• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4817575
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม 2557
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 2227 , 23:17:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , ลูกเสือหมายเลข9 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

(ต่อจากตอนที่ 10)

..........................

ทานมื้อเช้าเสร็จ เราก็ออกมายืนรอที่หน้าบ้าน

เตรียมตัวไปเดินเที่ยวน้ำตกกัน

ป้าเกล็นบอกว่า เดี๋ยวจะมีคนเป็นไกด์นำทาง

พาพวกเราไปเที่ยวน้ำตก ให้รอสักครู่

ช่วงนั้นผมเห็นคุณทิพย์ คนที่ขับรถกระบะมาส่งเราเมื่อวานนี้

กำลังยืนเช็ดรถอย่างตั้งใจทีเดียว เลยถามไปว่า

วันนี้มารับนักท่องเที่ยวหรือ

เขาตอบว่า มารับทีมเรานี่แหละ

ผมก็เลยบอกคุณทิพย์ไปว่า เรายังไม่กลับตอนนี้

จะไปเดินเที่ยวน้ำตกกันก่อน แล้วจะกลับมากิน

มื้อกลางวันที่บ้านป้าเกล็น  จะกลับออกไปตอนบ่าย ๆ 

แอบเห็นใจเขามากเลย ที่ต้องมารอพวกเราอีกพักใหญ่ ๆ

จริง ๆ ผมเห็นรถกระบะคุณทิพย์มาตั้งแต่เช้าแล้ว

ตอนแรกคิดว่ามารับนักท่องเที่ยวคนอื่น

ที่ไหนได้ มารอรับคณะเรานั่นเอง

แต่คุณทิพย์ก็บอกว่าไม่เป็นไร รอได้ครับ

เมื่อวันแรกที่มาถึง ป้าเกล็นพูดถึงคุณทิพย์

ให้พวกเราฟัง ด้วยความชื่นชม

ป้าบอกว่ารู้จักคุณทิพย์มานาน

เป็นคนคอยมารับส่งนักท่องเที่ยวที่มาบ้านป้าเกล็น

คุณทิพย์เป็นคนดีม้ากกกกก (ป้าเกล็นเน้นเสียงคำว่ามาก)

แถมได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ อบต. ของปิล๊อกด้วย

ป้าบอกว่าถ้ามีคนอย่างคุณทิพย์เยอะ ๆ สังคมจะดีมากเลย

........

สักครู่คนงานชาวพม่าคนหนึ่ง (เราเข้าใจว่าเขาเป็นไกด์)

ก็เอาน้ำดื่มมาให้เราคนละขวด

(ตอนแรกเขาจะถือน้ำให้พวกเรา

แต่เราคิดว่าถือคนละขวด

ของใครของมัน สะดวกดี

และจะได้ไม่รบกวนเขาจนเกินไป

เพราะเท่าที่ฟังจากป้าเกล็นบอก

การเดินทางไปเที่ยวน้ำตก จะต้องลุยป่า

เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลงเขา

ถ้าให้เขาถือน้ำให้พวกเรา จะลำบากเกินไป)

ผ่านมาสักครู่ ก็มีเรื่องเซอร์ไพรซ์ เล็กน้อย

คนงานที่เอาน้ำมาแจกเราเมื่อสักครู่

บอกว่าเขาไม่ใช่คนที่จะพาเราไปน้ำตก

เดี๋ยวน้องชายเขา จะเป็นคนนำ

พาพวกเราเดินไปที่น้ำตก โดยบอกว่า

น้องเขาชื่อ “โจ โจ ทุย” พอเห็นหน้า

เด็กผู้ชายที่จะไปเป็นไกด์ให้เรา ผมก็นึกขำในใจ

น้องคนนี้เอง คนที่ผมคุยด้วยเมื่อเช้านี้

ที่บอกว่าขำ ก็เพราะบทบาทของ โจ โจ ทุย

เปลี่ยนไปกลายเป็นไกด์นำทาง

มีมีดสั้นคาดอยู่ที่เอว ดูท่าทางทะมัดทะแมง

แต่ว่าสวมรองแตะเท้านันยาง ช้างดาว ขอบสีฟ้า พร้อมนำทาง

หันมามองดูพวกเรา แต่ละคน สวมรองเท้าผ้าใบ เตรียมไปลุยป่าเต็มที่ (ยกเว้น มาริโอ้) 

จากนั้น โจ โจ ทุยก็เดินนำหน้าไปกับมาริโอ้ ลูกศิษย์ผม

พาพวกเรามุ่งหน้าไปยัง "น้ำตกผาแป"

น้ำตกที่ผมเชื่อว่ามีคนไทยน้อยคนนัก ที่จะได้ขึ้นไปเยือน

ลองติดตามดู ก็จะรู้ว่าเพราะอะไร ผมถึงคิดอย่างนั้น

เส้นทางที่ไกด์เด็กพาเราเดินไป เป็นถนนลูกรัง

เดินไปได้แป๊บเดียวก็มีเซอร์ไพรซ์เกิดขึ้นอีก

เพราะจู่ ๆ ก็มีเด็กเพิ่มเข้ามาในกลุ่มเราอีกหนึ่งคน

ถามโจ โจ ทุย ว่า รู้จักไหม

เขาบอกว่า “เพื่อนผมเองครับ”

ผมเลยเข้าไปคุยด้วย ถามน้องเขาว่าชื่ออะไร

“อา ชิ ครับ” น้องตอบ

“เรียนอยู่ ป.อะไรแล้วครับ”

“ป.4 เรียนที่เดียวกับ โจ ทุย ครับ”

ช่วงนั้นผมเดินอยู่หน้าขบวน

ชวน โจ โจ ทุย กับ อา ชิ คุยไประหว่างทาง

 “อา ชิ มีพี่น้องกี่คนครับ” ผมถาม อาชิ ต่อ

“ไม่มี ครับ”

“พ่อแม่ อาชิ ทำอะไรครับ”

“ผมอยู่วัด กับหลวงพ่อ ไม่มีพ่อแม่ครับ”

ได้ยินคำตอบ อาชิ แล้วไม่กล้าซักต่อ

เดี่ยวจะดราม่าไปกันใหญ่

ผมเลยบอกอา ชิ ว่า เดี๋ยวให้ โจ โจ ทุย นำหน้า

แล้วอา ชิ ช่วยไปอยู่คุมอยู่ท้ายแถว

ช่วงนั้น เริ่มมีเสียงสมาชิกของเรา

ลื่นล้มไปแล้วหนึ่งคน

ถ้าจำไม่ผิด จะเป็น อ.เอ ทวีวรรณ

(ตอนเดินกลับผมก็ลื่น เกือบล้มไปเหมือนกัน)

ถึงแม้ทางจะเป็นก้อนหิน เล็กใหญ่ ขรุขระ

ดูแล้วน่าจะ ช่วยให้เราเดินง่าย เกาะพื้น ไม่ลื่นง่าย

แต่ความจริง เส้นทางที่เราเดินอยู่นั้น มันเป็นทาง

น้ำไหลผ่านในหน้าฝนด้วย เดินเหยียบก้อนหิน

จึงต้องระวังนั้น ไม่งั้นจะลื่นเอาง่าย ๆ

 

(แปลกแต่จริง เด็กชายชาวพม่าสองคนนี้ ใส่รองเท้าแตะ

เดินนำเรา อย่างคล่องแคล่ว ไม่ลื่น ไม่ล้ม แถมเดินเร็วอีกต่างหาก)

ผมบอก โจ โจ ทุย ว่า ถ้าถึงครึ่งทางแล้วให้บอกพวกเราด้วย

ระหว่างนั้นเราก็เดินชมธรรมชาติสองข้างทาง

เดินไป คุยไป แซวกันไป สนุกสนาน

อ.เอ วรยุทธ์ ทำหน้าที่ตากล้องเก็บภาพอยู่เป็นระยะ ๆ

ตามทางก็มีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ให้ดู

ไปตลอด เห็นสีเขียว ๆ สบายตาดี

 

ป่าไผ่ ดูจะเยอะเป็นพิเศษ แต่บางช่วง

ก็มีเฟิร์นเต็มสองข้างทาง  

แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาหน่อย ก็คงจะเป็นกล้วยไม้ป่า

เพราะแวะถ่ายรูปกันหนุกหนาน

 

เราเดินมาเจอต้นไม้ล้มพาดขวางทางอยู่

ดูเหมือนมาผจญภัยในป่าลึก

ต้องเดินก้มหัว ลอดผ่านไป ทีละคน

 

ช่วงนี้ไกด์เราเงียบมาก โจ โจ ทุย กับ อา ชิ

จะคุยกันเองเป้นภาษาพม่า

กับพวกเรา ถ้าไม่ถามอะไร เขาก็จะเฉย ๆ

นำทางไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง

โจ โจ ทุย พูดออกมาเสียงดัง ฟัง ชัดว่า

“ถึงครึ่งทางแล้วครับ”

โจ โจ ทุย บอกว่าบริเวณนั้น ในอดีต พวกรถออฟโร้ด

โฟร์วีล ทั้งหลายที่ขับมาเที่ยวน้ำตกผาแป

จะขับเข้ามาได้ถึงแค่จุดนี้ ต้องจอดรถไว้

แล้วเดินเท้าต่อไปจนถึงน้ำตก

......

เราก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ เส้นทาง ขึ้น ๆ ลง ๆ

บางช่วงก็ใกล้หุบเหว ต้องคอยเดินระวังให้ดี

มาเดินที่นี่แล้ว ทำให้ผมนึกถึงการเดินป่า

เส้นทางธรรมชาติที่กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ที่นั่นอากาศหนาวเย็น เดินเป็นระยะทางประมาณ  2.8 กม.

เส้นทางคดเคี้ยว บางช่วงเดินริมเหว ตื่นเต้นพอสมควร

ส่วนเส้นทางเดินไปน้ำตกผาแป ที่เหมืองสมศักดิ์นี้

ป้าเกล็นบอกว่าประมาณ 2 กม. ไปกลับก็ 4 กม.

อากาศอาจจะไม่ดีเท่ากิ่วแม่ปาน

แต่ความลำบากท้าทาย

ของการเดินทางมาเหมืองสมศักดิ์ (บ้านป้าเกล็น)

ลำเค็ญและวิบากกว่ามาก ๆ

อากาศตามเส้นทางก่อนถึงน้ำตกผาแปก็ร้อนกว่า

เนื่องจากเป็นป่าโปร่ง และเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก

แดดส่อง ระหว่างเดิน ได้จะ ๆ 

สังเกตจากเม็ดเหงื่อบนหน้า อ.โจ้ ได้เลย

 

และช่วงก่อนจะถึงน้ำตกผาแป

เราต้องเดินลงไปในหุบที่ชันมากทีเดียว

(ขากลับ ก็ต้องเดินปีนขึ้นมา)

บนเส้นทางเดินเล็ก ๆ 

นั่นคือ เดินไปได้ทีละคนเท่านั้น

ช่วงนั้นผมคุยกับ อ.เอ ทวีวรรณ

ที่เคยไปเข้าฝึกอบรมแบบผจญภัยของฝรั่ง

ชื่อโปรแกรม The Warrior

ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเดินลุยป่าเขา

ฝ่าด่านที่ยากลำบาก ในประเทศมาเลเซีย

อ.เอ บอกว่าช่วงที่เราเดินลง

ไปหาน้ำตกผาแป และเดินขึ้นมา

ก็ยากลำบากไม่แพ้ การเดินป่า

ในโปรแกรม The Warrior ที่เธอไปมา

เราเดินไปสักพัก ก็ถึงจุดพักแรกของน้ำตกผาแป

พวกเราก็หยุดพัก นั่งดูน้ำตกที่นี่ จุดเดียว

ไม่ได้ขึ้นไปต่อ เพราะเรามีเวลาจำกัด

ตอนบ่ายหลังทานข้าวที่บ้านป้าเกล็น

คณะเราจะต้องเดินทางไปที่เนินช้างศึก

หาที่เตรียมกางเต๊นท์เป็นที่นอนสำหรับคืนนั้น

โจ โจ ทุย บอกว่าถ้าเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุด

บนยอดเขานี้ จะเจอแหล่งกำเนิดของน้ำตกผาแป

เขาเล่าว่า เคยขึ้นไปบนนั้นกับพี่ชาย

และได้เห็นน้ำผุด ๆ ออกมาจากพื้นดิน ไหลลงมา

กลายเป็นน้ำตกที่เราเห็นอยู่นี้

......

พวกเราบางคนก็นั่งเล่น ชมวิวทิวทัศน์รอบบริเวณ

ผมเอาเท้าจุ่มลงไปในแอ่งน้ำตก เย็นเฉียบทีเดียว

บางคนก็ลงไปเล่นน้ำตก

บางคนก็ถ่ายรูป เป็นการพักผ่อน ตามอัธยาศัย

 

เราอยู่ที่น้ำตกกันประมาณครึ่งชั่วโมง

ก็เดินเท้ากลับมาที่บ้านป้าเกล็น 

ด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีอันทันสมัย ของ อ.เอ วรยุทธ์

ทำให้รู้ว่าจากบ้านป้าเกล็นไปจนถึงน้ำตกผาแป

เป็นระยะทางทั้งสิ้น 1.72  กม. (ไปกลับรวมกัน 3.44 กม.)

เราใช้เวลาเดิน ขาไป 39 นาที (ไปกลับรวม ประมาณ 1 ชั่วโมง 18 นาที)

อุณหภูมิ ณ เวลานั้น 31 องศาเซลเซียส  กำลังร้อนทีเดียวเชียว

 

เรากลับไปถึงที่บ้านพักริมน้ำ เตรียมเก็บของ

ผมไปเก็บเต๊นท์เสร็จ แล้วก็รีบอาบน้ำ แต่งตัว

เพราะเสื้อผ้าที่ชุดเดินลุยป่า ไปหาน้ำตก

ชุ่มเหงื่อไปหมดแล้ว

จากนั้นพวกเราก็เดินมาทานกลางวัน

ถือเป็นมื้อสุดท้ายที่บ้านป้าเกล็น

จำได้ว่าเรากินข้าวผัด กับแกงจืดลูกชิ้น

แล้วก็ตบท้ายด้วยของหวาน

นั่นคือ เค้กป้าเกล็น นั่นเอง

พอทานเสร็จแล้ว พวกเราก็สวัสดีอำลาป้าเกล็น

ร่ำลาอาลัยกันเล็กน้อย 

 

ผมเห็นภาพ อ.เอ ทวีวรรณกอดกับป้าเกล็น

ดูอบอุ่นมาก เสียดายถ่ายภาพเก็บไว้ไม่ทัน

........

จากนั้นป้าก็เดินมาส่งเราที่รถกระบะคุณทิพย์

และบอกพวกเราว่า “ถ้ายุ่งเมื่อไร ก็กลับมาหาป้านะ”

แล้วนี่คือภาพสุดท้ายที่เราถ่ายกับป้าเกล็น

ผมจับแขนป้าเกล็ยนไว้ ด้วยความรู้สึกอบอุ่น

และขอบคุณที่ยังทำให้ที่แห่งนี้ มีความหมาย

ให้คุณค่าทางจิตใจ  

สำหรับผมแล้ว เหมืองสมศักดิ์ หรือบ้านป้าเกล็น

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในเมืองไทย

ที่ไปแล้วประทับใจมากมายหลายอย่าง

ผมจะจดจำสิ่งดี ๆ ที่บ้านป้าเกล็น

ไว้ในความทรงจำตลอดไป

ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมาเที่ยวบ้านป้าเกล็นอีกครับ

.................

ครั้งหน้าผมจะกลับมาเล่าให้ฟัง

เรื่องการเดินทางไปกางเต๊นท์ที่เนินช้างศึก

ไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดบ้านอีต่อง

และการทำอาหารกินกันเอง

รับรอง สนุกแน่นอน อย่าพลาดนะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Pro.Trainer วันที่ : 13/12/2014 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

ขอบคุณแม่หมี ที่เข้ามาอ่าน และคอมเม้นต์เป้นประจำ ... น้องหมีน้อย ลูกชาย สบายดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 13/12/2014 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านตามเพราะสนุก

ไกด์นำเที่ยวคือ โจ ทุยเด็กชายผู้ไม่รู้จักมะนาวนี่เอง

ส่วนไกด์รอง คือ อาชิ ชื่อน่ารักดีเหมือนคนญี่ปุ่น

ต้องชื่นชมป้าเกล็นที่เตรียมการให้ทุกเรื่อง

ประทับใจป้าเกล็น...ไม่ใช่แค่เจ้าของบ้านพัก แต่ป้าเกล็นเหมือนญาติ เหมือนป้าจริงๆ น่ารักอบอุ่น แถมบอกว่า“ถ้ายุ่งเมื่อไร ก็กลับมาหาป้านะ”
แม่หมี อยากยุ่งจัง อยากไปเที่ยวบ้านป้า แต่การเดินทางดูลำบากสำหรับคนผ่าหลังมาไม่นาน

เดี๋ยวจะต้องตามต่อไปจนกว่าจะจบ

การเดินทางเที่ยวจะเป็นอย่างไรต่อไปที่เนินช้างศึก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Pro.Trainer วันที่ : 13/12/2014 เวลา : 06.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่าน ที่ติดตามอ่าน โดยเฉพาะคุณ bene อ่านรวดเดียว 11 ตอนเลย ติดตามต่อไปนะครับ ยังมีเรื่องราวสนุก ๆ ที่เนินช้างศึกอีกหลายอย่างเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 Pro.Trainer ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 13/12/2014 เวลา : 03.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

อ่านสนุก ได้สาระ ทุกตอนเลยค่ะ
อ่านรวดเดียว สิบเอ็ดตอน ..แป๊บเดียว จะจบแล้ว

อยากเห็น เมนูปิ้งย่าง ของคุณโซคูล น้ำจิ้มแซ่บแค่ไหนหนอ (แอบน้ำลายไหล )

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]