• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4817823
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม 2557
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 3367 , 08:54:08 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

เช้าวันนั้นผมเดินผ่านเลยบ้านพักคนงานชาวพม่า

ของป้าเกล็นไปนิดนึง

ก็เจอผลไม้หน้าตาเหมือนมะนาวลูกใหญ่ ๆ

ร่วงหล่นอยู่ตามพื้น เดาว่าคงเป็นมะนาวป่า หน้าตาเป็นยังงี้ครับ

มองขึ้นไปบนต้น ก็มีลักษณะอย่างในภาพนี้ครับ

ด้วยความสงสัยจึงถามเด็กชายคนหนึ่งที่เดินผ่านมาว่า

นี่ลูกอะไร เด็กคนนั้นตอบเป็นภาษาไทยสำเนียงพม่าว่า

“ไม่รู้ครับ”

“น้องชื่ออะไรครับ ? ” ผมถาม

“โจ ทุย  ครับ” เด็กตอบ

“โจ ทุย เป็นคนพม่าหรือครับ ? ” ผมถามต่อ

“ใช่ครับ พ่อผมเป็นคนทวาย ครับ”

“แล้วรู้ความหมายของชื่อ โจ ทุย ไหม ?”

“ไม่รู้ครับ”

“ตอนนี้น้องเรียนหนังสืออยู่ชั้นไหนครับ ?”

“ป.6 ครับ”

“เรียนที่ไหนครับ?”

“ที่โรงเรียน ตชด.แถวบ้านอีต่องครับ”

“แล้วถ้าจบ ป.6 แล้วจะไปเรียนต่อที่ไหนครับ ?”

“เรียนกศน. ครับ”

“กศน. ต้องไปเรียนทุกวันไหม?”

“เรียนเฉพาะวันพฤหัสฯ วันเดียวครับ”  

“ทุกวันนี้ น้องเดินทางไปโรงเรียนยังงัยอ่ะ”

“พี่ชายขี่มอเตอร์ไซต์ไปส่งครับ”

นึกถึงสภาพถนนหนทางเข้าออกบ้านป้าเกล็นแล้ว

กว่าเด็กคนนี้จะไปถึงโรงเรียน เขานั่งเขย่าโขยก

ไปตลอดทาง เหมือนตอนที่พวกผม

นั่งอยู่ท้ายกระบะเข้ามาเมื่อวานนี้

ผมยืนคุยอยู่กับ โจ ทุย อยู่สักครู่

แล้วเขาก็ชี้มือไปที่ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง

ที่เดินออกมารดน้ำต้นไม้

และบอกผมว่านั่นคือพ่อของเขา

ผมเลยเดินเข้าไปถามว่าชื่อผลไม้ที่ร่วง

อยู่ใต้ต้นนั้น ว่าคือลูกอะไร ใช่มะนาวป่าหรือเปล่า

เข้าใจว่า พ่อ ของโจ ทุย คงไม่เข้าใจว่าผมพูดอะไร ?

จากนั้นโจทุยก็ไปตามพี่ชายเขาอีกคนหนึ่งมา

แล้วถามแทนผม (เดาว่าเป็นภาษาพม่า)

พี่ชายเขาไม่ตอบ แต่ก็หันไปถามพ่ออีกที  (ด้วยภาษาพม่า)

ว่านั่นผลไม้ที่ร่วงตามพื้น นั่นต้นอะไร ?

ตอนนั้น ผมเริ่มรู้สึกผิดนิดหน่อย

ที่ความอยากรู้ของผม มันไปสร้าง

ความเดือดร้อนให้คนพม่าถึงสามคนเลย

แล้วพ่อของเด็กทั้งสองก็ตอบเป็นภาษาทวาย

พี่ชายของโจทุย ก็หันมาบอกผม

เป็นภาษาไทยว่า นั่นคือ ส้มเช้ง

ผมก็พยักหน้า รับรู้ แต่ในใจ แอบคิดไปว่า

ทำไมส้มเช้งที่นี่ ถึงมีรูปร่างและกลิ่น

ไม่เหมือนส้มเช้งที่ผมรู้จักเลย

แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ กลัวเรื่องจะยาว

....................

จากนั้นผมก็เดินกลับที่พัก

ไปถึงเรือนไม้ริมน้ำประมาณ 6 โมงครึ่ง

ไปเจอ โซคูล ลูกศิษย์ที่ชอบแต่งตัวแนวเกาหลี

พันผ้าขนหนูสีขาว คลุมหัวอยู่ ดูแปลกตาดี

 

 

เลยถามว่า "โซคูล นั่นผ้าอะไรครับ ?"

เชาตอบว่า "เป็นผ้าคลุมหัวสไตล์เกาหลีครับ"

"แล้วนี่ทำเอง หรือเป็นผ้าที่ทำสำเร็จอยู่แล้วครับ ?" ผมถามต่อ  

เขาเล่าว่า ทำเอง จากที่เคยเห็นครั้งแรกเห็นในหนังเกาหลี

มีตัวละครคลุมผ้าแบบนี้อยู่บนหัว

เขาก็เลยเสิร์ชหาวิธีการทำจากอินเตอร์เน็ต

เป็นสิ่งยืนยันอีกครั้งว่าปัจจุบันความรู้ในโลกใบนี้

เกือบทุกอย่าง มันหาง่ายมาก

ถ้าจำไม่ผิด โซคูล บอกให้คีย์คำว่า

“ผ้าคลุมหัวสไตล์เกาหลี” ก็เจอแล้วครับ

ผมก็เลยบอกว่างั้น โซคูล ช่วยพับให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม

เขาตอบรับทันที

จากนั้น อ.โจ้ สุวัชชัย ก็ไปหาผ้ามาผืนหนึ่ง เพื่อฝึกทำตาม

โซคูล ก็ดึงผ้าที่คลุมหัวออก และคลี่เป็นผ้าเช็ดหัวปกติ

แล้วเริ่มสอนให้ อ.โจ้ ทำตามที่ละขั้นตอน

วิทยากรอย่างพวกเราก็ตั้งใจดู ด้วยความอยากรู้

 

โซคูลใช้เวลาสอนแป๊บเดียว ไม่ถึง 3 นาที

อ.โจ้ ก็พับผ้าคลุมหัวสไตล์เกาหลีได้แล้ว

ความเนี้ยบ เรียบ เป๊ะ ยังไม่เหมือนของ โซคูลซะทีเดียว

แต่ก็ว่าถือว่าใกล้เคียง ใช้ได้ เพราะเป็นการฝึกทำครั้งแรก

ผมก็เลยบอกโซคูลว่า สิ่งที่เขาทำ ที่สอน อ.โจ้ เมื่อสักครู่นี้

เป็นการสอนงานอย่างหนึ่ง สามารถนำไปใช้เป็นสื่อการสอน

เวลาทำหน้าที่วิทยากร สอนทักษะ (Skill Training) อะไรก็ตาม

การสอนเรื่องแบบนี้ วิทยากรจะต้องสาธิตให้ดูก่อน

แล้วค่อย ๆ อธิบายที่ละขั้นตอนอย่างง่าย ๆ

ให้ผู้เรียนทำตาม

โซคูลพูดเสริมขึ้นว่า ใช่เลย แถมสื่อการสอน

หรือผ้าที่ใช้นี่ ก็ยืมผ้าเช็ดหัวของโรงแรม หรือรีสอร์ท

มาใช้สอนหนังสือได้เลย 

ทุกคนพยักหน้า เห็นด้วย

เช้านี่พวกเราเลยได้เรียนรู้เรื่องการพับผ้าคลุมหัวสไตล์เกาหลี

จากโซคูลไปอีกหนึ่งอย่าง

จากนั้นโซคูล ก็ชวนพวกเราทำท่ากายบริหาร

 

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ อยู่ 2-3 ท่า

บางท่าผมก็ไม่เคยทำมาก่อน

รู้สึกถูกใจ และแอบชื่นชมลูกศิษย์คนนี้อยู่ในใจว่า

เขามีความรอบรู้หลายเรื่องจริง ๆ แฮะ

โซคูล ทำงานเป็นผู้จัดการภาคของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง

เป็นคนอัธยาศัยดี มีสัมมาคารวะกับผู้หลักผู้ใหญ่ดีมาก

กับเพื่อนฝูง หรือ รุ่นน้อง เขาก็จะเป็นกันเอง พุดคุยสนุกสนาน

แซวคนโน้นทีคนนี้ที มีอารมณ์ขัน

ที่สำคัญเป็นคนที่มีความรู้รอบตัวดีมาก

ชวนคุย และถามได้เกือบทุกเรื่อง

เขาจะให้ข้อมูล มีข้อแนะนำดี ๆ ให้อยู่ตลอดเวลา

อย่างบางที ครอบครัวผมจะไปเที่ยวต่างจังหวัด 

อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรอร่อย หรือจะไปกินอะไร ที่ไหนดี

โซคูลจะตอบได้เป็นฉาก ๆ แต่ถ้าเรื่องไหนไม่แน่ใจ

เขาก็ขอเวลาไปค้นหาคำตอบมาให้

จริง ๆ คุณสมบัติอย่างโซคูลนี่ ปั้นให้เป็นวิทยากรได้ไม่ยากเลย

เขาเคยมาเรียน มาฝึกเป็นวิทยากรกับผม 

แล้วผมก็ผลักเขาขึ้นพูดบนเวทีที่มีคนฟังประมาณ 300 คน

ก็ถือว่าผ่านตามมาตรฐานปกติ

แต่ยังไม่ใช่มาตรฐานที่ผมตั้งไว้ในใจ

ผมย้ำกับลูกศิษย์หลายคนที่มาฝึกเป็นวิทยากรกับผมว่า

มาตรฐานของผมอยู่ที่ 90% ขึ้นไป

คนฟังหรือลูกค้าบางรายที่เชิญลูกศิษย์ผมไปบรรยายให้

อาจจะต้องการแค่ 80% หรือน้อยกว่านั้นได้

นั่นก็เป็นความคาดหวังของคนอื่น

แต่สำหรับผม ต้อง 90% ขึ้นไป ถึงจะเรียกว่าผ่านได้

ทุกวันนี้ผมพยายามหาเวทีให้ลูกศิษย์วิทยากรรวมทั้งโซคูลด้วย

ได้ฝึกฝน สร้างเวทีขึ้นมา ให้เขาได้ลอง พาไปทำงานร่วมกับผม

ไปเห็นของจริง ไปดูการแก้ปัญหา ของวิทยากรในภาคปฏิบัติ

ลูกศิษย์หลายคนก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีพัฒนาการ

แต่บางคนก็ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ

สอนบอกอะไรไป ก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนได้ไม่มากนัก

ก็คงต้องเป็นหน้าที่ครูฝึกวิทยากรอย่างผม

ต้องคอยโค้ช คอยกระตุ้น ให้กำลังใจ

สอน บอก แนะนำทำให้ดู พาไปเรียนรู้ร่วมกัน

บางทีก็มีดุบ้าง เข้มบ้าง แล้วแต่อาการ

ของลูกศิษย์แต่ละคน ซึ่งมีจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันไป

แต่ผมเชื่อและมั่นใจเสมอว่า

ถ้าทุกคนตั้งใจ ฝึกฝน ปรับปรุงพัฒนาฝีมือไปเรื่อย ๆ

สักวันพวกเขาต้องเป็นวิทยากรมืออาชีพได้อย่างแน่นอน

... หลังจากนั้นพวกเราแยกย้ายกันไปอาบน้ำ แต่งตัว

ผมเสร็จหลังสุด เพราะหลายคนอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อย

ช่วงที่ผมออกไปไปเดินเล่นเมื่อเช้า

ผมแต่งตัวเร็จเดินออกมาจากห้องพัก

ก็เจอลูกศิษย์แก๊งค์นี้ กำลังนั่งเล่นไพ่

รอเวลาอาหารเช้า ที่หน้าห้องพัก

(เมื่อคืนก็เล่นกันก่อนนอน แสดงว่าติดใจ 555)

เรานัดป้าเกล้นไว้ประมาณ 7 โมงครึ่ง 

จากนั้นพอได้เวลา เราก็ไปกินมื้อเช้ากัน

แต่น แต่น แต๊น ... เชิญชมเลยครับว่ามื้อเช้าที่บ้านป้าเกล็น

วันนั้นมีอะไรให้เราทานกันบ้าง ...

 

พวกเรา enjoy eating อร่อยกันทุกเมนู

โดยเฉพาะไส้กรอก รสชาติดีมาก

เหมือนกินในโรงแรมหรูเลย

เลยถาม ป้าเกล็นว่า ไส้กรอกยี่ห้ออะไร ซื้อมาจากไหน

ป้าเลยเล่าที่มาของไส้กรอกแสนอร่อยนี้

ให้พวกเราฟังว่า ...

เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อนโน้น

มีทีมวิศวกรมาตั้งแค้มป์ทำงาน

(ป้าเกล็น ใช้คำว่า “Base Camp”)

วางท่อแก๊สไทย-พม่า

และต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่ ประมาณ  15 เดือน

ป้าเกล็นเลยต้องจัดเตรียมอาหารทุกมื้อ

สำหรับทีมงานวิศกรกลุ่มนี้

(ถ้าจำไม่ผิด มีประมาณ 30 คน)

และเนื่องจากวิศกรส่วนใหญ่เป็นคนเยอรมัน

ที่ชอบกินไส้กรอกอยู่แล้ว

ป้าเกล็นต้องการไส้กรอกคุณภาพดี รสชาติอร่อย

เลยต้องสืบเสาะ หาข้อมูลว่า

ตามโรงแรมใหญ่ ๆ เขาใช้ไส้กรอกยี่ห้ออะไร

ซื้อจากที่ไหนกัน

จนกระทั่งรู้ว่าไส้กรอกตามโรงแรมใหญ่ ทั้งในจ.กาญจนบุรี

และที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นั้นซื้อจากที่บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้

ป้าเกล็นจึงต้องไปซื้อไส้กรอกที่นั่น

มาคอยบริการ ทำเป็นอาหารเช้า ให้กับแขกที่มาพักที่นี่

ป้าบอกว่าไส้กรอกเจ้านี้ ทำดี มีคุณภาพ ไม่ใส่สารกันบูด

ด้วยความอยากรู้ (ผมคิดว่าหลายคน รวมทั้งภรรยา

นักทำอาหารประจำบ้านของผมก็คงอยากรู้เหมือนกัน)

ผมก็เลยถามป้าว่า ร้านที่ขายไส้กรอกที่บ้านโป่งที่ว่านี้

อยู่ตรงส่วนไหนของบ้านโป่ง เผื่อผ่านไปทางนั้น

จะได้ไปซื้อมากินบ้าง

ป้าเกล็นบอกว่า ร้านขายไส้กรอกนี้

เป็นห้องแถว 2-3 ห้อง อยู่ริมถนน

ติดอาคาร ร้านค้า หรือโรงงาน

(อันนี้ผมจำไม่แม่น ต้องขอโทษด้วยครับ)

ป้าบอกให้สังเกต ป้ายราชาชูรส ขนาดใหญ่ อยู่ด้านบน

ฟังจากที่ป้าเกล็นบอก ผมคิดว่า

น่าจะหาแหล่งขายไส้กรอกนี้ได้ไม่ยาก

พอไปที่ตลาดบ้านโป่ง จ.ราชบุรี

มองหาป้ายราชาชูรส ให้เจอละกัน

นอกนั้นก็ใช้ตาสังเกต หรือไม่ก็ใช้ปาก

ถามคนแถวนั้นก็ได้แล้วครับ

มื้อเช้าวันนั้น พวกเราก็สนุกสนานกันเช่นเคย

ไม่มีแขกนักท่องเที่ยวคนอื่น มีแต่เรากลุ่มเดียวเท่านั้น

ป้าเกล็นก็คอยมาดูแล เทคแคร์ เราเต็มที่

พูดคุยกับเราอยู่ตลอดเวลา

ช่วงหนึ่งป้าเกล็นอ่านข้อความภาษาอังกฤษที่สกรีน

อยู่บนเสื้อทีเชิร์ตที่ผมใส่ว่า

"ํ ํYou can't copy an original.

That's impossible"

พออ่านเสร็จ ป้าก็มองหน้าผม แล้วพูดเป็นภาษาไทยว่า

"แต่ไม่ใช่ในเมืองไทย นะคะ"

แสดงว่าป้าอยู่เมืองไทยมานาน

จนรู้จักคนไทยดีทีเดียว

เรื่องก๊อปปี้ ลอกเลียนแบบนี่

คนไทยบางคนก๊อปได้เหมือนมาก ๆ

เรื่องชอบก๊อปปี้นี่ ต้องยอมรับความจริง

ว่าเกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกวงการ

อย่างงานวิทยากรที่ผมทำอยู่

ผมเห็นวิทยากรหน้าใหม่ หลายคน

ใช้วิธีก๊อปปี้ ลอกเลียน แบบวิทยากรที่เก่ง ๆ

เรียนแบบชื่อหลักสูตรบ้าง

เอาหัวข้อเนื้อหาหลักสูตรของคนอื่นไปใช้

ไปนำเสนอลูกค้าบ้าง

บางคนถึงขั้นขโมยเอาสื่อการสอน

ของคนอื่นไปใช้ โดยไม่ขออนุญาต

ไม่ให้เครดิตกัน เรื่องแบบนี้ทำให้วิทยากรหลายคน

ผิดใจกันมานักต่อนักแล้ว 

ยิ่งวงการวิทยากรนี้แคบมาก

ใครก๊อปใคร ไม่เกินวันเดียว

เรื่องราวแบบนี้ก็แพร่กระจายไป

ไม่ต่างกับคนทำงานในวงการอื่น ๆ

ที่ชอบกีอปปี้ของคนอื่น ไม่ชอบคิดเองทำเอง 

.............

พวกเราประทับใจป้าเกล็นมาก

เลยขอชักภาพถ่ายรูปหมู่ร่วมกับป้าไว้เป็นที่ระลึก

 

แล้วครั้งหน้าผมจะกลับมาเล่าเรื่องการเดินป่า

ไปเที่ยวน้ำตกผาแปให้พวกเราฟังกัน

สำหรับวันนี้ ต้องขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 12/12/2014 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

... ส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิมครับ ทางเข้าต้อง 4wd ... ฝายน้ำที่เรือนพักยังคงอยู่ ... สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ป้าเกล็นอายุมากขึ้น และผมไม่เห็นหมาที่ชื่อบอน ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 12/12/2014 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เคยเข้าไปนอนกางเต็นครับ นานมากแล้วมากกว่า10ปี ไม่รู้เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างอ่างเก็บน้ำข้างบ้านยังอยู่หรือเปล่า ทางเข้าต้องใช้4วิลเหมือนเดิมหรือเปล่า
อ่านแล้วนึกถึงความหลังตามประสาคนแก่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
pooklookclub วันที่ : 12/12/2014 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklookclub

ผ้าแบบนี้ชอบเหมือนกันค่ะ เคยเห็นเพื่อนทำเลยให้เค้าสอน น่ารักดี

ความคิดเห็นที่ 2 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 12/12/2014 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

จากมะนาวป่าที่กลายเป็นส้มเช้ง...อย่างงงๆ

ทึ่งกับความสามารถของโซคุล(ที่ไม่ใช่นักร้องบร๊ะเจ้าโจ๊ก จากวงโซคูลของเด้กแนวและผู้ใหย่แนวๆอย่างแม่หมี)

ทึ่งไปกับการผูกผ้า การสอนกายบริหารที่ทำให้เห็นความสามารถของโซคูลว่าจะเป็นวิทยากรที่ดีได้

และท้ายสุดมาเห็นหน้าตาของอาหารที่น่าอร่อย และปริศนาว่าไส้กรอกนั้นยี่ห้อใดที่ป้าเกล็นมาทำอาหารให้กิน

เรื่องราวน่าอัศจรรย์ที่น่าติดตามต่อไป

ซีรีย์เรื่องนี้ยังไม่(น่า)จบ(เพราะอ่านสนุก) จึงอย่าเพิ่งนับซองใส่ไส้กรอก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 12/12/2014 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

วันนี้ได้รู้ว่าไส้กรอกที่อร่อยของป้าเกล็นซื้อมาจากที่ไหน
ป้าเองยังต้องเดินทางไปซื้อที่บ้านบ้านโป่งด้วยตัวเอง
ถ้าถามป้าว่าทำไม ไม่ใช้ยี่ห้ออื่น ที่รสชาติใกล้เคียงกับเจ้านี้ล่ะ ผมคิดว่า
ป้าเกล็นคงตอบตามข้อความที่สกรีนบนเสื้อผมว่า ...
You can't copy an original. That's impossible. 555

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]