• ชนากิตติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 41764
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
CHA-NA
กลับมาแล้ว...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakith
วันอังคาร ที่ 7 กันยายน 2553
Posted by ชนากิตติ์ , ผู้อ่าน : 1296 , 14:52:03 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นานมาแล้ว ในดินแดนแห่งสีสัน มีแม่สีสามสี คอยแต่งแต้มให้ดินแดนแห่งนี้มีสีสันสดสวย ใครที่เดินทางผ่านมาล้วนต้องแวะพัก ด้วยความตื่นตาตื่นใจและหลงใหลในความงดงาม
แม่สีทั้งสาม ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน สามสีรักใคร่กลมเกลียว แบ่งปันสีของตนให้แก่กันจนกระทั่งเกิดเป็นสีใหม่ๆ นับร้อยนับพัน
สีแดง รวมเข้ากับ สีเหลือง เกิดเป็น เปลวไฟสีส้มแสนอบอุ่น
สีเหลือง รวมเข้ากับ สีน้ำเงิน เกิดเป็น เหล่าใบไม้สีเขียวที่มอบความสดชื่นให้ทุกๆ ชีวิต
สีน้ำเงิน รวมเข้ากับ สีแดง เกิดเป็น สีม่วง...สีแรกแห่งสายรุ้งหลังฝน

สี ต่างๆ ผสมรวมตัวกันไปเรื่อยๆ
สีแดง รวมเข้ากับ สีส้ม เกิดเป็น พลอยสวยสีแดงส้ม
สีแดง รวมเข้ากับ สีเขียว เกิดเป็น เปลือกไม้สีน้ำตาล
สีแดง รวมเข้ากับ สีม่วง เกิดเป็น เปลือกมังคุดสีแดงม่วงที่ซ่อนความหวานฉ่ำไว้ในผล

สีน้ำเงิน รวมเข้ากับ สีส้ม เกิดเป็น โกโก้สีน้ำตาลแสนอร่อย
สีน้ำเงิน รวมเข้ากับ สีเขียว เกิดเป็น สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน แหล่งอาหารชั้นดีที่เพิ่มคุณค่าให้แก่ดินและช่วยให้พืชพรรณต่างๆ งอกงาม
สีน้ำเงิน รวมเข้ากับ สีม่วง เกิดเป็น ท้องฟ้าสีน้ำเงินม่วงดูลึกลับแต่มีเสน่ห์

สีเหลือง รวมเข้ากับ สีส้ม เกิดเป็น สีส้มเหลืองของแสงอาทิตย์ยามเย็น
สีเหลือง รวมเข้ากับ สีเขียว เกิดเป็น สีเขียวเหลือง.........
.....................

สีต่างๆ ผสมกันอย่างเป็นระเบียบ สร้างสรรค์สีใหม่ได้อย่างสดสวย ชาวเมืองจึงมีแต่ความสุข เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่สีสันสดสวยงามตา จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าชายจากดินแดนสีดำ ผ่านมาที่ดินแดนแห่งนี้ พระองค์ตื่นตาตื่นใจกับสีสันที่ไม่เคยพบมาก่อน

“เหตุใดเมืองของท่านจึงดู งดงามราวกับสรวงสวรรค์เช่นนี้ พวกท่านทำอย่างไรสรรพสิ่งจึงมีสีสันขึ้นมาได้” เจ้าชายถามชาวเมืองด้วยความสงสัยเพราะที่เมืองของพระองค์นั้นทุกสิ่งล้วน เป็นสีดำและมีแต่ความมืดปกคลุมอยู่ตลอดเวล“เพราะดินแดนของเรามีผู้ สร้างสรรค์สีสันอาศัยอยู่พระเจ้าข้า” ชาวเมืองตอบด้วยความภาคภูมิใจ
“ผู้ สร้างสรรค์สีสันนั้นเป็นใครกัน? คงเป็นเทพยดาผู้ดูแลเมืองเป็นแน่ ถึงได้เนรมิตสีต่างๆ ได้งดงามเพียงนี้” เจ้าชายถามต่อด้วยความอยากรู้
”มิได้ พระเจ้าข้า ทั้งสามนั้นมิใช่เทพยดา แต่เป็นแม่สี เจ้าแห่งสีทั้งสามผู้เนรมิตสรรพสิ่งให้มีสีสันอย่างที่ท่านเห็น” เมื่อชาวเมืองตอบ...แก้มของเขาก็กลายเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความภาคภูมิใจ
“แม่สีทั้งสาม?” เจ้าชายทวนคำตอบด้วยความฉงน ”ท่านหมายความว่า แค่เพียงสามสีก็สามารถสร้างสีสันได้นับร้อยนับพันเชียวหรือ?”
“พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์อยากรู้ว่าแม่สีสร้างสีใหม่ๆ ได้อย่างไร ก็สามารถไปสอบถามพวกเขาได้ที่ยอดเขาสีรุ้งที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกโน้น” ชาวเมืองชี้บอกทางให้แก่เจ้าชาย

เจ้าชายรู้สึกอิจฉาผู้คนในดินแดนแห่ง นี้ ที่ได้เห็นแต่สิ่งสวยงาม ต่างจากดินแดนของพระองค์ที่เต็มไปด้วยความมืดหม่นหมอง พระองค์จึงพยายามชวนแม่สีทั้งสามไปแต่งแต้มสีสันให้ดินแดนของพระองค์บ้าง แต่แม่สีทั้งสามปฏิเสธ เพราะไม่อาจทิ้งดินแดนบ้านเกิดของตนได้
เมื่อ ไม่อาจชวนแม่สีทั้งสามไปแต่งแต้มเมืองของพระองค์ให้งดงามได้ เจ้าชายจึงคิดแผนการที่จะทำให้ความหม่นหมองเข้าครอบคลุมดินแดนแห่งสีสันบ้าง
ดังนั้น ก่อนที่จะกลับเมือง พระองค์จึงไปร่ำลาแม่สีทั้งสาม พร้อมกับทิ้งคำถามเป็นปริศนาว่า
“ดินแดนของท่านนี้มีสีสันงดงามยิ่ง แต่พวกท่านรู้มั้ยว่า ในโลกนี้สีอะไรที่มีความงามเป็นเลิศ งดงามชนิดที่สีอื่นๆ ไม่อาจเทียบเคียงได้?”

ทั้งสามสีต่างครุ่นคิดหาคำตอบ นั่นสินะ เราสร้างสรรค์สีสันต่างๆ มากมาย แต่ไม่เคยรู้เลยว่าสีไหนที่สวยที่สุด...สีฟ้ากระมัง เพราะสีฟ้าของท้องฟ้า เป็นสีที่ทุกๆ คนชื่นชอบ..แต่สีชมพูก็สวยหวานราวกับหญิงงาม...หรือจะเป็นสีเขียวที่ให้ความ สดชื่นดูแล้วสบายตา...
แม่สีทั้งสามมัวแต่คิดหาคำตอบจนไม่เป็นอันสร้างสีใหม่ๆ ต่างสีต่างก็คิดๆๆ
จน วันหนึ่งสีเหลืองก็บอกเพื่อนทั้งสองว่า “ฉันรู้คำตอบแล้ว สีของฉันนี่แหละที่มีความงามเป็นเลิศ เพราะสีของฉันเป็นสีแห่งความสดใสรื่นเริง...ความรื่นเริงเป็นสิ่งที่ทุกคน ปรารถนา”
สีแดงไม่พอใจจึงบอกว่า “สีของฉันต่างหากที่สวยที่สุด สวยกว่าสีใดๆ ทั้งหมด สีของฉันทรงพลังที่สุด เป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและมีอำนาจ...ผู้มีอำนาจย่อมเป็นใหญ่เหนือสิ่ง อื่นใด”
สีน้ำเงินก็คิดว่าสีของตัวเองนั้นสวยมาก เป็นสีของความสุขุม รอบคอบ และยังเป็นสีแห่งมิตรภาพ...โลกนี้จะมีอะไรงดงามกว่ามิตรภาพอีกเล่า ...สีน้ำเงินคิดได้ดังนั้นก็ไม่อยากเห็นเพื่อนทะเลาะกัน จึงพยายามจะบอกเพื่อนทั้งสองว่า แต่ละสีมีความสวยคนละแบบ ไม่มีใครสวยน้อยกว่าใคร แต่ไม่มีใครฟัง เพื่อนทั้งสองเถียงกันเอาเป็นเอาตาย และต้องการให้สีน้ำเงินตัดสินว่าสีไหนกันแน่ที่สวยที่สุด แต่สีน้ำเงินก็ยืนยันคำตอบเดิม

“ถ้าอย่างนั้นให้ชาวเมืองเป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน” ทั้งสองสีสรุป แล้วทั้งสีแดงและเหลืองก็ไหลนองไปทั่ว เพื่อแสดงให้ชาวเมืองเห็นว่าสีของตัวเองสวยเพียงใด
สีทั้งสองไหลเข้าไปใกล้จนผสมปนเป
สีน้ำเงินเห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปห้ามเพื่อนทั้งสองให้หยุดทะเลาะกัน
แต่ นั่นกลับทำให้สีทั้งสามผสมรวมกันมากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น จนเกิดสีใหม่ขึ้น เป็นสีที่บอกได้ยากว่ามันคือสีอะไรกันแน่ มันดูเลอะเทอะและสกปรก ต่างจากทุกครั้งที่เมื่อทุกๆ สีรวมกันอย่างเป็นระเบียบจะเกิดเป็นสีสวยๆ
สีใหม่นั้นแผ่ขยายไปทั่วดินแดน ซึมซับเข้าไปในทุกๆ สิ่ง ทั้งต้นไม้ ใบไม้ ท้องฟ้า น้ำทะเล รวมทั้งอาคารบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ ทุกสิ่งเปลี่ยนไปเป็นสีใหม่นี้

สีใหม่ที่เกิดจากสีสวยๆ ทั้งสามนั้น บางครั้งก็ดูเหมือนสีน้ำตาลหม่นๆ บางคราวดูเทาเศร้าหมอง แม้แต่ภูเขาที่เป็นบ้านของแม่สีที่เคยเป็นสีรุ้งงามตา ก็กลายเป็นสีช้ำเลือดช้ำหนองไปแล้ว
ความขมุกขมัวเข้าแทนที่สีสันสดสวยที่มีอยู่ ผู้คนที่เคยมีแต่รอยยิ้มแห่งความสุขกลับหดหู่หมองเศร้า
นับจากนั้นเป็นต้นมา ใครก็ตามที่ผ่านไปยังดินแดนแห่งสีสัน ล้วนอุทานว่า
“โอ...เมืองอะไรกันนี่...สกปรกจัง”
ไม่มีใครเลยที่คิดจะหยุดพัก ณ ดินแดนแห่งนี้
ดิน แดนแห่งสีสันอันสดสวย กลายเป็นดินแดนแห่งสีสันอันหม่นหมองไปแล้ว
หากแม่สีทั้งสามยังไม่หยุดปล่อยสีออกมาตามใจตน คงไม่มีวันที่ความสดใสจะกลับคืนสู่ดินแดนแห่งนี้ได้อีก....ตลอดกาล

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารสกุลไทย
ปีที่ 56 ฉบับที่ 2894 ประจำวันอังคารที่ 6 เมษายน 2553




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
dhanawatana วันที่ : 14/09/2010 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhanawatana

ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
กลับมาแล้ว...

อืมมม์... ขอผมเล่าสักครั้งนะครับ หากเห็นว่ารกรุงรังในบ้าน คุณชนาค่อยกวาดมันออกนะครับ ผมไม่ว่าอะไรหรอก..


ครั้งนึง เมื่อสมัยเรียนอยู่ประถมปลาย อาจจะปอสี่ ปอห้า , ครู แบ่งนักเรียนชายหญิงแยกจากกัน แล้วให้ร้องเพลง "หนุ่มนาข้าว-สาวนาเกลือ" โดยมีเฉพาะนักเรียนชายอีกห้าหกคนถูกครูและเพื่อนๆเลือกให้เป็นหางเครื่องด้วย..
แถวบ้านผมสมัยนั้น ยังไม่มีสถานีวิทยุคลื่นเอฟเอ็มหรอก มีทีวีดูได้ก็ช่องสองช่อง จะพอรู้ได้ว่าเพลงไหนดังๆก็จากวิทยุเอเอ็มนั่นแหละ และถ้าหากว่าใครมีเทปเพลงอย่างที่ดังๆ เค้าฮิตกันละก็ จะถือเป็นเรื่องโก้เก๋ตายเลยล่ะ..

เมื่อผ่านคาบชั่วโมงของการเคาะโต๊ะ ตบมือร้องเพลง และหัวเราะสนุกสนานตามความเป็นเด็กแล้ว
ก็มีเพื่อนคนนึงมาถามผมว่า ที่บ้านมีเทปเพลงอะไร ขอยืมหน่อยได้มั้ย ? ผมก็ตอบไปว่า ได้ซี.. ประมาณนี้แหละ..
ว่าที่จริงตอนนั้น บ้านผมก็มีเทปเพลงเยอะอยู่นะ แต่ก็เป็นของพี่ชาย และมีเพียงเทปเพลงของไวพจน์ พี่เป้า พี่แอ๊ว อะไรนี้แหละ ไม่ได้มีของศรเพ็ชร ภิญโญ กะน้องนุช ดวงชีวัน เจ้าของเพลง "หนุ่มนาข้าว-สาวนาเกลือ" นั้นเลย

ผมก็คาดไม่ถึงนะว่า เค้าจะชอบจะชื่นชมและอยากฟังศิลปินในดวงใจของเค้ามากมายเพียงนั้น เพราะหลังเวลาเคารพธงชาติในวันรุ่งขึ้น พี่สาวของเพื่อนคนนั้นก็ขี่จักรยานจากบ้านมาที่โรงเรียน..เพื่อมารับเทปที่ยืมกันไว้..

โอ... ผมไม่ได้สนุกสนานหรอก..ที่เห็นพี่เค้ากลับไปโดยไม่ได้มีสิ่งที่เค้ารอด้วยใจชื่นชอบ กลับบ้านไปด้วย...
(แหม... เพื่อนก็น่าจะเข้าใจ ต่อให้ผมมีเทปเพลงนั้นจริงๆ ใครจะกล้าเอามาโรงเรียน ครูรู้คงโดนริบแน่เลย)

ไม่ว่าอย่างไร หากเรื่องนี้ ใจผมถือเอาว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยในความทรงจำของชีวิต มันก็คงจะไม่อยู่ในใจผมมาตั้งแต่นั้นและผ่านช่วงเวลานานมาหลายสิบปี
หากผมซื่อสัตย์ต่อความจริง ว่าเราไม่มีหรอก..เทปเพลงดังๆนั้นน่ะ , เค้าก็คงไม่เสียใจ และคงจะไม่กลายเป็นสิ่งทรงจำเศร้าๆให้นึกถึงได้..มาถึงวันนี้


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ครั้งนึง ตอนผมสอบเทียบมัธยม ซึ่งก็ธรรมดาแหละ ครูก็จะห้ามไม่ให้นักเรียนลอกข้อสอบกัน..
ครูเห็นเราไม่เหมือนคนอื่น ครูคงสงสาร เมตตาเอ็นดูเรา เราเองก็รักครูและอยากทำในสิ่งที่ครูขอ
แต่ว่า... เพื่อนๆ ซึ่งก็ให้ความช่วยเหลือทำสิ่งต่างๆแก่เรา บางคนเค้าทำข้อสอบไม่ได้ เราจึงยอมให้เพื่อนลอกข้อสอบในช่วงที่ครูออกจากห้องไป..

ไม่นาน ครูก็กลับเข้ามา และเหมือนครูมีตาวิเศษ...
ครูพูดไม่มาก แค่เพียงพูดว่า "ครูจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่นะ"

มาวันนี้ ครู..ได้ย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่อื่นแล้ว ส่วนเพื่อนๆ หลังเรียนจบ ก็แยกย้ายไปไหนกันบ้างก็ไม่รู้
แต่ความทรงจำที่ว่า...เราไม่ซื่อสัตย์ต่อครู ต่อสิ่งที่ครูขอนั้น...ยังคงอยู่


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++


อีกครั้งนึง ในการฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่เรียนมาแล้ว.. เราอาจดูเหมือนตั้งใจฟัง และมีปฏิสัมพันธ์ต่อครูอาจารย์ผู้มาบรรยายถ่ายทอดวิชาความรู้ ด้วยดี เพราะเราคอยแทรกถามครูอาจารย์อยู่เป็นระยะ เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆในกลุ่มของเราที่ฟังอยู่ด้วยนั้นต่างก็เงียบกัน..

..อาจมีคนนึกชมว่าเราเรียนเก่ง และตั้งอกตั้งใจฟังครูผู้สอน... จะว่าไป จึงน่าละอายใจอยู่ไม่น้อย..ที่เราเองไม่ได้เก่ง-ดี..เหมือนอย่างที่ครูอาจารย์และเพื่อนชื่นชม เพราะจริงๆ เราเองก็ง่วงนอน เริ่มคิดติดตามสิ่งที่ฟังนั้นไม่ทัน และก็..อยากจะกลับห้องพักเหลือเกิน...


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++


มีชีวิตอยู่ในโลกหลายสิบปี จะทำสิ่งไม่ดีแค่สองสามอย่างเท่านี้ก็คงไม่ใช่แล้วล่ะ จริงๆก็คงต้องมากกว่านี้ อาจหนักหรือเบากว่าที่เล่านี้ แต่ก็สรุปได้ว่า ยังมีอยู่อีก แต่ผมก็ไม่คิดเข้าข้างตัวเองหรือคิดจะแก้ตัวหรอก
ผมรู้...ความจริงไม่มีวันเลือนหาย และมันจะดำรงอยู่ มีอยู่จนถึงวันข้างหน้า
เพียงแต่ผมไม่รู้ว่า การเปิดใจรับฟังโดยไม่ด่วนตัดสิน จะยังมีอยู่ รออยู่...ในวันข้างหน้า หรือไม่นะครับ...
เพราะสิ่งนั้นอาจไม่มี หากคนเราต่างด่วนสรุปตัดสินซึ่งกันและกัน...ในวันนี้เสียแล้ว.


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ชนากิตติ์ วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakith

คุณ danawatana คะ ไม่ต้องเล่าหรอกค่ะ

น้าน้ำพี้ คนเขียนก็ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ อยากทำเป็นนิทานภาพสอนเด็กผสมสีค่ะ แต่เรื่องสีๆ นี่ใครจะมาพิมพ์ให้น้อ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้ำพี้ วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampeewriter

ขอบมาก ๆๆๆๆๆๆๆ เลยชนาเรื่องนี่น่ะ
เมืองแห่งแม่สีที่ไม่รักกัน ก็มีแต่ปนเปื้อนสกปรก...สีโศก
1 โหวต เลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
dhanawatana วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhanawatana

วันหลัง ผมจามาเล่าถึงความไม่ซื่อสัตย์ของผม ณ ที่แห่งนี้นะ... ขอสัญญา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
dhanawatana วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhanawatana

หากเป็นเช่นนั้น นั่นคือผู้นั้นไม่มีเทพเจ้าแห่งความดี ในตนเองครับ..
หากผมต้องเลือกเพียงหนึ่ง ผมขอเลือกที่จะสูญเสียเทพเจ้าแห่งความงาม และเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ..นั้นไปครับ... ผมเชื่อว่า หลายคนคงเลือกเหมือนผมอยู่บ้างครับ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชนากิตติ์ วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakith

คุณ dhanawatana คะ ถ้ามีสามอย่างนั้น แต่ไม่มีความซื่อสัตย์ คงเรียกผู้นั้นว่ายอดเยี่ยมไม่ได้หรอกนะคะ ไม่ชอบถูกหลอกค่ะ มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองโง่ๆ ยังไงไม่รู้

ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
dhanawatana วันที่ : 13/09/2010 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhanawatana

..พลอยให้นึกไปถึงเรื่องเทพเจ้าแห่งความดี เทพเจ้าแห่งความงาม และเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ..ซึ่งหากเทพเจ้าทั้งสามมาร่วมสถิตย์อยู่ในคนคนเดียวกัน ผู้นั้นถือว่ายอดเยี่ยมในโลก..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชนากิตติ์ วันที่ : 08/09/2010 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakith

ดีใจอะไรอ่ะเจ๊ เง็ง หวยก็ไม่ถูก ซื้อสลากออมสินกะได้ซัก สิบล้าน ก็ไม่ถูก

เจ๊สบายดีนะ? คิดถุง จ๊วบบบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 07/09/2010 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ดีใจด้วย ชนา...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน