• chaitham
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaithamblog@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 41225
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
Change: พลังการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า -> คุณภาพ ที่ ค้นพบได้ ใน ตัวเราทุกคน ->
[ 2475 { 2516 ( 2519 ( Change ! Change ? Change $ Change ^ ) 2535) 2549 } 2551, 2553 25 ? ? ] < < < < - - - - - - - - - - - - มุมมองตรง ในระบอบประชาธิปไตย คด - - - - - - - - - - - - > > > >
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/change
วันอาทิตย์ ที่ 17 มิถุนายน 2550
Posted by chaitham , ผู้อ่าน : 1973 , 04:44:34 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

#Generate Your Own Glitter Graphics @ GlitterYourWay.com - Image hosted by ImageShack.us #

ผมได้อ่านบล๊อคบทหนึ่งใน OKNATION คิดว่า เป็นประโยชน์กับ

ชีวิตที่ยังมีลมหายใจ ของพวกเราชาว OKNATION และบุคคล อื่นๆ

จากลิงค์ด้านล่าง ของคุณหมอ samrotri

http://www.oknation.net/blog/samrotri/2007/06/14/entry-1

ผมเขียนบล๊อคนี้ เพื่อแบ่งปันประสพการณ์กับ ชาว OKNATION

หากเพื่อนผมคน หนึ่ง (พี่ เอ๋) ได้มีโอกาสอ่าน บล๊อคข้างต้นเหมือน พวกเรา เขาคงจะชอบใจมาก

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ผมรู้จัก พี่ เอ๋ มาประมาณสัก 2 ปี เขาอายุ 47 กว่า เราเล่นแบดมินตันที่สนามเดียวกันแถวคลองตัน

ดูจากภายนอกเขาเป็นคนแข็งแรง เนื่องจากเล่นกีฬาหลายชนิด ทั้ง รักบี้ เทนนิส แบดมินตัน

เมื่อวันจันทน์ ที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา พี่ เอ๋ มาเล่นแบดมินตันตามปกติที่คอร์ด

หลังจากเล่นไปได้ 1 เกม พี่ เอ๋ ก็นั่งพักและพูดคุยกับเพื่อนๆ ร่วมทีม สัก 5-10นาที

หลังจากนั้นเขาก็เกิดหน้ามืดขึ้นมาและนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง

พวกเรา ช่วยกันปฐมพยาบาลกัน และโทรเรียกรถพยาบาล มารับตัวอย่างเร่งด่วน

เพื่อนๆเป็นห่วง แต่แน่ใจว่า พี่ เอ๋ คงไม่เป็นอะไรมาก เพราะทุกครั้ง พี่ เอ๋ จะเล่นเกมหนักๆกว่านี้ ติดต่อกัน 3-4 เกม อย่างเป็นปกติ

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ผมเพิ่งกลับจากไปเยี่ยม พี่ เอ๋ มา

พี่ เอ๋ นอนสงบนิ่งอยู่ที ศาลา 16 วัดธาตุทอง มีกำหนดการ ณาปนกิจ ในเย็นวันนี้ วันที่ 17 มิ.ย 2550

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

พี่ เอ๋ สิ้นใจไปในช่วง 5-10 นาทีแรกที่หมดสติไป ก่อนรถพยาบาลจะมารับประมาณ 20 นาที

ผลการผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ตำรวจพบว่า หลอดเลือดหัวใจตีบไป 2 เส้น

ทราบจากภรรยาของ พี่ เอ๋ ว่า พี่ เอ๋ ไม่ได้ไปตรวจร่างกาย โดย เฉพาะที่เกี่ยวกับ หัวใจ มานานพอสมควร

สอบถามจาก ผู้จัดการสนามแบดมินตัน ได้ทราบข้อมูลว่า พี่ เอ๋ เป็นรายที่ 4 ในช่วงเวลาประมาณ 10 ปีที่เปิดให้บริการสนามแบดมินตันมา และส่วนใหญ่ของสาเหตุก็เกิดจาก โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ผมขออนุญาติ พี่ เอ๋ นำเรื่องดังกล่าว มาเขียนลง บล๊อค
OKNATION เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และช่วยกระตุ้นเตือน พวกเรา ที่ยังประมาทอยู่ จะได้มีโอกาส แก้ไข หลีกเลี่ยง ลดความเสี่ยง ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งกับตัวเอง และกับคนที่เรารัก นับถือ

จะได้ หมั่นดูแลและเอาใจใส่สุขภาพตัวเองและคนรอบข้างที่เรารักและเป็นห่วง

ด้วยความปรารถนาดี

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ขอให้ดวงวิญญาน ของ พี่ เอ๋ จงไปสู่สุขคติ

                                                                               ชัยธรรม2550

คุณหมอ samrotri สมาชิกชาว OKNATION ของเราได้กรุณาให้ความรู้
ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ใน ความคิดเห็นที่ 2

เพื่อช่วยใครบางคนที่เราอาจเกี่ยวข้องด้วย พ้นจากความตาย เฉียบพลัน

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

29  มิถุนายน 2550

คุณ chanclub ได้ให้ความรู้เรื่อง การเดินสายพานไว้ใน บล๊อคของท่านที่

http://www.oknation.net/blog/heartDz/2007/06/28/entry-1

มีประโยชน์มากๆครับ

@@@





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chaitham วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

ขอบคุณครับที่แวะ เข้ามาฝากข้อเขียนดีๆไว้
โลกเราคงน่าอยู่และมีสันติสุขมากกว่านี้
หากเราจะผลัดกันมองจากมุมและจุดยืนที่ต่างกัน และ
ทำความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Rakan วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siswa

"…เธอทั้งสองจงรักกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งรักนั้น
ขอให้รักเป็นเสมือนดั่งคลื่นทะเลที่โหมพัดอยู่ท่ามกลางชายฝั่งแห่งจิตวิญญาณของเธอทั้งสอง
จงเติมเต็มในถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน
จงแบ่งปันขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน
จงร้องและร่ายรำด้วยกันอย่างเริงร่า แต่ก็เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเริงรำด้วยตนเอง
เฉกเช่นสายพิณอันโดดเดี่ยว แต่ร่วมกันขับขานเสียงท่วงทำนองของเพลงเดียวกัน
…และจงยืนด้วยกัน แต่อย่าเบียดชิดกันมากเกินไป
เพราะแม้เสาวิหารก็ตั้งตระหง่านเป็นระยะๆ
" ต้นโพและต้นไทร " ก็มิอาจเติบโตภายใต้ร่มเงาของกันและกันได้ "">

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผาลึกทะเลกว้าง วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorgy


อืม..ขอบคุณครับที่กรุณาเข้าไปเตือนผมถึงที่เลย อ่านแล้วเสียววาบเลยครับ หลายครั้งร่างกายส่งสัญญาณเตือนเรา แต่เราก็ยังเฉยเมย ประมาทจริงๆครับ ยอมรับเลยเรื่องสุขภาพนี่ ของแบบนี้เรากำหนดไม่ได้ ว่าจะตายวันไหน แต่ถ้ามันยังดีๆอยู่ก็ว่าจะหาโอกาสไปตรวจสักครั้งก็ดี ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rainny วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainny
 [มีอาการคล้ายๆ ขี้เกียจเขียนบล็อก] 

เรื่องหัวใจนี่หลายคนมักมองข้ามไป ทั้งๆ ที่เป็นอวัยวะสำคัญ ณ วันที่เริ่มมีอาการ ก็อาจช้าไปเสียแล้ว

ขอไว้อาลัยให้คุณเอ๋ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
yongchan วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongchan

มาร่วมไว้อาลัยค่ะ แล้วก็จะไปตรวจสุขภาพด่วนด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chaitham วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง สำหรับความรู้ที่คุณหมอ ให้พวกเราอีกครั้งหนึ่ง หากเราละเลยที่จะระวังรักษาสุขภาพ
อย่างน้อยก็ได้ความรู้ข้างต้น ไว้แก้ไขสถานการณ์ยามฉุกเฉิน ในยามที่เราเองหรือผู้อื่นที่เราเกี่ยวข้องด้วยก็ตาม ต้องยืนอยู่บนเส้นระหว่างความเป็นและความตาย

ผมขออนุญาติพิมพ์ บทความของคุณหมอ ข้างต้น เพื่อให้สนามแบดมินตัน เก็บไว้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
samrotri วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/samrotri
Kobnokkala

สวัสดีคุณchaitham
เสียดายคุณเอ๋ ที่ไม่มีผู้รู้วิธีช่วยฟื้นคืนชีพอยู่ในที่เกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าฉุกเฉินนั้น
ถ้ามี คุณเอ๋อาจจะรอดเหมือนตามบทความในบล็อกแก็งค์ที่ผมเก็บไว้ข้างล่าง

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samrotri&month=06-2007&date=08&group=17&gblog=2

...................................................................
"เราจะต้องเรียนรู้วิธีช่วยฟื้นคืนชีพไปทำไม"

พบข่าวคอลัมภ์คลินิกกีฬา คุยกันวันเสาร์กับหมอไพศาล น.ส.พ.เดลินิวส์
วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2550
เห็นว่าน่าสนใจสัมพันธ์กับเรื่อง การอบรม"ฟื้นคืนชีพ(CPR)" ที่ ร.พ.พนมฯจัดขึ้นพอดี

เนื้อหาบอกว่า คนหยุดหายใจ แต่ได้รับการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพก่อนนำส่งพบแพทย์ปรากฏว่าทำให้คนนั้นสามารถรอดชีวิตได้ เนื้อข่าวเป็นดังนี้..
...........................................................................

มารู้จักวิธีช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานกันดีกว่า

จุดมุ่งหมายสำหรับบทความในวันนี้เพื่อจะให้เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนทั่วไปที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเ
ป็นประจำ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านจะเป็นผู้ที่แข็งแรงมีสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนโดยเฉพาะไม่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจ เช่น หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันที่จะมีผลทำให้เราเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน (Sudden Death หรือ การที่หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน/ Sudden Cardiac Arrest ในภาษาทางการแพทย์)

แต่ท่านอาจจะเป็นพระเอกที่รู้บทบาทในการช่วยชีวิตขั้น พื้นฐานแก่ ผู้ที่ประสบปัญหาหมดสติ ไม่หายใจ หัวใจ หยุดเต้น ขณะที่มาเล่นกีฬาและออกกำลังกายอยู่ใกล้ ๆ ท่าน หรือในบริเวณที่ท่านอยู่ เพราะท่านมีทักษะพอที่จะทำการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในคอร์ต “แบดมินตัน” แห่งหนึ่ง
มีผู้ป่วยรายหนึ่ง อายุประมาณ 50 ปี เล่นแบดมินตันเป็นประจำ ขณะที่เล่นแบดมินตันอยู่กับเพื่อน ๆอยู่นั้น ปรากฏว่ามีอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ เพื่อน ๆ ได้พยายามช่วยกันปั๊มหัวใจ และรีบนำส่งโรงพยาบาล พบว่า
หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว แพทย์ได้ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าหัวใจ
ใส่ท่อช่วยหายใจและให้ออกซิเจนร่วมกับใช้เครื่องช่วยหายใจช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจและระบบหายใจดีขึ้นจนถึงขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ (5 วันหลังเกิดเหตุการณ์) ผู้ป่วยรายนี้ไม่ต้องอยู่ในห้องไอซียูแล้ว
สามารถเอาท่อช่วยหายใจออกและไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว มีความรู้สึกตัวดีขึ้นจนพูดคุยรู้เรื่องได้มากขึ้น ยังมีสับสนในบางครั้ง สามารถทำตามสั่งได้ดีพอควร
อาการอ่อนแรงของแขนและขาค่อย ๆ ดีขึ้น

ในทางการแพทย์ เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่ได้พยายามช่วยผู้ป่วยรายนี้ที่คอร์ตแบดมินตันและนำส่งโรงพยาบาล
คงรู้จักวิธีการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้ดี จึงสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ได้ระหว่างนำส่ง และหลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาจากทางแพทย์และพยาบาลแล้วจึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
เราหวังว่าผู้ป่วยรายนี้จะได้มีการฟื้นตัวกลับมาอย่างสมบูรณ์เหมือนก่อนเกิดเหตุการณ์และกลับมาเล่นกีฬาแบดมินตันที่ตัวเองชอบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อท่านพบเห็นบุคคลที่หมดสติ หัวใจหยุดเต้นและไม่หายใจ

สำหรับกรณีผู้ป่วยที่หมดสติ หัวใจหยุดเต้น และไม่หายใจ อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น
โรคหัวใจ โรคทางสมอง ไฟฟ้าช็อต จมน้ำ อุบัติเหตุ หรือแพ้ยา/แพ้พิษแมลงอย่างรุนแรง แต่ในที่นี้ผมสมมุติสถานการณ์เฉพาะในที่ที่คนกำลังเล่นกีฬา หรือกำลังออกกำลังกายกันอยู่และมีคนหมดสติไม่หายใจ และหัวใจหยุดเต้น อยู่ในบริเวณนั้น

ก่อนอื่นผมขออธิบายความรู้พื้นฐานระบบการไหลเวียนของโลหิต ระบบหายใจและการทำงานของสมองคร่าว ๆเสียก่อนดังนี้ :

โดยปกติสมองจะ ทำงานได้ต้องรับออกซิเจนที่มากับเลือดซึ่งมาจากการปั๊มหรือการทำงานของหัวใจที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วน ต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งสมองด้วย
เลือดที่หัวใจสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะเป็นเลือดที่มีออกซิเจนซึ่งได้จากการที่ปอดหายใจเอาอกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและมีการแลกเปลี่ยนกับคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาพร้อมกับเลือดที่มาที่ปอด เลือดที่มีออกซิเจนกลับ สู่หัวใจและถูกปั๊มไปสู่ส่วนต่าง ๆของร่างกาย รวมทั้งสมองด้วย ซึ่งเซลล์ของเนื้อสมองจะสามารถทนต่อการขาดออกซิเจนได้ประมาณ 4-5 นาทีเท่านั้น และหากเกินไปกว่านี้โอกาสที่จะเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิง นิทราหรือเสียชีวิตมีค่อนข้างสูง

ดังนั้นท่านคงจะพอเข้าใจนะครับว่าอวัยวะที่สำคัญในเรื่องนี้ คือ หัวใจและระบบการหายใจส่วนสมองเป็นผลจากการไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานจึงมุ่งเข้าไปช่วยเหลือหัวใจและการหายใจนั่นเอง

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support หรือ BLS)

1.โดยเริ่มจากการประเมินกรณีผู้ป่วยหมดสติ ไม่รู้ตัว ด้วยการเรียกชื่อดัง ๆ
อาจจะบีบหรือขยับหัวไหล่เพื่อพยายามเหมือนกับการปลุกให้ตื่นแต่อย่าไปพยายามขยับศีรษะหรือเคลื่อนไหวบริเวณลำคอเพราะคนหมดสติบางคนล้มลงอาจมีการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังส่วนคอที่เราต้องพึงระวัง

2.การทำการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ Basic Life Support (BLS) ขอให้ทำภายใน 4 นาทีเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสมองที่ไม่อาจขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองนานมากกว่า 4 นาทีได้

3.หลักการ “การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน” มีดังนี้

3.1 A หรือ Airway หมายถึง การเปิดทางเดินหายใจให้โล่งด้วยการอ้าปากดูว่ามีเศษอาหารหรือฟันปลอมที่หลวมหลุดอยู่หรือไม่ (Clear the Airway)
แล้วให้กดหน้าผากให้ศีรษะไปด้านหลัง (Head Tilt) และอีกมือหนึ่งจับคางเชยขึ้น (Chin Lift) ตามภาพที่ 1

ในขณะที่ทำในข้อนี้ ท่านต้องเรียกคนอื่นให้ มาช่วยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากท่านอยู่ในสนามกีฬาท่านควรมีเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยรักษาพยาบาลที่ใกล้ท่านมากที่สุดเพื่อกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต่อจากสถานที่เกิดเหตุการณ์ และหากทำตามข้อ 3.1 ไม่ได้
ท่านอาจพยายามจัดท่าให้ศีรษะตะแคงไปทางด้านข้างขณะนอนราบหงายเพื่อจุดประสงค์ในกรณีมีการอาเจียนหรือเศษอาหารจะได้ไหลออกจากปากได้โดยง่าย

3.2 B หรือ Breathing เมื่อทำตามข้อ 3.1 แล้วให้สังเกตดูว่ามีลมหายใจออกมาหลังจากเปิดทางเดินหายใจให้โล่งแล้ว ถ้ามีการหายใจให้คลำชีพจรที่คอหรือที่บริเวณข้อมือ (ท่านควรต้องรู้ตำแหน่งในการคลำชีพจร) แต่ถ้าพบว่าไม่หายใจหรือไม่แน่ใจ ท่านต้องเริ่มช่วยการหายใจ โดยทำดังนี้

- เป่าลมเข้าปาก โดยให้สังเกตดูว่า หน้าอกขยับขึ้น-ลง และมีลมหายใจออก หากเป่าลมไม่เข้าขอให้ดูภายในปากและดูตำแหน่งของคออีกทีหนึ่ง มีข้อสังเกต คือ ท่านไม่ต้องเป่าลมแรง ๆ ปริมาตรมาก ๆให้เป่าจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นก็เพียงพอแล้ว

- ถ้าหากท่านกลัวการติดเชื้อจากการเป่าปากให้เริ่มกดหน้าอกไปเลย ดีกว่ากลัวแล้วไม่เริ่มทำอะไรเลย

3.3 C หรือ Circulation หมายถึงการไหลเวียนของโลหิต ด้วยการปั๊มหัวใจ โดยการวางมือกลางหน้าอก
โดยเอาฝ่ามือขวาวางบนหลังมือที่กดลงบนกลางหน้าอก กดให้แรงความเร็ว 80-100 ครั้งต่อนาที โดยกดหน้าอก 30
ครั้งและให้เป่าปาก 2 ครั้ง นับเป็น 1 รอบ ตามภาพที่ 2 โดยให้ทำจนครบ 5 รอบและจึงหยุดประเมินอาการอีกครั้ง สำหรับการนับจังหวะให้นับตัวเลข 12345 โดยไม่ต้องนับ 1 และ 2 และ 3 และ............

การกดหน้าอกเช่นนี้ แรงจะไปกระแทกหัวใจ ทำให้มีการไหลเวียนโลหิตได้บ้างและสามารถไปรับออกซิเจนที่ปอดจากการที่มีคนเป่าลมทางปากเพื่อให้เข้าสู่ปอด

สำหรับการประเมินอาจดูว่าเริ่มมีการหายใจ หรือไม่ ?/มีการไอหรือสำลักหรือไม่ ?/มีการขยับตัว หรือไม่? และให้ลองตรวจดูว่ามีชีพจรหรือไม่ ? ซึ่งถ้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงขอให้ทำซ้ำ A, B, C ต่อไป

สำหรับประชาชนทั่วไปในขณะนี้ ยังมีอีกขั้นตอนหนึ่ง คือ D หรือ Defibrillation โดยใช้เครื่อง AED(Automate External Defibrillation) ซึ่งเป็นเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติที่ออกแบบมาให้มีความปลอดภัยและใช้งานง่าย โดยในปัจจุบันประชาชนทั่วไปสามารถซื้อ AED มาไว้ใช้ตามบ้านได้แต่ยังมีราคาสูงอยู่
ผมหวังว่าท่านผู้อ่านคงจะพอได้ความรู้ ?การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน? ไปบ้างในสัปดาห์หน้านี้
หากท่านสนใจท่านอาจหาความรู้เพิ่มเติมจากโรงพยาบาลใกล้บ้านท่านซึ่งบางโรงพยาบาลก็จะมีบริการฝึกอบรมให้ด้วย สวัสดีครับ.

8 มิถุนายน 2550 15:10:58 น. 0 comments

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui


ดิฉันก็แวะอ่านบล๊อกคุณหมอ samrotri ตามโอกาสเหมือนกันค่ะ

ขอไว้อาลัยพี่เอ๋ด้วยนะค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสียงเพลงชี้ความจริงแห่งชีวี เพลงที่ดีต้องรับใช้ประชาชน (โดยความอนุเคราะห์จาก กองทุนเพลงเพื่อชีวิต)

พลังเพลง

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่ากลุ่มบุคคลใด ควรได้รับการลงโทษมากที่สุด
นักศึกษาขายตัว
2 คน
นักวิชาการขายวิญญาณ
2 คน
นักการเมืองขายชาติ
46 คน
นักสื่อสารมวลชนขายจรรยาบรรณ
12 คน

  โหวต 62 คน