• jk
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chakkrish@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 3557599
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16436 คน
Jk_Nation U
Chairman of The National Press Council of Thailand
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chakkrish
วันอาทิตย์ ที่ 18 มีนาคม 2555
Posted by jk , ผู้อ่าน : 3424 , 19:18:22 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เหล่าซือสุวรรณา โหวตเรื่องนี้

      มาเป็นประจำ ตามวาระวันอาทิตย์ ที่จะได้ตีพิมพ์ข่าวเต็มที่ในเช้าวันจันทร์ เนื่องเพราะเขารู้ทางหนังสือพิมพ์และสื่ออื่นๆว่ามักไม่มีข่าวในวันหยุด แต่บทบาทวิพากษ์การเมือง วิพากษ์สังคม ของนายธีรยุทธ บุญมี มีนัยสำคัญที่แตกต่างจากนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หรือคนอื่นๆ เพราะความชัดเจนในแนวคิดที่ไม่ได้อิงกับกลุ่มบุคคล หรือสีใด นายธีรยุทธ จึงนับว่าเป็นของจริงในวงวิชาการ แม้ว่าบทวิพากษ์สังคมการเมืองของเขา ยังไม่สามารถเชื่อว่าจะสะท้อนความเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดก็ตาม

         ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 มี.ค. นายธีรยุทธ บุญมี ผอ.สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวการวิเคราะห์การเมืองไทยถึงแนวโน้มของวิกฤติปัจจุบันว่า วิกฤติการเมืองไทยรุนแรงเพราะการไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน ไม่ยอมรับการดำรงอยู่ของอีกฝ่าย เพราะมองว่าไม่ใช่ของจริง ไม่ต้องสนใจจริงจัง เช่น ฝ่ายอนุรักษ์มองเสื้อแดงว่าไม่มีตัวตนเพราะถูกจ้างมา ไร้การศึกษา ขณะที่ฝั่งรากหญ้ามองว่านโยบายสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาทิ นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค กองทุนโครงการต่างๆ นโยบายการปราบปรามยาเสพติด ได้ช่วยคนจน เป็นการช่วยเหลือทางวัตถุโดยตรงและจริงจังแก่ชาวบ้าน


ชี้รากเหง้าปัญหาเกิดสองมาตรฐานคนเมือง-ชนบท

          นายธีรยุทธ วิเคราะห์ถึงรากเหง้าวิกฤติของปัญหาประเทศว่า 1.เกิดจากการรวมศูนย์อำนาจมากเกินไป กล่าวคือรัฐเชิดชูความเป็นส่วนกลาง และกดเหยียดความเป็นอยู่เดิมทำให้เกิดความไม่เหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ความน้อยเนื้อต่ำใจในหลายๆด้านยังฝังลึก ทุกอย่างรวมศูนย์ที่รัฐ ทั้งอำนาจและทรัพยากร กระทั่งชนชั้นนำที่เข้ามามีอำนาจการเมืองล้วนหยิบฉวยใช้ประโยชน์จากรัฐทั้งสิ้น ขณะที่ชาวบ้านเกือบไม่เคยได้อะไรจากรัฐ ทั้งนี้ความไม่ชอบธรรมเนื่องจากการรวมศูนย์มากเกินไป ส่งผลในทุกมิติ อาทิ ความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้ คุณภาพชีวิต อำนาจในการใช้ทรัพยากรพื้นฐาน สุขอนามัย ประวัติศาสตร์ความภาคภูมิใจ ภาษาขนบธรรมเนียมท้องถิ่นหายไป 2.ความต่างในค่านิยม ความคิดพื้นฐานระหว่างรากหญ้ากับชนชั้นนำ ที่แตกต่างกัน ตอกย้ำความไม่เข้าใจกันเพิ่มมากขึ้น


มองเสื้อแดงหวังต้องการทรัพยากรคืน


         นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า จะเข้าใจปรากฎการณ์คนเสื้อแดงได้ดีขึ้น เริ่มจากการมองทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยให้ลึกระดับโครงสร้าง โดยมองเห็นวงจรการเอารัดเอาเปรียบทางเศรษฐกิจการเมืองที่ซ้อนทับอยู่ คือชนบทเป็นแหล่งที่มาของทรัพยากร แรงงานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นแหล่งที่มาที่ชอบธรรมให้กับประชาธิปไตย ส่วนเมืองเป็นแหล่งผลิตทรัพยากร และเป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตย และเพื่อให้วงจรนี้ดำรงต่อไปก็มีการครอบงำชาวบ้าน โดยวาทกรรมความสำคัญของศูนย์กลาง ของประชาธิปไตยคนดี และมาตรการสุดท้ายคือการรัฐประหาร อย่างไรก็ตามชาวบ้านรู้ดีว่าอำนาจต่อรองทำให้เกิดผลประโยชน์ได้ เมื่อคนเมืองต้องการให้พวกเขาเลือกตั้ง เกิดการซื้อ-ขายเสียงอย่างเป็นระบบ การของบโครงการเข้าหมู่บ้านจึงเริ่มขึ้น ตั้งแต่ปี2521 และขยายตัวเรื่อยมา และในมุมของชาวบ้านนี่คือการแบ่งปัน ขอคืน ทรัพยากรของชาวชนบท ทั้งนี้การเกิดขึ้นของการเมืองรากหญ้าจึงเสมือนเป็นกระบวนการย้อนกลับที่จะดึงเอาอำนาจ ความมั่งคั่ง ศักดิ์ศรี ความภูมิใจ กลับคืนสู่ชนบท


อนุรักษ์นิยม-รากหญ้าครองอำนาจคนละอย่าง


          นายธีรยุทธ กล่าวว่า การเมืองไทยกำลังก่อรูปเป็น 2 ศูนย์อำนาจ คือศูนย์อำนาจฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับศูนย์อำนาจรากหญ้า ซึ่งเป็นภาวะที่น่าสนใจและน่าเป็นห่วง เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมา เพราะภาวะ 2 ศูนย์อำนาจจะแบ่งประเทศเป็น 2 ส่วน และแต่ละส่วนมีฐานที่มั่น ที่มาความชอบธรรม การควบคุมอำนาจที่แตกต่างกัน อาทิ กลุ่มอนุรักษ์นิยมจะควบคุมสังคมในด้านความชอบธรรมจากจารีตประเพณี คุมชนชั้นกลาง ตุลาการ จิตวิญญาณ ชนชั้นกลาง ชั้นสูง ชาวบ้านที่มีความคิดแนวอนุรักษ์นิยม นามธรรมความดี ส่วนกลุ่มรากหญ้าควบคุมได้ในเชิงการบริหาร งบประมาณ การออกกฎหมาย การเลือกตั้ง ได้รับความนิยมจากชาวบ้าน รากหญ้า ชนบท นักธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อย เป็นต้น ทั้งนี้เป็นที่มาของความต่างระหว่างประชาธิปไตยกินได้ของชาวบ้านกับประชาธิปไตยดูได้ของชนชั้นสูง อย่างไรก็ตามมองว่ากลุ่มรากหญ้านับวันยิ่งขยายตัวเร็วขึ้น ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมอยู่กับที่และยิ่งเสื่อมถอยลง


แนะทางออกระยะสั้น “ทักษิณ”อย่าเร่งเปิดเกมใช้มวลชนเผชิญหน้า

            ในส่วนของทางออกนั้น นายธีรยุทธ กล่าวว่า 1.คงไม่มีทางออกระยะใกล้ แต่ต้องมีทางออกระยะยาว เพราะความขัดแย้งลงลึกมานาน กลายเป็นปัญหาโครงสร้างทางวัฒนธรรม ประเพณี เป็นอุดมการณ์พื้นฐานของแต่ละฝ่าย 2.การขยายตัวของขั้วทักษิณ-รากหญ้า มีโอกาสทำให้เกิดการแตกร้าวในระดับโครงสร้างและสถาบันมากขึ้น อย่างไรก็ตามบ้านเมืองจะผ่านความรุนแรงไปได้อย่างน้อยช่วงหนึ่งถ้าพ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยมองเห็นว่า เวลาอยู่กับฝ่ายตน ไม่จำเป็นต้องกดดันให้มีการเผชิญหน้าของมวลชน และใช้เวลาดังกล่าวแก้ไขความไม่ถูกต้อง ซึ่งมีมาช้านานให้ดีขึ้น แต่ควรมุ่งเชิงโครงสร้างและค่านิยมที่ควรมากกว่า 3.ต้องมีการปรับกระบวนทัศน์หรือแม่บทความคิดใหม่ว่าประเทศไทยควรเป็นอย่างไร ทั้งในด้านการเมือง การปกครอง การปฏิรูปสถาบัน องค์กรสำคัญต่างๆ ทั้งหมด อาทิ รูปแบบการปกครองควรเป็นอย่างไร ควรกระจายอำนาจการตัดสินใจในทางเศรษฐกิจ การศึกษาในระดับภูมิภาค การพัฒนาทิ้งถิ่นเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร

            “ปัญหาฝังลึกมานาน ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าถูกเอาเปรียบ ไม่มีปากเสียงมานาน ขณะที่อีกฝ่ายศรัทธาในสถาบันที่อยู่คู่บ้านเมืองมานาน ต่างฝ่ายระแวงว่าอีกฝ่ายจะล้มล้างหรือซ้ำเติมฝ่ายตน ขณะที่การขยายตัวของขั้วระบอบทักษิณ และรากหญ้า ก็มีโอกาสทำให้เกิดการแตกร้าวระดับโครงสร้างและสถาบันมากขึ้น และจะขัดแย้งรุนแรงหากขยายไปสู่สถาบันกองทัพ และศาล อย่างไรก็ตาม บ้านเมืองอาจจะผ่านความรุนแรงไปได้ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ไม่พยายามกดดันให้เกิดการเผชิญหน้าของมวลชน และใช้เวลาในการแก้ไขความไม่ถูกต้อง โดยมุ่งในเชิงโครงสร้างและค่านิยม” นายธีรยุทธ กล่าว


ไม่เห็นด้วยย้อนยุคการเมืองกษัตริย์นิยม

            นายธีรยุทธ กล่าวว่า เป็นที่ประจักษ์ชัดจากความขัดแย้งปัจจุบันว่า ได้ลุกลามไปถึงการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ นักวิชาการรวมทั้งนักคิด ที่ใกล้ชิดราชสำนัก เช่น ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล นพ.ประเวศ วะสี นายอานันท์ ปันยารชุน ควรสร้างการศึกษา สร้างความรู้ที่ถูกต้องว่า สถาบันกษัตริย์ควรจะดำรงอยู่ในระบบเสรีประชาธิปไตยและโลกาภิวัตน์อย่างไร โดยตนไม่เห็นด้วยกับนักวิชาการอนุรักษ์นิยมบางส่วน ที่พยายามจะหวนกลับมายกย่องให้พระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทพ มีพระราชอำนาจทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการย้อนยุค โดยสถาบันพระมหากษัตริย์จะดำรงอยู่ในสังคมเสรีประชาธิปไตยและโลกยุคข่าวสารได้ยั่งยืนก็ต้องมีสถาบันที่มีสถานะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะมีหน้าที่ ภารกิจตามรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแล้ว ยังมีภารกิจขนบประเพณี ทางศาสนา วัฒนธรรม และที่สังคมคาดหวัง เช่นเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นแหล่งที่มาของเกียรติยศ จริยธรรม คุณธรรม พิธีการต่างๆเป็นต้น


ปลุกร่วมประณามนโยบายประชานิยม-ไม่เชื่อ หยัน“ทักษิณ”เป็นแค่ผู้นำการตลาด

            นายธีรยุทธ กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์สำคัญทั่วโลกสรุปว่านโยบายประชานิยมแม้จะมีส่วนดีในหลายด้านแต่ก็ล้มเหลวในที่สุดในทุกประเทศที่เคยใช้มา เพราะเกิดปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินเฟ้อที่รุนแรง ดังนั้นสังคมต้องช่วยกันกดดัน วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณและพรรคเพื่อไทยที่จะพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบนโยบายนี้ให้ไปใช้ในทิศทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ที่ร่วมคิดและผลักดันควรจะเป็นนักวิชาการ บุคคลทั่วไป ภาคธุรกิจ กลุ่มทุนใหญ่ ที่ไม่ยึดแนวสุดขั้วจนปฏิเสธอีกฝ่ายหนึ่ง

             น ยธีรยุทธ กล่าวว่า ที่ประเทศไทยเกิดความแตกแยกเกิดจากการซุกหุ้น การหนีภาษีและการไม่รู้จักอิ่มของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งความจริงแล้วพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงผู้นำทางการตลาดมากกว่าผู้นำประชาธิปไตย โดยไม่ได้เชื่อมั่นการสร้างประชาธิปไตยรากหญ้าจริงๆ โดยจะเห็นได้จากการปราศรัยกับชาวบ้าน ที่ไม่ได้เห็นประเด็นที่เป็นโครงสร้างยั่งยืน นอกจากอ้อนขอกลับประเทศ โดยพ.ต.ท.ทักษิณมีลักษณะเป็นผู้นำการตลาดมากว่าประชาธิปไตย ที่มุ่งหวังรากหญ้าให้ซื้อสินค้าของตนเองเป็นประจำ มากกว่าสร้างรากหญ้าเป็นฐานที่มั่นของระบบเศรษฐกิจไทย

       ผู้สื่อข่าวถามกระบวนการเรียกร้องให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในขณะนี้ที่อาจส่งผลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการเมืองไทย แต่ยังไม่มีในการรายงานผลการวิจัยตามที่แถลงในครั้งนี้ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าในอนาคตจะมีการพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรงมากขึ้น ดังนั้นสังคมไทยต้องเปิดพื้นที่เสรีภาพในการร่วมกันรับผิดชอบประเทศในทุกมิติทุกปัญหา ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ก็เป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่เสรีภาพดังกล่าวที่ต้องมีการพูดถึง โดยตนจะสนับสนุนให้มีการพูดหรือวิเคราะห์ปัญหาในทางกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบบเสรีประชาธิปไตย และในโลกาภิวัฒน์ เพื่อเสนอแนะหนทาง ส่วนเรื่องมาตรา 112 นั้น หากพูดในเชิงหลักการ เบื้องต้นอยากให้นักคิดนักวิชาการที่มีความรู้ในเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องสถาบันและการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ มาถกเถียงกันถึงสถานะ บทบาทหน้าที่อำนาจภารกิจให้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ตนจะออกมาพูดในเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกครั้งในเร็วๆนี้

           “ถ้าเรื่องมาตรา 112 โดยตรงนั้น โดยส่วนตัวผมรู้สึกเป็นปลายทางของการถกเถียง ต้องให้มีการถกในหลักการใหญ่ๆให้ได้ก่อน และปัญหาเหล่านี้จะได้คำตอบ ก่อนอื่นนักกฎหมายต้องช่วยกันนิยามคำว่าพระบรมเดชานุภาพคืออะไร เพราะตอนนี้พูดกันคนละทางทั้งตำรวจ ศาล นักวิชาการ และชาวบ้าน หากไม่รู้ความหมายจะตกลงกันไม่ได้ ดังนั้นการหมิ่นที่ไม่เข้าใจชัดเจนจะถูกตีความหลากหลาย ผมมองเห็นทางหากมองภารกิจหน้าที่ของสถาบันจะรู้ว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นอย่างไร และจะไม่ถูกใช้มั่วๆ หรือ ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง” นายธีรยุทธ กล่าว

เมื่อถามต่ออีกว่า การวิเคราะห์ว่ามีหากฝ่ายการเมืองใช้หลักการตลาดในทางการเมือง ดังนั้นหากมีการใช้การตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศไทยดั่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ สถานการณ์การเมืองจะเป็นไปอย่างไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า ต้องถือว่าน่าผิดหวัง กล่าวคือ หากรากหญ้าสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ที่มีอำนาจเชิงงบประมาณ หากใช้เพื่อการตื่นตัวในทางอำนาจ การบริหารทรัพยากรท้องถิ่น แต่หากใช้เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จะเกิดผลเสียที่นักเศรษฐศาสตร์วิจารณ์เรื่องประชานิยม ทำเกิดเงินเฟ้อ และเสียหายต่ออัตราแลกเปลี่ยน


มองแก้รัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของประเทศ

        ส่วนบรรยากาศการเมืองในปัจจุบันจะนำไปสู่การนองเลือดหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อ เกิดปัญหาเป็นระลอกๆ อย่างในช่วงปลายปีนี้ ยิ่งหากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ก็เชื่อว่าจะมีฝ่ายที่ไม่ยอมร่วมลงประชามติด้วย และจะมีการรวมตัวรณรงค์เพื่อให้เกิดการยอมรับ ซึ่งถึงตอนนั้นรัฐจะไม่สามารถควบคุมได้ สุดท้ายจะมีมวลชนออกมาผลักดันในสิ่งที่ตนสนับสนุน อย่างไรก็ตามไม่คิดว่าจะมีมวลชนออกมาทั้งสองฝ่าย เพราะเชื่อว่าคนเบื่อและอ่อนล้าแล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายต้องไม่พยายามผลักดัน ควรให้เวลาช่วยเสาะหาหนทาง เพราะเมื่อเกิดความรุนแรงย่อยๆ สถานการณ์จะไม่หยุด จนหากมีรัฐประหารอีกครั้งประเทศไทยเราจะพังอย่างเด็ดขาด ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าคิดทำ


นิรโทษกรรมคดีคตส.ไม่ง่าย เหตุบางคดีผ่านความชอบธรรม

         เมื่อถามต่อว่า เหตุใดจึงมองว่าไม่สามารถเกิดการปรองดองรอมชอมได้ในระยะเวลาอันสั้น นายธีรยุทธ กล่าวว่า หากเป็นความปรองดองที่ระบุว่าให้เขียนนิรโทษกรรมคดีความทั้งหมดที่เกิดจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)หรือให้ผ่านรัฐธรรมนูญด้วยการลงประชามติ เชื่อว่าการคัดค้านจะมีพลังพอสมควร เพราะมีปัจจัยที่สะเทือนไปถึงระบบยุติธรรม จากที่หลายคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว หากทำก็เหมือนไปล้มล้างคำพิพากษาของศาล เป็นเรื่องที่มีน้ำหนักความรุนแรงของปัญหา ประการต่อมา หากล้มล้างคดีความได้ ก็ต้องถือว่าเครื่องมือของฝ่ายอนุรักษ์ที่ใช้ในการแก้ปัญหา คือ รัฐประหาร 19 ก.ย.49 เป็นเครื่องมือสุดท้าย และพลังอนุรักษ์นิยมไม่สามารถนำมาใช้ ดังนั้นฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะไม่ยอมในเรื่องนี้แน่นอน


สวมบทหมอดูทำนาย“ยิ่งลักษณ์”จะรางวัลผู้นำปท.แต่งตัวดีของโลกปีนี้

           ผู้สื่อข่าวให้ประเมินถึงการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน นายธีรยุทธ กล่าวว่า มองว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมคนต่างจังหวัดบ่อยๆ จะเป็นผลดีต่อคะแนนนิยม เพราะต้องยอมรับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นคนที่แต่งตัวสวย ชาวบ้านเห็นแล้วชอบ เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทั้งคู่เป็นคนที่เป็นคนหนุ่มคนสาว มีการศึกษาดี

“ผมขอเป็นหมอดูทำนายว่า คุณยิ่งลักษณ์จะติดอันดับ 1 ในผู้นำที่แต่งตัวดีที่สุดในโลกในปลายปีนี้ และจะได้คะแนนนิยมเยอะมาก เพราะคนสวยแต่งตัวดียิ้มแย้ม ชาวบ้านจะรักมาก เรียกได้ว่าเป็นยิ่งลักษณ์โฟโต้จีนิกคือ ถ่ายรูปขึ้น ผมให้กำลังใจและสนับสนุนให้ไปเยี่ยมชาวบ้านบ่อยๆจะเป็นผล เพราะคน กทม.ไม่ชอบนายกฯเท่าไร ต้องไปหาฐานที่ต่างจังหวัด ส่วนคุณอภิสิทธิ์ เคยคิดจะตั้งฉายาว่า มาร์คเมาอู้ ที่พูดจนคนเมา จึงอยากแนะนำให้คุณอภิสิทธิ์ปรับแนวทางมาเจาะประเด็นลึกๆมากกว่า และควรที่จะเขียนบทความมากกว่าให้สัมภาษณ์ในประเด็นปลีกย่อยของอีกฝ่าย” นายธีรยุทธ ระบุ


แถมบ่นคิดถึงเพื่อนเก่าควรกลับบ้านเกิดได้แล้ว

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มเข้าเนื้อหาในการแถล งข่าวในหัวข้อ “การวิเคราะห์การเมืองไทย แนวโน้มของวิกฤตปัจจุบัน” นั้น นายธีรยุทธ กล่าวตอนหนึ่งว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณหลบหนีคดีอยู่นอกประเทศ แต่ว่า 4 - 5 ปีที่ผ่านมา แต่พรรคการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชนะเลือกตั้งตลอด และขยายฐานรากหญ้าคนเสื้อแดง รวมพลไปเลือกตั้งหรือชุมนุมประท้วงได้กว้างขวาง ดังนั้นต้องถือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักการเมืองที่มีบารมีในช่วงหลังปี 2500 ร่วมกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณจะช่วยให้การเมืองไทยดีขึ้น หรือประเทศล่มจมเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันอีกพอสมควร

              “ส่วนตัวผมอยากให้คุณทักษิณกลับเมืองไทย เพราะคิดถึงเพื่อนเก่า ขาประจำซึ่งกันและกัน คุณทักษิณเคยท้าพนันผมผ่านสื่อเมื่อราวปี 2546 ว่าแกจะหลุดออกจากอำนาจ หรือเสื้อกั๊กของผมจะขาดก่อนกัน แต่ตอนนี้แกก็ออกไปจากประทเศเกือบ 6 ปีแล้ว แต่เสื้อกั๊กผมก็ขาดแล้วเหมือนกัน ถือว่าเจ๊ากัน ผมคิดว่าถ้าคุณทักษิณกลับมารับโทษ หาทางสู้คดีอย่างลูกผู้ชาย ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่เห็นใจอยากให้มีนิรโทษกรรม ผมจะช่วยถ้าหากคุณทักษิณกลับมายอมรับติดคุก เพื่อเป็นการรักษาระบบยุติธรรมของบ้านเรา” นายธีรยุทธ กล่าว

62.8%ชี้นักการเมืองเห็นผลประโยชน์แต่ตัวเองพวกพ้อง


             สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อนักการเมือง กับภารกิจเฉียบพลันที่ชาวบ้านอยากให้นายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำเพื่อประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ

           ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อนักการเมือง กับภารกิจเฉียบพลันที่ชาวบ้านอยากให้นายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำเพื่อประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ตราด สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี พิจิตร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ มุกดาหาร หนองคาย ชัยภูมิ ศรีสะเกษ อุดรธานี ขอนแก่น พังงา ปัตตานีและสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,153 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 - 17 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน และประชาชนที่ตอบแบบสอบถามระดับครัวเรือน โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า

            ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.8 มองว่านักการเมืองมุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ในขณะที่ร้อยละ 37.2 มองว่านักการเมืองมุ่งทำงานแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน และที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อถามว่า กลุ่มบุคคลใดที่จริงใจช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริงมากที่สุด (ตอบได้เพียงข้อเดียว) พบว่า ร้อยละ 45.7 ระบุไม่มีใครเลย ในขณะที่ร้อยละ 32.8 ระบุเป็นนักการเมือง ร้อยละ 19.5 ระบุเป็นข้าราชการประจำ และเพียงร้อยละ 2.0 เท่านั้นที่ระบุเป็นกลุ่มนายทุน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่น้องปลื้ม วันที่ : 19/03/2012 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyasit

เม้นต์หายจ้อย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่น้องปลื้ม วันที่ : 19/03/2012 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyasit


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
AYACreate วันที่ : 19/03/2012 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AYACreate


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
AYACreate วันที่ : 19/03/2012 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AYACreate

คุณทักษิณ คิดเพื่อใครครับ
แต่คุณทักษิณฉลาดนะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 19/03/2012 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ปัญหาอยู่ความหน้าใหญ่ของทักสิน
ความไม่กล้าแบบลูกผู้ชายของทักสิน
ต้องหาโปรโมเต้อร์มวยที่มีบารมีเคี่ยวกรำ
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 19/03/2012 เวลา : 05.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ขนานแท้ดังเดิม
ต้องยาถ่ายระดมพล

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
39step วันที่ : 18/03/2012 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naphatara

สุดยอดความคิดของปรมาจารย์
"เสื้อกั๊ก ผมขาดแล้ว ถือว่าเสมอกัน" นี่คือวลีของการปรองดอง แต่ทักษิณจะได้อ่านหรือเปล่า เข้าใจความหมายหรือไม่ นั่นคือปัญหา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Payont วันที่ : 18/03/2012 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ของแท้ต้องสรวมเสื้อกั๊ก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Social Media

เมื่อโลกทั้งใบพูดจากันด้วยภาษาดิจิตอล สื่อจะก้าวเดินไปอย่างไร นี่มิใช่คำถาม แต่มันเป็นความท้าทาย

View All
3 คน
5 คน

  โหวต 8 คน