• jk
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chakkrish@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 3608266
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16436 คน
Jk_Nation U
Chairman of The National Press Council of Thailand
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chakkrish
วันอังคาร ที่ 11 มกราคม 2554
Posted by jk , ผู้อ่าน : 1418 , 20:38:44 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ปวิภา , jk โหวตเรื่องนี้

         ากคณะรัฐมนตรีวันนี้ (๑๑) ไม่อนุมัติข้อเสนอของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการจัดเก็บภาษีรายได้โรงเรียนกวดวิชา หลังจาก ป.ป.ช.สอบสวนแล้ว พบว่า ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชามีผลกำไรสูงมาก  แต่ไม่เสียภาษี ทั้งภาษีนิติบุคคล และภาษีเงินได้ของครู อาจารย์

          คนทั่วไปก็อาจไม่รู้ว่า นี่คือแหล่งรายได้สำคัญที่รัฐสูญเสียไป ไม่ว่าจะอ้างเหตุข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือเหตุใดก็ตาม “อาคารวรรณสรณ์” สูง ๑๖ ชั้น ย่านพญาไท เมืองหลวงของโรงเรียนกวดวิชา ที่ยืนตระหง่านมากว่า ๒๐ ปี คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนกวดวิชา ที่ยินดีจะจ่ายค่าเรียนแม้จะสูงเพียงใด คือความสำเร็จของธุรกิจกวดวิชานอกโรงเรียน ในขณะที่มาตรฐานการเรียนในโรงเรียนตกต่ำลงทุกที

           เมื่อการสอบเป็นตัววัดความสำเร็จ โรงเรียนกวดวิชา ก็กลายเป็น “อาหารเสริม” ที่ขาดไม่ได้ เป็นปัจจัยที่ห้าของครอบครัวยุคใหม่ และเป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนแนวคิดและปรัชญาของการสอนเสริมซึ่งมีจิตอาสาเป็นจุดเริ่ม ดวงเดือน พิศาลบุตร(๒๕๑๒) ในหนังสือประวัติการศึกษาไทย อธิบายการเรียนพิเศษหรือกวดวิชาในยุคแรกว่า

           “การเรียนการสอนเป็นไปตามความสมัครใจของผู้เรียน และครูไม่คิดค่าสอนในตอนแรก แต่ในระยะต่อมาเริ่มมีการจ่ายค่าจ้างในการสอน ดังเช่น การเรียนการสอนของลูกคนจีนซึ่งจ้างครูมาสอนที่บ้านเดือนละ ๘ ดอลลาร์ จึงนับได้ว่าการเรียนการสอนตามความต้องการของบุคคล นี่คือจุดกำเนิดของการสอนพิเศษในปัจจุบัน” 

           นับวันกิจการโรงเรียนกวดวิชา ก็เติบโตขยายตัวมากขึ้น มีโรงเรียนกวดวิชาที่จดทะเบียนตามกฎหมายทั่วประเทศนับพันแห่ง นักวิชาการบางคนบอกว่า ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา มีมูลค่าราคาตลาดของหุ้นทุน อันเป็นดัชนีชี้วัดความมั่งคั่งปีหนึ่งเฉลี่ย ๓ หมื่นล้านบาททีเดียว

           ยังไม่คิดถึงเงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าสอนของครู อาจารย์ ที่มากกว่าการสอนในระบบโรงเรียนปกติหลายเท่า แต่ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เหมือนกับกลุ่มคนในอาชีพอื่นๆ หรือแม้กระทั่งคนในอาชีพใกล้เคียงกัน เช่นอาจารย์พิเศษ หรืออาจารย์ที่สอนเฉพาะบางช่วงเวลา ยังต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย แม้จำนวนเงินจะไม่มากมายนัก

           ต้องยอมรับว่า นักเรียนที่ผ่านระบบการเรียนกวดวิชา จะมีผลการเรียนที่ดีกว่า และมีโอกาสที่ดีกว่าในการสอบแข่งขันเข้าไปเรียนในสถาบันที่ปรารถนา ผลวิจัยเพื่อตอบคำถามว่า การกวดวิชามีผลต่อการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อจริงหรือไม่?

          พบว่า โอกาสมีมากกว่า ๑.๕๗ เท่า เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้กวดวิชา โดยกลุ่มเด็กที่กวดวิชาแบบติวก่อนสอบ มีโอกาสสอบติดมากขึ้น ๒ เท่า

          ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่การทำมาหากินกับเด็กและผู้ปกครอง ที่ยอมจ่ายแพงเพื่อความสำเร็จของลูก จึงเฟื่องฟู นี่คือความล้มเหลวของระบบการศึกษาที่ไม่สามารถยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนในระบบให้ทัดเทียม หรือเพียงใกล้เคียงกับการศึกษานอกระบบได้

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
PlaPinky วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plakemon
<;)))>< ปลาชมพู

โขกราคา รวยอื้อซ่า มีรายได้ โดยไม่ต้องจ่ายภาษี
ไหนบอกปรับจาก Ent มาเป็น Adm เพื่อลดปัญหาการกวดวิชางัย แต่กลายเป็นธุรกิจนี้เติบโต ขูดรีดมากกว่าเดิม

เห็นด้วยกับ คห.1 มากๆ ไม่ได้ประกันคุณภาพอะไรเลย แค่เอกสารสวยหรูให้ครูเสียเวลา แทนที่จะมีเวลาสอน กลับต้องมานั่งปลูกผักชีส่งผู้ประเมิน ไม่ทำก้อโดน คิดหรอว่าไอ้เกณฑ์สารพัดที่บังคับยัดเยียดให้ทำน่ะ มันทำให้เด็กเก่งได้จริง อยากให้พวกคนใหญ่คนโตที่สั่งการมาลองมาทำดูบ้าง ไม่ใช่แต่นั่งนึกว่าอะไรดีบ้าง อยากได้อะไรใส่ไป บังคับให้ครูทำ ดูแล้วสังเวชใจการศึกษาไทยทุกวันนี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
supersup วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 09.28 น.

ตอนนี้ก็นึกไม่ออก ว่ามีกระทรวงศึกษา ไว้ทำอะไร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

นายกไม่ขึ้นภาษี ธุรกิจกวดวิชา แต่จะดูระบบการเรียนการสอน ที่ทางพวกครูในโรงเรียน มีส่วนกำหนดให้เด็กนักเรียนไปกวดวิชาแต่ล่ะวิชามา ครูถึงจะผ่านวิชานั้นๆให้..

นั่นล่ะทำให้ธุรกิจกวดวิชาเฟื้องฟู ก็ครูใรงโรงเรียนมีส่วนได้กับธุรกิจกวดวิชาด้วย..หากรัฐไปเก็บภาษีเพิ่ม เด็กนักเรียนและผู้ปกครองก็ยิ่งถูกสูบเลือดหนักเข้าไปใหญ่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
navavee วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navavee

ต้องเปลี่ยนหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการศึกษาของประเทศไทย ตรายางหน่วยงานมี 2 อันคือ ด่วนมาก กับด่วนที่สุด ประชุมพรุ่งนี้หนังสือเชิญมาถึงวันนี้หกโมงเย็น และแฟกซ์อีกต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปวิภา วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...การศึกษาไทย และความรับผิดชอบของสังคมไทย...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชัชวาลย์ วันที่ : 12/01/2011 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watercolorclub

โรงเรียนตอนนี้มีการทำประกันคุณภาพ แต่แทนที่จะมีคุณภาพที่ดีขึ้นนักเรียนกลับผลสัมฤทธิ์ต่ำ ระบบประกันคุณภาพการศึกษามันทำให้ครูและผู้บริหารต้องทำเอกสารตบตาผู้ประเมิน ผู้ประเมินก็รับรองไปโรงเรียนเล็กโรงเรียนใหญ่ขึ้นป้ายผ่านการรับรอง 10 ปีที่ทำระบบประกันมันไม่ทำให้นักเรียนเก่งเลยแต่ครูทำเอกสารโกหกเก่งขึ้น ครูสอนไม่เต็มที่เด็กเลยต้องไปกวดวิชาเพื่อเอาตัวรอด ก็ไม่รู้ยังไงนักจัดการศึกษาทบทวนด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Social Media

เมื่อโลกทั้งใบพูดจากันด้วยภาษาดิจิตอล สื่อจะก้าวเดินไปอย่างไร นี่มิใช่คำถาม แต่มันเป็นความท้าทาย

View All
3 คน
5 คน

  โหวต 8 คน