• chanidapa_aew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-12-20
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 314515
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
chanidapa
บางเรื่องที่อยากบอกเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13
วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม 2556
Posted by chanidapa_aew , ผู้อ่าน : 17281 , 15:21:08 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน แม่หมี , khunphai และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

เผยสถิติในรอบ 3 ปี มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตกว่า 3,500 ราย

ขณะที่มีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปีเพียงร้อยละ 16 ที่ว่ายน้ำเป็น 

 

          ข้อมูลจากสำนักโรคไม่ติดต่อ  กรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข 
เผยผลสำรวจพบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ทั่วประเทศ
พบว่ายน้ำไม่เป็นมากกว่า 11ล้านคน ว่ายน้ำเป็นเพียงร้อยละ 16 หรือประมาณ
2ล้านคน ส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตจากจมน้ำมากเป็นอันดับ 1 เฉลี่ยปีละ 1,400 คน
พบสูงสุดในช่วงปิดเทอมคือ เดือนเมษายน – พฤษภาคม
 
เห็นตัวเลขการเสียชีวิตของเด็กก็น่าตกใจ  โดยเฉพาะช่วงนี้จะเห็นข่าว
เด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำบ้างเหมือนกัน
  สิ่งสำคัญการช่วยคนจมน้ำคือ  การปฐมพยาบาลก่อนส่งแพทย์ 
จขบ.เจอบทความที่น่าสนใจ  จึงขอนำเสนอ
อาจจะเป็นประโยชน์บ้างค่ะ  (ขอมูลจาก รศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์
กุมารแพทย์โรคหัวใจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก)
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข : 8 ขั้นตอนช่วยเหลือเด็กจมน้ำ)
 
       1. รีบนำเด็กขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุด
       
       2. แจ้ง 1669 หรือ หน่วยพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด
       
       3. ห้ามนำเด็กวิ่งอุ้มพาดบ่า เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้น้ำในปอด
ไหลออกมาแล้ว ยังทำให้การช่วยชีวิตเด็กช้าลงไปอีก
       
       4. วางเด็กลงบนพื้นแห้ง แข็ง ถอดเสื้อที่เปียกออก เช็ดตัวเด็กให้แห้ง
เท่าที่จะทำได้
       
       5. หากเด็กไม่รู้สึกตัว ให้คลำชีพจรบริเวณคอ (เด็กโต) หรือ บริเวณ
ข้อศอก (เด็กเล็ก)
       
       6. หากไม่พบว่ามีชีพจร หรือ ไม่แน่ใจว่ามีชีพจร ให้เริ่มนวดหัวใจ
โดยวางสันมือบริเวณกลางหน้าอก ต่ำกว่าราวนมเล็กน้อย กดหน้าอก
ให้ยุบลงไปประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของหน้าอก
ด้วยอัตราอย่างน้อย 100 ครั้ง/นาที ทำติดต่อกัน 30 ครั้ง
จากนั้นบีบจมูกและเป่าปากพอให้หน้าอกยกขึ้น 2 ครั้ง
และรีบนวดหัวใจต่อ ทำสลับกันในอัตราส่วน 30:2 ติดต่อกัน 5 ชุด
(หรือประมาณ 2 นาที)
       
       7. เมื่อครบ 2 นาทีแล้ว ให้ตรวจคลำชีพจรอีกครั้ง หากมีชีพจร
หรือ เริ่มหายใจได้เอง ให้หยุดนวดหัวใจ จัดท่านอนตะแคงเพื่อ
เปิดทางเดินหายใจ และรีบนำส่งโรงพยาบาล
       
       8. หากยังไม่มีชีพจร หลังครบ 2 นาที ให้นวดหัวใจ สลับเป่าปาก
ต่อไปเรื่อยๆ และตรวจชีพจรซ้ำอีกครั้ง เมื่อครบ 2 นาที
ทำซ้ำไปจนกว่าจะมีทีมแพทย์มาช่วยเหลือ
หรือ จนกว่าเด็กจะเริ่มรู้สึกตัว
 

รูปที่ 1 ใช้ปากครอบลงบนปากของผู้ป่วยแล้วเป่าลมเข้าไป

รูปที่ 2 ตาดูที่หน้าอกว่าหน้าอกขยายหรือไม่

รูปที่ 3 จับศีรษะให้หงายขึ้นให้มากที่สุด

รูปที่ 4-5  ถ้าเห็นอกไม่ขยาย ให้ใช้มือยกขากรรไกรขึ้นและจับศีรษะให้หงายขึ้น

แล้วเป่าลมเข้าไปใหม่

 

รูปที่ 6 ใช้ส้นมือวางบนกระดูกหน้าอก และเอามืออีกข้างหนึ่งวางช้อนลงไป

รูปที่ 7 ถ้ามีคนช่วย 2 คน
วิธีช่วยคือเป่าปาก 1 คนนวดหัวใจ 1 คน
 
     ขอเตือนว่า สำหรับเด็กเล็ก เวลาเป่าปาก ต้องใช้ริมฝีปากของเรา
ครอบทั้งปากและจมูกของเด็กแล้วเป่าลมเข้าไปทั้งปากและจมูกของเด็ก
เวลาเป่าปากก็ต้องระวังอย่าเป่าแรงไป ถ้าเป่าแรงไป
อาจทำให้ปอดของหนูน้อยขยายพองมากไป จนทำให้ถุงลมแตกได้
 
    สมัยก่อนมักช่วยเหลือโดยให้เอาคนจมน้ำขึ้นบ่าแบกไปรอบๆ
หวังเอาน้ำออกจากปอดและกระเพาะเสียก่อน จึงค่อยทำการผายปอด
ช่วยหายใจ วิธีนี้เป็นวิธีที่ล้าสมัยและอันตรายมาก
เพราะผู้ป่วยอาจสำลัก หรือขาดออกซิเจน หัวใจหยุดเต้นตายไปเสียก่อน
วิธีช่วยเหลือคนจมน้ำที่ถูกหลัก คือให้ทำการผายปอดด้วยวิธีเป่าปากทันที
ส่วนน้ำที่เข้าไปในปอดและกระเพาะนั้น
ค่อยแก้ไขทีหลัง พอผู้ป่วยหายใจได้ดีแล้ว
ขั้นต่อไปให้หาทางพาผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
โดยที่คนที่ให้การช่วยเหลือตั้งแต่แรกต้องร่วมเดินทางไปด้วย
เผื่อผู้ป่วยหยุดหายใจกลางทาง
จะได้ช่วยเหลือได้ เมื่อถึงโรงพยาบาลแล้ว
ค่อยมอบให้คุณหมอช่วยเหลือในขั้นต่อไป

 
(ภาพและคำอธิบายจาก : http://www.doctor.or.th/article/detail/5045)
 
 
 

 
หลักการป้องกันมิให้ได้รับอันตรายจากการจมน้ำ
____________________________________________________________________

1. การป้องกันการจมน้ำเวลาเล่นน้ำ

1) ไม่ควรเล่นน้ำภายหลังกินอาหารมานานน้อยกว่า 1 ชั่วโมง

2) ไม่ควรเล่นน้ำเมื่อรู้สึกมึนเมา แม้แต่จะมีอาการเพียงเล็กน้อย

(ในประเทศอังกฤษพบว่าคนจมน้ำ 51 คนจากทั้งหมด 771 คน

มีสาเหตุมาจากการดื่มเหล้า)

3) ไม่ควรเล่นน้ำตามลำพังหรือดำน้ำลึกๆ ในที่หรือฝั่งน้ำซึ่งไม่คุ้นกัน

4) ถึงแม้จะว่ายน้ำได้ ก็ไม่ควรไปเล่นน้ำในที่ลึกๆ ถ้าร่างกายไม่สมบูรณ์

หรือเป็นตะคริวง่าย

5) ควรจะว่ายน้ำ ขนานไปกับฝั่ง ปลอดภัยดีกว่าว่ายออกจากฝั่ง

ขณะที่ว่ายขนานไปกับฝั่งควรดูฝั่งเป็นครั้งคราว

เพราะผู้ว่ายน้ำอาจถูกกระแสน้ำพัดออกนอกฝั่งได้

6) ถ้าจะว่ายน้ำออกจากฝั่ง ควรมีเพื่อนร่วมไปด้วย

และดีที่สุดคือมีเรือตามไปด้วย

7) ถ้าจะว่ายข้ามแม่น้ำหรือว่ายไปยังเรือที่จอด ให้ระมัดระวังให้มาก

เพราะเรือที่จอดหรือฝั่งตรงข้ามจะอยู่ไกลกว่าที่คิดหรือที่มองเห็น

โดยเฉพาะในน้ำที่ค่อนข้างเย็น ผู้ว่ายจะเหนื่อยง่ายขึ้น
 

2. การป้องกันการจมน้ำภายหลังตกน้ำ
ควรจะว่ายน้ำให้เป็น โดยเฉพาะรู้จักใช้วิธีลอยตัวในน้ำโดยไม่ต้องออกกำลัง

ถึงแม้ว่าจะว่ายน้ำเป็นหรือไม่ก็ตาม โดยยึดหลักที่ว่าสัตว์ส่วนใหญ่

จะสามารถลอยน้ำได้ ถ้าในปอดมีอากาศ

(ประมาณ 10% ของสัตว์จะจมน้ำจืด และเพียง 2% ที่จะจมน้ำทะเล)

การลอยตัวเป็นเฉย ๆ ก็ไม่ช่วยในการหายใจ

ควรจะเรียนรู้การลอยตัวในท่าชูคอขึ้น และรู้จักจังหวะหายใจ

เมื่อจมูกและปากอยู่เหนือพื้นน้ำ

มีเทคนิคง่ายๆ ซึ่งใครก็สามารถทำได้ คือเมื่อรู้สึกว่าจะจมน้ำ

พร้อมกับที่ขาเริ่มหมดแรงและไขว่กัน

ควรพยายามงอเท้าข้างใดข้างหนึ่งให้แนบอก

และยกมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ เมื่อศีรษะลอยสูงขึ้น

ก็สามารถหายใจผ่านทางจมูกได้ ต่อจากนั้นเอามือลงและ

ถีบเท้าทั้งสองข้าง ปากก็จะพ้นน้ำ

ทำให้หายใจเข้าทางปากได้อีกด้วย
 

3. การป้องกันเมื่อเรือแตก
ในปัจจุบันการเดินทางโดยเรือสมัยใหม่ถือว่าปลอดภัยที่สุด

แต่ในประเทศเราอาจไม่แน่ เมื่อเกิดเรือแตก

มีหลักคือ ก่อนที่จะทิ้งเรือใหญ่ลงไปในเรือเล็กหรือลงในน้ำ

ควรจะดื่มน้ำจำนวนมากใส่เสื้อที่มีความอบอุ่นพอควร

ซึ่งจะช่วยป้องกันความหนาวเย็น ทั้งบนเรือเล็กหรือในน้ำ

เนื่องจากเสื้อผ้าจะเป็นเกราะป้องกันขณะที่อยู่ในน้ำนิ่ง

และยังช่วยไม่ให้น้ำไหลพาเอาความร้อนออกจากร่างกาย กา

รสูญเสียความร้อนของร่างกายเป็นสาเหตุอันหนึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

ระยะเวลาที่เริ่มอยู่ในน้ำจนถึงจะจมน้ำตาย ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำโดยตรง

ถ้าอุณหภูมิของน้ำต่ำกว่า 4.4 องศาเซลเซียส

คนอยู่ในน้ำจะตายภายในครึ่งชั่วโมง ถ้าอุณหภูมิของน้ำอยู่ระหว่าง

4.4-10 องศาเซลเซียส คนอยู่ในน้ำอาจมีชีวิตอยู่ได้ถึง 2 ชั่วโมง

ถ้าอุณหภูมิของน้ำประมาณ21 องศาเซลเซียส (70 องศาฟาเรนไฮท์)

คนอยู่ในน้ำอาจมีชีวิตรอดได้ ถ้ารู้จักวิธีลอยตัว
 

4 การป้องกันเมื่ออยู่ในเรือเล็ก
ควรจะรู้จักวิธีใช้เสื้อชูชีพ ส่วนใหญ่มักจะทำเป็นสีแดงหรือสีเหลือง แบบของ

เสื้อชูชีพมีได้ต่างๆ กัน แต่ควรจะทำให้เป็นแบบที่แขนทั้งสองข้าง

สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในที่ซึ่งมีอากาศร้อน

ผู้ใหญ่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ใส่เสื้อชูชีพ แต่ควรจะวางไว้ใกล้ตัว

และเมื่อมีคลื่นหรือการโคลงเคลงของเรือก็ควรจะใส่ทันที แต่สำหรับเด็ก

ควรจะใส่เสื้อชูชีพอยู่ตลอดเวลา เพราะเด็กอาจพลัดตก

ไปจากแคมเรือเมื่อไรก็ได้ผู้ที่อยู่ในเรือเล็ก

หรือเรือช่วยชีวิตจากเรือแตก ควรจะนั่งนิ่งเป็นการออมกำลังไว้

จนกว่าจะเห็นฝั่งหรือพบเรือที่จะมาช่วย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่หมี วันที่ : 23/05/2013 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์และถูกต้อง

เห็นข้อ3 บอก ห้ามนำเด็กวิ่งอุ้มพาดบ่า เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้น้ำในปอดไหลออกมาแล้ว ยังทำให้การช่วยชีวิตเด็กช้าลงไปอีก

ดูในภาพยนตร์เห็นทำวิธีนี้ ก็เลยคิดว่าถูก แย่จังนะคะคนสร้างไม่หาข้อมูลทำให้คนไม่มีความรู้ช่วยเหลือคนจมน้ำผิดๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
khunphai วันที่ : 18/05/2013 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ขอบคุณคะสำหรับข้อมูลคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chanidapa_aew วันที่ : 06/05/2013 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13

สวัสดีค่ะ คุณดงละดอน และนมัสการท่านพันธ์สังหยดค่ะ ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
สูตรอาหารบางสูตรของคุณดงละดอนก็ลองทำตามนะคะ เช่นไอศครีมกะทิค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 06/05/2013 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ความรู้ดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดงละดอน วันที่ : 06/05/2013 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลที่ดีๆ
มีประโยชน์มากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chanidapa_aew วันที่ : 06/05/2013 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13

สวัสดีค่ะ ขอบคุณคุณชาลีที่แวะมาอ่านค่ะ กลับมาจากการดูนกแล้วเหรอคะ

ความคิดเห็นที่ 3 chanidapa_aew ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 06/05/2013 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chanidapa_aew วันที่ : 05/05/2013 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13


สวัสดีค่ะ หน้าตา รศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์
พอจะสบายใจได้หรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 1 chanidapa_aew ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 05/05/2013 เวลา : 16.59 น.

สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ ถ้าจะไม่เชื่อในข้อมูลสักอย่างก็ตรงนามสกุล คุณหมอนั่นแหล่ะ...(ฮ่า)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]