ย้ำทุกที่สามารถหาอาหารทานได้

โดยไม่ต้องทำกินเอง แต่ถ้าจะทำกินเอง

ทุกที่ก็สามารถทำกินเองได้ครับ

ต่บางที่ต้องต่อสู้กับธรรมชาติครับ

มีลูกทัวร์ถามเรื่องจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ

รวมทั้งอาหารการกิน มาริโอ้ เขาเข้ามาตอบดังนี้ครับ

“ ที่นั่นจะมีไฮไลท์ ดังนี้ คือ

หนึ่ง เขาช้างเผือกที่เราจะไปขึ้นครับ

สอง บ้านป้าเกล็น

สาม บ้านอีต่อง สี่เนินช้างศึก

ห้า เนินเสาธง หก ช่องมิตรภาพ

เจ็ด จุดชมวิวต่างๆ

แปด สำหรับคนที่ชอบประท้วง

ก็ขอเชิญที่สถานีท่อก๊าซไทยพม่า

ยกเว้นบ้านป้าเกล็นกับเขาช้างเผือก

ที่เหลือรวมกันใช้เวลาครึ่งวันเที่ยวครบครับ 

สิ่งดำรงชีพที่นั่นมีเกือบครบครับ

แต่จะหาได้จากบ้านอีต่องเท่านั้น

เช่น ร้านอาหารมีหลายร้าน ร้านกาแฟ

เบเกอรี่ ร้านขายของชำ เหล้า บุหรี่

ชา กาแฟ กับข้าว ของสด ของแห้ง

ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า ยารักษาโรค น้ำแข็ง

ถ้าจะเที่ยวปิล็อกให้ครบ หรือให้ถึงจริง ๆ

ต้อง ปีนเขาช้างเผือก นอนบ้านป้าเกล็น

ชมวิวเนินช้างศึก ไปพม่าที่ช่องมิตรภาพ

ถ่ายรูปเนินเสาธง ช็อปปิ้งที่บ้านอีต่อง

แล้วก็กินปูพม่าสักตัวสองตัวครับแค่เนี๊ยะ ครบแระ

ผมไปมาสองครั้งยังไม่ได้นอนบ้านป้าเกล็น

กับปีนเขาช้างเผือก เพราะว่ามันเป็นทริปครอบครัวครับ

ลูกหาบที่แบกของให้นักท่องเที่ยว

นุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อยืด

แล้วก็ใช้รองเท้าช้างดาวครับ 555

ต่อไปก็เป็นเรื่องปัญหาแลการตัดสินใจครับ

หนึ่ง บ้านป้าเกล็นต้องจองล่วงหน้าครับ

และเต็มเร็วมาก และก็จองยากด้วย

เพราะต้องฝากข้อความ

เนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์เข้าไม่ถึง

ผมส่งโทรเลขฮอทเมลไปแล้ว

ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ

 

สอง จองเดินป่า ยังไม่เปิด

และยังไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพอากาศ

ต้องรอต้นเดือนตุลา

 และะถ้าเราไม่รีบจองบ้านป้าเกล็น

ก็อาจจะอดได้ แต่ถ้าเรารีบจองบ้านป้าเกล็น

เกิดอุทยานไม่ให้ขึ้นเขาช่วงนั้น

เราก็ได้นอนบ้านป้าเกล็นอย่างเดียว

ไม่ได้ขึ้นเขา 555”

จากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์

ก่อนกำหนดเดินทางท่องเที่ยวของพวกเรา 

มาริโอ้ได้เดินทางไป survey สถานที่ท่องเที่ยว

ที่ทองผาภูมิและติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานที่นั่น

เรื่องการจองที่ ขึ้นเขาช้างเผือก

พอมาริโอ้กลับมาถึงกรุงเทพฯ

ก็บอกพวกเราว่า ต้องรอลุ้น

ว่าจะได้ขึ้นเขาช้างเผือกหรือไม่

เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

รอคอยการเปิดให้จองขึ้นเขาช้างเผือกจำนวนมาก

ได้ยินได้ฟังแล้วก็ประหลาดใจเหมือนกัน

อะไร ทำไม เขาช้างเผือกจะฮอตฮิตขนาดนี้

มาริโอ้ส่งแมสเสจมาถึงพวกเรา ว่า

“เราขึ้นวันที่ 28 พ.ย.

เราต้องจองหลังจากวันที่ 22 พ.ย. เป็นต้นไปครับ

ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่าด้วย

ต้องไปแย่งชิงกันในวันนั้น

ตอนนี้ยังไม่รู้เลยครับผมว่า

ทุกคนจะได้ขึ้นเขาช้างเผือกหรือเปล่า

ต้องรอวันที่  21-22 พ.ย.ก่อนครับ

ถึงจะทราบ อาจไปแค่บ้านป้าเกล็น

กับกางเต้นท์เนินช้างศึกก็เป็นได้ครับ”

หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน มาริโอ้

ก็ส่งสำเนาประกาศของอุทยานแห่งชาติ

ทองผาภูมิมาให้พวกเราอ่านกัน ดังนี้ครับ 

 

 

 ต่อมาไม่นาน มาริโอ้ก็ส่งแมสเสจมาสรุปอีกครั้ง

ก่อนเดินทางว่าพวกเราไม่ได้ไปขึ้นเขาช้างเผือก

เนื่องจากในวันที่เราเดินทาง

มีนักท่องเที่ยวจองเต็ม ครบ 60 คนแล้ว

(นี่ขนาดเราเตรียมตัวมานานมาก)

มาริโอ้คงรู้สึกเสียดายเหมือนพวกเราทุกคน

ที่รู้ว่าจะไม่ได้ขึ้นเขาช้างเผือก

เขาถามทุกคนในกรุ๊ปว่าจะเอายังงัยจะไปต่อ

หรือไม่ไปแล้ว

เพราะเขาช้างเผือกคือ ไฮไลต์อันดับหนึ่งของทริปนี้

ผมรีบส่งแมสเสจตอบกลับไปว่า

ผมยินดีไปต่อ ถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นเขาช้างเผือกก็ตาม  

หลังจากนั้นลูกทัวร์ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าตกลงเดินหน้า

เราจะไปต่อ มีอยู่  3 คน ติดภารกิจกระทันหัน

ไปไม่ได้ กรุ๊ปทัวร์ของเราจึงเหลือแค่ 7 คน

แล้วผมจะกลับมาเล่าให้ฟังถึงการเดินทาง

ไปเที่ยวปิล็อก บ้านอีต่อง เนินช้างศึก

บ้านป้าเกล็น น้ำตกผาแป

และอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ให้พวกเราฟังในเอนทรี่ถัดไป

โปรดเตรียมติดตามความสนุกได้เลยครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 03/12/2014 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

เคยไปบ้านอีต่อง บ้านป้าเกรน อช. ทองผาภูมิ มาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยไปเขาช้างเผือกเลยค่ะ ไม่ค่อยอยากแล้ว เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างเหลือเกิน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 03/12/2014 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

คอยติดตามด้วยคนค่ะ
เคยจัดทริปไปเที่ยวกับครอบครัว เช่าบ้านพัก อย. ทำยุ่งยากเหมือนกันค่ะ
ลุ้นตลอด เคยจองได้ แต่ไปถึงค่ำเกินไป เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปยังบ้านพักซึ่งอยู่ในป่าก็มี
กลายเป็นเสียเงินเช่า แล้วต้องไปหาเช่าโรงแรมนอนต่างหาก
แต่ไปเที่ยวแบบนี้ก็สนุกดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 03/12/2014 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ภูเขาสวยค่ะ ติดตามดูใน fb ตลอดเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

บ้านอีต่องเคยไปค่ะ แต่ไม่เห็นสวยเท่านี้เลย ภาพภูเขานี่ ที่เมืองไทยจริงๆ หรือนี่ งามมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

ชีวิตคือการเดินทาง Life is a journey. ปีนี้ไปเที่ยวกันบ้างหรือยังครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]