• chanidapa_aew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-12-20
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 312843
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
chanidapa
บางเรื่องที่อยากบอกเล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13
วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม 2557
Posted by chanidapa_aew , ผู้อ่าน : 4189 , 17:14:14 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

วันนี้  ได้อ่านข่าว คุณแม่อุ้มลูกอายุ 7 วัน เดินลงคลองคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ลูกหลุดมือ จมน้ำเสียชีวิต  ต้องขออภัย

ที่ไม่ได้อ่านรายละเอียดเนื้อหาข่าว และสาเหตุเพิ่มเติมนะคะ  แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ดิฉันนึกถึงอาการที่อาจเกิดกับ

หญิงหลังคลอด  ซึ่งอาจารย์เคยสอนและพูดถึงในวิชาสูตินรีเวชกรรม สมัยเป็นนักศึกษา (น่าจะเกือบ 20 กว่าปีมาแล้ว 555)

แม้จะไม่แจ่มชัดมากนักนะคะ  นอกจากนี้ต้องขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยค่ะ  

ดิฉันได้พยายามค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อมานำเสนอในครั้งนี้

    - ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะจะมีฮอร์โมน

โปรเจสเตอโรนสูงขึ้นและมีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ผู้หญิงมีความสุข อารมณ์ดี และมีความรักแต่เป็นความรักแบบแม่

ไม่ใช่ความรักแบบชายหญิง โดยเมื่อมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนนี้อยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ผู้หญิงไม่สนใจเรื่อง

ความรักระหว่างสามีภรรยามากนัก จะสังเกตได้จากระหว่างที่ตั้งครรภ์ ผู้หญิงจะมีอารมณ์เพศลดลง 

    -  เมื่อคลอดลูกแล้วสมองจะมีการสร้างฮอร์โมนโปรแลกตินออกมาจากต่อมใต้สมองเพื่อกระตุ้นเต้านมให้ขยาย

และมีน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูก ซึ่งฮอร์โมนโปรแลกตินนี้ก็เป็นฮอร์โมนของความเป็นแม่ จะทำให้ผู้หญิงมีความรักลูก

รักที่จะดูแลลูก และมีความสุขกับการดูแลลูก แต่กลับทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ทางเพศลดลงหรือหมดอารมณ์ทางเพศ

ในขณะเดียวกันเมื่อคุณแม่ให้นมลูก ก็จะไม่มีการตกไข่ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็น้อยลง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้ง

ผนังช่องคลอดบางลง การผลิตน้ำหล่อลื่นน้อยลง การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จึงอาจทำให้ผู้หญิงเจ็บมากกว่าปกติ

ทำให้ผู้หญิงจึงมักไม่มีความสุขที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้

    - ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงหลังคลอดนี้ไม่มีอันตราย จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเมื่อคลอดลูกแล้ว

ฮอร์โมนโปรแลกตินจะสูงขึ้นเพื่อให้คุณแม่มีน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูก ซึ่งจะทำให้เลี้ยงลูกได้ดี

โดยปกติแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนถึง 6 เดือน

    - ระยะเวลาที่ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงจะกลับสู่ภาวะปกติ  ขึ้นกับว่าฮอร์โมนตัวใดที่เปลี่ยนแปลง เช่น

ในระหว่างตั้งครรภ์ จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนสูงมาก แต่พอหลังคลอดฮอร์โมนสองตัวนี้จะต่ำลงไปเลย

เนื่องจากไม่มีไข่ตก ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์หลังคลอด ฮอร์โมนจึงกลับสู่สภาพปกติ

แล้ว าการ  Baby blue  ล่ะ มันก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนี่เอง

   Baby blue คือภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบุตร ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

โดยในระหว่างที่ตั้งครรภ์ จะมีฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่าเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนสูงมาก แต่พอคลอดลูก

ฮอร์โมนสองตัวนี้จะต่ำลงไปทันที ในผู้หญิงบางคนที่มีความไวต่อความรู้สึกหรือมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาไม่ค่อยดีนัก

จึงเกิดอาการได้ง่าย โดยจะมีอาการทางจิตประสาทหลอนๆ ซึมเศร้า มองโลกในแง่ร้าย หรือในบางรายอาจเป็นหนัก

ถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรืออยากฆ่าตัวตาย ซึ่งอาการเหล่านี้คนรอบข้างจะสังเกตได้จากอาการซึม ไม่ร่าเริง สีหน้าเศร้าๆ

เหงาๆ ทั้งนี้ อันตรายที่เกิดจากภาวะ baby blue ขึ้นอยู่กับว่าในระหว่างเวลาที่เกิดอาการซึมเศร้า

คุณแม่ท่านนั้นมีการตอบสนองอย่างไร หากทำร้ายตัวเองหรือทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่ดีก็จะทำให้เกิดอันตรายได้

   - ระยะเวลาของอาการ baby blue ขึ้นกับคุณแม่แต่ละราย บางคนอาจเป็นแค่สัปดาห์เดียว

แต่บางคนอาจเป็นถึงหนึ่งเดือน แต่โดยส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นไม่เกิน 6 สัปดาห์ โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ

ตามระยะเวลาหลังคลอด และหากมีการตกไข่เมื่อไร ก็จะเข้าสู่วงจรปกติ อาการก็จะหายขาด ทั้งนี้

นช่วงที่คุณแม่หลังคลอดมีอาการ baby blue คนรอบข้างจะต้องคอยดูแลเอาอกเอาใจอย่างใกล้ชิด

หาอาหารดีๆ ให้รับประทาน คอยปลุกเร้าอารมณ์ให้คุณแม่สดใส กระฉับกระเฉง พูดแต่ในทางบวก

ซึ่งจะช่วยให้อาการต่างๆ ดีขึ้นได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา

    - โดยทั่วไปอาการ baby blue ไม่มีผลต่อลูก เพียงแต่ถ้าคุณแม่มีอาการซึมเศร้าก็อาจจะทำให้

เลี้ยงลูกได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาการ baby blue ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำการรักษา อาศัยเพียงแต่กำลังใจ

และการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากคนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้อาการดีขึ้น แต่ในกรณีที่เป็นมากๆ

อาจต้องพบจิตแพทย์เพื่อให้การดูแลเป็นการเฉพาะ โดยอาจต้องใช้ยาต้านซึมเศร้าหรือยานอนหลับ เ

พื่อให้กลับมาเป็นปกติได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

   ทราบข้อมูลแบบนี้แล้ว  หวังว่าคนในครอบครัว  โดยเฉพาะสามี  ต้องคอยดูแลคุณแม่หลังคลอด  

ซึ่งอาจจะมือใหม่  ที่ทั้งเครียดและเหนื่อยให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ด้วยดีนะคะ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ ศูนย์สูตินรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  

ที่มา : https://www.bumrungrad.com/healthspot/september-2013/after-baby-delivery-th

ขอบคุณภาพประกอบจาก internet 

 

****ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะมาขอให้มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงค่ะ****

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลด้านจิตเวช เกี่ยวกับโรคที่อาจเกิดในหญิงหลังคลอดได้  

(ย้ำ อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายถึงเกิดขึ้นในทุกราย  และอาจไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในข่าว  

ขอนำเสนอในด้านวิชาการนะคะ)

 

โรคอารมณ์แปรปรวนหลังคลอด (Postpartum Mood Disorders:

Diagnosis and Treatment Guidelines)

 

ผศ.นพ. สเปญ อุ่นอนงค์

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี

          โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) เกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงหลังคลอดโดยที่มีตั้งแต่อาการค่อนข้างน้อย

ไปจนอาการรุนแรง คลุ้มคลั่ง จะฆ่าตัวตาย แม้ภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นบ่อยแต่ผู้ป่วยมักไม่ได้รับการวินิจฉัยและ

ไม่ได้รับการรักษาทำให้ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดต้องทนทรมาณโดยไม่จำเป็น และบางครั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน

เช่นปัญหาระหว่างคู่สมรส การดูแลทารก หรือแม้กระทั่งการฆ่าทารกหรือฆ่าตัวตายได้

โรคอารมณ์แปรปรวนหลังคลอดโดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ

  • ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blues)
  • โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression)
  • โรคจิตหลังคลอด (Postpartum psychosis)

ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum blues) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดคือประมาณ 30-75% ของสตรีหลังคลอด

แต่ก็โชคดีที่อาการของภาวะนี้ไม่รุนแรงและหายได้เองและการเกิดอาการแบบนี้ก็ไม่ได้แสดงว่าผู้ป่วยเป็นคนเจ้าปัญหาหรือ

มีปมขัดแย้งอะไรในใจ ผู้ป่วยจะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย (mood lability) หงุดหงิดขี้รำคาญ (irritability) ร้องไห้ง่าย

(tearfulness) มีความวิตกกังวลไปหมดทุกเรื่อง (generalized anxiety) กินไม่ได้นอนไม่หลับหรือกินมากนอนมากผิดปกติ

(appetite and sleep disturbance) อาการมักเริ่มเกิดในช่วงหลังคลอดไม่กี่วัน มีอาการมากที่สุดประมาณวันที่ 4-5

และมักหายภายในวันที่ 10 ในรายที่มีอาการอยู่นานจนเกิน 2 สัปดาห์หลังคลอดแล้วก็ยังไม่หายควรได้รับการตรวจ

เพราะอาจเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งมีอาการรุนแรงกว่าและต้องการการรักษาที่จำเพาะเจาะจง

โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression) เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยคือประมาณ 10-15%

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการในช่วงเดือนแรกหลังคลอดแต่ก็มีบางรายที่เริ่มเป็นตั้งแต่ยังไม่คลอด อาการต่างๆ

จะเหมือนโรคซึมเศร้าทั่วไปคือ มีอารมณ์ซึมเศร้า (depressed mood) เบื่อหน่ายไปหมด (anhedonia)

หมดเรี่ยวแรง (low energy) รำพึงว่าตนทำอะไรผิดหรือทำบาปกรรมไว้ (guilty rumination) หลายๆราย

มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย และบางรายมีความวิตกกังวล (anxiety) และอาการย้ำคิดย้ำทำ (obsessionality) ด้วย

ลักษณะสำคัญที่ต่างจากภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอดคืออาการรุนแรงจนรบกวนความเป็นอยู่และการเลี้ยงดูทารก

อาการเป็นอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์ และ/หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย

โรคจิตหลังคลอด (Postpartum psychosis) เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยคือประมาณ 0.1-0.2% แต่อาการมักรุนแรง

โดยมักเริ่มเกิดอาการใน 48-72 ชั่วโมงหลังคลอด มีน้อยรายมากที่ไปเริ่มเกิดอาการหลัง 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว

อาการเริ่มแรกคือผุดลุกผุดนั่ง (restlessness) หงุดหงิดขี้รำคาญ (irritability) นอนไม่หลับ หลังจากนั้นอาการต่างๆ

จะเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ซึมเศร้าหรืออารมณ์ดีผิดปกติก็ได้ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงเร็ว

มีพฤติกรรมวุ่นวาย (disorganized behaviour) มีความคิดและความหลงเชื่อผิดๆ (delusion)

หรือประสาทหลอน (hallucination) บางรายอาจมีอาการสับสน (confusion) ด้วย

ความที่โรคในกลุ่มนี้พบได้ค่อยข้างบ่อยผู้เขียนจึงแนะนำให้ถามหาอาการต่างๆดังกล่าวในผู้ป่วย

ที่มารับการตรวจหลังคลอดทุกรายโดยเน้นในรายที่เคยมีประวัติโรคอารมณ์แปรปรวน (mood disorders)

มาก่อนไม่ว่าจะเคยเป็นในช่วงหลังคลอดหรือในภาวะปกติ นอกจากนั้นในรายที่มีความเครียดสูงเช่นมีปัญหาครอบครัว

ปัญหาเศรฐกิจ ตกงาน ก็เป็นผู้ที่อยู่ในข่ายที่มีโอกาสเกิดโรคอารมณ์แปรปรวนหลังคลอดได้ง่ายขึ้น

สำหรับในเรื่องของการรักษานั้นขึ้นกับความรุนแรงของโรค ในรายที่เป็นภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอดอาการมักไม่ค่อยรุ

นแรงและมักหายได้เอง การรักษาก็เป็นเพียงการให้กำลังใจ การให้ความมั่นใจว่านี่ไม่ใช่โรคร้ายแรงและจะหายได้เอง

แต่ถ้าอาการไม่หายภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอดให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าเป็นโรคอื่นหรือไม่

ในรายที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดผู้เขียนแนะนำให้ทำการรักษาเหมือนโรคซึมเศร้าทั่วๆไปโดยใช้ยาแก้ซึมเศร้า

ในขนาดที่เพียงพอ (เช่น fluoxetine 20-40 mg/day, amitriptyline 50-250 mg/day)

และให้ต่อเนื่องไปนานประมาณ 6 เดือน ในระหว่างให้ยาผู้ป่วยสามารถให้นมบุตรได้แม้ว่าร่างกายจะขับยาแก้ซึมเศร้า

ออกมาทางน้ำนมก็ตามเพราะได้มีการศึกษาแล้วว่าไม่มีอันตรายร้ายแรงกับทารกแรกเกิด

ในรายที่มีความคิดจะฆ่าตัวตายอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในที่ๆมีเครื่องรักษาด้วยไฟฟ้า

(electroconvulsive therapy, ECT) การรักษาด้วยไฟฟ้าจะได้ผลดีและรวดเร็วกว่าการใช้ยาเพราะยาแก้ซึมเศร้า

ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์จึงจะออกฤทธิ์

รายที่เป็นโรคจิตหลังคลอดมักต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยายาลและจัดเป็นภาวะฉุกเฉินอย่างหนึ่ง

ยาที่ใช้คือยาแก้โรคจิต (antipsychotic drugs, เช่น haloperidol 4-20mg/day) บางครั้งอาจให้ยาควบคุมอารมณ์เช่น

ลิเที่ยม (lithium carbonate) หรือ คาร์บามาซีพีน (carbamazepine) ร่วมด้วย การใช้ ECT ก็มีประโยชน์ในกรณีนี้เช่นกัน

ในกรณีที่ให้ยาลิเที่ยมแก่ผู้ป่วยควรงดการให้นมบุตรเพราะปริมาณลิเที่ยมที่ถูกขับออกมาทางน้ำนม

มีความเข้มข้นค่อนข้างสูงไม่ปลอดภัยกับทารก


Ruta Nonacs, M.D., Ph.D., and Lee S. Cohen, M.D. Journal of Clinical Psychiatry 1998; 59 (suppl 2)

ที่มา : http://www.ramamental.com/medicalstudent/generalpsyc/postpartummooddisorders/

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เพิ่มเติม มาตรฐานการวัดความเครียดในชีวิตของคนเรา

 

ปี ค.ศ.1967 Thomas Holmes และ Richard Rahe เริ่มสร้างเกณฑ์มาตรฐานในการวัดความเครียดในชีวิต ของคนเรา

โดยมีความคิดพื้นฐานว่า การเปลี่ยนแปลงในชีวิตทุกกรณีไม่ว่าเป็นบวกหรือลบย่อมทำให้เกิดความเครียด ซึ่งทั้งสองได้ให้คน

จำนวนมากประมาณค่าความเครียดในชีวิตจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรูปของค่าเปลี่ยนแปลงในชีวิต หรือ

life-change unit หรือ LCU เป็นปริมาณการปรับตัวที่ใช้ในเหตุการณ์นั้น เช่น การหย่าร้าง การถูกไล่ออกจากงาน

การเกษียณอายุ สูญเสียคนรัก ตั้งครรภ์ การแต่งงาน เป็นต้น เพื่อการกำหนดประมาณค่าเหล่านี้ Holmes และ Rahe

จึงพัฒนา Social Readjustment Rating Scale หรือ SRRS ขึ้นเพื่อใช้วัดค่าความเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

โดยนับจากค่า LCU รวมของทุกเหตุการณ์ที่คนประสบมา

 

ตาราง แสดงเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตและค่าการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิต (Life Events and Weighted Values)

 

เหตุการณ์ในชีวิต LCU
   
สามีหรือภรรยาเสียชีวิต 100
หย่าร้าง 73
แยกกันหยู่กับสามีหรือภรรยา 65
การตายของคนในครอบครัว 63
เข้าพิธีแต่งงาน 50
ถูกให้ออกจากงาน 47
คืนดีกับคู่ที่เคยแยกทางกัน 45
เกษียณอายุการทำงาน 45
ความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว 44
การตั้งครรภ์ 40
มีปัญหาทางเพศสัมพันธ์ 39
มีสมาชิกเพิ่มในครอบครัว 39
การเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน 38
การเสียชีวิตของเพื่อนสนิท 37
การเปลี่ยนงาน 36
ทะเลาะกับสามีหรือภรรยา 35
ถูกยึดทรัพย์ที่จำนองไว้ 30
เปลี่ยนหน้าที่การงาน 29
ลูกแยกจากครอบครัวไปอยู่ที่อื่น 29
มีปัญหากับเขยหรือสะใภ้ 29
ได้รับการยกย่องในความสำเร็จ 28
ภรรยาเริ่มทำงานหรือออกจากงาน 26
เริ่มเข้าเรียนหรือสำเร็จการศึกษา 26
ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง 24
มีปัญหากับหัวหน้างาน 23
เปลี่ยนชั่วโมงการทำงาน 20
การย้ายที่อยู่อาศัย 20
การย้ายสถานที่เรียน 20
เปลี่ยนแปลงวิธีการพักผ่อน 19
เปลี่ยนกิจกรรมทางสังคม 18
เปลี่ยนแปลงเวลานอน 16
จำนวนคนในบ้านเปลี่ยนไป 15
เปลี่ยนนิสัยการกินอาหาร 15
การมีวันหยุดหรือเวลาว่าง 13
การฝ่าฝืนกฎระเบียบบางอย่าง 11

T.H.Holmes and R.H. Rahe. (1976,Aug.) The social readjustment rating scale, 
Journal of Psychosomatic Research, 11, 213.

ที่มา : http://www.novabizz.com/NovaAce/Emotional/Stress.htm

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chanidapa_aew วันที่ : 06/10/2014 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13

สวัสดีค่ะคุณหมอ wollopp ขอบคุณที่แวะมาอ่านแนะนำ จะลองกลับไปแก้ไขค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 06/10/2014 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

แวะมาอ่าน............. คล้ายๆ กับ ภาพ จะหายไป บางภาพ ---------------------- ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chanidapa_aew from mobile วันที่ : 06/10/2014 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13

สวัสดีค่ะ คุณแม่มดเดือน march น่าเห็นใจมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/10/2014 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ลูกตายคามือ....แล้วเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรคะ

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chanidapa_aew วันที่ : 05/10/2014 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13

ขอบคุณที่คุณแม่หมีมาอ่านและแสดงความคิดเห็น ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 05/10/2014 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ลืมไปเลยว่าหลังคลอดเป็นยังไง
แต่สงสารผู้หญิงที่เป็นข่าวนั่นจัง เธอคงมีปัญหาทั้งเรื่องฮอร์โมนและอาจมีปัญหาอื่นๆอีกด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2014 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]