• jk
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chakkrish@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 3570521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16436 คน
Jk_Nation U
Chairman of The National Press Council of Thailand
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chakkrish
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม 2555
Posted by jk , ผู้อ่าน : 820 , 22:16:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน jk โหวตเรื่องนี้

      นายธีรยุทธ บุญมี อดีตอาจารย์คณะสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาพิเศษวันนี้(26) ระหว่างพิธีมอบรางวัล SVN AWARDS 2554 ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 ขององค์กรเครือข่ายเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เอเชีย (ประเทศไทย) หรือ SVN ตอนหนึ่งว่า จะวิพากษ์แบบที่เคยทำในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ เหตุที่หายไปนานเพราะเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจคือหายใจขัด จึงไม่ได้มาวิจารณ์รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

       นายธีรยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจัยส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดจากการที่กลุ่มอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่พูดได้ว่าเป็นความขัดแย้งระดับรากหญ้า กับระดับรากความคิด กล่าวคือในรากหญ้านั้น คือกลุ่มที่เป็นคนเสื้อแดง ชื่นชมกับความคิดประชานิยม ที่ต้องการอยากจะเปลี่ยนแปลงกฎหมาย อีกกลุ่มคือรากความคิดเดิม ที่ชื่นชมศรัทธาในสถาบัน ความขัดแย้งในวันนี้จึงไม่ใช่ความขัดแย้งพื้นฐานอีกแล้ว แต่เป็นความขัดแย้งในรากสังคมอย่างแท้จริง และไม่ใช่เรื่องจะบอกแค่ว่าฝ่ายหนึ่งจงรักภักดี อีกฝ่ายไม่ใช่

      “ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนักวิชาการเหล่านั้น แต่ไม่ขอพูดในรายละเอียด แต่อยากบอกแง่คิดว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดคงจะสะท้อน และช่วยพัฒนาการ หรือช่วยคลี่คลายให้กับปัญญาชนส่วนหนึ่ง และเชื่อมโยงไปถึงรากหญ้า แต่กับความคิดแบบดั้งเดิม ที่ฝั่งทั้งรากหญ้าและประชาชนทั่วไปที่ยังยึดถือ ก็เป็นเรื่องที่สามารถเคลื่อนตัวไปสู่ความรุนแรงหรือมากกว่าและใหญ่กว่ามหาศาลได้ ” นายธีรยุทธ์ กล่าว

        นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า ทางออกในขณะนี้ตนคงไม่เสนอเรื่องการประนีประนอมหรือสมานฉันท์แล้ว เพราะปัญหามันเกิดขยายใหญ่ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้มีทั้งกว้างและลึกมากจนสะท้อนด้วยคำพูดไมได้ จะคิดว่าทุกฝ่ายเข้าใจกัน เข้าหากันคงไมได้ คงต้องอาศัยการคลี่คลายด้วยตัวเองเป็นช่วงๆ สิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก็คงต้องมองปัญหานี้แบบภววิสัย หรือแบบที่เป็นจริงๆ ปราศจาคอคติของตัวเองทั้งหมด จะใช้หลักกาลามสูตรอะไรทางศาสนาก็ได้ แต่ต้องตัดให้หมด ศึกษาเข้าไปในปัญหาจริงๆ เผื่ออาจจะช่วยเปิดทางให้เรามองเห็น อาจจะเป็นภาพรวมกว้างๆ แต่ก็น่าจะคลายปัญหาได้ส่วนหนึ่ง การจะคิดแล้วบอกต้องแก้ยังไงคงไม่ได้ ก็คงต้องใช้เวลาผ่อนกำลังลงไปเอง จะไปคาดหวังสูงไม่ได้ และในที่สุดจึงต้องเริ่มแบบไม่มีอคติ ถ้าเริ่มแบบนี้ได้คงเริ่มได้เยอะ ตนหวังว่ากองเชียร์เหลืองแดงต้องเริ่มแบบนี้ เพื่อมองอีกฝ่ายอย่างชัดเจนขึ้น

        นายธีรยุทธ ย้ำว่าโจทย์สำคัญที่มันเป็นเช่นนี้ เพราะเรามองปัญหาอย่างผิดพลาด คือกลุ่มชนชั้นนำมองเรื่องนี้ผิดพลาด กล่าวคือ 1.ไปมองประชาธิปไตย การเมืองแบบพิมพ์เขียว หรือสำเร็จรูปเหมือนในตำรา พอไม่มีเหมือนในตำราก็โกรธที่ไม่เป็นไปตามอย่างที่ว่า ตนขอบอกว่าระบบการเมืองของทุกประเทศเกิดจากการต่อสู้ของกลุ่มคนในประเทศนั้นๆ มีแผนที่ที่ไม่ซ้ำกัน คงไม่มีประชาธิปไตยใดที่เป็นอุดมคติ แต่จุดสำคัญคือการต่อสู้ของคนในประเทศนั้นๆ ต่อสู้แบบไหนการเมืองก็เป็นแบบนั้น ดังนั้นถ้าพูดชัดๆก็คือว่าถ้าไม่ต่อสู้ สิ่งที่บ่นก็ไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ์จะบ่น ดังนั้นต้องทำ 2.ในการปฏิบัตินั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นง่ายๆ ลอยๆ แต่กว่าที่คนไทยจะมีเสรีภาพก็ต้องเกิดเหตุการณ์ก่อน อาทิ 14 ตุลาก่อน และแต่ก่อนเราอาจจะวิจารณ์ทหารไม่ได้ หนังสือพิมพ์ที่วิจารณ์ก็ถูกทุบแท่น แต่เหตุ 14 ตุลาฯ ก็ช่วยเปิดเสรีภาพในจุดนี้

        นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเสรีภาพของสังคมไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับชนชั้นกลาง มีเสรีภาพ มีการศึกษา แต่กับกลุ่มอื่นในสังคมอาจจะน้อยหรือไม่เท่าเทียม อาทิ ชาวบ้านอาจจะรู้สึกได้เป็นครั้งคราว ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ต้องการเสรีภาพในรูปแบบต่างกัน อาทิ แม่ค้าที่เป็นเสื้อเหลืองหรือแดงก็ต้องการเสรีภาพ ที่อาจจะไม่ใช่เสรีภาพแบบอุดมคติแบบชนชั้นกลาง

        นายธีรยุทธ ยังกล่าวอีกว่า ทั้งกรณีปิดสุวรรณภูมิและเผาราชประสงค์ แม้ตัวแทนทุกฝ่ายจะบอกถึงความจำเป็น แต่ผลกระทบสูงมาก และเป็นเรื่องใหญ่ ตรงนี้กลายเป็นข้อกล่าวหาถึง 2 มาตรฐาน ตนเข้าใจความรู้สึกของผู้ชุมนุมดี เพราะตนก็เคยนำการชุมนุม เสี่ยงต่อการถูกจับ และถูกยิงเป้า โดนข้อกล่าวหาต่างๆ ดังนั้นคนที่ชุมนุมคงไม่อยากติดคุก แต่คนจำนวนมากเหล่านั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้ทำสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าจะแก้ไขในจุดนี้คือระบบของเราต้องดีพอ มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา ต้องดำเนินคดีทั้ง 2 ส่วน และรีบด้วย อาทิ ศาลต่างประเทศเคยเร่งทำคดีในช่วงกีฬาโอลิมปิกอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบกับการแข่งกีฬาโอลิมปิก เพื่อสร้างความมั่นใจ มิเช่นนั้นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ก็จะรักษาไมได้ กลายเป็นถูกวิพากษ์ซ้ำเติม

           "ถ้าผิดจริงและจำเป็น กระบวนการทางศาลต้องตัดสินให้รวดเร็ว ดังนั้นการแทรกแซงศาลในเรื่องจำเป็น และประเด็นที่เกิดประโยชน์ ก็สามารถทำได้ ถ้ารู้จักทำเพื่อแก้ไขปัญหา ” นายธีรยุทธกล่าว

           นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า อย่างกรณีมาตรา 7 นักวิชาการส่วนหนึ่งบอกทำไมได้ เพราะเป็นการให้อำนาจพระมหากษัตริย์ยุ่งการเมือง อีกฝ่ายให้มายุ่ง ตนกลับมองว่าปัญหานี้คนร่างไม่ต้องกำหนดไว้ เรื่องแบบนี้เป็นธรรมชาติที่องค์พระประมุขสามารถมาคลี่คลายปัญหาได้อยู่แล้วในทุกประเทศรวมทั้งไทย เช่น 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ ที่สถาบันมาช่วยคลี่คลาย ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ ไม่ใช่หลักกฎหมาย สิ่งที่เห็นชัดๆ เรื่องนี้คือการนิรโทษกรรมนักโทษทุกปี เช่นนี้คือการทำให้พระมหากษัตริย์คลี่คลายปัญหาให้อ่อนลง เป็นการปฏิบัติ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเราแข็งเกินไป เพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง เราต้องระวัง นำไปสู่จุดที่พอดีๆ

          “ทุกอย่างมันมาจากการต่อสู้ ไม่มีใครประสิทธิประสาทให้ การต่อสู้ของเราคือคนส่วนหนึ่ง ทั้งที่มาจากทหารและพลเรือน เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดึงอำนาจจากกษัตริย์มาเป็นระบอบที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หรืออย่าง 14 ตุลา ก็มีประชาชน อย่างไรก็ตามทั้งหมดเกิดจากกลุ่มคนที่มีทุน ขณะที่คนไม่มีธุรกิจก็ไม่มีส่วนร่วม คือถ้าเราอยากจะได้อย่างที่คนต้องการ เราต้องลงทุนทางการเมือง ทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม”

            นายธียุทธ กล่าวในที่สุดว่า ประชาธิปไตยบ้านเราอาจมีมุมความขัดแย้ง ตนอยากเสนอว่า ในช่วงหลังจากปี 53 มีแนวคิดประชาธิปไตยที่ถูกเสนอจำนวนหนึ่ง แบ่งเป็น 3 - 4 ส่วน คือ 1.ประชาธิปไตยเชิงเสรีนิยม แบบที่นายอานันท์ ปันยารชุน เสนอ คือเน้นหลัก Good Governance 2.แบบชุมชนนิยม คือ แบบ นพ.ประเวศ วะศี 3.ประชาธิปไตยแบบประชานิยม ซึ่งเป็นแนวทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเสื้อแดง ที่มีนโบายที่เอื้อประโยชน์ของชาวบ้านรากหญ้า และชาวบ้านชอบ แต่อาจส่งผล 4.ประชาธิปไตยแบบกษัตริย์นิยม โดยเอากษัตริย์เป็นศูนย์ของการแก้ปัญหา เป็นทิศทางทั้งหมดของประเทศ ซึ่งตนก็ว่าไม่ใช่ เพราะสถาบันควรจะอยู่ในสถานะที่เหมาะสม ตรงนี้ต้องหาความพอดี เพื่อยุติจากอคติทั้งปวง

           การปาฐกถาของนายธีรยุทธครั้งนี้ไม่ได้ใส่เสื้อกั๊กตามที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวแต่อย่างใด





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เดือนแรม วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/war

เขาพยายามพูดอย่างกลาง ๆ
ก็ดีใจอยู่อย่างที่แกไม่ไปร่วมกับพวกนิติราด
เพราะแกเป็นคนเดือนตุลาเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Social Media

เมื่อโลกทั้งใบพูดจากันด้วยภาษาดิจิตอล สื่อจะก้าวเดินไปอย่างไร นี่มิใช่คำถาม แต่มันเป็นความท้าทาย

View All
3 คน
5 คน

  โหวต 8 คน