• chaitham
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaithamblog@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 44186
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
Change: พลังการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า -> คุณภาพ ที่ ค้นพบได้ ใน ตัวเราทุกคน ->
[ 2475 { 2516 ( 2519 ( Change ! Change ? Change $ Change ^ ) 2535) 2549 } 2551, 2553 25 ? ? ] < < < < - - - - - - - - - - - - มุมมองตรง ในระบอบประชาธิปไตย คด - - - - - - - - - - - - > > > >
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/change
วันศุกร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2550
Posted by chaitham , ผู้อ่าน : 1064 , 11:46:50 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 4

เหตุใดจึงไม่แก้ Bug ในกฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางท่าน เคยให้คำอธิบายว่า ไม่ควร เขียนกฎหมายให้ละเอียดชัดเจนทุกกรณี ควรเขียนให้เป็นหลักกว้างๆไว้ เพื่อจัดการกับสภาพสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หากมีปัญหา ก็สามารถเสนอเพื่อตีความเฉพาะกรณีนั้นๆ

ไม่น่าแปลกใจที่ยังคงมีบทบัญญัติกฎหมายหลายบทที่ถูกร่างขึ้นมานานเป็นสิบๆปี บางฉบับมากว่า 50 ปี ที่เราพบว่าขัดแย้งและไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี่ในปัจจุบัน ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่และได้สร้างปัญหาหรือเปิดโอกาสให้เกิดปัญหานานับประการ โดยขาดความกระตือรือร้นอย่างจริงจังที่จะให้มีการสังคายนาจากผู้ที่มีความรับผิดชอบและเกี่ยวข้อง

ดูเหมือนการตีความเป็นส่วนที่จงใจให้มีเพื่อให้กฎหมายเป็นกฎหมาย หากไม่มีการตีความก็ไม่มีกฎหมาย อย่างนั้นหรือ????? นั้นแสดงว่าช่องโหว่หรือหลุมพร่างของกฎหมายสมควรมีอยู่ต่อไป?

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า เขียนกฎหมายด้วยภาษาทั่วไปหรือภาษาที่ง่ายกว่าให้สะท้อนเจตนารมม์นั้นทำได้ยากหรือทำไม่ได้

ทั้งนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผู้ร่างกฎหมายในแต่ละยุคสมัย ขาดทักษะทางภาษาที่จะสื่อสารให้ง่ายหรือไม่พยายามคิดนอกกรอบจารีตของศาสตร์กฎหมายที่ปลูกฝั่งกันมาแต่อดีต โดยไม่ตระหนักถึงผลเสียหายที่จะตามมาในภายหลังจากความคลุมเคลือและความเข้าใจยากของภาษากฎหมาย

หรือขาดความสามารถในการประเมินประเด็นปัญหาที่อาจเกิดเนื่องจากโอกาสที่ความเข้าใจที่ต่างกันที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง อันจะนำไปสู่การตีความ

หรือเป็นเพราะแนวปรัชญาของศาสตร์ถูกกำหนดให้สลับซับซ้อน เพื่อสร้างเป็นกรอบจารีตให้ดูน่าเชื่อถึอ ศรัทธา? เพื่อให้ชนชั้นส่วนใหญ่ที่ถูกปกครองโดยกฎหมายในสังคม ที่มีโอกาสด้อยกว่าทางการศึกษาเข้าใจได้ยากโดยความตั้งใจ

เพื่อที่จะได้ปกครองได้ง่ายขึ้น หากมีปัญหากับภาษาและสาระในข้อกฎหมายก็คงต้องพึ่งทนายหรือนักกฎหมาย ซึ่งต้องมีกำลังทรัพย์ที่จะจ่าย โดยเฉพาะในบางยุคสมัยหรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน ที่ค่าตัวในวิชาชีพนี้แพงแบบสุดๆ เกินกว่าที่กลุ่มชนผู้มีรายได้ระดับกลางและระดับล่างจะจ่ายไหว?

ชัยธรรม2550




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chaitham วันที่ : 24/05/2007 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

ขอขอบคุณสำหรับ คห.ที่ 3 ของคุณ Dinsor

ขออนุญาติให้ความเห็นเพิ่มเติม
ผมเห็นว่าการแก้ไขปัญหาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง น่าจะแยกพิจารณาเป็น 4 ระดับด้วยกัน

1) ระดับบนสุด (Conceptual design)
ในแง่ปรัชญาและแนวคิดของนิติศาสตร์ ว่าควรจะบัญญัติกฎหมายให้ครอบคลุม รัดกุมเพียงใดในปริมณฑลหนึ่งๆ
เพื่อให้บทบัญญัติของกฎหมายสนองหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง

2) ระดับกลาง นโยบาย (Policy level)
ในเรื่องของวิธีการสื่อสาร
ภาษากฎหมายที่ใช้ควรจะใช้ภาษาอย่างไรจึงสนองเจตนาของหลักนิติธรรม โดยพยายามใช้ภาษาที่ง่ายที่สุด เพื่อให้
คนส่วนใหญ่เข้าถึงและเข้าใจได้ไม่ยากจนเกินไป

มิฉะนั้นแล้วภาษากฎหมายก็จะกลายเป็นกำแพงสูงตระหง่านที่กั้นระหว่างผู้กำหนดกฎหมาย/ผู้บังคับใช้กฎหมาย และ ผู้ที่ถูกบังคับใช้กฎหมายทั่วไป

3) ระดับปฏิบัติการ (Operational level)
ในกรณีที่พบว่ากฎหมายไม่ครอบคลุมเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมก็ดีเทคโนโลยี่ก็ดี ซึ่งเป็นสัจจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หากเรามีปรัชญาและแนวคิดที่เหมาะสม ตามที่ได้กำหนดไว้ในปรัญญาและแนวคิดของ นิติศาสตร์ในข้อที่ 1 โอกาสที่จะเกิดความคลุมเครือ จนต้องตีความก็จะน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไม่เปิดโอกาสให้มีการตีความที่บิดเบือนเจตนารมย์ของกฎหมาย และไม่ต้องสูญเสียทั้งทรัพยากรบุคคลและเวลาที่ต้องยื้ดเยื้อออกไปในการแก้ปัญหาดังกล่าว

4) ระดับผู้ปฎิบัติการ (Individual level)

ในกรณีที่ต้องตีความ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยอย่างแท้จริง
หรือ
ในกรณีที่ต้องตีความเนื่องจากการตั้งใจเขียนกฎหมายให้ไม่ครอบคลุมแต่แรกเพื่อหวังพึ่งการตีความตามที่ คุณ Dinsor กล่าวถึง และตามที่ตัวบทกฎหมายเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ผู้ใช้กฎหมายหรือผู้ตีความที่ตีความบิดเบือนเจตนาหรือผิดเจตนาของกฎหมาย เนื่องด้วยผลประโยชน์หรือปัญหาจริยธรรมหรือปัญหาตีความผิดโดย สุจริตก็ตาม
เป็นปัญหาที่กระบวนยุติธรรมที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ตรวจสอบ

การสร้างวัฒนธรรมหรือจิตสำนึกตามที่ คุณ Dinsor มีความเห็นนั้น ผมคิดว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหา ในระดับล่างสุดคือในระดับผู้ปฎิบัติการเท่านั้น มิได้เป็นการแก้ไขที่ต้นตอของเหตุ และ ไม่ได้เป็นการแก้ไขในเชิงระบบ

เป็นการแก้ปัญหาและคาดหวังในตัวบุคคล จะเป็นผู้ใช้กฎหมายก็ดีหรือ ผู้ตีความก็ดี

หากไม่มีการทบทวนในระดับบนไม่ว่าจะเป็น
ในระดับบนสุด ในระดับปรัชญาและแนวคิด
และ
ในระดับกลาง ระดับนโยบายคือ การเลือกใช้ภาษากฎหมายที่สื่อสารได้ง่ายที่สุด

ปัญหาในระดับที่ 3 คือระดับปฏิบัติการก็จะยังคงเป็นปัญหาที่ดำรงอยู่ อันส่งผลโดยตรงให้ ปัญหาในระดับที่ 4 รักษาระดับความวิกฤตและปริมาณการเกิดปัญหาอยู่ต่อไป

ด้วยความหว้งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นใน
ระบบนิติธรรม มิใช่ ในตัวนักนิติศาสตร์โดยตัวบุคคล

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายเฉินฉวน วันที่ : 21/05/2007 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rickypong22
    <<เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง....... เมื่อมั่งหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา>> <<เมื่อหมดมิตรหมางเมินมุ่งมองมา เมือมอดม้วยแม่หมูหมาไม่มามอง>>

personicharity

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
DinSor วันที่ : 19/05/2007 เวลา : 04.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinsor

ในทัศนะของผมนะครับเห็นว่า ประเด็นปัญหาสำคัญที่เป็นปัญหาใหญ่หากเราพิจารณากันจริงๆแล้ว มิได้เกิดจากการใช้ภาษาที่คลุมเครือ หรือการร่างกฎหมายที่ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่หรอกนะครับ หากแต่เกิดจาก ผู้ใช้ หรือ ผู้ตีความ กฎหมายต่างหากครับ
ก่อนอื่นเราต้องยอมรับกันก่อนว่า ต่อให้เราร่างกฎหมายให้รัดกุม ใช้ภาษาที่ดีเด่นเพียงใด หากผู้ใช้กฎหมายจะตีความให้เข้าข้างตนเองก็ย่อมได้เสมอ ตัวอย่างในอดีตก็มีอยู่มากมายให้เห็นกัน จริงอยู่ที่ ปัญหาเรื่องความคลุมเครือของภาษากฎหมายก็เป็นหนึ่งในปัญหา แต่ปัญหานี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่จำเป็นต้องเขียนเพื่อ เผื่อสำหรับสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลง ส่วนกฎหมายที่ใช้ภาษาบกพร่องคลุมเครือแท้ๆนั้นคงมีไม่มากจนต้องถือว่าเป็นปัญหาส่วนใหญ่หรอกนะครับ

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจะเห็นว่า แม้คำพูด การใช้ภาษากฎหมายจะบัญญัติไว้คลุมเครือสักเพียงใด แต่หากผู้ใช้กฎหมายตีความ นำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร ปัญหาเหล่านี้จะน้อยลงอย่างมาก แต่ในส่วนของนักกฎหมายที่ตีความไปในทางไม่ดีเพื่อประโยชน์ส่วนตน ก็จะเห็นได้ว่า หากกฎหมายบัญญัติไว้คลุมเครือก็จะเป็นการสบโอกาสที่จะตีความเสียอย่างไรก็ได้ และถึงแม้กฎหมายบัญญัติไว้อย่างรัดกุมไม่คลุมเครือ ก็ยังมีบางกรณีที่มีการตีความไปในทางผิดเพี้ยนจากสิ่งที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าของวงการกฎหมายอย่างยิ่ง

เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไร ที่จะแก้ปัญหาผู้ใช้กฎหมาย?

ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องของ การสร้างวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด จิตใต้สำนึกของผู้ใช้ประกอบด้วย อีกทั้งนักกฎหมายส่วนใหญ่ที่ตระหนักถึกปัญหานี้ต้องช่วยกันดูแล คัดค้าน นักกฎหมายที่จงใจที่จะตีความกฎหมายอย่างผิดเพี้ยน มิใช่ปล่อยประละเลย ให้นักกฎหมายบางคนตีความไปเสียอย่างใดก็ได้ ซึ่งจะต้องสร้างค่านิยม หรือวัฒนธรรมตรงนี้ให้ได้ ซึ่งจะเป็นการให้นักกฎหมายควบคุมกันเองในระดับหนึ่งนะครับ

ความเห็นของผมอาจจะผิดก็ได้นะครับ ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดครับ^^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chaitham วันที่ : 18/05/2007 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

มิบังอาจครับท่าน thesaint
ผมเพียงแต่อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่สงสัยมานาน หากเป็นประโยชน์และมีแนวทางแก้ไขก็จะเกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่และตัวศาสตร์ของกฎหมายเอง

หวังว่าอาจจะได้แนวคิดที่ดีและนำไปแก้ไขได้นะครับ
ขอขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับความคิดเห็นจากทุกท่าน


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
thesaint วันที่ : 18/05/2007 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


---- อืมม ผมกำลังที่จะเมาเริ่มต้นเรียนรู้ในทัศนะทางกฏหมายจากคุณนะครับ ...โปรดรอครับ----

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสียงเพลงชี้ความจริงแห่งชีวี เพลงที่ดีต้องรับใช้ประชาชน (โดยความอนุเคราะห์จาก กองทุนเพลงเพื่อชีวิต)

พลังเพลง

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่ากลุ่มบุคคลใด ควรได้รับการลงโทษมากที่สุด
นักศึกษาขายตัว
2 คน
นักวิชาการขายวิญญาณ
2 คน
นักการเมืองขายชาติ
46 คน
นักสื่อสารมวลชนขายจรรยาบรรณ
12 คน

  โหวต 62 คน