• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4817823
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม 2557
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 2481 , 12:08:31 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน wansuk , เฟื่อง และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

หลังจากเก็บสัมภาระเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว

พวกเราก็เดินกลับมาที่บ้านป้าเกล็นเพื่อกินเค้กกัน ตามที่ได้นัดหมายไว้

นี่เป็นประตูใหญ่ก่อนเข้าบ้าน มีประตูเดียว ถือเป็นแลนด์มาร์คสำหรับถ่ายรูป 

นักท่องเที่ยวเกือบทุกกรุ๊ปที่มา ต้องแอ๊คชั่นกันตรงนี้ 555

 

 

 

คำว่าบ้านป้าเกล็นนี้ ผมหมายถึง ตัวบ้านของป้าเกล็นจริง ๆ

บ้านหลังนี้เป็นที่พัก มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว

เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวทรงสูง มองแว่บแรกผมนึกถึงโกดัง

หรือคลังสินค้าอะไรประมาณนั้น

ผมคิดเอาเองว่าน่าจะดัดแปลงมาจาก

สถานที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเหมืองสมศักดิ์ในอดีต   

พอเดินเข้าไปในบ้านจะเจอโต๊ะทานข้าว

ตั้งเรียงเป็นแนวลึกไปถึงด้านหลัง

มองเข้าไปสุดสายตาจะเห็นเตาอยู่ไกล ๆ

ทั้งเตาทำอาหารและเตาอบขนมเค้ก

ถ้ากลับหลังหัน มองมาทางด้านในข้างประตูทางเข้า

ก็จะเจอรูปภาพเก่า ๆ มากมาย

 

จากด้านหน้ามองไปทางด้านซ้าย

ก็จะเจอรูปภาพ แผ่นโปสเตอร์

บทความในนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ

ที่พูดถึงบ้านป้าเกล็นและเหมืองสมศักดิ์

รวมทั้งรูปภาพ และอัลบั้มรูป ต่าง ๆ ของเหล่านักท่องเที่ยว

ที่เคยมาและประทับใจ ก็ส่งรูปมาพร้อมลายเซนต์

ป้าเกล็นก็เอามาติดข้างฝาบ้าง

บางชิ้นก็ใส่กรอบวางไว้ที่โต๊ะเล็ก ๆ บ้าง

ถ้าเดินผ่านประตูด้านซ้ายมือเข้าไป

ก็จะเป็นห้องนอน ห้องพักสำหรับ

นักเรียนที่สมัครมาเรียนภาษาอังกฤษ

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

เนื่องจากป้าเกล็นเคยเป็นอาจารย์

สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมาก่อน

และรู้ปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของคนไทย

ที่เรียนไปเพื่อสอบ เพื่อทำคะแนน

แต่ใช้การจริงไม่ได้ สื่อสารก็ไม่ได้

ป้าบอกว่า ต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

ให้เด็กไทยใหม่ ไม่ใช่บังคับให้นั่งเรียนในห้อง

ท่องศัพท์ ท่องไวยกรณ์ แบบที่เป็นมา

Pilok Summer English Camp  ของป้าเกล็น

จะเน้น Practical คือ พูดคุยสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน

ฉะนั้นเด็กที่มาเรียนที่นี่ จะได้เห้น ได้พูด ได้ถาม

ในสิ่งที่เขาอยากรู้ ครูอย่างป้าเกล็นจะพูดน้อย

ไม่บังคับ หรือกำหนดว่าจะต้องนั่งเรียนกี่นาที กี่ชั่วโมง

แต่จะให้เรียนรู้อยู่แบบธรรมชาติ ตามความอยากของผู้เรียน

โดยจะกระตุ้นให้เด็กถาม ป้าเกล้นเน้นมาก ว่า

ต้องฝึกให้เด็กถามเด็กต้องถาม ถามอะไรก็ได้

เช่น บางช่วงป้าเกล็นจะปล่อยให้เด็ก

ได้ไปเดินเที่ยวเล่น ไปสัมผัสธรรมชาติ

แล้วกลับมาถามป้าเกล็น เด็กเจออะไร

สงสัยอะไรให้ถามป้าเป็นภาษาอักฤษ

แล้วป้าเกล็นก็จะพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ป้าบอกย้ำกับพวกเราว่า

ทำยังงัยก็ได้ให้เด็กรู้จักตั้งคำถาม

ถามคำถามให้เด็กสนทนาพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ

อย่างที่ป้าเกล็นเรียกว่าเป็น English in Action 

ผมถามป้าเกล็นว่า Summer English Camp

ใช้เวลานานไหม และคิดค่าใช้จ่ายเท่าไร

ป้าบอกว่าระยะเวลา 1 เดือน รวมทุกอย่าง

ค่าอาหาร ที่พัก คิดค่าใช้จ่าย 10,000 บาท

(ช่วงที่ฟังเรื่องนี้จากป้าเกล็น ใจผมนึกถึงหน้า

ลูก และหลาน ๆ ขึ้นมาทันที อยากส่งให้

มาเรียนภาษาอังกฤษกับป้าเกล็นจังเลย)

กลับมาพูดถึงตัวบ้านป้าเกล็นต่อ ...

พอมองไปทางขวามือ ส่วนหนึ่งก็เป็นเหมือนมุมทำงาน

มีโต๊ะและเก้าอี้วางอยู่ มีหน้าต่าง รับแสงสว่างจากภายนอก 

และพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง

ก็เป็นโต๊ะสำหรับวางเค้ก และมุมเครื่องดื่ม สำหรับแขกที่มาพัก

  

ผมเดินแวะเข้าไปดูห้องทางขวามือ เห็นรูปภาพต่าง ๆ ของบุคคล

ในครอบครัวของป้าเกล็น

เดินไปข้างในด้านซ้ายมือก็จะเจอ

รูปป้าเกล็นสมัยเป็นสาวสวย ถ่ายคู่กับลุงสมศักดิ์

วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก และถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะรู้ว่าป้าเกล็นชอบเป็ดมาก

ในบ้านหลังนี้ จะมีสิ่งของประดับเป็นเป็ด เยอะพอสมควร

ฝั่งขวาจะเป็นห้องนอนป้าเกล็น ติดกันถัดมาจะเป็นห้องน้ำ

ด้านในซ้ายมือสุดจะเป็นโซฟารับแขก

สำหรับนั่งพักผ่อน พูดคุยกัน

และนี่คือเตาอบขนมเค้กที่ป้าเกล็นใช้มา 40 ปีแล้ว

ออกจากห้องนี้ไปด้านหลังก็จะเป็นห้องครัว ...

ดูจากข้างในแล้ว บ้านหลังนี้ก็กว้างขวางพอสมควร

แต่ถ้ามองเข้ามาออกมาจากปากทางเข้าบ้าน

จะเห็นบ้านป้าเกล็นเป็นเหมือนบ้านเล็กในป่าใหญ่เลยครับ

 

ผมพาพวกเราไปเที่ยวด้านในบ้านป้าเกล็น

กันนานพอสมควรแล้ว

กลับมาพูดถึงไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

ที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้

นั่นคือ ชิมเค้กอร่อย ๆ ตำรับอังกฤษ สูตรป้าเกล็น

วันนั้นป้าเพิ่งอบเค้กเสร็จใหม่ ๆ หลายรสชาติ ...

มีทั้ง เค้กช็อกโกแลต เค้กส้ม เค้กแครอท-ท้อปปิ้งมะนาว

และเค้กกล้วยน้ำว้า

เตรียมไว้ให้พวกเราเลือกหม่ำกันอย่างจุใจ ไม่มีใครแย่ง

(เพราะบ่ายวันนั้น ไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเลย

มีแต่พวกเรา 7 คน เท่านั้น)

ก่อนที่จะกินเค้ก แต่ละคนก็ขอชักภาพ

ถ่ายรูปกับป้าเกล็นและขนมเค้กอย่างสนุกสนาน

ปกติตัวผมไม่ใช่คนที่ชอบทานเค้ก

ไม่ใช่พวก cake lover ที่ชอบกินเค้กมาก ๆ

ผมเป็นพวกก็กินได้ แต่ไม่ได้ชอบมาก

แต่จากเสียงเลื่องลือในชื่อเสียง ฝีมือ

และรสชาติเค้กป้าเกล็น

ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องชิม

และมาเที่ยวที่นี่ก็ตั้งใจจะชิมให้ครบทุกรสชาติ

อยากรู้ว่าเค้กอร่อยมันเป็นยังงัย

ทำไมคนถึงพูดถึงเค้กป้าเกล็นกันจัง

ขนาดภรรยาผมที่ไม่ได้มาด้วย

ก็ยังรู้จักชื่อเสียงเค้กป้าเกล็น

แถมฝากให้ผมกินเผื่อเธอด้วย

แล้วรสชาติไหนอร่อยที่สุดล่ะ ...

ป้าเกล็นเล่าให้พวกเราฟังว่านักท่องเที่ยวที่มาที่นี่

มักจะลองกินครบทุกรสชาติ

เราถามป้าต่อ ว่ารสชาติไหน ที่นักท่องเที่ยวชอบมากที่สุด

ป้าบอกว่าเค้กช็อกโกแลตเป็นอันดับหนึ่ง

ผมจึงเริ่มต้นชิมเค้กช็อกโกแลตเป็นอันดับแรก

ตามด้วยเค้กกล้วยน้ำว้า ชิมไปแค่ 2 ชิ้น 2  รส

อยากจะชิมรสอื่นอีก แต่กินไม่ไหว

เพราะชิ้นมันใหญ่พอสมควร

แต่พอหลังมื้อค่ำผมก็แอบมาชิม

เค้กแครอท-ท้อปปิ้งมะนาว 1 ชิ้น 

แลัวหลังมื้อเช้าวันรุ่งขึ้นก็ดอดมาชิมเค้กส้มอีก 1  ชิ้น

เป็นอันว่าได้ชิมครบทั้ง 4 รสชาติ

เอาไปเล่าให้ลูกและภรรยาฟังได้แล้วว่า

เค้กบ้านป้าเกล็นรสชาติเป็นยังงัย

โดยส่วนตัวผมชอบเค้กกล้วยน้ำว้ามากที่สุดครับ

ช่วงนั้นใครชิมเค้กมากฝืดคอ

ก็สามารถบริการตัวเองด้วยเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น

ป้าเตรียมไว้ให้พร้อม ทั้งน้ำดื่ม ชา กาแฟ และโอวัลติน

ช่วงที่เราชิมเค้กกันอย่างเมามันนั้น

ป้าเกล็นก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เราฟัง

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตในเหมือง

เป็นเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมานาน

ตั้งแต่ป้าเข้ามาอยู่ในเหมืองนี้ใหม่ ๆ

ป้าเล่าว่า ตอนที่ป้ามาที่เหมืองนี้ครั้งแรก

สมัยก่อนนั้นการคมนาคมไม่สะดวก

ไม่มีถนนหนทาง ไม่มีรถยนต์ เหมือนสมัยนี้

ป้าบอกว่าต้องเดินเท้าเข้ามาด้วยความยากลำบาก

และใช้เวลานานมาก

กว่าจะมาถึงเหมืองก็ใช้เวลาเป็นวัน ๆ

(ถ้าจำไม่ผิดผมได้ยินว่า 2-3 วัน)

แต่คนงาน และชาวเหมือง ก็เดินกันมาอย่างมีความสุข

ส่งเสียงร้องเพลง พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

อีกต่างหาก บางครั้งต้องเดินตากฝนเข้ามาด้วยซ้ำ

ซึ่งป้าบอกว่าเป็นเรื่องที่รู้สึกแปลกใจมาก

เดินกันไกล ๆ ทั้งเหนื่อย ทั้งเมื่อย

ทำไมยังอารมณ์ดีกันได้ขนาดนี้

มีช่วงหนึ่งของการพูดคุยที่ทำให้ผมสะดุดใจ

เกิดความรุ้สึกดราม่าเชิงบวกขึ้นมาเลย

ผมถามป้าเกล็นว่า ป้าเป็นคนอังกฤษหรือครับ

(เพราะเห็นว่าป้าทำเค้กตำรับอังกฤษ

และก่อนไปผมก็ไม่ได้อ่าน

หรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับป้าเกล็น)

ป้าตอบว่าเป็นคนออสเตรเลีย เกิดที่ออสเตรเลีย

แต่พ่อแม่เป็นคนอังกฤษ

ผมถามป้าต่อ ว่าป้าอยู่ที่เมืองไหนในออสเตรเลีย

ป้าบอกว่าเกิดและเติบโตที่เมืองแคลคูลี

ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

เลยถามว่าอยู่ทางไหน

ป้าบอกว่าอยู่ห่างจากเพิร์ธประมาณ 600 กิโลเมตร

ผมส่งเสียงโอ้โฮ ประมาณว่าไกลจากเพิร์ธจัง

ป้าตอบว่าสำหรับประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่

อย่างออสเตรเลีย ระยะทาง 600 กม. นั้นน้อยมาก

ป้าบอกพร้อมยกมือขึ้นมาทำท่าให้รู้ว่ามันนิดเดียว

ผมไม่เคยรู้จักเมืองแคลคูรีมาก่อน

และเคยไปเที่ยวออสเตรเลียแค่ครั้งเดียว

ครั้งนั้นก็ลงใต้ไปเที่ยวเมลเบิร์น

ป้าเลยเล่าให้ฟังต่อว่าแคลคูรีบ้านเกิดของป้า

เป็นเมืองที่มีชื่อเสียง เป็นแหล่งทองคำคุณภาพดี

มากที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย

คนที่ทำธุรกิจเหมืองแร่ จะต้องรู้จักชื่อเมืองนี้

(นี่คงเป็นเหตุผลที่คุณลุงสมศักดิ์สมัยหนุ่ม ๆ

ถึงเดินทางไปเรียนปริญญาโทด้านเหมืองแร่

และพบรักกับป้าเกล็นที่นั่น)

ป้าบอกว่าเมืองนั้นมีทองคำสวย ๆ ดี ๆ เยอะมาก

ผมถามป้าว่า ...

“จากที่เคยอยู่ในเมืองที่มีเหมืองทองในออสเตรเลีย

แล้วย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในเหมืองดีบุกที่เมืองกาญจน์

ชีวิตเป็นงัยบ้างครับป้า”

“สบายดีค่ะ มาอยู่ที่นี่ สามีป้าเป็นเหมือนทองคำ

พี่ศักดิ์เป็นคนดีมาก ๆ”

คำตอบของป้าทำให้ผมรู้สึกได้ทันทีว่า

ความรักของป้าเกล็นทีมีต่อลุงสมศักดิ์

เป็นรักแท้เหนือกาลเวลาจริง ๆ

ทุกครั้งที่พูดถึงลุงสมศักดิ์ ป้าจะเรียกว่า “พี่ศักดิ์” ทุกครั้ง

สีหน้าและแววตาของป้าที่พูดถึงนั้น

แสดงให้เห็นถึงความรักความผูกพัน

และความเคารพนับถือ ที่มีต่อสามีผู้ล่วงลับ

ความรักแบบรักเพื่อรัก ของป้าเกล็นนี้

ไม่ค่อยจะพบเจอได้บ่อยนักในโลกใบนี้

ยิ่งได้ตามไปอ่านคำพูดของป้าเกล็นที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ...

"ความรักคือ สิ่งเดียวในชีวิต ที่ไม่มีวันซื้อหาด้วยเงินได้

การได้รักเขา มันคือรางวัลที่มีค่า

ตลอดชีวิตของเราทุกวันที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

รู้สึกเหมือนเราได้รับของขวัญมีค่าในทุก ๆ วัน" 

คำพูดนี้อยู่ในบทความเรื่อง “อยู่เพื่อรัก” 

ในหนังสือ ฅ.คน ฉบับปฐมฤกษ์

อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งในความรักของป้าเกล็นมาก

อ่านแล้วก็ทำให้รู้ว่ารักแท้ยังมีอยู่จริง ...

ใคร ๆ ที่เคยไปเที่ยวที่นี่ต่างชื่นชมและติดใจ

ในความหอมหวานของเค้กบ้านป้าเกล็น

แต่ผมคิดว่าความรักของป้าเกล็นกับลุงสมศักดิ์

หวานกว่ามาก อยากให้ทุกคู่รักบนโลกใบนี้

รักกันยืนยง รักมั่นคง เหมือนรักของป้าเกล็น

แม้ความตายจะมาพรากลุงสมศักดิ์ไป

แต่ก็ไม่สามารถพรากความรักจากใจป้าเกล็นไปได้

.... ผมขอจบเอนทรี่นี้ แค่นี้ก่อน

ตอนหน้าจะกลับมาพูดถึงมื้อค่ำ

และเรื่องราวสนุก ๆ ของป้าเกล็นกันต่อนะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ย่าดา วันที่ : 12/12/2014 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

อิ่มเค้กเลย เอนทรี่นี้ อยากลองชิมเค้กช๊อกโกเลทที่สุด

ความคิดเห็นที่ 7 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 11/12/2014 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

อยากนั่งฟังป้าเกล็นเล่าเรื่องในอดีตบ้างจังค่ะ

ประทับใจในความรัก ความผูกพันของเธอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เฟื่อง วันที่ : 11/12/2014 เวลา : 00.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld


คิดถึงป้าเกล็น
บอน(หมาที่ซื่อสัตย์)
เค้กอร่อยๆ
และผจก.ที่มีประสิทธิภาพ

ความคิดเห็นที่ 5 มะอึก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Pro.Trainer วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และคอมเม้นต์กันมานะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ยังไม่มีโอกาสทานเค้กฝีมือป้าเค้กเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...แจกแจงความสุขลงในอักษรได้ละเอียด
ทำให้หลงรักที่นี่ได้เลยค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องราวนี้แล้ว
ชื่นชมความรักที่ป้าเกล็นและลุงศักดิ์
เค้กว่าหวาน...ความรักของป้าหวานกว่า

"ความรักคือ สิ่งเดียวในชีวิต ที่ไม่มีวันซื้อหาด้วยเงินได้

การได้รักเขา มันคือรางวัลที่มีค่า

ตลอดชีวิตของเราทุกวันที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

รู้สึกเหมือนเราได้รับของขวัญมีค่าในทุก ๆ วัน"

ชอบๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
มะอึก วันที่ : 09/12/2014 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมว่า...อาจารย์ต้องได้ทานบาร์บีคิวรสเด็ดด้วยเป็นแน่
วันที่ไปหาป้าเกล็น ผมทานเค็กป้าเกล็นนิดเดียว...
แต่ผมทานบาร์บีคิวเยอะมาก...ไม่ได้นับจำนวน..แต่ทานจนจุก...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]