• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4817823
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม 2557
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 2574 , 10:53:37 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ลาดพร้าวซอยสิบสอง , แม่หมี และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

.... เราออกจากบ้านอีต่องตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง

รถตู้คุณสุพจน์ขับพาเรามาส่งที่ อบต.ปิล๊อก

นี่คือ คุณสุพจน์ คนขับรถคนเก่ง ที่ผมพูดถึงบ่อย ๆ

เนื่องจากรถตู้ขับเข้าไปบ้านป้าเกล็นไม่ได้

ทริปนี้เราเลยซื้อแพ็กเกจพักบ้านป้าเกล็น

แบบมีรถรับส่งให้  และนี่คือจุดนัดพบ

ที่เราจะต้องเปลี่ยนยานพาหนะจากรถตู้

ไปเป็นรถกระบะแทน คนขับ ชื่อคุณทิพย์

ซึ่งอาศัยอยู่แถวนั้น คุณทิพย์ทำงานเป็น

กรรมการ อบต.ปิล๊อกด้วย

 

พอคุณทิพย์ก็มาถึง ก็ช่วยขนกระเป๋าสัมภาระ

ของพวกเรา (ที่เอามาเฉพาะที่ต้องใช้ในการพักคืนนั้น

ส่วนของอื่น ๆ ที่จะใช้ในคืนต่อไป ก็เก็บไว้ในรถตู้คันเดิม)

พอขนของหมดแล้ว ลูกทัวร์แต่ละคนก็ปีนป่าย

ขึ้นไปนั่งที่ท้ายกระบะ

พร้อมออกเดินทางไปบ้านป้าเกล็นทันที ...

สำหรับท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้จักเรื่องราวของ

ป้าเกล็นและเหมืองสมศักดิ์ ผมขอเล่าให้ฟัง ดังนี้ครับ  

เหมืองสมศักดิ์ หรือที่หลาย ๆ คนเรียก

กันจนติดปากว่า "บ้านป้าเกล็น" นั้น

เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน

ในยุครุ่งเรืองของการทำเหมืองแร่ดีบุกและวุลแฟรม

ที่ได้สัมปทานการทำเหมืองแร่ใน ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

เป็นเหมืองขนาดใหญ่ที่เคยมีคนงานในเหมืองกว่า 600 คน

(ปัจจุบันมีคนงานเหลือเพียง 10 คน

คอยช่วยเหลืองานให้ป้าเกล็นที่รีสอร์ท)

ตำนานรักเหนือกาลเวลาและที่มาของบ้านป้าเกล็น ….

เริ่มต้นขึ้นจากคุณสมศักดิ์ เสตะพันธุ์

และคุณเกล็นนิส เจอร์เมน ไวท์ ได้พบรักกัน

เมื่อตอนที่คุณสมศักดิ์เดินทางไปเรียนปริญญาโท

ด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ที่เมืองแคลคูรี

ประเทศออสเตรเลีย

(แคลคูรีเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งทองคำ

คุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย)

หลังจากนั้นทั้งคู่ได้แต่งงานกันและกลับมาอยู่เมืองไทย

คุณสมศักดิ์มาเปิดเหมืองแร่ดีบุกที่กาญจนบุรี

ในขณะที่ป้าเกล็นทำงานเป็นอาจารย์

สอนภาษาอังกฤษอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 

จนกระทั่งเกิดสถานการณ์ราคาแร่ตกต่ำ

เนื่องจากประเทศจีนได้นำแร่ราคาถูก

ออกมาขายเป็นจำนวนมาก

ป้าเกล็นจึงย้ายมาอยู่กับลุงสมศักดิ์

เพื่อช่วยดูแลเหมืองและคนงาน

ต่อมาราคาแร่ตกต่ำมาก

จนไม่คุ้มกับการทำเหมือง

ลุงสมศักดิ์จึงต้องปิดเหมืองลงเมื่อปี พ.ศ. 2529

หลังจากนั้น 2 ปีต่อมา ลุงสมศักดิ์ก็ป่วย

แล้วอีก 8 ปีต่อมา ก็เสียชีวิตลง

ป้าเกล็น จึงดูแลเหมืองเก่านี้

และคงสภาพไว้ เพื่อจะได้รำลึกถึงลุงสมศักดิ์

ต่อมาป้าเกล็นได้ปรับสถานที่เก็บเครื่องมือ เครื่องใช้

และห้องทำงานต่าง ๆ ของเหมือง

ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ทกึ่งโฮมสเตย์

ตกแต่งแบบง่ายๆ ด้วยรูปภาพเก่าติดผนังและตั้งโต๊ะ

เปิดให้บริการเป็นที่พัก รวมอาหาร ชากาแฟ และเค้ก

ซึ่งเค้กป้าเกล็น เป็นเค้กแบบต้นฉบับของอังกฤษ

ทำไว้ให้ชิมได้ไม่อั้น มีทั้งเค้กช็อคโกเลต เค้กส้ม

เค้กแครอท และเค้กกล้วยน้ำว้า

ซึ่งเป็นที่ติดอกติดใจของหลายๆ คน (ที่ชอบกินเค้ก)

เรื่องราวของป้าเกล็น และการต้อนรับ

อย่างอบอุ่นเสมือนบ้าน ได้รับการบอกต่อกัน

แบบปากต่อปากจนหลาย ๆ คนต้องแวะมาเยี่ยม

และมาชิมเค้กอร่อย ๆ ถึงแม้จะไม่ได้มาพักที่นี่ก็ตาม

จากการที่ไปสัมผัสมาด้วยตัวเอง

ผมคิดว่าคนที่ต้องการไปเที่ยว หรือไปพักบ้านป้าเกล็น

ควรใช้รถโฟว์วิลไดร์ฟ้ป้นพาหนะ เพราะทางเข้าวิบากมากทีเดียว

เส้นทางยังคงไว้แบบสภาพเดิม ๆ ค่อนข้างขรุขระ

เป็นถนนลูกรัง และมีทั้งหินก้อนเล็ก ก้อนใหญ่

ทางบางช่วงสูงชัน บางช่วงลาดต่ำ

มองลงไปข้างหน้าเหมือนจะเจอหุบเหว

เห็นแล้วใจหาย เรียกว่าขณะที่พวกเรา

นั่งอยู่หลังรถปิ๊คอัพของคุณทิพย์นั้น

ไม่มีทางซะหละที่จะได้นั่งกันสบาย ๆ เพลิน ๆ

เพราะรถทั้งเขย่า โขยก เล่นเอาตัวเราโยกไปโยกมา

เหมือนเต้นดิสโก้ในท่านั่งยังงัยยังงั้นเลย

มือของแต่ละคน ก็ต้องจับราวเหล็ก

ที่อยู่ตรงกลางด้านหลังรถ

และไม่ได้จับแบบธรรมดานะครับ จับแน่นมาก ๆ

ไม่ยังงั้นตัวเราจะไหลไปกองอยู่ด้านหน้า

หรือไม่ก็อาจไหลย้อนไปอยู่ท้ายกระบะ

โชคดีที่เราไปกัน 7 คน นั่งกัน 2 ฝั่ง 

ฝั่งหนึ่งมี 3 คน คือ ส่วนอีกฝั่งนั่งกัน 4 คน

ระหว่างทางเราจะส่งเสียง ฮือฮา

หวาดเสียว กันอยู่เป็นระยะ ๆ

ถ้าช่วงไหนทางค่อนข้างเรียบ (ซึ่งมีน้อยมาก)

โซคูล ก็จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพ

ทางวิบาก และบรรยากาศสองข้างทาง

จริง ๆ ปกติ อ.เอ วรยุทธ์จะเป็นตากล้องถ่ายภาพให้

แต่เนื่องจากสภาพถนนหนทางไปบ้านป้าเกล็น

เป็นอย่างที่เห็น ทำให้เรานั่งอยู่ไม่เป็นสุข

การที่จะถือกล้องตัวใหญ่ถ่ายรูป ก็คงไม่ถนัด

แถมยังเสี่ยงกับการเหวี่ยงไปมา

ดีไม่ดี กล้องจะเหวี่ยงไปฟาดกับรถ

หรือฟาดหน้าของพวกเราบางคนได้

ระหว่างทาง อ.เอ วรยุทธ์ จึงเก็บกล้องถ่ายรูป

ไว้ในกระเป๋าเพื่อความปลอดภัย

ทั้งของกล้อง และของคน

จะว่าไปแล้วนี่คือ เสน่ห์อีกอย่างของบ้านป้าเกล็น

ที่ทำให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ลืมไม่ลงกันเลย 

นอกจากบรรยากาศความสวยงาม

ของธรรมชาติที่พัก และเค้กป้าเกล็นแล้ว

ผมว่าประสบการณ์นั่งรถโขยกเขยก

สั่นไปทั้งตัวในรถกระบะ บนเส้นทางวิบากนี้

ก็ถือเป็นเสน่ห์ และกลายเป็นหัวข้อสนทนายอดฮิต

อย่างหนึ่งเวลาพูดถึงประสบการณ์บ้านป้าเกล็น

หลายคนคงอยากรู้แล้วใช่ไหมว่า

เราใช้เวลาเดินทางไปบ้านป้าเกล็นกันนานเท่าไหร่

จากการใช้เทคโนโลยีไฮเทคของ อ.เอ วรยุทธ์

ทำให้เรารู้ว่าจากจุดเริ่มต้น ถนนลาดยาง

เลี้ยวเข้าทางวิบากไปจนถึงบ้านป้าเกล็นนั้น

จริง ๆ เป็นระยะทางแค่ 4.49 กิโลเมตร

แต่ใช้เวลาไปทั้งหมด 40.54 นาที

เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเฉลี่ย 6.6 กม.ต่อชั่วโมง

ช่วงไหนพื้นที่ต่ำรถก็เคลื่อนที่ได้เร็วหน่อย

ช่วงไหนขับในระดับที่สูง ความเร็วจะต่ำลงมาก  

ดูหลักฐานการบันทึกข้อมูลได้ตามนี้เลยครับ

ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมบ้านป้าเกล็น

จึงกลายเป็นสถานที่ที่บรรดานักท่องเที่ยว

ที่ชอบออฟโร้ด ชื่นชอบเป็นพิเศษ

สำหรับนักท่องเที่ยวปกติทั่วไป

ที่ต้องการไปพักที่รีสอร์ทบ้านป้าเกล็น

แต่ไม่สามารถขับรถเข้าไปได้

หรือเกรงว่ารถเข้าไปได้ แต่จะกลับออกมาแล้วรถ

จะเปลี่ยนไปอีกสภาพหนึ่ง

ผมแนะนำให้ติดต่อไปล่วงหน้า

และแจ้งไปเลยว่าเราจะไม่ขับรถเข้าไปเอง

แล้วป้าเกล็นก็จะเตรียมจัดรถให้มารับ-ส่ง

พูดแล้วนึกถึงลูกศิษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง

เธอเล่าให้ผมฟังในเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้เองว่า

ไปเที่ยวบ้านป้าเกล็นมาเมื่อปลายปีที่แล้ว

ตอนแรกขับรถเข้าไป โดยไม่รู้ว่าทาง

ไปบ้านป้าเกล้นนั้นวิบากมาก

ขับเข้าไปได้แป๊บเดียวก็ต้องจอดรถไว้ข้างทาง

แล้วเดินเท้าเข้าไป เธอบอกว่าใช้เวลาเดินเกือบ 2 ชั่วโมง 

กว่าจะถึงบ้านป้าเกล็น สะบักสะบอมเลยทีเดียว

ลองไปอ่านข้อความที่เธอคุยกับผม ดูนะครับ

คณะของผมครั้งนี้ เราซื้อเป็นแพ็กเกจคนละ 1,600 บาทต่อคืน

ราคานี้รวมค่ารถรับส่งแล้ว

กรณีที่นักท่องเที่ยวจะไปพักแต่ขับรถเข้าไปเอง

ค่าบริการก็จะอยู่ที่ 1.400 บาท (หักค่ารถรับส่งออกไป 200  บาท)

นี่เป็นอัตราค่าบริการช่วงที่พวกผมเดินทางไป

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานะครับ

หากในท่านใดสนใจจะเดินทางไปพักที่บ้านป้าเกล็น

ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและราคาที่อัพเดทได้ทาง

เฟซบุ๊ก Somsak Mining ได้เลย ผมลองเข้าดู เจอหาข้อมูล

เกี่ยวกับการจองที่พักเหมือนกัน ลองอ่านดูนะครับ ...

  

 

วันนั้นเราเดินทางไปถึงบ้านป้าเกล็นประมาณบ่าย 3 โมง

เข้าไปสวัสดีทักทายป้า ซึ่งรอต้อนรับพวกเรา

ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ความรู้สึกเหมือนเรา

ได้เจอกับญาติผู้ใหญ่ใจดีเลยครับ

ป้าพูดคุยกับเราเป็นกันเอง

ผมถามว่าป้าอายุเท่าไหร่แล้ว

ป้าเกล็นตอบเป็นภาษาไทยชัดเจน พร้อมรอยยิ้มว่า

 “76 ปีแล้ว แก่แล้วค่ะ”

ป้าบอกว่ากำลังอบขนมเค้กให้พวกเราอยู่

อีกสักครู่ก็จะได้กินแล้ว และเล่าว่ามีคณะ

นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ประมาณ 70 คน

เพิ่งกลับออกไป ขนมเค้กที่ทำไว้ช่วงเช้า ช่วงสาย

หมดเกลี้ยงทุกรสชาติ จึงต้องอบใหม่

ถือเป็นโชคดีของกลุ่มเราที่จะได้กินเค้กป้าเกล็น

ครบทุกรสชาติ แถมอบจากเตาใหม่ ๆ เลย

เคยมีนักท่องเที่ยวหลายคนที่ตั้งใจ

ไปกินเค้กที่บ้านป้าเกล็น แต่ไม่ได้กิน

หรือได้กินไม่ครบ เพราะบางทีมาในช่วงที่

นักท่องเที่ยวเยอะมาก  อบเค้กไม่ทัน

เพราะเป็นสไตล์โฮมเมด ทำน้อย ๆ ทำบ่อย ๆ

ไม่ได้ทำเป็นอุตสาหกรรม ครั้งละมาก ๆ

หลังจากทักทายกันพอสมควรแล้ว

ป้าเกล็นก็แนะนำให้พวกเราเอาของไปเก็บเข้าที่พักก่อน

เสร็จแล้วค่อยเดินกลับมากินเค้กกัน

ช่วงที่เราคุยกับป้าเกล็นอยู่นั้น

คุณทิพย์ได้ขับรถกระบะ

เอาสัมภาระของพวกเราไปไว้

ที่บ้านพักริมน้ำเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่กำลังจะเดินไปยังที่พัก

คณะเราก็ได้พบกับคุณชาลี ผู้จัดการของรีสอร์ทนี้

คุณชาลีเป็นคนเก่าคนแก่ที่ทำงาน

อยู่ที่เหมืองแห่งนี้ตั้งแต่สมัยที่ลุงสมศักดิ์ยังมีชีวิตอยู่

หลังจากธุรกิจเหมืองแร่ปิดตัวลง ลุงสมศักดิ์เสียชีวิตไป

ตอนหลังป้าเกล็นปรับปรุงดัดแปลงเหมืองเก่าแห่งนี้

ให้เป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยว

และได้มอบหมายให้คุณชาลีเป็นผู้จัดการ

คอยดูแลรับจองที่พักบ้านป้าเกล็น

ติดต่อประสานงานเรื่องรถรับส่ง

และทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปบ้านป้าเกล็น

ผมบอกกับคุณชาลีว่าจะนำเรื่องที่คุยกัน

ไปเขียนบันทึกในบล็อกให้คนอื่น ๆ ได้อ่านกัน

คุณชาลีตอบรับด้วยความยินดี

พร้อมทั้งชวนผมถ่ายรูปที่ป้ายต้อนรับ

 

เราจึงได้ฟังเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับเหมืองสมศักดิ์

ก่อนจะแยกกัน คุณชาลีได้พูดทิ้งท้ายสั้น ๆ

ให้เราสบายใจไร้กังวลว่า

“สถานที่พักแห่งนี้ เงียบสงบ เปลี่ยว แต่ปลอดภัย”

เท่าที่ผมเห็นก็คงจะจริงอย่างที่คุณชาลีบอกนะครับ

บ้านป้าเกล็นหรือเหมืองสมศักดิ์แห่งนี้

เงียบสงบ ร่มรื่นมาก

ใครมาพักที่นี่นอกจากจะสัมผัสธรรมชาติ

ป่าเขา และเสียงน้ำในลำธารไหลแล้ว

ยังเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

เพราะไม่มีทั้งสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มี wifi ไม่มีทีวีให้ดู

... หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วจะติดต่อจองห้องพัก

ที่บ้านป้าเกล็นกันได้ยังงัย ใช่ครับการติดต่อ

กับบ้านป้าเกล็นไม่ใช่เรนื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป

(หรือนี่จะเป็นเสน่ห์ อีกอย่างหนึ่งของบ้านป้าเกล็น)

หลัก ๆ เราสามารถติดต่อได้ 2 ช่องทาง

ช่องทางแรก คือ โทรศัพท์หาคุณชาลี

ซึ่งเขาจะรับได้ในที่ที่มีสัญญาณ

นั่นคือที่ ๆ ไม่ใช่บ้านป้าเกล็น เช่น

ตอนที่คุณชาลีเดินทางออกมารับ

นักท่องเที่ยวที่บ้านอีต่อง และคุณชาลีเอง

ก็มีบ้านอยู่ใกล้ ๆ กับอบต.ปิล๊อก

ซึ่งบริเวณนั้นมีสัญญาโทรศัพท์

ถ้าเขาไม่รับสาย เราก็ฝากข้อความไว้

ให้เขาติดต่อกลับ หรือช่องทางที่ 2

สอบถามไปทางหน้าเฟซบุ๊ก Somsak Mining ก็ได้

ยังงัยก็คงติดต่อได้สักช่องทางหนึ่ง ...

รู้เรื่องราวความยากลำบาก ในการติดต่อแล้ว

ผมก็ต้องขอบคุณมาริโอ้ ลูกศิษย์ที่ช่วยติดต่อประสานงาน

ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทัวร์ พาผมและคณะของเรา

เข้าไปเที่ยวบ้านป้าเกล็นกันอย่างสนุกสนาน

ระหว่างที่เราเดินไปยังที่พักบ้านริมน้ำ

มาริโอ้ ก็พูดถึงเรื่องความปลอดภัยของที่นี่ว่า

น่าจะมีความปลอดภัยมากอย่างที่คุณชาลีบอกพวกเรา

เพราะจากข้อมูลที่มาริโอ้ทราบมา

ที่ปิล๊อก ไม่มีคดีอาชกรรม

จนบางคนถึงกับพูดติดตลกว่า

ตำรวจที่ที่ปิล๊อกไม่มีงานทำ

(เพราะไม่มีคดี ไม่มีโจรผู้ร้ายไม่มีให้จับ)

ได้ยินได้ฟังทั้งจากคุณชาลีและจากมาริโอ้แล้ว

ก็รู้สึกสบายใจ ปลอดภัยแน่นอน

และแล้วเราก็เดินไปถึงบ้านพักริมน้ำ

เป็นเรือนไม้ หลังใหญ่มี 3 ห้องนอน ๆ ละ 4 เตียง

แต่ละห้องนอนจะมี 2 ห้องน้ำ

สรุปแล้วบ้านริมน้ำที่เราจะพักคืนนี้

มีทั้งหมด 12 เตียง ห้องน้ำ 6 ห้อง

เรามากันทั้งหมด 7 คน พักแบบสบาย ๆ

ใครอยากนอนห้องไหน เตียงไหน เลือกตามใจชอบ

หลังจากเก็บสัมภาระเข้าห้องพักแล้ว

เราก็ออกไปกินเค้กป้าเกล็นกัน

แล้วครั้งหน้าผมจะกลับมาเล่าเรื่อง

มหกรรมการกินเค้กโฮมเมดที่บ้านป้าเกล็น

ให้พวกเราฟังกันต่อ รับรองว่าอร่อย

และสนุกแน่นอน

สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เห็นถนนขรุขระ
อยากไปมากๆ แบบนี้ ดีครับ
ขับกันได้ไม่เร็ว

ความคิดเห็นที่ 3 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

มาโหวตและติดตามการเดินทางของชีวิตนะคะ อาจารย์ฯ

ความคิดเห็นที่ 2 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เรื่องราวของป้าเกล็น น่ารักจัง

น่าไปเยี่ยมป้าเกล็น...ถ้าได้คุยกันคงได้อะไรดีๆอีกมากมาย

แต่ทางไปนี่สิคะ แม่หมีไม่ไหวแน่

ความคิดเห็นที่ 1 narong ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Pro.Trainer วันที่ : 08/12/2014 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

Life is a journey. เพราะชีวิตคือการเดินทาง
ถ้าเราไม่ออกไปค้นหา ไม่ไปพบเจอ ประสบการณ์แปลกใหม่
อาจทำให้รสชาติชีวิตเรา อาจจะจืดชืดเกินไป ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]