• chanidapa_aew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-12-20
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 314443
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
chanidapa
บางเรื่องที่อยากบอกเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13
วันพฤหัสบดี ที่ 4 เมษายน 2556
Posted by chanidapa_aew , ผู้อ่าน : 5512 , 19:51:58 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน BlueHill , คนชั้นล่าง และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

   ในสังคมปัจจุบัน  มีความขัดแย้งทางความคิดมากมาย  หลากหลายกลุ่ม

เมื่อวิเคราะห์เชิงลึก หลายประเด็น  มักเป็นเรื่องผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย  หากในระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องมีความแตกต่างทางความคิด

แต่ก็ไม่ควรแตกแยกมากเช่นทุกวันนี้  

  การต่อสู้ในเรื่องแนวความคิด  P4P  ในปัจจุบัน  คงเป็นเรื่องระหว่างแพทย์มากกว่าวิชาชีพอื่นในระบบกระทรวงสาธารณสุข  

  เพราะในความเป็นจริง  ค่าตอบแทนพิเศษต่าง ๆ ที่วิชาชีพพยาบาลได้รับ  แตกต่างจากวิชาชีพอื่น โดยสิ้นเชิง  รวมถึงความก้าวหน้า  ที่แทบมองไม่เห็น

   การรับราชการตลอด  20  ปี  ที่ผ่านมาของผู้เขียน  สอนให้มองโลกในแง่ดี  เพราะอาจตกหลุมความทุกข์ได้  หากไม่ทำใจยอมรับ  ระบบราชการ  รวมถึงรายได้ประจำที่มียอดเพียง  สองหมื่นต้น ๆ แม้จะมีปริญญาหลายใบ  ความรู้ความสามารถที่มี  อาจแปรผกผันกับการพิจารณาความดีความชอบ  หรือความก้าวหน้าในวิชาชีพ  เมื่อ  12  ปีที่ดิฉันเรียนจบ ป.โท กลับมาทำงานและรายงานตัวพร้อมกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่จบ ป.เอก  ได้รับข้อคิดจาก แพทย์ที่มีอำนาจสูงสุดขององค์กรท่านหนึ่งกล่าวว่า  ต่อให้พวกคุณเรียนจนจบป.เอก ก็ไม่ได้เป็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรอกนะ

  ที่กล่าวถึงคำพูดดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า  ผู้เขียนต้องการเป็นนายแพทย์สาธารณสุขนะคะ

และที่ลาไปเรียนต่อป.โท ก็ไม่ได้คิดถึงความก้าวหน้า  แต่ต้องการพัฒนาตัวเอง  ขอกล่าวด้วยความสัตย์จริง

ความทุกข์จะไม่ยอมปราณีใครหากเก็บมาคิดในเชิงลบ  แต่มันยังคงอยู่ในความคิดคำนึง

หรือแพทย์ที่กล่าวว่า  หากอยากได้ค่าตอบแทนเยอะ ๆ ก็ไปเรียนแพทย์สิ

ขอบคุณจริง ๆ ที่สอนให้มองโลกในแง่ดี  คิดเชิงบวก    

  ผู้เขียนได้มีโอกาสคุยกับรุ่นน้องพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลระดับอำเภอ  และยอมรับว่า  เงินตอบแทนพิเศษ  เบี้ยกันดาร  หรือ  ระบบการจ่ายค่าตอบแทนแบบ P4P  คงไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก  เพราะระเบียบเดิมพิจารณาจากระยะเวลาปฏิบัติงาน  ซึ่งน้องได้รับเพียง 1,800 บาท ในระยะเวลาปีที่19 ที่ทรับราชการมา  ส่วนแพทย์ที่ได้รับการดูแลเพื่อสร้างแรงจูงใจ และความขาดแคลน ในปีแรกได้รับ 10,000  บาท  เมื่อเทียบแล้วในปีที่ 11-20 ปีที่รับราชการ ได้รับถึง 40,000 บาท 

  ดิฉันได้รับฟังแล้ว  คงทำได้เพียง  ตบไหล่และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

  ในระบบการเรียนการสอน  พยาบาลถูกสอนให้มีความอดทน  ยืดหยุ่น  เพื่อทำงานประสานแพทย์  ผู้ป่วย  ญาติ  รวมถึงวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง  จนเราไม่เคยออกมาเรียกร้องให้บ่อยนัก  ซึ่งไม่นานมานี้  เรียกได้ว่าพลิกประวัติศาสตร์  ในการเรียกร้องให้บรรจุพยาบาลที่เป็นลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข

   จะขอเปรียบเทียบให้เห็นอัตราเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในพื้นที่ปกติแบบเดิม  ขอเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริง

และไม่ขอแสดงความคิดเห็น 

 

เปรียบเทียบค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแพทย์ เภสัช พยาบาลในพื้นที่ปกติ

ระยะเวลาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน

ค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายรับรายเดือน:คน:บาท

 

แพทย์

 

เภสัช

 

พยาบาล

 

ปีที่ 1-ปีที่3

 

10,000

 

3,000

 

1,200

 

ปีที่ 4-ปีที่10

 

30,000

 

4,000

 

1,800

 

ปีที่ 11-ปีที่20

 

40,000

 

5,000

 

1,800

 

ปีที่ 21ขึ้นไป

 

50,000

 

6,000

 

1,800

 

 

** ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายของพยาบาล ถูกพิจารณาให้จ่ายเท่ากับอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ใช่ วิชาชีพ*** ระยะเวลาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย

 

โรงพยาบาลชุมชนพื้นที่ปกติ

โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย

พยาบาลวิชาชีพ

เดือน:คน:บาท

สายงานในระดับวุฒิการศึกษาป.ตรีขึ้นไป

เดือน:คน:บาท

สายงานในระดับวุฒิการศึกษาต่ากว่าป.ตรีเดือน:คน:บาท

ปีที่1-ปีที่3

1,200

1,200

600

ปีที่4-ปีที่10

1,800

1,800

900

 

ค่าตอบแทนของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีเวลาการปฏิบัติงานปกติ และมีวันหยุดตามประกาศของทางราชการ

ค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการธุรการสานักอัยการสูงสุด (คน / เดือน)

ตาแหน่ง

 

ระดับ

 

บาท

 

อานวยการ

 

ดารงตาแหน่งอานวยการ

 

11,700

 

วิชาการ/ เชี่ยวชาญ

 

ดารงตาแหน่งระดับเชี่ยวชาญ

 

11,700

 

วิชาการ

/ชานาญการพิเศษ

ดารงตาแหน่งระดับชานาญการพิเศษ

 

10,400

 

วิชาการ ชานาญการ

 

ดารงตาแหน่งระดับชานาญการ ครบ

3 ปี

9,100

 

วิชาการ

/ชานาญการ

ดารงตาแหน่งระดับชานาญการ

 

7,800

 

ปฏิบัติการ

 

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติการครบ

4 ปี

6,500

 

วิชาการ

/ปฏิบัติการ

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติการครบ

2 ปี

5,200

 

วิชาการ

/ปฏิบัติการ

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติการ

 

3,900

 

ทั่วไป/ อาวุโส

 

ดารงตาแหน่งระดับอาวุโส ครบ

3 ปี

10,400

 

ทั่วไป/ อาวุโส

 

ดารงตาแหน่งระดับอาวุโส

 

9,100

 

ทั่วไป/ ชานาญงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับชานาญงาน ครบ

3 ปี

7,800

 

ทั่วไป/ ชานาญงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับชานาญงาน

 

6,400

 

ทั่วไป/ ปฏิบัติงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติงาน ครบ

4 ปี

5,200

 

ทั่วไป/ ปฏิบัติงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติงาน ครบ

2 ปี

3,900

 

ค่าตอบแทนพนักงานสอบสวน กระทรวงมหาดไทย

ตาแหน่ง

บาท/เดือน

พนักงานสอบสวน

 

12,000

 

พนักงานสอบสวนผู้ชานาญการ

 

14,500

 

พนักงานสอบสวนผู้ชานาญการพิเศษ

 

17,300

 

พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ

 

20,800

 

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ

 

25,000

 

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

 

30,000

 

ที่มา  http://www.nunot.com/index.php?view=article&catid=

นอกจากนี้ 

 

เงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ(โอที)ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับการคิดค่าตอบแทนเมื่อคิดรายชั่วโมง ดังนี้

 

-แพทย์ ชั่วโมงละ 120 บาท *8 ชั่วโมง ได้รับค่าตอบแทน 1,100 บาท

 

-เภสัชกร ชั่วโมงละ 90 บาท * 8 ชั่วโมง ได้รับค่าตอบแทน 720 บาท

 

-พยาบาล ชั่วโมงละ 80 บาท * 8 ชั่วโมง แต่ ได้รับค่าตอบแทน 600 บาท(คานวณแล้วไม่ได้รับตามเกณฑ์) เทียบอัตราเดียวกับเวชสถิติ รังสีเทคนิค กายภาพบาบัด นักวิชาการสาธารณสุข ฯ และอาชีพอื่นๆ แต่ความหนักและความเสี่ยงในงานพยาบาลที่แตกต่างกันมาก เสนอการปรับอัตราค่าตอบแทนพยาบาลที่ปฏิบัติงานเป็นผลัด (ค่าเวร) จากเดิม 600 บาท

 

เงินค่าตอบแทนการส่งต่อผู้ป่วย เป็นภาระงานที่มีความเสี่ยงสูง ควรพิจารณาค่าตอบแทนใหม่ เนื่องจาก การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อไปรักษายังสถานพยาบาลระดับสูงขึ้นไป เป็นผู้ป่วยที่อาการหนักกว่าปกติ(วิกฤติ) ที่มีอาการไม่คงที่ ต้องให้การพยาบาลที่ซับซ้อน พยาบาลต้องให้การพยาบาลบนยานพาหนะซึ่งเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง เนื่องจากพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วย การทรงตัวบนรถ ไม่ปกติ บางครั้งเกิดอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิด เช่น พยาบาลล้ม เสียหลัก ในรถ refer ขณะคนขับรถเหยียบเบรก เนื่องจากพยาบาลกาลังให้การพยาบาลผู้ป่วยจึงไม่สามารถทราบสถานการณ์การเดินทางได้ตลอดเวลา ไม่สามารถระวังตัวได้ตลอดเวลา และมีพยาบาลป่วย พิการ และเสียชีวิตขณะส่งต่อผู้ป่วย และไม่มีมาตรการในการเยียวยาหรือดูแลที่เหมาะสมชัดเจน ค่าตอบแทนไม่เหมาะสม

    พยาบาลหอผู้ป่วยในรพ.ชุมชน มีอัตรากาลังเวรบ่าย-ดึก 3 คน ให้การพยาบาลผู้ป่วย 30 คนซึ่งภาวะงานเกินอัตรากาลังอยู่แล้ว มีผู้ป่วยหนัก 4 คน ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดทุก 30 นาที ต้อง complete bed bath , มีการทาหัตถการ cut down ในเวร, มีการทา NG lavage , มีผู้ป่วยที่อาการเปลี่ยนแปลงต้องเพิ่มกิจกรรมในแผนการรักษา แผนการพยาบาล ต้องเตรียมการใส่ E-T tube ตลอดเวรมีผู้ป่วย admit เข้ามา10 คน (แพทย์ได้รับเงิน work load จากการตรวจผู้ป่วย และทำหัตถการมากขึ้น) พยาบาลมีภาระงานมากขึ้น พยาบาลทางานหนักขึ้น ความเสี่ยงต่างๆเพิ่มขึ้น แต่ได้รับค่าตอบแทนคงที่ ไม่ว่าภาระงานจะหนักมากเท่าไรก็ตาม**

 

ข้อเท็จจริง

กระดูกสันหลังของระบบสุขภาพไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่แล้วคือพยาบาล

เป็นคำกล่าวที่ จักรี กัวก้าจัด  ได้เขียนในบทความ ที่ http://www.nunot.com/

 

พยาบาลไทย : บุคลากรสาธารณสุข ด่านหน้า แต่สถานะชายขอบ...ในระบอบสาธารณสุขไทย ที่ยังคงฝังแฝง ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม และตอกย้าด้วย...ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง”

  เอาเนื้อหามาลงทั้งหมด  อาจจะยาวเกินไป  คงไม่มีใครสนใจเสียงเล็ก ๆ ไร้ซึ่งอำนาจเช่นเรา  นอกจากเก็บไว้สอนใจลูกหลานว่าชีวิต  พยาบาลไทยมีความยากลำบากที่ต่อไป  เราอาจมีอำนาจต่อรองและเรียกร้อง  เพื่อผลประโยชน์ที่เป็นธรรม  เท่าเทียม  เหมาะสม  ซึ่งถูกริดรอนมาตลอดชั่วนาตาปีเช่นนี้

http://www.koratnurse.com/myfile/thainurse.pdf

บทสรุป

การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ผ่านมา  เป็นเพียงการแสดงให้เห็นข้อมูลในส่วนที่อาจถูกมองข้าม

เพราะในที่สุดคงไม่ใช่เรื่องตัวเงินเพียงอย่างเดียว  แต่ความรู้สึกและขวัญกำลังใจในการทำงาน

ของบุคลากรทุกส่วน 

คนไหนได้เยอะ และเหมาะสมแล้ว ก็ปล่อยไป  และยินดีด้วยอย่างจริงใจ  ส่วนไหนที่แหว่ง ๆ ก็มาช่วยกันเติม  จะดีกว่าไหม 

สุดท้ายก็ต้องเป็นทีมงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ทุกวันนี้การปรับเปลี่ยนก็เป็นแบบเบ้ ๆ กันไปหลายเรื่องแล้ว

ขอบคุณผู้ป่วยและไม่ป่วยทุกท่านที่ทำให้ข้าพเจ้าได้ทำบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ (ผู้ที่ไม่ป่วยหากเป็นกลุ่มเสี่ยงต้องให้การดูแลด้าน

ส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงการป้องกันและควบคุมโรค  เราไม่ได้มีหน้าที่แค่แค่รักษาพยาบาลอย่างเดียว)

ไม่อยากอยู่ในวงจร  โง่ - จน - เจ็บ  ไปนาน ๆ

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนชั้นล่าง วันที่ : 05/04/2013 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/culminate
JACk

ผมเองก็ไม่ได้อยู่ในแวดวง สธ. แต่จากการที่ได้เห็นรายได้ P4P นี่ก็เห็นความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทนที่มีอยู่สูงมากจนทำให้รู้สึกแทบคลั่งแทน แต่เมื่อได้อ่านข้อความจากทุกท่านที่ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ความรู้ ความรู้สึกของการได้ทำงานเพื่อให้คนมีความสุข กลับรู้สึกสบายใจ และฉุกคิดได้ว่าภาระของแต่ละคนแต่ละตำแหน่งไม่เหมือนกัน เพียงแค่เพียรทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพียงแค่นั้นก็ได้รับความสุขใจจากการช่วยเหลือผู้อื่นกลับมา อาชีพทางสาธารณสุขเป็นอาชีพที่สำคัญต่อคนทั้งชาติ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 05/04/2013 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะ

สองวันก่อน ลูกสาวโทรหา บอกว่าอยากเจอพ่อแม่ อยากคุยด้วย อยากกิน อยากนอน เพราะเธออยู่เวรแบบวันเว้นวัน วันไหนอยู่เวร พอใกล้รุ่ง ก็คิดถึงพี่พยาบาลว่าได้พักมาแล้ว 8 ชั่วโมง แต่เธอ ใน 24 ชั่วโมงนี้ แทบไม่ได้พักเลย

เลยทำให้นึกถึงที่เธอเคยเล่าไว้ก่อนหน้านี้ค่ะ คือ อาจารย์บอกว่า คนที่เป็นหมอ ด้วยลักษณะงานและความรับผิดชอบ ทำให้อายุเฉลี่ยคือ 50 ปี เพื่อนเธอยังพูดติดตลกว่าอายุของพวกเขาก็มาถึงประมาณครึ่งทางแล้วละซี

ทำให้นึกขึ้นมาว่า บรรดาหมอ หากดูในรูปของตัวเงิน ก็เห็นว่ามาก แต่ดูในแง่อื่นๆ หมอเหล่านี้อาจมีอะไรๆด้อยกว่าเราก็ได้นะคะ เพราะความสุขของมนุษย์ที่ยังทำมาหากินอยู่เรานั้นพระพุทธองค์แบ่งเป็น 4 คือ สุขเกิดจากความมีทรัพย์ที่หาได้โดยน้ำพักน้ำแรงอย่างสุจริต (๑) สุขจากการใช้จ่ายทรัพย์ ใช้ทรัพย์ที่หาได้ บำรุงตัว ครอบครัว ผู้ที่ควรบำรุง รวมไปถึงบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ (๑) สุขจากการไม่เป็นหนี้ (๑) สุขจากความประพฤติที่ไม่มีโทษ ซึ่งบรรดาสุขเหล่านี้ สุขข้อสุดท้าย นับว่าประเสริฐสุด

เหล่าหมอ อาจไม่มีโอกาสได้พบสุขทั้ง ๔ นี้ก็ได้ค่ะ

อนุโมทนากับความตั้งใจในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
imagine วันที่ : 05/04/2013 เวลา : 05.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bo-raan

มีอะไรนำมาเล่าดีค่ะ ไม่ว่ามุมมองแบบไหน คุณสมชัย (คห1) ขอนำมุมมองแบบคุณมาใช้บ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
bene วันที่ : 05/04/2013 เวลา : 05.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

ตอนเรียนป.ตรี อยู่หอพักร่วมกันนศ.พยาบาล ..เธอบอกว่า

ตัดสินใจเรียนพยาบาล เพราะกลัวว่าเรียนจบ(อย่างอื่น)ไปแล้วจะไม่มีงานทำ

ตอนนี้ คงย้ายไปทำรพ.เอกชนแล้ว มั้ง

ฟัง ท่านทั้งหลายกล่าวมา มันก็ล้าพอๆกัน ล่ะทั้งหมอ ทั้งพยาบาล

หมอแม้จะเข้างานช้ากว่าพยาบาลได้ แต่ต้องตรวจคนไข้กันจนจำหน้าคนไข้

แต่ละวันไม่ได้เลยล่ะ โดยเฉพาะโรง"บาลรัฐ ในเมืองใหญ่

อย่างนึงที่ อาจจะลืมกันไป "ความรับผิด-ชอบ" หมอรับชอบ(เงิน) มากกว่า

การรับความผิดก็จะมากตาม มิใช่ ฤ?

ถือซะว่า หมอทำกรรม(หกปีที่อดหลับอดนอนท่องตำรา) มาหนักกว่า

เลยได้รับผลกรรม ตามนั้น ...

จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย แต่ถ้าทำใจไม่ได้ อยู่ไม่สุขแล้วก็หาทาง

ไปที่คาดว่าจะดีกว่า ที่เดิมที่เป็นอยู่ ต้องกล้าออกจากคอมฟอร์ดโซน

เช่น ...โยกย้ายตัวเองไปรับจ้าง ใน รพ.เอกชน ในต่างประเทศ

อยากได้เงินเดือนเยอะๆ ก็ต้องใส่ปัจจัยใหม่ๆเข้าไป ด้วย

ผลผลิตที่ได้ (ถ้าเอาเงินไปตัววัด) จะได้ดีกว่าเดิม

ความคิดเห็นที่ 4 คนชั้นล่าง , ลุงวอ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
NN1234 วันที่ : 04/04/2013 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เรื่องความแตกต่างในเงินเดือนและค่าตอบเเทนต่างๆ นี้เราคนใน สธ.รู้กันดี แม้กระทั่งความก้าวหน้าในวิชาชีพ (career path)ก็ตาม มันมีความเลื่อมล้ำกันมาก เพราะในสธ.มีมากถึง 26 สายงาน
แพทย์ (ผู้ที่เรียนจบแพทย์) ถูกจัดอยู่ใน "วรรณะสูงสุด" แล้วก็ลดหลั่นกันลงมา ต่ไม่มีใครกระโดดไปอยู่ล้ำหน้า"วรรณะสูงสุด"ได้ แม้หากจะมีก็จะถุกสกัดเสียก่อน หรือไม่ก็ทำงานด้วยความยากลำบากมาก
เคยคุยกันเล่นๆ ในหมู่เจ้านายกับลูกน้องที่สนิทๆ กัน อยู่หลายวิชาชีพ จากเรื่องเงินเดือน ฯลฯ คนหนึ่งก็ทะลุกลางปล้องออกมาว่า เงินเดือนแตกต่างกันมาก
คนเป็นหมอก็ตอบแบบคนสนิทกันว่า "ก็แกเรียนมาน้อยกว่า แล้วยังรับผิดชอบชีวิตคนไข้น้อยกว่าฉันทำไม"
เวทีนั้นไม่มีใครตอบแย้งไปได้ เพราะมันก็จริงของเขา แต่ในใจเรากลับคิดว่า มีเงินมากก็ไม่ได้มีความสุขเท่าใดนัก(เมื่อเทียบกับเรา) เงินซื้อทุกสิ่งได้ แต่ซื้อความสุขในใจไม่ได้
เราจึงต้องพอใจกับมัน และก้มหน้าก้มตาทำงานกับคนไข้มีความสุขมากกว่า เพราะตั้งใจทำมาตั้งแต่ต้นแล้ว โดยไม่คิดว่า จะได้มากหรือได้น้อย ก็ช่างมัน จะเป็น P4P หรือจะเป็นอะไรก็ตาม
สมัยที่เรายังได้น้อย เงินมันก็ไม่เหลือ จนมาได้เงินมากแล้วเช่นวันนี้ มันก็ไม่เหลือเหมือนเดิม จงรู้จักพอหรือสันโดษ ชีวิตจะได้มีความสุข ไม่ต้องวิ่งให้ขาขวิดหาเงินมาบูชาพระผู้เป็นเจ้าหรอก....
ทั้งหมดนี้ผมคิดเองในใจครับ (อยากเล่า)

ความคิดเห็นที่ 3 คนชั้นล่าง , ลุงวอ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
หมอหู วันที่ : 04/04/2013 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eardoctor

P4P น่าจะเหมาะสมกับงานสายพานผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์ ตอกบัตรแล้วลงมือนับชิ้นงาน ทำมากได้มาก ชิ้นงานแต่ละชิ้นไม่แตกต่างกัน และไม่มีชีวิตจิตใจ งานนี้ไม่ต้องมีอารมณ์ ศิลปะ หรือชีวิตจิตใจ แต่ไม่เหมาะกับงานภาคบริการที่เกี่ยวกับคน เช่น การแพทย์ การศึกษา การพัฒนาสังคม การอาหาร ศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกอบโรคศิลปะ.... ที่คนไข้แต่ละรายไม่เหมือนกัน ทั้งโรค อายุ เพศ เศรษฐกิจ สังคม อาชีพส่วนนี้ไม่ใช่การประกอบโรคอุตสาหกิจ

เฉพาะสายแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล และที่เกี่ยวข้องกับคนไข้โดยตรงแล้วกันนะครับ ....การประกอบโรคศิลปะใช้กับแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักอรรถบำบัด ....สาระพัด ผลการรักษาในคนไข้แต่ละรายใช้เวลาไม่แน่นอน และวิธีการรักษาไม่เหมือนกัน และใช้เวลาไม่เท่ากัน บางท่านรักษาโรคที่ยากแสนยาก รักษานาน และแต่ละแผนกยากไม่เหมือนกันอีก เช่นห้องผ่าตัด กับ ไอซียู พยาบาลทำงานหนักเหมือนกัน แต่ใครหนักกว่า วัดกันยาก อีอาร์คนไข้ด่วนมาก เลือดท่วมมา หนักไหม เภสัชดมกลิ่นยาทั้งวัน จัดยาจนหน้ามืดไม่หนักหรือ....จะนับหน่วยหนักเบาต่างกันอย่างไรแม้ในกลุ่มเดียวกัน ทำให้แตกแยกมากกว่าสามัคคี ถ้ามีบางคนทิ้งไปทำแต่รักษาโรคง่ายหรือคนไข้ที่จะได้เงิน เงิน เงิน เงิน เงิน ตามที่กำหนด ใน P4 P คนไข้นอกจากนี้จะส่งต่อ หรือโยนอย่างเดียว เรียกว่าล่าเเต้ม อย่างเดียว อะไรจะเกิดขึ้น....ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากทำ แต่การชักนำโดยเอาเงินมาล่อไว้ มันมีโอกาสเป็นอย่างนั้น...ในอนาคต ซึ่งปลายทางต้องหาวิธีมาแก้้ P4 P น่าจะคิดให้เกิดความสามัคคีมากกว่าองค์กรแตกแยก ..อย่าไปตั้งข้อสงสัยเลยว่าใครขยันใครขี้เกียจจนมาทำp4p. งานแต่ละคน สุขภาพกายใจ ความอ่อนล้าแต่ละคน ด้วย ไม่เท่ากัน นี่คือสถานการณ์ในโรงพยาบาลคืิือโรงพยาบาลทั่วไปครับ. ...ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบการทำงานแล้วมานั่งจดเอาเงินแบบp4p ครับ หลวงท่านให้เงินเดือน เงินค่าเวร แบบเดิมไม่ค่อยเกิดปัญห่เท่าไรขอให้เงินเดินขึ้นไปทุกปีตามอายุงานก็แล้วกัน ถ้าส่วนไหนคิดต่างไม่ตรงใจท่านอื่นผมขออภัยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หมอหู วันที่ : 04/04/2013 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eardoctor

ที่กล่าวมาคือความจริงครับ ขอชื่นชมด้วยใจจริงครับ ในความกล้านำข้อมูลนี้มาเปิดเผย ขอให้กำลังใจ และหวังว่าสักวันหนึ่งความเอื้ออาทรความยุติธรรมจะค่อยเกิดขึ้น แต่สิ่งนี้มักไม่ได้มาแบบโชคช่วย

ความคิดเห็นที่ 1 คนชั้นล่าง , imagine และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 04/04/2013 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เรียนเจ้าของเอ็นทรี่ ผมอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกเห็นใจ และคิดว่าเข้าใจความรู้สึก เพราะความรู้สึกเช่นนี้เคยเกิดกับตัวผมเอง เพียงแต่ผมมีทางออกที่ง่ายกว่าท่านเท่านั้น ผมมีเพื่อนและญาติในทุกกลุ่มอาชีพสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล เภสัช เจ้าหน้าที่สาธารณสุข คนที่เคยอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ย่อมรู้ดีว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นระดับไหน บ้านนอกหรือในเมือง ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น อธิบดีในกรมต่างๆก็ต้องเป็นแพทย์เช่นเดียวกัน จนมีคนกล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุข คือกระทรวงแพทย์
ผมเป็นทันตแพทย์ ไม่ว่าผมจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม หัวหน้าผมที่เป็นแพทย์อาจมีอายุคราวลูก ผมก็ต้องคอยรับคำสั่งเช่นเดียวกัน ถ้าหากไม่สามารถเข้าใจในกระบวนการเหล่านี้ ก็ยากที่จะอยู่ได้ ทีนี้ผมจะพาไปดู ความรู้สึกของ เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขอีกระดับหนึ่ง ที่เรียกว่า ทันตาภิบาล ๆก็ทำหน้าที่คล้ายๆกับทันตแพทย์ ถ้าเป็นงานโดยทั่วไปไม่ซับซ้อน ทันตาภิบาลที่มีอายุก็ต้องเป็นลูกน้องของทันตแพทย์ที่จบใหม่ในแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาล
อีกตัวอย่างหนึ่ง เจ้าหน้าที่อนามัยก็ดี พยาบาลผดุงครรภ์ก็ดี ผู้ช่วยพยาบาลก็ดี ก็อยากไต่เต้าเป็นพยาบาลวิชาชีพ คนขับรถพยาบาลก็ดี แม่บ้านทำความสะอาดก็ดี รู้สึกอิ่มใจที่ลูกของตนได้เรียนผดุงครรภ์ หรือ กำลังจะจบได้เป็นเจ้าหน้าที่อนามัย
นี่คือชีวิตจริงๆของสังคมสาธารณสุข ถ้าเรามองให้ไกลให้กว้าง เราจะพบว่าทั้งหมดนี้คือหัวโขนที่เราเอามาใส่กับตัวเรา หัวโขนนี้คือกฏเกณฑ์ที่คนเราสมมุติกันขึ้นมา แต่สิ่งที่เป็นความจริงคือความสามารถที่เราเรียนรู้มาต่างหาก เราเรียนรู้ที่จะทำให้คนในสังคมมีสุขภาพที่ดี ถ้าทำดีแล้วทำเหตุถูกต้องแล้ว ผลที่ได้คือคนมีสุขภาพดี หายจากโรค ไม่ใช่ตัวเงินหรือตำแหน่ง หรือเกียรติยศชื่อเสียง เพราะไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือตำแหน่ง หรือเกียรติยศ ชื่อเสียงเป็นเรื่องของคนในสังคมกำหนดและหยิบยื่นให้เรา ของอะไรที่ขาดแคลน คนในสังคมเรียกร้อง ก็ต้องมีมูลค่าเพิ่ม งานอะไรที่เฉพาะต้องเป็นผู้ชำนาญการมากๆ คนในสังคมก็พร้อมที่จะให้มาก หมอศัลย์สามารถถอนฟันแทนผมได้ แต่ผมไปทำแทนหมอศัลย์ไม่ได้ ผมไปขายข้าวแกงได้ ถ้าผมอยากทำ แต่คนขายข้าวแกงมาถอนฟันแทนผมไม่ได้
เมื่อผลสัมพันธ์กับเหตุ คนเจ็บหายเจ็บ สิ่งที่ทำคือบุญคือกุศลที่ไม่สามารถนับเป็นตัวเงินได้ ตัวเงินและตำแหน่งคือของหยาบนำติดตัวไปไม่ได้ แต่อริยทรัพย์คือกุศลในจิตที่จะติดตัวนำพาเราไปสู่ความสุข ทรัพย์นั้นยิ่งใช้ยิ่งหมด แต่อริยทรัพย์ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มพูน
ผมเขียนมายืดยาวก็ด้วยวัตถุประสงค์ให้ท่าน เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่สมมติ อะไรคือสิ่งที่จริงแท้ สิ่งที่สมมติไม่ยั่งยืนแปรเปลี่ยนไปได้ ถ้าเราหยิบจับมาเป็นอารมณ์ เราก็ทุกข์ใจไปเปล่าๆ ในเมื่อสังคมกำหนดให้เป็นกระทรวงแพทย์ ก็ต้องไปตามนั้น สู้ทำงานไปตามความจริงช่วยเหลือคนเจ็บด้วยใจที่เป็นกุศล ด้วยความยินดี ใส่หัวโขนอยู่ก็รู้ว่าใส่ ถอดก็รู้ว่าถอด จิตใจเมื่อเข้าใจความเป็นจริงย่อมปลอดโปร่ง ถ้าตัวเราจิตใจเบิกบาน คนที่ได้ก็คือตัวเราไม่ใช่ใครที่ไหน ทุกวันนี้ผมถึงมีความสุข เพราะเราสุขเราได้ เราทุกข์ก็เราอีกนั่นแหละ ใครจะมาทุกข์ตาม ท้ายนี้ขอให้สุขใจในงานที่ทำ งานที่ทำนี้เป็นงานที่มีโอกาสได้สร้างบุญสร้างกุศลยิ่งกว่าอาชีพไหนๆ ทำด้วยจิตที่ประกอบด้วยกุศล ไม่ขุ่นมัว ย่อมมีผลมาก ซึ่งตามคติจะส่งผลไปในชาติภพต่อๆไป แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องยากจะพิสูจน์ แต่ที่ได้แน่ๆ ถ้าทำงานด้วยกุศลจิต จิตที่แช่มชื่นก็ต้องได้กันเดี๋ยวนั้น ขออนุโมทนา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]