• Pro.Trainer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaiyospun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 1673
  • จำนวนผู้ชม : 4816300
  • ส่ง msg :
  • โหวต 627 คน
ไชยยศปั้น
เขียนบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคนและองค์การในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม การพัฒนา ตลอดจนแนวทางการเป็นวิทยากรอาชีพ และเทคนิคการเรียนรู้และพัฒนาคนในรูปแบบต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun
วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2558
Posted by Pro.Trainer , ผู้อ่าน : 1790 , 21:56:23 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , ลูกเสือหมายเลข9 โหวตเรื่องนี้

หลังจากอิ่มตื้อกับราเมงแถวสถานีรถไฟ Hakata แล้ว

ตามโปรแกรมที่วางไว้ บ่ายวันนั้นเราจะ

ไปเที่ยวกัน 2 ที่ คือ เมือง Dasaifu และ

ไปนั่งเรือชมแม่น้ำยานากาว่า (Yanakawa River) 

.....

เมืองดาไซฟุ อยู่ห่างจากฟูกูโอกะ

ประมาณ 30 นาที

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

มีศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ Dasaifu และ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Kyushu ตั้งอยู่ที่นั่น

..... 

เราเดินทางไปเมืองดาไซฟุ

ด้วยการนั่งรถไฟใต้ดิน (Subway)

จากสถานี Hakata ประมาณ 10 นาที

เพื่อไปเปลี่ยนขบวนที่ย่านเทนจิน (Tenjin)

สถานี Nishitetsu Fukuoka

จากนั้นขึ้นรถไฟไปเปลี่ยนขบวน

เป็นรถไฟท้องถิ่นเอกชน  (Local Train) อีกครั้ง

ที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi

 

เพื่อเดินทางไปยังสถานี Dasaifu

เราดูแผนที่เส้นทางรถไฟ

ที่ขอมาจากสถานีรถไฟตลอดเวลา

……..

ช่วงนี้เราสับสนกันพอสมควร งง ๆ

เพราะที่สถานีนี้มีประมาณ 4 ราง (4 ขบวน)

ตอนแรกผมตัดสินใจผิด

พาลูกกับภรรยาไปนั่งผิดขบวน

โชคดีที่ลูกชายตาไว มองไปเห็นชื่อ

ดาไซฟุ ข้างรถไฟอีกขบวนหนึ่ง

เรารีบวิ่งลงจากขบวนแรก

แล้ววิ่งไปยังขบวนนั้นทันที

เพราะถ้าพลาดก็ต้องรอขบวนใหม่

นั่นเป็นเหตุการณ์ เกือบหลงครั้งแรกในทริปนี้

……..

สิ่งที่ผมประทับใจการเดินทางด้วยรถไฟญี่ปุ่น

ก็คือ การตรงเวลาตามตารางรถไฟที่กำหนดไว้

บอกว่าจะมาถึงสถานีเมื่อไหร่ ออกจากสถานีเวลาไหน

ตรงเวลาแบบเป๊ะจริง ๆ

ตามมาด้วยเรื่องความสะอาดบนรถไฟ

ทั้งที่นั่งผู้โดยสาร ที่ไม่มีกลิ่นอับ หรือกลิ่นเหม็นใด ๆ

ทางเดินยิ่งสะอาดเข้าไปใหญ่ เรี่ยมเร้เรไร จริง ๆ

และที่ชอบอีอย่างหนึ่งคือ มารยาทบนรถไฟ

ของคนญี่ปุ่น ก็นั่งกันเป็นระเบียบเรียบร้อย

นั่งคุยกันแบบเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงดัง

เอะอะ ครึกครื้น รบกวนคนข้างเคียง

…..

และแล้วในที่สุดเราก็เดินทาง

มาถึงสถานี Dasaifu จนได้

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเล็กน้อย

จากนั้นก็เดินเรื่อย ๆ มาจนถึง

บริเวณทางออกของสถานีรถไฟ

ฝั่งซ้ายมือ เห็นรถจักรยาน

จอดเรียงรายอยู่เป็นแถว

สำหรับให้นักท่องเที่ยวเช่าไปขี่เล่นชมเมืองดาไซฟุ

มองมาทางขวา เห็นโบรชัวร์

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

ในเมืองนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น

วางตั้งอยู่บนเชลฟ์ เต็มไปหมด

โชคดีที่เราอ่านข้อมูล

ก่อนมาเที่ยวเมืองนี้ล่วงหน้า

เลยไม่จำเป็นต้องใช้โบรชัวร์ภาษาญี่ปุ่นเหล่านั้น

..........

พอเดินพ้นประตูทางออก มา

สิ่งแรกที่เห็นคือร้านขายถั่วลิสงต้ม

เม็ดใหญ่ น่ากินมาก

 

เราเดินออกมาด้านนอกก็จะมีที่นั่งพัก

อากาศเย็น สบายดี ฟ้าสดใส ปลอดโปร่ง

มองหันกลับไปด้านหลัง

จะเห็นชื่อสถานีรถไฟดาไซฟุอยู่ด้านหลัง

เราเดินไปตามถนนคนเดินขวามือ

มุ่งหน้าไปทางศาลเจ้าดาไซฟุ

ระหว่างทางก็เดินชมของที่มีขายอยู่

ตามร้านค้าริมสองข้างทาง

คล้าย ๆ ตลาดเก่าโบราณในบ้านเรา

แต่ร้านขายของที่ดาไซฟุเป็นระเบียบ

สะอาด และมีของขายหลากหลายกว่า

…….

วันนั้นมีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร

แต่ก็ไม่แน่นและเบียดเสียดกัน

เหมือนตลาดร้อยปีสามชุก ที่ สุพรรณบุรี

เราแวะถ่ายรูปกันเป็นระยะ ๆ

สนใจร้านไหนก็แวะดู แวะชม และชิม ตามระเบียบ

หลาย ๆ ร้าน มีสินค้า

ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างให้ชิมฟรี

ร้านแบบนี้สังเกตไม่ยาก มักจะมีผู้คน

หนาตาเป็นพิเศษ เท่าที่สังเกต

คนญี่ปุ่นเวลาชิมแล้ว ก็มักจะซื้อของด้วย

ไม่ได้ชิมฟรีอย่างเดียว

.........

ร้านที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นแวะกันมาก

และผมก็คิดว่าเป็นร้านที่มีจำนวนมากที่สุด

บนถนนเส้นนี้ ก็คือ

ร้านขายขนมโมจิ แบบโบราณ

โดยเฉพาะร้านข้างบนนี้ ขายดีมาก มีนักท่องเที่ยว

ยืนรอต่อคิวซื้อกันยาวมาก

ยังกะแจกฟรีกันเลยทีเดียว

.........

เรามองเข้าไปในร้านขายโมจิโบราณ

ก็จะเห็นเขากำลังทำให้เห็นกันจะ ๆ

ทำเสร็จร้อน ๆ ใส่กล่องขายกันทันที

ลูกชายผมแวะซื้อ ชิมทั้งหมดสี่ร้าน ๆ ละชิ้น

ถามว่ารสชาติเป็นงัยบ้าง

ลูกบอกว่าอร่อยเหมือน ๆ กัน

........

เดินผ่านร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆมากมาย

ผมแวะอุดหนุนคุณลุงคนนี้

เขาขายผ้าเช็ดหน้า

3 ผืนราคา 1080 เยน

(คิดเป็นเงินไทยประมาณ 300 บาท)

ภรรยาผมเป็นคนกินกาแฟ พอเห็นป้าย

ร้านสตาร์บัคนี่ยิ้มเลย

 

แต่พอจะเข้าไปซื้อ

เห็นคนยืนต่อคิวยาวเหยียด แน่นร้าน

ก็ต้องเดินออกมาจากร้านแทบไม่ทัน

........

จากนั้นภรรยาผมก็แวะซื้อน้ำตาลอ้อย

ที่ร้านนี้ คนขายเป็นผู้ชายใจดี

หยิบยื่นน้ำตาลก้อนเล็ก ๆ ให้เราชิม

ตอนเราจ่ายเงินซื้อ ลูกชายผมควัก

เศษตังค์ เหรียญเล็กเหรียญน้อย

พ่อค้าชาวญี่ปุ่นก็ยืนรออย่างใจเย็น

ส่งรอยยิ้มให้เรา พร้อมยื่นมือมารับ

เหรียญจากลูกผมไปนับที่ละเหรียญ ๆ

ผมรู้สึกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ญี่ปุ่น

นิสัยดี ไม่แสดงท่าทีไม่พอใจ

เวลาเราจ่ายเป้นเงินเหรียญ

ยิ้มรับเงินเสมอ ไม่ว่าจะมาก หรือน้อยก็ตาม

……….

เราเดินกันไปเรื่อย ๆ

ผมแวะซื้อน้ำผลไม้แก้กระหาย

อ่านป้ายรายการภาษาญี่ปุ่นไม่ออก

คนขายก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้

โชคดีมีภาพแต่ละเมนูติดไว้ที่หน้าร้าน

เลยชี้ไปที่รูปภาพแล้วส่งภาษามือ

ด้วยการยกนิ้วชี้มือขวาขึ้นเพื่อบอกว่า

เอาเมนูที่ 1

ในที่สุดก็สั่งเครื่องดื่มมาจนได้ 555

รถชาติไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่

แต่ก็แก้กระหายได้พอสมควร

.....

เราเดินกันจนมาสุดทาง

จนถึงทางเข้าศาลเจ้าดาไซฟุทางซ้ายมือ

 

เลยหาที่นั่งพักดื่มน้ำ

ลูกชายผมขอนั่งอยู่หน้าศาลเจ้า

เพราะเริ่มจะเมื่อยขา แต่คงไม่เมื่อยตา

เพราะเห็นเปิดไอแพด นั่งอ่านนิยาย

 พล นิกร กิมหงวน อมยิ้มอยุ่คนเดียว

……..

ผมกับภรรยาก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปกัน

แถวหน้าศาลเจ้า

ผุ้คนขวักไขว่ เดินไปเดินมา

หลังจากผมเข้าไปที่สาลแล้ว

ก็เดินไปฝั่งตรงข้ามศาลเจ้า

เจอกระท่อมสไตล์ญี่ปุ่นหลังนี้ น่ารักดี

เดินเล่นอยู่สักพัก

แล้วเราก็เดินย้อนไปทางเดิม

กลับไปที่สถานีรถไฟดาไซฟุ

เพื่อจะนั่งรถไฟกลับไปที่สถานี Futsukaichi

แล้วหารถไฟขบวนใหม่

เดินทางไปลงเรือชมแม่น้ำ Yanakawa

ตามแผนการของเรา

..........

แล้วเอนทรี่ต่อไปผมจะกลับมาเล่าให้ฟัง

พร้อมโชว์ภาพบรรยากาศ

การนั่งเรือแจวล่องแม่น้ำ Yanakawa

สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน

สวัสดีครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 30/04/2015 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตามมาติดๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/04/2015 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

รถไฟดูจะว่างนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]